Dgame ร้านของเรา แบ่งเป็นโซน
-โชนอินเตอร์ ค้นหางาน ปริ้นสี ขาว-ดำ แสกนงาน
-โซนเกมส์
ร้านเปิด 24 ชม.

21/12/2021

พ่อค้าต่างชาติแห่บินซื้อ “หมาก” ราคาผลสด-แห้งพุ่ง 70-100 บาท/กก.

พ่อค้าอินเดีย-จีน-เมียนมา-ดูไบ-เวียดนามแห่บินรับซื้อผลผลิตหมากสด-แห้งในภาคใต้-ตะวันออก ทำราคาพุ่ง 70-100 บาท/กก. ขณะที่ “ต้นกล้าพันธุ์” คุณภาพขาดตลาด แห่จองซื้อนับแสนต้น

นายณรงค์สิชณ์ สุทธาทิพย์ ผู้รับซื้อหมากรายใหญ่ ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันรับซื้อทั้งหมากแห้ง (หมากแดง) หมากสดจากเกษตรกรและพ่อค้าย่อยที่รับซื้อนำมาคัดไซซ์ ตาก-อบแห้ง ทำคุณภาพเป็นหมากแห้ง 100%

ส่งให้พ่อค้าไทยที่ส่งออกและพ่อค้าต่างประเทศ อินเดีย จีน เมียนมา ดูไบ ซึ่งเข้ามาติดต่อรับซื้อโดยตรง เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูง ทำให้ราคาหมากปีนี้ราคาสูงขึ้น

ตั้งแต่ช่วงก่อนถึงฤดูกาลในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ราคารับซื้ออยู่ที่ กก.ละ 50 บาท สูงกว่าปี 2563 ราคา 35-40 บาท ราคาเฉลี่ยทั้งปี 60 บาท/กก. คาดว่าปีนี้เฉลี่ยน่าจะถึง 70 บาท/กก. เพราะปริมาณหมากน่าจะน้อยกว่าปีก่อน

รับซื้อทั้งหมากแห้งที่แกะเปลือกแล้วและหมากสุกเป็นลูก นำไปตากแดดและอบให้แห้ง จากนั้นนำมาคัดไซซ์ตามขนาดมาตรฐาน แบ่งเป็น 3 เกรดคือ เกรดคุณภาพดีราคา 50 บาท/กก. หมากลาย 10-20 บาท/กก.

หมากเสีย 5 บาท/กก. มีออร์เดอร์เฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง รายละ 4-10 ตัน แต่ละปีมีสต๊อกหมุนเวียนซื้อขาย 50-60-100 ตัน ไม่มีสต๊อกข้ามปี เพราะเก็บไว้นานข้ามปีมีปัญหาเรื่องมอด ตอนนี้มีพ่อค้าเวียดนามมาซื้อหมากดิบและหมากสุกไปแกะเปลือกขายเองด้วย

“ภาคตะวันออกส่วนใหญ่ปลูกหมากพันธุ์พื้นเมือง มีความสูง 10-15 เมตร ลูกใหญ่ เนื้อมาก ลูกสวย กลม เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศได้ราคาดี แต่ผลผลิตน้อย ส่วนใหญ่ปลูกพืชแซมเป็นผลพลอยได้ ต่างจากหมากอินโดนีเซียที่ลูกเล็กกว่าและออกสีดำ ๆ ราคาต่ำกว่า 10-15 บาท/กก.

และหมากภาคอีสานลูกเล็กกว่าราคาต่ำกว่า 5-10 บาทพ่อค้ารับซื้อบางรายนำมาผสมปนกัน ตอนนี้มีคนสนใจปลูกเพิ่มขึ้น มีการเก็บลูกจากต้นพันธุ์พื้นเมืองดี ๆ ขายลูกละ 1.50-2 บาท และเพาะกล้าพันธุ์ชำต้นละ 10-15 บาท ขายเฉพาะต้น 5 บาท ทางเวียดนาม กัมพูชา เริ่มนำไปปลูกกัน

นางสาวดวงพร เวชสิทธิ์ เกษตรกร อ.คิชกูฏ จ.จันทบุรี กล่าวว่า ที่สวนปลูกหมาก 3,000 ต้น แซมในสวนมังคุด พื้นที่ 30 ไร่ เพราะราคาดีและไม่ต้องดูแลมาก โดยเลือกปลูก 3 พันธุ์ ที่ลูกใหญ่เนื้อมาก คือ

พันธุ์หมากเวียดนาม (ลูกเขียว) พันธุ์พื้นบ้านหรือตูดแตก และพันธุ์ 5 ดาว หมากเตี้ยคนไม่นิยม ลูกไม่ดก ช่วงปี 2563-2564 ราคาหมากแดงดีมาก กก.ละ 4-5 บาท ปี 2564 ขึ้นมา 9-10 บาท เคยสูงถึง 20 บาท หมากเวียดนาม ราคา กก.ละ 70 บาท บางครั้งสูงถึง 80 บาท

“ควรส่งเสริมให้หมากเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคตะวันออก โดยให้ความรู้การทำคุณภาพ การพัฒนาสายพันธุ์ เพิ่มผลผลิตให้มีปริมาณมาก สร้างความมั่นใจให้เกษตรกรตัดสินใจปลูกพืชเชิงเดี่ยว

เพราะยังมีปลูกกันน้อยเทียบกับภาคใต้ ขณะที่สภาพภูมิอากาศร้อนชื้นมีความเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกมาลงทุนใช้นวัตกรรมแปรรูปหมากแดงที่ลดขั้นตอนและระยะเวลา เพราะภาคตะวันออกมีช่วงฝนตกยาวนาน 7-8 เดือน เกษตรกรจะขายตรงได้ราคาสูงขึ้น”

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง รับผิดชอบ 9 จังหวัด คือ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ สระแก้ว มีพื้นที่ปลูกหมาก5,565 ไร่ ของพื้นที่ทั้งประเทศ 37,058 ไร่ ใน 9 จังหวัด 4 อันดับที่ปลูกมาก คือ

ฉะเชิงเทรา 2,879 ไร่ จันทบุรี 903 ไร่ ระยอง 888 ไร่ ตราด 826 ไร่ ข้อมูลจะน้อยกว่าสภาพจริงเพราะส่วนใหญ่ปลูกเป็นพืชแซมไม่ได้ขึ้นทะเบียน

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความต้องการหมากที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นกล้าเริ่มขาดแคลน

โดยเฉพาะสายพันธุ์หมากตูดเหลี่ยมที่ จ.ตรัง มีการสั่งจองซื้อ 100,000 ลูก โดยรับซื้อลูกละ 1 บาท ไปเพาะต้นกล้า 3 เดือนได้ความสูง 25 ซม. ราคา 4 บาท/ต้น คาดว่าอีก 5 เดือน สายพันธุ์หมากตูดเหลี่ยมออกสู่ตลาด

“นักลงทุนจีนที่เข้ามาตั้งโรงงานที่พัทลุง ที่ผ่านมารับซื้อผลหมากประมาณ 15 ตันต่อวัน ล่าสุดได้เพิ่มเป็น 20 ตัน/วัน ราคารับซื้อหน้าโรงงาน 30 บาท/กก. นำไปแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลต

โดยนำไปต้มให้สุกแล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติก ราคา 500 บาทต่อ 10 ชิ้น ขณะที่หมากแห้ง หมากสุก หมากแก่ ประเทศอินเดียรับซื้อไม่อั้น โดยอินเดียได้เสนอซื้อหมากแห้ง 3 เกรดคือ เกรดเอ เกรดบี และเกรดซี โดยเกรดเอมีราคาประมาณ 3 เหรียญสหรัฐต่อ กก. (100 บาท/กก.)

ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร รายงานว่า ปี 2564 มีแผนผลิตพันธุ์หมาก 5,000 ต้น ปี 2565 มีแผนการผลิต 3,000 ต้น โดยขายราคาต้นละ 15 บาท จำกัดเกษตรกรซื้อได้คนละไม่เกิน 250 ต้น

ทั้งนี้ การทำแผนการผลิตในแต่ละปีจะคำนึงถึงยอดการสั่งจองของเกษตรกรเป็นหลัก หากได้รับความนิยมในตลาดต้องหารือไปยังหน่วยงานกลาง เพื่อขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นในปีถัดไป ขณะนี้มีเกษตรกรจากทุกภาคโทร.เข้ามาสอบถามกันจำนวนมาก

👉 ชาวต่างชาติเอา หมาก ไปทำอะไร ?

ประเทศจีนต้องการผลหมากอ่อน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ช็อกโกแลต สแน็ก

ส่วนอินเดียต้องการหมากแก่ หมากสุก ประมาณ 600 ตันต่อเดือน นำไปแปรรูปเป็นเครื่องฟอกย้อมเสื้อผ้าส่าหรีปริมาณมากหลากหลายสี และนำไปสกัดเป็นยารักษาโรคได้

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี ระบุว่า แรงงานอินเดียยังนิยมบริโภคหมาก และในเชิงธุรกิจ ใช้หมากเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมฟอกหนัง ฟอกเส้นใย ทำยารักษาโรค
รวมถึงการใช้บริโภคในลักษณะของสมุนไพร คือ นำไปสกัดจะได้ไขมัน เมือก ยางและสารอัลคาลอยด์ ชื่อ ARECOLINE มีแทนนินสูง สามารถใช้ในทางอุตสาหกรรม เช่น ใช้ทำสีต่าง ๆ ใช้ย้อมแหและอวน ซึ่งทำให้นิ่มและอ่อนตัวและยืดอายุการใช้งานได้นาน เส้นด้ายไม่เปื่อยเร็ว

นับว่าเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรอีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

ขอบคุณที่มา : https://www.prachachat.net/local-economy/news-818725

👉👉 บริษัท เอฟ เอ อินเตอร์เทค จำกัด ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เพิ่มผลผลิตหมากให้ได้คุณภาพ

👉👉 สตาร์แบล็ค จี ( ฮิวมิค+อะมิโน+ธาตุรองเสริม )

✅ กระตุ้นการแตกรากใหม่หลังการเก็บเกี่ยว

✅ ปรับสภาพดิน

✅ ฟื้นฟุสภาพต้น ซ่อมแซมเซลล์ใหม่

✅ เพิ่มกระบวนการสังเคราะห์แสง ทำให้พืชเติบโตได้ดี

✅ กระตุ้นการแตกใบใหม่ เตรียมพร้อมกับการฟื้นต้น

✅ ปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน ทำให้ดินดีขึ้น

*** หว่านทุก 7-15 วัน

*** หาซื้อได้แล้วที่ร้านเคมีเกษตรใกล้บ้านท่าน

บริษัท เอฟ เอ อินเตอร์เทค จำกัด ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 : 2015

จาก BSI. (British Standards Institution) ที่เป็นหน่วยงานรองรับมาตรฐานสากลแห่งแรกของโลก เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้เกษตรกรและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายได้รับสินค้ามาตรฐานสากล และมีคุณภาพสูงสุด

👉🏻 เปิดรับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ มาเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา ❤️

เข้าชมสินค้าและสอบถามรายละเอียดได้ที่ : https://faintertech.com/

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่
093-696-6255 เจมส์
06-4983-6514 คิว

20/12/2021

ช่วงนี้สวนทุเรียนหลายๆสวนเริ่มมีดอกออกมากันบ้างแล้ว
น้องสกาย มีสาระน่ารู้คู่สวนทุเรียน เอามาฝากชาวสวนกันครับ

วันนี้ น้องสกาย จะมาแนะนำเทคนิคการเลือกใช้สารเคมีในช่วงทุเรียนระยะมีดอกให้ชาวสวนทุเรียนนำไปประยุกต์ใช้ในสวนของตัวเอง

โดยปรกติทุเรียนในระยะมีดอก ถือว่าเป็นระยะที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกใช้สารเคมี โดยเฉพาะสารกำจัดศัตรูพืช เพราะถ้าเลือกใช้สารผิดสูตรอาจจะมีผลทำให้ดอกทุเรียนร่วง ผลผลิตเสียหายได้

แต่ก่อนอื่นน้องสกายขอแนะนำสูตรสารเคมีที่ชาวสวนทุเรียนควรต้องรู้กันก่อนนะครับ

สูตรสารเคมี คือ รูปของสารเคมีของสารแต่ละตัว โดยจะอยู่ในรูปแบบต่างๆเช่น น้ำมัน ของเหลว เกร็ด ผง เป็นต้น โดยส่วนใหญ่สารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืชในสวนทุเรียนจะมีสูตรดังต่อไปนี้

✅ สูตร EC เป็นยาที่อยู่ในรูปของน้ำมัน เทลงน้ำแล้วมีสีขาวขุ่น ซึ่งยาฆ่าแมลงส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปสูตรนี้ เช่น อะบาแมคติน , คาโบซัลแฟน ที่ในกุหลาบนิยมเอามากำจัดเพลี้ยไฟ หนอน รวมไปถึงไรแดง แต่ข้อระวังของยาที่เป็นสูตร EC คือ ยาเป็นสูตรน้ำมัน จะมีผลกระทบกับดอกค่อนข้างมาก ในพืชอื่นๆมักจะไม่เอาไปฉีดพ่นพืชช่วงระยะที่พืชเป็นดอก เพราะอาจทำให้ดอกร่วงได้

✅ สูตร SP อยู่ในรูปของผงละเอียด เป็นยาที่ไม่มีผลกระทบ ฉีดเกินอัตราก็ไม่ค่อยมีผลกระทบกับดอก ยาที่เป็นสูตรนี้คือ อะเซทรามิพริด 20 % SP ที่ใช้กับจัดเพลี้ยไฟ และ เพลี้ยต่างๆ

✅ สูตร SC สูตรน้ำครีม เราจะพบสูตร SC ในสารกำจัดเชื้อรา เช่น คาร์เบนดาซิม เฮกซะโคนาโซล ยาฆ่าแมลง เช่น พิโพรนิล 5 % SC ที่ใช้กำจัดเพลี้ยไฟ หนอน

✅ สูตร WG สูตรในรูปเป็นเม็ดเล็กๆ ที่เราคุ้นๆกันเลยก็ตัว โปรวาโด้
(อิมิดา 70 % WG ) ใช้กำจัดเพลี้ยไฟ

✅ สูตร WP เป็นยาผงละเอียดเหมือนแป้ง เช่น บูโพรเฟซีน 25 % WP

✅ สูตร SL เป็นรูปของน้ำ เช่น อิมิดา 10 % SL

ซึ่งสารกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่ที่สวนทุเรียนใช้จะเป็นในรูปสูตรทั้ง 6 ชนิดนี้

สูตรสารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในระยะทุเรียนเป็นดอก

👉🏻👉🏻 หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่เป็นสูตรน้ำมัน คือ สูตร EC (ที่ชาวสวนเรียกว่ายาร้อน) ในระยะทุเรียนเป็นดอก เพราะอาจเกิด Toxic ทำให้ดอกฝ่อ ดอกร่วงได้

ซึ่งในปัจจุบันมีหลายๆบริษัทที่ทำยาสูตร EC มาแต่เป็นสูตรเย็นโดยเปลี่ยนตัวทำละลายในสูตรยาเพื่อลดการกระทบต่อดอกทุเรียน ชาวสวนสามารถสอบถามกับทางร้านค้าที่ซื้อได้ครับ

👉🏻👉🏻 แนะนำให้ใช้เป็นสูตร SL WG SC SG SP ในระยะทุเรียนเป็นดอก เพราะเป็นสูตรที่ไม่มีผลกระทบกับดอก ปลอดภัยในระยะทุเรียนออกดอก เช่น ไทอะมิทอกแซม อิมาแมคติน 5 % WG อิมิดาคลอพริด 35 % SC เป็นต้น

การเลือกใช้สารเคมีที่ถูกต้อง จะปลอดภัยทั้งผู้ใช้และพืชของเรานะครับ

อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ เพจ บริษัท เอฟเอ อินเตอร์เทค จำกัด
เพื่อไม่พลาดข่าวสารและความรู้ดีๆที่เรามีมาให้ทุกวัน

บริษัท เอฟ เอ อินเตอร์เทค จำกัด ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 : 2015
จาก BSI. (British Standards Institution) ที่เป็นหน่วยงานรองรับมาตรฐานสากลแห่งแรกของโลก เรามุ่งมั่นพัฒนาเพื่อผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้เกษตรกรและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายได้รับสินค้ามาตรฐานสากล และมีคุณภาพสูงสุด
👉🏻 เปิดรับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ มาเป็นครอบครัวเดียวกัน
เข้าชมสินค้าและสอบถามรายละเอียดได้ที่ : https://faintertech.com/
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่
093-696-6255 เจมส์
06-4983-6514 คิว

21/06/2020

ช่วงนี้ ร้านดีเกมส์เปิดให้บริการค้นหางาน ปริ้นงาน และถ่ายเอกสารคะ

ฟ้าหลังฝน
26/05/2019

ฟ้าหลังฝน

21/05/2019

เทศกาลปริ้นงาน
ช่วงเปิดเทอม
เริ่มแล้ว📚📕

วันที่ฝนตก😘และมีวันหยุดติดต่อกัน3วัน😗
18/05/2019

วันที่ฝนตก😘และมีวันหยุดติดต่อกัน3วัน😗

งานแบบนี้~เราก้อรับทำนะคะ
15/05/2019

งานแบบนี้~เราก้อรับทำนะคะ

เริ่มเปิดเทอมกันแล้ว มาปริ้นใบลงทะเบียน
24/10/2018

เริ่มเปิดเทอมกันแล้ว มาปริ้นใบลงทะเบียน

มีเครื่องถ่ายเอกสาร เครืองเคลือบบัตรแล้วน๊าาา📚ปริ้นสี-ขาวดำ 📘เคลือบบัตร📔            บริการ 24 ช.ม 😘❤️
26/08/2018

มีเครื่องถ่ายเอกสาร เครืองเคลือบบัตรแล้วน๊าาา
📚ปริ้นสี-ขาวดำ 📘เคลือบบัตร📔
บริการ 24 ช.ม
😘❤️

เมื่อต้องทำรายงานส่ง 📕นึกถึงร้านดีเกมส์นะค่ะ  # ปริ้นสี -ขาวดำ ราคาเป็นกันเอง #
09/08/2018

เมื่อต้องทำรายงานส่ง 📕นึกถึงร้านดีเกมส์นะค่ะ # ปริ้นสี -ขาวดำ ราคาเป็นกันเอง #

เครื่องคอมไม่พอ กับความต้องการของลูกค้า #รอก่อนนะค่ะคุณลูกค้าอย่ารีบกลับค่ะ📕📘📚
05/08/2018

เครื่องคอมไม่พอ กับความต้องการของลูกค้า #รอก่อนนะค่ะคุณลูกค้าอย่ารีบกลับค่ะ📕📘📚

ที่อยู่

216 ถ. ดอนนก11 ต. ตลาด อ. เมือง จ. สุราษฎร์ธานี
Surat Thani
84000

เบอร์โทรศัพท์

0828042958

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dgameผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์