FIXITDD ปรึกษาทุกปัญหา IT ปรึกษาฟรี
ติดต่อสอบถาม ได้ที่เบอร์ 090-597-9956
เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Security มายาวนานกว่า 23 ปี https://fixitdd.com/

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ FiXITDD



" ฟิกซ์ไอทีดีดี(FiXITDD) เรารู้คุณมีปัญหาไอที พร้อมปรึกษาและแก้ไขระบบไอทีครบวงจร ตลอด 24 ชั่วโมง "
เราขายส่งอุปกรณ์ไอที, เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ก่อสร้าง พร้อมเปิดร้านได้เลย
เรารับซื้ออุปกรณ์ไอทีทุกชนิด อะไหล่เก่า ของเสีย ขายเหมาสำนักงาน ร้านเกม
เรามีทีมงานอบรมกล้องวงจรปิด, จานดาวเทียม, ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์(Cisco)และใช้งานเครื่องมือช่าง

บริการลากสาย Fiber Optic (สำรวจหน้างานฟรี)
บริการติดตั้งระบบ Home Automation & Security System (สำรวจหน้างานฟรี)
บริการติดตั้งและดูแลระบบร้านอินเตอร์เน็ต(Diskless), สำนักงาน, หอพัก, บ้านพักอาศัย(สำรวจหน้างานฟรี)
เขียนเว็บไซต์(ASP,PHP), โปรแกรม(Windows,OSX), POS, Android, iOS, Windows Phone (ปรึกษาฟรี)
บริการติดตั้ง แก้ไข เพิ่มกล้องวงจรปิด ทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร (สำรวจหน้างานฟรี)
ซ่อมคอมพิวเตอร์, Notebook, Server, MAC, SmartPhone, Drone, Printer (เช็คอาการฟรี)
เรามีบริการติดตั้งจานดาวเทียม เพิ่มจุดต่อพ่วงสัญญาณ (สำรวจหน้างานฟรี)
เรามีสินค้าตัดแบ่งสาย(RG6, UTP, VAF)

01/06/2026

เมื่อ AI ไม่ใช่คำตอบของทุกคน... การทวงคืนอิสรภาพในการ Search เริ่มต้นขึ้นแล้ว! 🦆🛡️

​การอัปเดตของ Google ที่ยัดเยียด AI Search เข้ามา ไม่ได้กระทบแค่คนทำเว็บที่รายได้หายไปเท่านั้น แต่ยังเป็น "Pain Point" ใหญ่สำหรับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับ Privacy
​ทำไม DuckDuckGo ถึงกลายเป็นฮีโร่ในเวลานี้?
​Privacy First: ไม่มีการ Track พฤติกรรมเพื่อยิงโฆษณา
​Control: เลือกปิด AI ได้ถาวร (NoAI) หรือเปิดใช้เมื่อต้องการ (Duck.ai)
​Data Protection: ลบ IP Address ก่อนส่งคำสั่งหา AI

​สรุปแล้วผู้คนไม่ได้เกลียด AI ครับ แต่ผู้คนต้องการ "ตัวเลือก" และ "อิสระ" ในการใช้งานมากกว่า
​เพื่อนๆ สาย Tech คิดว่า Google กำลังเดินเกมพลาดหรือเปล่า? หรือ AI สรุปผลแบบนี้คืออนาคตที่ต้องยอมรับ? มาแชร์มุมมองกันครับ!

​ #ความปลอดภัยไซเบอร์ #เทคโนโลยีล่าสุด #ไอทีน่ารู้

TH-AI Passport: 1,600 ล้านบาท เพื่อ AI หรือแค่ "ละลายงบ"?​โครงการ "TH-AI Passport" ของกระทรวงดีอี ที่ตั้งเป้าให้คนไทย 5 ...
31/05/2026

TH-AI Passport: 1,600 ล้านบาท เพื่อ AI หรือแค่ "ละลายงบ"?

​โครงการ "TH-AI Passport" ของกระทรวงดีอี ที่ตั้งเป้าให้คนไทย 5 ล้านคนใช้ AI รุ่น Pro ฟรี 1 ปี ด้วยงบสูงถึง 1,600 ล้านบาท กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมเทคโนโลยีต้องตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใส
​1. ทำไมถึงถูกตั้งคำถามเรื่อง "ความโปร่งใส"?
​ที่มาของงบ: ใช้งบจากกองทุน DE ซึ่งถูกมองว่าตรวจสอบได้ยากกว่างบแผ่นดินปกติ
​ล็อกสเปกหรือไม่?: มีข้อสังเกตเรื่องความผิดปกติใน TOR และการตั้งราคากลาง จน กมธ. ต้องเรียกหน่วยงานเข้าชี้แจง
​2. เทคโนโลยีที่ไปไว แต่เราจ่ายแพงเพื่อ "เช่า"?
​ตกรุ่นไว: ในวันที่ AI อัปเกรดเกือบทุกสัปดาห์ การใช้งบพันล้านซื้อสิทธิ์ใช้งานล่วงหน้า อาจได้เทคโนโลยีที่ล้าหลังในไม่กี่เดือน
​โครงสร้างพื้นฐานสำคัญกว่า: แทนที่จะเอาเงินไปเช่าใช้ของต่างชาติ ทำไมเราไม่ลงทุนสร้าง GPU Cloud หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้คนไทยเอง เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว?
​3. คุ้มค่า หรือแค่ตัวเลข?
​แม้อ้างว่าเฉลี่ยเดือนละ 27 บาท/คน แต่ต้องแลกกับการทำแบบทดสอบที่ซับซ้อน จะมีกี่คนที่เข้าถึงได้จริง? หากใช้งานไม่ถึงเป้า งบก้อนนี้จะกลายเป็น "เงินทิ้ง" ทันที

​สรุป: เราต้องการการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่ใช่โครงการ "แจกของ" ที่สร้างแค่ภาพลักษณ์นโยบาย
​คุณล่ะครับ... 1,600 ล้านนี้ "คุ้มค่า" หรือ "แพงเกินไป"? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันครับ!

​ #กระทรวงดีอี #ตรวจสอบงบประมาณ #คนไทยต้องรู้

🚨 เตือนภัยสายไอที! ระวัง AI Chatbot กับ Search Engine พาไปติดมัลแวร์ขุดเหรียญแบบไม่รู้ตัว!​เดี๋ยวนี้เวลาจะหาข้อมูลหรือหา...
31/05/2026

🚨 เตือนภัยสายไอที! ระวัง AI Chatbot กับ Search Engine พาไปติดมัลแวร์ขุดเหรียญแบบไม่รู้ตัว!

​เดี๋ยวนี้เวลาจะหาข้อมูลหรือหาโปรแกรมมาใช้ หลายคนชอบถาม AI Chatbot หรือค้นหาบน Google ใช่ไหมครับ? แต่รู้ไหมว่าตอนนี้แฮกเกอร์เริ่มใช้เทคนิคใหม่ หลอกตา AI และสวมรอยผลการค้นหา (SEO Poisoning) เพื่อส่ง "ลิงก์ปลอม" มาให้เรากดแล้ว!

​💻 ทริคที่แฮกเกอร์ใช้หลอกเรา:

1️⃣ สร้างเว็บปลอม ที่หน้าตาเหมือนเว็บดาวน์โหลดโปรแกรมดังๆ เปี๊ยบ

2️⃣ ปั่นหัว AI และ Search Engine ให้เข้าใจผิด แล้วดึงลิงก์ปลอมนี้ไปแนะนำให้ผู้ใช้

3️⃣ หลอกให้เราดาวน์โหลด พอกดติดตั้งปุ๊บ... มัลแวร์จะแอบเข้ามาฝังตัวในเครื่องทันที!

​⚠️ ผลกระทบคืออะไร?

เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะโดนแอบใช้ขุดเหรียญดิจิทัล (Cryptojacking) ทำให้ คอมช้ากระตุก เครื่องอืด CPU/GPU พุ่งสูงผิดปกติ และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ แฮกเกอร์อาจใช้เป็นช่องทางเข้าควบคุมเครื่องหรือเจาะระบบต่อในองค์กรได้ในระยะยาว!

​🛡️ วิธีป้องกันตัวเองง่ายๆ (เช็กก่อนโหลด!):

​❌ อย่าเพิ่งเชื่อลิงก์ที่ AI แนะนำมา 100% ให้ตรวจสอบชื่อ URL (โดเมนเว็บ) ให้ดีก่อนกดดาวน์โหลดทุกครั้ง

​📥 โหลดจากเว็บออฟฟิเชียลเท่านั้น ไปที่หน้าเว็บหลักของผู้พัฒนาโดยตรง อย่าผ่านลิงก์แปลกหน้า

​🖥️ สังเกตอาการเครื่อง ถ้าจู่ๆ คอมพิวเตอร์พัดลมดัง เครื่องร้อน หรือช้าลงแบบไม่มีสาเหตุ ให้รีบเช็กการทำงานของ CPU ทันที

​🔄 อัปเดตระบบสม่ำเสมอ อัปเดต Windows, โปรแกรมแอนตี้ไวรัส และระบบความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ

​ช่วยกันแชร์บอกต่อเพื่อนๆ หรือคนในองค์กรให้ระวังกันด้วยนะค้าบ ด้วยความห่วงใยจากทีมงาน 🙏✨

​ #เตือนภัยไซเบอร์ #มัลแวร์ #ความปลอดภัยไอที

🚨 ศาลสหรัฐฯ ฟันคดีเด็ด! สั่งจำคุกแฮกเกอร์โรมาเนียเกือบ 5 ปี ฐานเจาะระบบหน่วยงานรัฐ​กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DoJ) เอาจริงกั...
30/05/2026

🚨 ศาลสหรัฐฯ ฟันคดีเด็ด! สั่งจำคุกแฮกเกอร์โรมาเนียเกือบ 5 ปี ฐานเจาะระบบหน่วยงานรัฐ
​กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DoJ) เอาจริงกับการปราบปรามอาชญากรไซเบอร์ข้ามชาติ! ล่าสุดได้ตัดสินจำคุกแฮกเกอร์ชาวโรมาเนียวัย 45 ปี เป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน (พร้อมคุมประพฤติต่ออีก 3 ปี) โทษฐานลักลอบเจาะระบบเครือข่ายระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

​📌 เกิดอะไรขึ้นบ้างในคดีนี้?
​• เป้าหมายระดับรัฐ: แฮกเกอร์รายนี้ได้ลักลอบเจาะเข้าระบบของ "หน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งรัฐโอเรกอน" มาตั้งแต่กลางปี 2564
• แฮกเพื่อขายต่อ: เมื่อได้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Admin) มาแล้ว ก็นำสิทธิ์นั้นไปเร่ขายต่อในตลาดมืด (Dark Web) ในราคา 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรับชำระเป็นเงินคริปโตอย่าง Bitcoin
• มีของแถมการันตี: เพื่อให้ลูกค้าเชื่อว่าเจาะระบบได้จริง แฮกเกอร์ได้ดึงข้อมูลส่วนบุคคล (PII) บางส่วนออกมาโชว์เป็นตัวอย่างด้วย
• มูลค่าความเสียหาย: การกระทำของเขาได้สร้างความเสียหายให้กับเครือข่ายองค์กรต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9 ล้านบาท)
​นอกจากนี้ ทางการสหรัฐฯ ยังเพิ่งรับตัวผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นแฮกเกอร์ชาวโรมาเนียอีกรายในคดีเจาะระบบโทรศัพท์ VoIP เพื่อหลอกลวงทางการเงิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการกวาดล้างอาชญากรไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง

​🛡️ บทเรียนที่ฝากถึงฝั่งคนไอที & แอดมินองค์กร
​ยุคนี้การซื้อขาย "ช่องทางเข้าถึงระบบ" (Access Broker) ในตลาดมืดระบาดหนักมาก! ทาง ThaiCERT ได้แนะนำวิธีรับมือเพื่อยกระดับความปลอดภัย ดังนี้ครับ:
​1️⃣ เปิดใช้ MFA เสมอ: บังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) โดยเฉพาะกับบัญชี Admin และระบบสำคัญ
2️⃣ เช็ก Log เป็นประจำ: หมั่นตรวจสอบบันทึกการเข้าใช้งานระบบ เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติให้ไวที่สุด
3️⃣ แบ่งโซนเครือข่าย: ทำ Network Segmentation เพื่อจำกัดขอบเขตไม่ให้แฮกเกอร์ลามไปยังระบบอื่นได้ง่ายๆ
4️⃣ เข้ารหัสข้อมูล: เข้ารหัสข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เพื่อลดความเสียหายและป้องกันข้อมูลหลุดหากโดนเจาะระบบสำเร็จ
​องค์กรไหนยังขาดข้อไหนไป อย่าลืมนำไปปรับใช้เพื่ออุดรอยรั่วกันนะครับ! 💻🔒
​อ้างอิงข้อมูลจาก: ThaiCERT

​ #ข่าวไอที #ความปลอดภัยไซเบอร์

🚨 งานเข้า! หลุดยกแผง 40GB: Allianz โดนมือดีอ้างเจาะไฟล์ Docker ภายในกว่า 500 รายการ!​กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกใต้ดินทันที...
29/05/2026

🚨 งานเข้า! หลุดยกแผง 40GB: Allianz โดนมือดีอ้างเจาะไฟล์ Docker ภายในกว่า 500 รายการ!
​กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกใต้ดินทันที เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์นามว่า "hackformetome" ได้ออกมาประกาศปล่อยข้อมูลชุดใหญ่ที่อ้างว่าดึงมาจากโครงสร้างพื้นฐานภายในของ Allianz ยักษ์ใหญ่ด้านประกันภัยและการเงินระดับโลก!

​📦 เกิดอะไรขึ้น?
​เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 มีการตรวจพบการประกาศขาย/แจกจ่ายข้อมูลบนเว็บบอร์ดใต้ดิน โดยสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือข้อมูลที่หลุดออกมาไม่ใช่แค่ไฟล์เอกสารธรรมดา แต่เป็น Docker Images จำนวนประมาณ 500 รายการ รวมขนาดกว่า 40 GB

​🔑 ข้อมูลที่แฮกเกอร์อ้างว่ามีอยู่ในนั้น (บอกเลยว่า "คลังแสง"):
​การหลุดของ Docker Image ภายในนั้นเปรียบเสมือนการส่ง "พิมพ์เขียว" พร้อม "กุญแจบ้าน" ให้กับผู้ไม่หวังดี เพราะมันประกอบไปด้วย:
​Source Code: ซอร์สโค้ดของระบบ Microservices ภายในทั้งหมด
​Hardcoded Credentials: ยูสเซอร์เนมและรหัสผ่านที่ฝังอยู่ในโค้ด ทั้งในส่วนของ Staging และ Production
​Exposed Config Files: ไฟล์ตั้งค่าที่มีทั้ง API Keys, รหัสผ่านฐานข้อมูล (DB Passwords) และ Service Tokens
​Security Assets: ที่หนักที่สุดคือ TLS Private Keys และใบรับรอง Internal CA Certs ซึ่งอาจนำไปสู่การทำ Man-in-the-Middle ได้ง่ายๆ

​🔍 วิเคราะห์ความเสียหาย
​หากข้อมูลนี้เป็นของจริง Allianz กำลังเผชิญกับความเสี่ยงระดับสูงสุด เพราะ Docker Image เหล่านี้คือหัวใจของระบบ Cloud Native การที่กุญแจส่วนตัวและรหัสผ่านฐานข้อมูลหลุดออกมา หมายความว่าระบบภายในอื่นๆ ก็อาจถูกเจาะต่อเนื่องได้เป็นทอดๆ (Supply Chain Attack)
​Details at a Glance:
​Target: Allianz (Insurance / Financial Services)
​Actor: hackformetome
​Data Size: ~40 GB (500 Docker Images)
​Date Observed: 28 May 2026

​💡 บทเรียนสำหรับคนทำ DevSecOps
​เคสนี้ย้ำเตือนเราอย่างรุนแรงว่า "Docker Image ไม่ใช่ที่เก็บความลับ"
​Stop Hardcoding: ห้ามฝังรหัสผ่านหรือ Key ไว้ในโค้ดหรือไฟล์ Config ภายใน Image เด็ดขาด
​Use Secret Management: ควรใช้เครื่องมืออย่าง HashiCorp Vault หรือ AWS Secrets Manager
​Scan Your Images: ต้องมีการทำ Container Scanning เพื่อหาช่องโหว่และไฟล์หลุดก่อน Push ขึ้น Registry เสมอ
​เพื่อนๆ คิดว่าเคสนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบ Cloud ของสถาบันการเงินมากน้อยแค่ไหน? มาคอมเมนต์คุยกันครับ!

รัฐบาลเตรียมแจก AI เวอร์ชัน Pro ให้คนไทยใช้ฟรี! 😲​กระทรวงดีอี (DE) ทุ่มงบกว่า 1.6 พันล้านบาท เปิดตัวโครงการ "TH-AI Passp...
28/05/2026

รัฐบาลเตรียมแจก AI เวอร์ชัน Pro ให้คนไทยใช้ฟรี! 😲

​กระทรวงดีอี (DE) ทุ่มงบกว่า 1.6 พันล้านบาท เปิดตัวโครงการ "TH-AI Passport" เหมาสิทธิ์ Generative AI ตัวท็อปของโลกเวอร์ชัน Premium มาให้คนไทยใช้ฟรี 1 ปีเต็ม!

​📌 สรุปเนื้อหาเน้นๆ:

​ใครได้สิทธิ์: คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป (จำกัด 5 ล้านคนแรก)

​ได้อะไรบ้าง: มี AI ตัวท็อปโลกให้เลือกใช้กว่า 8 แบรนด์ (เขียนโค้ด, เจนภาพ, วิเคราะห์ไฟล์ Excel/PDF ระดับ Pro ทำได้หมด) แถมมีโมเดลไทยอย่าง Typhoon และ Pathumma ด้วย

​ความปลอดภัย: ข้อมูลเก็บในไทย 100% ปลอดภัยตามกฎหมาย PDPA

​ความคุ้มค่า: ปกติซื้อใช้เองเดือนละ 700-1,000 บาท โครงการนี้รัฐดีลมาได้เฉลี่ยหัวละ 27 บาท/เดือนเท่านั้น!

​เตรียมตัวให้พร้อม คาดว่าจะเปิดตัวและประกาศวิธีลงทะเบียนภายในเดือน มิ.ย. นี้ครับ!

🚨 ด่วน! หลุดอีกแล้ว ข้อมูลซิมการ์ด 17 ล้านรายชื่อ โผล่ขายบนเว็บมืด​งานเข้าไม่หยุด! ล่าสุดบัญชี X () ที่คอยเฝ้าระวังภัยไซ...
28/05/2026

🚨 ด่วน! หลุดอีกแล้ว ข้อมูลซิมการ์ด 17 ล้านรายชื่อ โผล่ขายบนเว็บมืด

​งานเข้าไม่หยุด! ล่าสุดบัญชี X () ที่คอยเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ ได้รายงานการตรวจพบแฮกเกอร์นำฐานข้อมูล "ซิมการ์ดโทรศัพท์" จำนวนมหาศาลมาประกาศขายบนเว็บบอร์ดใต้ดิน (Underground Forum) โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากประเทศอินโดนีเซีย 🇮🇩

​📌 รายละเอียดข้อมูลที่หลุดในครั้งนี้:
​📦 ขนาดไฟล์: ใหญ่ถึง 18 GB
​👥 จำนวนข้อมูล: กว่า 17,000,000 รายชื่อ (Records)
​💰 ราคาที่ตั้งขาย: 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80,000 กว่าบาท)
​📂 ข้อมูลส่วนตัวที่แฮกเกอร์อ้างว่ามี:
​ชื่อ-นามสกุล จริง
​ที่อยู่
​หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (ID Card Number)
​หมายเลขโทรศัพท์
​วันเดือนปีเกิด และ เพศ

​⚠️ บทวิเคราะห์และความน่ากังวล
​แม้ว่าเคสนี้จะอ้างว่าเป็นข้อมูลของทางอินโดนีเซีย แต่ภัยไซเบอร์รูปแบบนี้ไม่มีพรมแดน ข้อมูลหลุดลักษณะนี้มักจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือมิจฉาชีพซื้อไปใช้ในการทำ Phishing หรือโทรหลอกลวงเหยื่อแบบเจาะจงรายบุคคล (Spear Phishing) เพราะมีข้อมูลหน้าบัตรและเบอร์โทรครบถ้วน

​**💡 คำแนะนำสำหรับทุกคน:**ช่วงนี้หากมีเบอร์แปลกโทรมาอ้างเรื่องธุรกรรม หรือส่งลิงก์แปลกๆ มาทาง SMS อย่าเพิ่งปักใจเชื่อเด็ดขาดครับ ตรวจสอบให้ดีก่อนเสมอ!

​ #ข่าวไอที #ภัยไซเบอร์ #มิจฉาชีพ

🛑 ปฏิบัติการทลาย GlassWorm: เมื่อ "ส่วนเสริม VS Code" กลายเป็นเครื่องมือขโมยข้อมูลของแฮกเกอร์!​สาย Dev และคนทำงาน IT ต้อ...
28/05/2026

🛑 ปฏิบัติการทลาย GlassWorm: เมื่อ "ส่วนเสริม VS Code" กลายเป็นเครื่องมือขโมยข้อมูลของแฮกเกอร์!

​สาย Dev และคนทำงาน IT ต้องระวัง! ล่าสุด CrowdStrike ร่วมมือกับ Google และ Shadowserver เข้ากวาดล้างโครงสร้างพื้นฐานของ "GlassWorm" มัลแวร์ตัวแสบที่จ้องเล่นงานเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ
​🔍 GlassWorm ทำงานยังไง?
แฮกเกอร์ใช้วิธีฝังมัลแวร์ลงใน VS Code Extensions (ทั้งบน Marketplace หลักและ Open VSX) รวมถึงแพ็กเกจบน npm และ Python (PyPI) * เป้าหมายคือ: เครื่องของนักพัฒนา (เพราะเข้าถึง Source Code, Cloud และระบบภายในบริษัทได้)
​ความน่ากลัว: มันสามารถดักจับการพิมพ์ (Keylogging), แอบถ่ายหน้าจอ, ขโมยข้อมูลในคลิปบอร์ด และดูดเงินจากคริปโตเคอร์เรนซีวอลเล็ต!

​⚔️ ผลของการกวาดล้างครั้งนี้:
ทีมรักษาความปลอดภัยได้ทำลายช่องทางสื่อสาร (C2 Channels) ของมัลแวร์ตัวนี้พร้อมกันทั้ง 4 ช่องทาง ทำให้เครื่องที่ติดเชื้อไปแล้วไม่สามารถรับคำสั่งใหม่จากแฮกเกอร์ได้อีก

​💡 ข้อแนะนำสำหรับชาว Dev:
​เช็กส่วนเสริม (Extensions): ตรวจสอบ VS Code Extensions ที่ใช้อยู่ว่ามาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือไม่
​Verify แพ็กเกจ: ก่อน npm install หรือ pip install ตรวจสอบชื่อแพ็กเกจให้ดี ป้องกันการสะกดผิด (Typosquatting)
​ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อ: แนะนำให้ล้างเครื่อง (Re-provision) แทนการลบเฉพาะไฟล์ เพราะมัลแวร์ตัวนี้มีกลไกฝังตัวที่ซับซ้อนมาก
​อย่าปล่อยให้เครื่องมือคู่ใจ กลายเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์! 💻🛡️

​ #ข่าวไอที

🚨 ด่วน! เจ้าของเว็บที่ใช้ Ghost CMS ระวัง! แฮกเกอร์จ้องขโมยกุญแจบ้านไปวางกับดัก​คุณใช้ Ghost CMS ทำเว็บอยู่หรือเปล่า? ถ้...
27/05/2026

🚨 ด่วน! เจ้าของเว็บที่ใช้ Ghost CMS ระวัง! แฮกเกอร์จ้องขโมยกุญแจบ้านไปวางกับดัก
​คุณใช้ Ghost CMS ทำเว็บอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่... อ่านด่วน!

ตอนนี้มีรายงานพบการโจมตีเว็บไซต์ที่ใช้ Ghost CMS มากกว่า 700 แห่งทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย!

​🤔 แฮกเกอร์ทำอะไร? (สรุปแบบภาษาบ้านๆ)
​แอบเข้าทางหลังบ้าน: แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ (CVE-2026-26980) เจาะเข้าไปขโมย "กุญแจสำคัญ" ของระบบโดยที่เราไม่รู้ตัว

​ปลอมเป็นเจ้าของเว็บ: พอมีกุญแจ เขาก็เข้าไปแก้ไขเนื้อหาในเว็บเราได้ตามใจชอบ

​วางกับดักผู้เข้าชม: เขาจะแอบฝังโค้ดอันตรายไว้ พอคนเข้ามาอ่านบล็อกเรา จะเห็นหน้าต่างแจ้งเตือนปลอมๆ (เช่น "เว็บมีปัญหา กรุณากดปุ่มเพื่อแก้ไข") ถ้าใครหลงเชื่อกดไป... เครื่องคอมฯ ของเขาจะโดนฝังมัลแวร์ทันที!

​🛡️ วิธีป้องกันตัวด่วนๆ:
✅ อัปเดตระบบ: รีบอัปเดต Ghost CMS เป็นเวอร์ชัน 6.19.1 หรือใหม่กว่าทันที!
✅ เปลี่ยนกุญแจใหม่: ไปที่ตั้งค่าแล้วทำการ Reset / Rotate Admin API Keys ทั้งหมด เพื่อตัดสิทธิ์กุญแจเก่าที่อาจโดนขโมยไป
✅ ตรวจบ้าน: ลองไล่เช็กดูว่ามีบทความไหนถูกแก้ไข หรือมีโค้ดแปลกๆ โผล่มาหน้าเว็บไหม

​อย่าปล่อยให้บ้านออนไลน์ของคุณกลายเป็นที่อยู่ของมิจฉาชีพ!

ใครมีเพื่อนทำเว็บด้วย Ghost CMS อย่าลืม Tag บอกต่อกันด้วยนะครับ 🔒✨

​ #เตือนภัยไซเบอร์ #ทำเว็บ

🛑 [เตือนภัยไซเบอร์] แฮกเกอร์สายลับ "MuddyWater" บุก 9 ประเทศ! ใช้มุกเนียน "ฝากไฟล์อันตรายไว้กับโปรแกรมจริง"​รู้หรือไม่? ...
27/05/2026

🛑 [เตือนภัยไซเบอร์] แฮกเกอร์สายลับ "MuddyWater" บุก 9 ประเทศ! ใช้มุกเนียน "ฝากไฟล์อันตรายไว้กับโปรแกรมจริง"

​รู้หรือไม่? แม้แต่โปรแกรมที่เราไว้ใจและมี "ลายเซ็นดิจิทัล" ถูกต้อง ก็อาจถูกแฮกเกอร์ใช้เป็นเครื่องมือบังหน้าได้!

​ล่าสุดกลุ่มแฮกเกอร์ระดับโลกชื่อว่า "MuddyWater" (หรืออีกชื่อคือ Seedworm) เพิ่งถูกตรวจพบว่าออกอาละวาดหนักในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 โดยพุ่งเป้าไปที่ 9 องค์กรใน 9 ประเทศ ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา รวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ในเกาหลีใต้ด้วย!

​🔍 แผนประทุษร้าย: "DLL Side-Loading" คืออะไร?
​ความน่ากลัวของรอบนี้คือเทคนิคที่เรียกว่า DLL Side-Loading ครับ อธิบายง่ายๆ เหมือน "โจรที่ปลอมตัวเป็นพนักงานส่งของ"
​ใช้โปรแกรมจริงเป็นตัวล่อ: แฮกเกอร์จะใช้ไฟล์โปรแกรมที่ดูน่าเชื่อถือ (เช่น ไฟล์ไดรเวอร์เสียง หรือโปรแกรมความปลอดภัย)
​แอบสลับไส้ใน: โปรแกรมพวกนี้ปกติจะต้องเรียกใช้ไฟล์เสริมที่เรียกว่า DLL แต่แฮกเกอร์แอบเอา "ไฟล์ DLL ปลอม" ที่มีโค้ดอันตรายไปวางไว้ข้างๆ แทน
​คอมพิวเตอร์โดนหลอก: เมื่อเราเปิดโปรแกรมจริงขึ้นมา มันจะไปดึงไฟล์ DLL ปลอมนั้นมาทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้โปรแกรมป้องกันไวรัสบางตัวตรวจจับได้ยาก เพราะคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ถูกต้องนั่นเอง

​💸 เป้าหมายคือ "ข้อมูลส่วนตัวและเงิน!"
​เมื่อเจาะเข้าเครื่องได้แล้ว แฮกเกอร์จะใช้เครื่องมือที่ชื่อ ChromElevator เพื่อขโมย:
✅ รหัสผ่านที่บันทึกไว้ใน Browser (Chrome, Edge ฯลฯ)
✅ คุกกี้ (Cookies) เพื่อสวมรอยเข้าใช้งานบัญชีต่างๆ
✅ ข้อมูลบัตรเครดิตที่บันทึกไว้
​นอกจากนี้ ในบางเคสแฮกเกอร์ยังแสบถึงขั้น "ลบข้อมูลสำรอง" (Backups) เพื่อทำลายร่องรอยและสร้างความเสียหายอย่างหนักอีกด้วย!
​🛡️ วิธีป้องกันเบื้องต้นสำหรับพวกเรา:
​อัปเดตระบบสม่ำเสมอ: อย่ากด "Remind me later" บ่อยเกินไป เพราะการอัปเดตคือการปิดช่องโหว่ที่แฮกเกอร์จ้องจะเข้า
​อย่าลงโปรแกรมมั่วซั่ว: ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือ Official Website เท่านั้น
​ใช้ MFA (การยืนยันตัวตนหลายชั้น): ต่อให้โจรได้รหัสผ่านไป แต่ถ้าไม่มีรหัสผ่านชั้นที่สองในมือถือเรา เขาก็เข้าบัญชีไม่ได้ครับ

​ช่วยกันแชร์บอกต่อเพื่อนร่วมงานและคนใกล้ตัวให้ระวังกันด้วยนะครับ! 🛡️💻

​ #ไอทีน่ารู้ #เตือนภัยไซเบอร์

ที่อยู่

Computer Store 88 ซ. แสงจันทร์ ถ. เจริญกรุง67 เขตสาธร
Yan Nawa
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 04:00 - 01:00
อังคาร 04:00 - 01:00
พุธ 04:00 - 01:00
พฤหัสบดี 04:00 - 01:00
ศุกร์ 04:00 - 01:00
เสาร์ 07:00 - 12:00
อาทิตย์ 07:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

0905979956

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ FIXITDDผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์