09/09/2016
อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน ค่าบริการเริ่มแนวโน้มจะถูกลง
ประมูลโครงข่ายเน็ตหมู่บ้าน 1.5 หมื่นล้านฝุ่นตลบ เอกชนขอเอี่ยว ชี้นโยบายกลับไปกลับมาทำล่าช้า "ทีโอที-แคท" ย้ำมติ ครม.ให้รัฐวิสาหกิจดำเนินการ วงการสินค้าไอทีหวังเป็นตัวช่วยจุดกระแสธุรกิจกลับมาคึกคัก
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ด้วยการยอมรับว่า การจ้างดำเนินการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ด้วยงบประมาณ 15,000 ล้านบาท ล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมที่ตั้งใจจะให้เริ่มโครงการได้ภายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่มั่นใจว่า ภายในเดือนกันยายนนี้จะได้ผู้ชนะการประมูลโครงการนี้ และเริ่มเดินหน้าขยายโครงข่ายได้ หลังจากขณะนี้ข้อกำหนดเงื่อนไขทางเทคนิค (TOR) ได้ประกาศเรียบร้อยแล้ว
"ผมยอมรับว่า ตอนนี้ทุกอย่างมันช้า เพราะต้องมีการสอบถามความเห็นไปยัง สตง. กรมบัญชีกลาง เพื่อให้รัดกุมที่สุด ให้คนทำงานสบายใจ แต่กันยายนนี้ก็จะได้ผู้ชนะโครงการ และจะเริ่มทยอยเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามแผน แต่ในภาพรวมของการเบิกจ่ายงบฯโครงการนำร่องนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลก็ไม่ได้ช้ามาก มีเริ่มทยอยเบิกจ่ายไปแล้วในหลายโครงการ อาทิ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการอีเลิร์นนิ่ง ส่วนวิธีการจัดซื้อจัดจ้างให้ไปถามปลัดกระทรวง เดี๋ยวจะหาว่า ล้วงลูกอีก แต่ตามหลักการคือ เราเปิดกว้างให้เอกชนทุกรายเข้ามายื่นเสนอราคาได้ แต่จะมายื่นทุกรายหรือไม่ ทางกระทรวงก็ไม่ทราบได้ ทั้งเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เราก็เปิดกว้างให้เอกชนมาเชื่อมต่อเพื่อนำไปให้บริการลูกค้าได้" นายอุตตมกล่าว
ด้านแหล่งข่าวภายในกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า กระบวนการยกร่าง TOR ล่าช้าไปจากเดิมนั้น เนื่องจากเกิดปัญหาติดขัดหลายส่วน และทางรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงได้เปลี่ยนนโยบายจากเดิมในที่ประชุม ครม. เมื่อ 19 มกราคม 2559 ที่อนุมัติงบฯโครงการนี้มีนโยบายมอบหมายให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นวางโครงข่ายทั้ง 2 โครงการ ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคม เนื่องจากถือเป็นโครงข่ายของประเทศ โดยได้มอบหมายให้นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีไอซีที เป็นผู้ดูแลโครงการ และหารือกับทั้ง 2 บริษัทเพื่อหาโมเดลแบ่งพื้นที่เพื่อจะวางโครงข่ายได้เร็วที่สุด โดยให้ทีโอทีรับผิดชอบ โครงการบรอดแบนด์ ขณะที่แคทรับผิดชอบ โครงการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ แต่ล่าสุดเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากมีกระแสข่าวลือบนโซเชียลเน็ตเวิร์กเกี่ยวกับปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ ก็มีการเปลี่ยนนโยบายอีกครั้ง โดยให้เปิดกว้างให้บริษัทเอกชนที่รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 3 (แบบมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง) จาก กสทช. เข้าร่วมเสนอราคาได้ด้วย บนเงื่อนไขว่าต้องเชื่อมโครงข่ายที่ก่อสร้างขึ้นกับ Node ของทีโอทีและแคท
"นโยบายล่าสุดสร้างความอึดอัดให้กับคณะทำงานอย่างมาก เพราะต่างกับนโยบายที่ ครม.มอบหมายไว้ และเสี่ยงที่ผู้ปฏิบัติงานต้องถูกครหาว่าเอื้อกับเอกชน และเพื่อความปลอดภัยของคณะทำงาน จึงมีความพยายามให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามแนวทางที่ ครม.สั่งการไว้ คือ ให้ทีโอทีและแคทเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่เกินกลางเดือน ก.ย. จะเปิดให้ทีโอทีกับแคทยื่นซองเสนอราคา"
ด้านนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีไอซีที กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กำลังเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้เริ่มโครงการให้ได้เร็วที่สุด โดยเป็นการดำเนินการตามกรอบนโยบายเดิมที่ให้ทีโอทีและแคทเป็นผู้วางโครงข่ายและเปิดให้เอกชนที่สนใจเข้ามาร่วมให้บริการแก่ลูกค้าปลายทางได้
สำหรับเงื่อนไขข้อกำหนดทางเทคนิค (TOR) ของโครงการนี้ ได้ประกาศราคากลางไว้เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ในราคา 10,830.87 ล้านบาท จากงบประมาณ 13,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้กำหนดวันยื่นซองเสนอราคา โดยผู้ชนะโครงการนี้จะต้องวางโครงข่ายบรอดแบนด์ความเร็วสูงพร้อมจุดให้บริการให้ครบ 24,700 หมู่บ้านตามรายชื่อแนบท้าย TOR ภายใน 365 วัน นับจากวันถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง ขณะที่การชำระเงินจะแบ่งเป็น 10 งวด ทยอยจ่ายตามเนื้องานที่ระบุในทีโออาร์
ขณะที่ นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ได้ลงนามในทีโออาร์เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เมื่อสอบถามว่า บริษัทเอกชนอื่นสามารถเข้ามายื่นซองได้หรือไม่ เมื่อนโยบายของ ครม.ระบุให้ทีโอทีกับแคทเป็นผู้ดำเนินการ ปรากฏปลัดไอซีทีปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลในส่วนนี้
ด้านแหล่งข่าวจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทีโอทีได้รับแจ้งกำหนดการยื่นซองเสนอราคาแล้วและเตรียมวางโครงข่ายได้ทันทีเมื่อมีการลงนามในสัญญา โดยทีโอทีจะรับผิดชอบวางโครงข่ายทั้งหมด 94% ของหมู่บ้านตามทีโออาร์อีก 6% ทางแคทจะเป็นผู้ดำเนินการ
"โครงการนี้เอกชนในวงการโทรคมนาคมก็วิ่งกันฝุ่นตลบเพื่อให้ได้งานนี้ แต่ทางไอซีทีได้แจ้งมาแล้วว่า ให้ทีโอทีและแคทเตรียมเริ่มวางโครงข่าย ซึ่งทีโอทีได้มีเตรียมเอกสารขออนุมัติที่ประชุมบอร์ดบริษัทกลางเดือนนี้ไว้หมดแล้ว เพื่อขอจัดประกวดราคาจัดซื้ออุปกรณ์วางโครงข่ายตามรายละเอียดและสเป๊กในทีโออาร์ ซึ่งได้รับอนุมัติจาก คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ให้ใช้การประกวดราคาแทนการจัดซื้อด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดว่ากระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์จะใช้เวลาไม่เกิน 90 วัน"
โดยโครงการนี้ทีโอทีจะเป็นผู้วางโครงข่ายเอง ไม่ได้จ้างบริษัทมาซับคอนแทร็กต์ แต่อาจจะมีการจ้างแรงงานท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดเข้ามาช่วยเสริม เนื่องจากตาม TOR ต้องติดตั้งให้เสร็จภายใน 1 ปี โดยมีการแบ่งพื้นที่โครงการออกเป็น 5 ภาค โดยเตรียมทีมติดตั้งไว้ 200 ทีม เฉลี่ยจังหวัดละ 3 ทีม เพราะเมื่อเริ่มเซ็นสัญญาจะมีเวลาเตรียมราว 3 เดือน ก่อนเริ่มทยอยติดตั้งโครงข่ายเดือนละ 3,000 หมู่บ้าน เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายค่าจ้างได้ตามทีโออาร์ ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีกำไรไม่มากนัก แต่เป็นโอกาสที่ทีโอทีจะเข้าไปดึงลูกค้ารายย่อยในแต่ละพื้นที่ให้เข้ามาใช้บริการของทีโอทีเมื่อโครงข่ายเสร็จ
ขณะที่แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า หากทีโอทีเป็นผู้ได้งานโครงการนี้ก็เป็นที่น่าจับตา เพราะถือเป็นโครงการใหญ่ที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี และรัฐบาลให้ความสำคัญมาก เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ขณะนี้ทีโอทีมีปัญหาภายในหลายด้าน ไม่แน่ใจว่าจะกระทบกับศักยภาพในการดำเนินงานแค่ไหน และที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีการจัดซื้อจัดจ้างก็จะล่าช้ากว่าเแผนเสมอและมีข้อครหาว่า มีการฮั้วกันในการจ้างซับคอนแทร็กต์เข้ามาดำเนินงาน "ก็คงต้องจับตาดู" เพราะโครงการนี้กลายเป็นกลไกเดียวที่จะวางโครงข่ายให้ถึงระดับหมู่บ้าน เนื่องจากโครงการ USO ของ กสทช. ที่มีแผนขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ไปถึงระดับหมู่บ้านทั่วประเทศถูกระงับอยู่
ด้านนายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การลงทุน 15,000 ล้านบาทของภาครัฐในโครงการนี้ จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการลงทุนไอที และการจับจ่ายสินค้าไอทีในระยะยาว ไม่ว่าผู้ติดตั้งโครงข่ายจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน สำคัญที่จะต้องทำให้ได้เร็วและทำให้ผู้ใช้ปลายทางอย่างตั้งแต่ผู้บริโภคและหน่วยงานตามพื้นที่ต่าง ๆ เข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งจะทำให้อัตราการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่จะเพิ่มขึ้นทันที และจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนซื้ออุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ จะตามมาอัตโนมัติ ซึ่งน่าจะเริ่มเห็นกำลังซื้อเหล่านี้ได้ภายใน 2-3 ปีต่อจากนี้
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ Prachachat - ประชาชาติ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1473224040