หนังสือพิมพ์เพื่อปวงชน

หนังสือพิมพ์เพื่อปวงชน หนังสือพิมพ์เพื่อปวงชน ทำความจริงให้เป็นข่าว ทำข่าวให้เป็นความจริง
ฝากข่าวสารได้ครับ นสพ.เพื่อปวงชน
3/24 ถ.ชายกระป่อม 2
ต.เชิงเนิน
อ.เมือง
จ.ระยอง
21000

กัลฟ์ เอ็มทีพี ฯ พัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมทักษะอาชีพกลุ่มประมงเรือเล็กฯ  มาบตาพุด-บ้านฉาง จ.ระยอง       โครงการท่าเทียบเรือ...
31/05/2026

กัลฟ์ เอ็มทีพี ฯ พัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมทักษะอาชีพกลุ่มประมงเรือเล็กฯ มาบตาพุด-บ้านฉาง จ.ระยอง
โครงการท่าเทียบเรือขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่พัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) จัดโครงการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มประมเพื่อพัฒนาอาชีพ เศรษฐกิจกลุ่มประมงเข้มแข็ง ในวันที่ 21-24 เดือนพฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและพลังงานทดแทนและแปรรูปบ้านโนนแดง ตำบลบุคล้า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มประมงมีการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถในการนำขยะพลาสติกที่เต็มชายหาดในช่วงมรสุมนำมากลั่นน้ำมัน ทั้ง ดีเซล เบนซิน เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพประมงและการพัฒนาผลิตภัณฑ์การแปรรูปและการถนอมอาหารของกลุ่มประมงประมง โดยมีผู้ร่วมศึกษาดูงานจำนวน 150 คน ด้วยการสนับสนุน จากบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) โดย บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) ผู้แทนบริษัทฯ โดย นายศุภฤกษ์ โสภณราพงษ์ หัวหน้าฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ GMTP พร้อมด้วยผู้แทนจาก บริษัท พอสโก อีโค แอนด์ แชลเลนจ์ คอมปานี ลิมิเต็ด (สำนักงานใหญ่) บริษัท ซี เอ แซด ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มประมงมีการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถในการนำขยะพลาสติกที่เต็มชายหาดในช่วงมรสุมนำมากลั่นน้ำมัน ทั้ง ดีเซล เบนซิน น้ำมันก๊าด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพประมงและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มประมงมีการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพประมงและเพิ่มศักยภาพความสามารถในการประกอบอาชีพส่งเสริมอาชีพประมงให้มีความยั่งยืน

 #สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ จับมือ   Thai-Denmark CP-MEIJI และ FOREMOST ลงนามความร่วมมือ “โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียน...
30/05/2026

#สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ จับมือ Thai-Denmark CP-MEIJI และ FOREMOST ลงนามความร่วมมือ “โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียนฯ” นำร่อง 20 สถานศึกษา มุ่งสร้างต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่เมืองคาร์บอนต่ำ

สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย โดยมุ่งบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มมูลค่าจากขยะของเสียในทุกภาคส่วน ล่าสุดขับเคลื่อน “โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียน (ถุง กล่อง ขวด) ภายใต้โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ร่วมกับจังหวัดสระบุรี ศึกษาธิการจังหวัด ภาคีเครือข่ายรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ได้แก่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) (Thai-Denmark) ซีพี-เมจิ (CP-MEIJI) โฟร์โมสต์ (FOREMOST) และเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) นำร่องโรงเรียนต้นแบบ 20 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ภาคการศึกษาเป็นกลไกต้นน้ำในการปลูกฝังจิตสำนึกแก่เยาวชน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ รวมทั้งการคัดแยกบรรจุภัณฑ์นมใช้แล้วทุกประเภท ได้แก่ ถุง กล่อง และขวด อย่างถูกวิธี ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมีส่วนร่วมในการนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยโครงการดังกล่าว ยังสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์การลดขยะตกค้าง และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในจังหวัดสระบุรี มุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดการขยะอย่างยั่งยืนของประเทศ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 และสรุปผลการดำเนินงานเพื่อถอดบทเรียนการเรียนรู้ ภายในสิ้นปีปฏิทิน 2569

ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC กล่าวว่า “SCGC มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนโดยให้ความสำคัญกับ Low Waste, Low Carbon ทั้งภายในองค์กร (In process) และภายนอก (After process) เน้นเรื่องการจัดการและคัดแยกพลาสติกใช้แล้วอย่างถูกต้องและครบวงจร พร้อมนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยนวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าใหม่ให้กับพลาสติกใช้แล้ว และช่วยลดปัญหาขยะ โดย SCGC ได้ส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการผ่านแนวคิด “ชุมชนไร้ขยะ” และโครงการถุงนมกู้โลก โดยเริ่มต้นที่ จ.ระยอง ในปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ และขยายผลความสำเร็จของโครงการ ‘ถุงนมกู้โลก’ สู่ระดับประเทศ โดยร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษากว่า 1,970 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สามารถเก็บถุงนมกลับเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 3.7 ล้านใบ ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 40 ตันคาร์บอน ซึ่ง SCGC ได้เปลี่ยนถุงนมพลาสติกใช้แล้วเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Post Consumer Recycled Resin - PCR) และผลิตเป็นเก้าอี้รีไซเคิลส่งกลับให้โรงเรียนที่ร่วมโครงการ สำหรับ “โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียน ภายใต้โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์” SCGC พร้อมนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่มีมาช่วยต่อยอดและขับเคลื่อนโครงการฯ โดยจะร่วมกับภาคีเครือข่ายในการสร้างระบบจัดเก็บและขนส่งที่มีประสิทธิภาพ (Take-Back System) ตั้งแต่ต้นทางในโรงเรียนไปจนถึงปลายทางที่โรงงานรีไซเคิล เพื่อเป็นการปิดวงจรขยะหลุดรอดสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม (Closed-loop Recycling)”

นายแดนณรงค์ ทองอันตัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. กล่าวว่า “ในปัจจุบันความผันผวนของสถานการณ์โลกส่งผลกระทบต่ออุปทานเม็ดพลาสติกและต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนในแต่ละปีมีจำนวนมหาศาล หากขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสม ขยะเหล่านี้จะกลายเป็นภาระและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทาง อ.ส.ค. ในฐานะผู้ผลิตและจัดส่งนมโรงเรียน จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและริเริ่มโครงการ ไทย-เดนมาร์ค ร่วมรักษ์ อ.ส.ค. ชวนน้องสร้างมูลค่าจากขยะสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ภายใต้โมเดลความร่วมมือแบบ Public Private People Partnership (PPPP) ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ร่วมกันผลักดันโรงเรียนนำร่องจำนวน 20 แห่งในจังหวัดสระบุรี เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายวิสัยทัศน์ สระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำ”

นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวว่า “ซีพี-เมจิ ดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ภายใต้เจตนารมณ์ ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต (Enriching Life)’ และการจัดการของเสีย (Waste Management) ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักด้านความยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทสามารถลดขยะฝังกลบรวมได้ 1,121.76 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 3,970.24 ตันคาร์บอน จากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การนำวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และการสร้างความร่วมมือกับโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายในจังหวัดสระบุรี ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ โครงการ ‘ซีพี–เมจิ แยกขวด ลดขยะ’ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมกับโรงเรียนรอบโรงงานจำนวน 7 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 3,000 คน ผ่านกิจกรรมธนาคารขยะ ที่นักเรียนเป็นผู้ดำเนินการด้วยตัวเอง โดยในปี 2568 สามารถลดปริมาณขยะได้ 10.57 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 14.68 ตันคาร์บอน นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้ลงนามความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ Zero Waste School’ ขยายผลกิจกรรมสู่ 26 องค์กรในจังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมขับเคลื่อนต้นแบบการจัดการของเสียและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”

ดร. โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ กล่าวว่า “ภายใต้แนวคิด ‘Nourishing Thailand’ ในปีนี้ โฟร์โมสต์ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบโภชนาการที่ดีให้กับคนไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ในฐานะแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างคนไทยมา 70 ปี เราจึงให้ความสำคัญไม่เพียงแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์นมคุณภาพ แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคมไทยในทุกมิติ โฟร์โมสต์ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาโมเดลการเก็บกลับกล่องนมใช้แล้วเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและสร้างคุณค่าใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน โฟร์โมสต์ยังได้ดำเนินโครงการเก็บกลับกล่องนมใช้แล้วอย่างต่อเนื่องในโรงเรียนกว่า 40 แห่งทั่วประเทศตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็นปริมาณรวมมากกว่า 16.5 ตัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วและส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฟรีสแลนด์คัมพิน่าทั่วโลก ที่มุ่งสู่การมีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มรูปแบบ (Fully Circular Packaging) ภายในปี 2050”

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะมุ่งพัฒนาโมเดลการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมทุกประเภทให้เป็นต้นแบบ และขยายผลสู่โรงเรียนทั่วจังหวัดสระบุรี ซึ่งในอนาคตจะสามารถลดขยะบรรจุภัณฑ์นมใช้แล้วได้ถึง 120 ตัน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่านี้สู่ระดับประเทศอย่างยั่งยืน

อบต.บ้านแลง จัดงานเทศกาลผลไม้ตำบลบ้านแลง ปี 69 ชวนชิมช้อปผลไม้คุณภาพ และสินค้าพื้นถิ่นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 พ.ค.6...
29/05/2026

อบต.บ้านแลง จัดงานเทศกาลผลไม้ตำบลบ้านแลง ปี 69 ชวนชิมช้อปผลไม้คุณภาพ และสินค้าพื้นถิ่น

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 พ.ค.69 ที่อาคารกระจายสินค้าทางการเกษตร อบต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง เป็นประธานเปิดงานเทศกาลผลไม้ตำบลบ้านแลง ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย อบต.บ้านแลง ภายใต้ชื่องาน 'หวาน ฉ่ำ บ้านแลง' วันที่ 28-30 พ.ค.นี้ ที่ อบต.บ้านแลง มี นายกิติพงศ์ อุระวัตร นอภ.เมืองระยอง และนาวาตรีผดุง สุขขา นายก อบต.บ้านแลง นำผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานคึกคัก ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ การเปิดร้านค้าจำหน่ายสินค้า การเปิดถนนผลไม้บ้านหนองพญา ขบวนสามล้อผลไม้แฟนซี การประกวดสามล้อผลไม้แฟนชี การประกวดธิดาชาวสวน การแข่งขันกินผลไม้ กิจกรรมผลไม้นาทีทอง การบอกเล่า'ของดีบ้านแลง'กิจกรรมการแข่งขันทำอาหาร และการแสดงดนตรีสร้างสีสันในงานให้คึกคัก

ทั้งนี้การจัดงานผลไม้ดังกล่าว จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลไม้คุณภาพของตำบลบ้านแลง สร้างการรับรู้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การสร้างอัตลักษณ์ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ตำบลบ้านแลงอีกด้วย.

แถลงข่าว การจัดการแข่งขันกีฬา ฟุตบอล โครงการจตุรมิตรสามัคคี ประจำปี 2569      วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่สน...
28/05/2026

แถลงข่าว การจัดการแข่งขันกีฬา ฟุตบอล โครงการจตุรมิตรสามัคคี ประจำปี 2569

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬากลางระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายประสานต์ พฤกษาชาติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ,นายสุรินทร์ แสงทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง,นายอดุลย์ นิยมสมาน รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง พร้อมด้วยผู้อำนวยการสถานศึกษา จาก โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง โรงเรียนระยองวิทยาคม โรงเรียนวัดป่าประดู่ ผู้อำนวยการมูลนิธิตากสิน คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ในโครงการจตุมิตรสามัคคี ประจำปี 2569 พร้อมเปิดตัวโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ และจับฉลากแบ่งสายการแข่งขัน

CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย ผนึกพันธมิตรในเครือสร้าง Value – Per - Experience ครบวงจรกิน-เที่ยว-พ...
26/05/2026

CP LAND ส่ง ‘bedZ’ รุกตลาดโรงแรมทำเลศักยภาพทั่วไทย ผนึกพันธมิตรในเครือ
สร้าง Value – Per - Experience ครบวงจรกิน-เที่ยว-พัก ประเดิมแห่งแรกที่ชลบุรี

26 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าขยายธุรกิจ Hospitality เปิดตัว “bedZ” (เบดซ์) โรงแรม Mid-Scale Lifestyle แบรนด์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ” ชูกลยุทธ์สร้าง “Value – Per – Experience” เชื่อมโยงประสบการณ์กิน-เที่ยว-พัก ผนึกพันธมิตรในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทำเลและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านทำเลศักยภาพและคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อรองรับการพัฒนาโรงแรมในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ ประเดิมแห่งแรก “bedZ Hotel Banbueng” (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่และกลุ่ม Bleisure ที่มองหาความสะดวกครบจบในจุดเดียว

คุณกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CP LAND กล่าวว่า “การเปิดตัว bedZ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจโรงแรม ด้วยกลยุทธ์ Strategic Synergy ภายในเครือซีพี เพื่อพัฒนา “Value – Per - Experience” ความคุ้มค่าที่ไม่ได้วัดด้วยราคา แต่ด้วยความหมายของทุกประสบการณ์ที่ได้รับ เปลี่ยนเวลาของการเดินทางให้เป็นกำไรของชีวิต ผ่านประสบการณ์การ กิน-เที่ยว-พัก ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่พัก ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ รีเทล และบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพักให้ครบวงจรยิ่งขึ้น”

“ความร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายธุรกิจโรงแรมของ bedZ โดยซีพี แอ็กซ์ตร้าจะเข้ามามีบทบาทในการร่วมแนะนำและคัดเลือกทำเลศักยภาพสูง (The Best Location) สำหรับการพัฒนาโรงแรม เชื่อมต่อกับ แม็คโคร-โลตัส ที่ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ bedZ สามารถพัฒนาโรงแรมในทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต และความสะดวกสบายของผู้เข้าพักและนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังช่วยสร้าง Ecosystem ด้านไลฟ์สไตล์และรีเทลที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร”

“เราเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ CP LAND ในการพัฒนา Hospitality Platform ที่สามารถเติบโตต่อยอดไปยังหัวเมืองศักยภาพทั่วประเทศในอนาคต” คุณกีรติ กล่าวเสริม

ด้าน คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม CP LAND กล่าวว่า “bedZ Hotel Banbueng (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) ถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยโรงแรมตั้งอยู่ติดกับ Lotus’s บ้านบึง และใกล้ Makro บ้านบึง ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ ช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ภายในระยะเดินถึง สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางและคนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิต

เป้าหมายของ bedZ คือการสร้างประสบการณ์เข้าพักที่ ‘‘Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ พร้อมยกระดับโรงแรมระดับ Mid-Scale ทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทุกจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ อาทิเช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, แม่สอด, เลย, กาญจนบุรี, เขาใหญ่, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต เป็นต้น
และเมื่อผสานรวมกับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ (Quality Sleep) บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ 7 ฟุต พร้อมชุดหมอนหนานุ่มคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อส่งมอบความสุขในทุกมิติ รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วย Smart TV ขนาดใหญ่ 55 นิ้วในทุกห้องพัก ที่รองรับความบันเทิงระดับโลก อาทิ Netflix และ YouTube พร้อมระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-Speed Wi-Fi) ที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ นอกจากนี้ห้องน้ำยังได้รับการออกแบบด้วยฟังก์ชันที่ลงตัว แยกสัดส่วนพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าพักสามารถใช้งานพร้อมกันได้อย่างคล่องตัว
ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางถูกรังสรรค์ให้เป็น Co-working Space สำหรับการทำงานในบรรยากาศผ่อนคลาย รวมถึงคาเฟ่ที่นำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) และวิถีชีวิตชุมชน (Local Lifestyle) ของอำเภอบ้านบึง มาถ่ายทอดและตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ตลอดจนโซนสันทนาการที่มีโต๊ะเกมเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เราจึงเชื่อมั่นว่าที่นี่จะเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่จะส่งมอบความสุขและความอบอุ่นเป็นกันเองให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่าน
การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ bedZ ในการสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ของธุรกิจโรงแรม ที่ผสานรวมความสะดวกสบายด้านการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เข้ากับการพักผ่อนได้อย่างลงตัว โดยมีกำหนดการทยอยเปิดตัวความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายโรงแรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักในทุกมิติอย่างแท้จริง
#โรงแรมเบดซ์

 #สมาคมเพื่อนชุมชน เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยชุมชน จัดอบรม “แผนฉุกเฉินชุมชนและแผนฉุกเฉินโรงเรียน” เสริมศักยภาพบริษัทพี่เ...
22/05/2026

#สมาคมเพื่อนชุมชน เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยชุมชน จัดอบรม “แผนฉุกเฉินชุมชนและแผนฉุกเฉินโรงเรียน” เสริมศักยภาพบริษัทพี่เลี้ยงและเครือข่ายพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จังหวัดระยอง

สมาคมเพื่อนชุมชน ร่วมกับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดระยอง และเทศบาลนครมาบตาพุด เตรียมจัด “โครงการฝึกอบรมความรู้ด้านความปลอดภัย แผนฉุกเฉินชุมชนและแผนฉุกเฉินโรงเรียน (Training the Trainer) ประจำปี 2569” ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องสร้อยทอง โรงแรมโกลเด้นท์ ซิตี้ จังหวัดระยอง

โดยได้รับเกียรติจาก นายวิชิต สุทธโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายอนุลักษณ์ ถนอมสิทธิกุล ผู้จัดการสมาคมเพื่อนชุมชน เข้าร่วมกล่าวถึงความร่วมมือในการยกระดับความพร้อมด้านความปลอดภัยของชุมชนและสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดระยอง

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการจัดทำแผนฉุกเฉินให้แก่ “บริษัทพี่เลี้ยง” และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอด สนับสนุน และร่วมพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติให้กับชุมชนและสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“อ่านเกมให้ขาด ธุรกิจไม่พลาด กลโกงมิจฉาชีพ”หลักสูตรนักบริหาร EEC เปิดเวทีเสริมภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ช่วยธุรกิจ–ประชาชนรู...
21/05/2026

“อ่านเกมให้ขาด ธุรกิจไม่พลาด กลโกงมิจฉาชีพ”หลักสูตรนักบริหาร EEC เปิดเวทีเสริมภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ช่วยธุรกิจ–ประชาชนรู้ทันกลโกงออนไลน์

#ระยอง – ในยุคที่ภัยไซเบอร์และกลโกงออนไลน์พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนสร้างความเสียหายต่อทั้งภาคธุรกิจและประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติภาคตะวันออก EEC (นสช.EEC) รุ่นที่ 10 จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “อ่านเกมให้ขาด ธุรกิจไม่พลาดกลโกงมิจฉาชีพ” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเสริมแนวทางป้องกันภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมปัจจุบัน
กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 ช่วยราชการศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ANTI CYBER SCAM CENTER) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง พร้อมเปิดเผยรูปแบบกลโกงออนไลน์ เทคนิคการหลอกลวงของมิจฉาชีพ และแนวทางรับมืออย่างมืออาชีพ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งในการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัย
นอกจากสาระด้านความปลอดภัยไซเบอร์แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรม สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Networking) และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และเครือข่ายนักธุรกิจในพื้นที่ EEC เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวัน พฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม2569 เวลา 09.00–16.30 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้เครือข่ายชุมชนIRPC จังหวัดระยอง
การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติภาคตะวันออก EEC (นสช.EEC) ในการส่งเสริมองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพผู้นำ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผู้ว่าฯ สระบุรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้รับการฝึกอบรมหลักสูตร การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยเครื่องอัตโนมัติ...
21/05/2026

ผู้ว่าฯ สระบุรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้รับการฝึกอบรมหลักสูตร การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยเครื่องอัตโนมัติ AED ในโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย) จำกัด ตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตรส่วนไม่ใช่แพทย์ ปธพ.12 (Non-MED) พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทปูนซีเมนต์ไทยแก่งคอยจำกัด, นักศึกษา ปธพ.รุ่นที่ 12 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้รับการฝึกอบรมหลักสูตร การปฐมพยาบาลและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุด้วยเครื่องอัตโนมัติ AED ในโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569
“โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569“ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ โรงพยาบาลสระบุรี จังหวัดสระบุรีและศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี ถือเป็นกิจกรรมหลักของหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ฯ โดยนักศึกษา ปธพ.12 และนักศึกษา ปนพ.3และมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับหลายหน่วยงาน มีการดำเนินการติดต่อกันมาทุกปี โดยหมุนเวียนออกหน่วยไปยังจังหวัดต่างๆ การดำเนินงานของโครงการยึดหลักธรรมาภิบาล และน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “อ่อนน้อม ถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร” มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทางได้อย่างทั่วถึง เสมอภาค และเป็นธรรม
โครงการฯ ในครั้งนี้จะเปิดให้บริการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ และประชาชน โดยเปิดให้บริการ 17 กลุ่มเฉพาะทาง 51 คลินิก เพื่อให้ได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุขอย่างครบวงจร โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของแพทยสภาและบุคลากรทางสาธารณสุขโครงการครั้งนี้ตั้งเป้าหมายให้ลดคิวการรอรักษาโรคยากให้เหลือเป็นศูนย์ เนื่องจากการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคซับซ้อน ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ต้องเดินทางไกลเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรอคอยคิวพบแพทย์ยาวนาน โดยการออกหน่วยแพทย์อาสาฯ จะเริ่มจากการสำรวจ คัดกรอง ผู้ป่วยในพื้นที่ เพื่อหาผู้ป่วยที่ตกค้าง และส่งทีมแพทย์เข้าไปให้การรักษา นอกจากนี้จะเป็นการถ่ายทอดความรู้จากราชวิทยาลัยฯ โดยแพทย์เฉพาะทางไปยังโรงพยาบาลในต่างจังหวัดโดยตรง มีการให้ความรู้ด้านกฎหมาย กับ อสม. พระสงฆ์ จิตอาสาและสอนการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) กิจกรรมนี้ส่งผลให้พระภิกษุสงฆ์และประชาชนได้รับความรู้ ตลอดจนการฝึกปฏิบัติการต่าง ๆ ในการดูแลตนเองได้ ถือว่าเป็นการกระจายโอกาสในการเข้าถึงการรักษา ในระดับตติยภูมิให้กับประชาชน
******
กฤษฎา สมมาตร
รายงาน

 #สระบุรี- “ผู้กำกับฯศักดิ์ชัย” เมืองสระบุรีนำจิตอาสา พัฒนาขอบทางจราจร ปลูกฝังวินัยการขับขี่ สร้างความคล่องตัวการจราจร  ...
21/05/2026

#สระบุรี- “ผู้กำกับฯศักดิ์ชัย” เมืองสระบุรีนำจิตอาสา พัฒนาขอบทางจราจร ปลูกฝังวินัยการขับขี่ สร้างความคล่องตัวการจราจร
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ที่หน้าโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ถนนพหลโยธิน ตำบลปากเพรียว อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี ประธานพิธีฯโดยมี ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี นายกฤษฎิ์ภวิศร์ หงส์ร่อน รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสระบุรี นายชานนท์ วรรณา รอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม นายพันฤทธิ์ ลีสง่า ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสระบุรี พร้อมด้วยตำรวจจิตอาสาในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ผู้ไกล่เกลี่ยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี หน่วยงานอำเภอเมืองสระบุรี หน่วยงานสำนักงานทางหลวงสระบุรี หน่วยงานสำนักงานเทศบาลเมืองสระบุรี นักเรียนโรงเรียนอนุบาลสระบุรีและนักเรียนสระบุรีวิทยาคม พร้อมใจกันร่วมกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ขอบทางจราจร” โดยได้มีการทาสีจราจรขาว-เหลือง บริเวณขอบทางถนนพหลโยธิน หน้าโรงเรียนอนุบาลสระบุรี และโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม เพื่อสร้างสัญลักษณ์ทางจราจรที่ชัดเจน ปลูกฝังวินัยการขับขี่ และเป็นการจัดระเบียบการจอดรถให้เป็นสัดส่วน เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจรบริเวณหน้าสถานศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
*******
กฤษฎา สมมาตร
รายงาน

 #ระยอง คณะกรรมาธิการ การแรงงานวุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) วันที่ 21 พ...
21/05/2026

#ระยอง คณะกรรมาธิการ การแรงงานวุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เลขที่ 555 ถ.สุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง 21150 พันตำรวจโท สุริยา บาราสัน รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา คนที่สอง นำคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) โดยมี ดร.วิสุทธิ์ หนูงาม ผู้จัดการฝ่ายบริหารจัดการโรงแยกก๊าซและกิจการเพื่อชุมชน ให้การต้อนรับ

วัตถุประสงค์การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา การลงพื้นที่ศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ เพื่อดำเนินงานตามพันธกิจของคณะกรรมาธิการในฐานะเป็นองค์กรนิติบัญญัติ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านแรงงานในทุกมิติ รวมถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ซึ่งในอนาคตอาจมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมหรือปรับปรุงทั้งฉบับ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่า การลงพื้นที่จริงเพื่อรับฟังเสียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคแรงงานทั้งด้านการจ้างงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและด้านการประกันสังคม โดยการแสดงความคิดเห็นหรือการให้ข้อเสนอแนะแก่คณะกรรมาธิการเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาจากผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งฝ่ายที่เป็นผู้ประกอบการและฝ่ายผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน ว่ามีปัญหาอย่างไรบ้าง อาทิเช่น เวลาทำงาน วันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้างมีความเหมาะสมแล้วหรือไม่ หรือมีปัญหาในทางปฏิบัติอย่างไร และเห็นด้วยหรือไม่กรณีกำหนดให้การให้การจ้างงาน
ในสถานประกอบการให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ ยกเว้นลักษณะการจ้างงานที่มีความเฉพาะซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักของนายจ้าง หรือการกำหนดให้คณะกรรมการค่าจ้างต้องปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มทุกปีในอัตราไม่น้อยกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ประกาศโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรืออัตราเงินเฟ้อตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ตามแต่ว่าอัตราใดมากกว่า รวมถึงการกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีสิทธิลาเนื่องจากมีประจำเดือน เดือนหนึ่งไม่เกินสามวันโดยไม่ถือเป็นวันลา หรือกรณีนายจ้างต้องกำหมดให้มีสถามที่ที่เหมาะสมและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกจ้างสามารถให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงาน และกรณีกำหนดให้ลูกจ้างลาไปดูแลครอบครัวหรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่พำนักอยู่ในโรงพยาล ปีละไม่เกินสิบห้าวันทำงาน เหล่านี้เป็นต้น
ตลอดจนรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการจ้างแรงงาน การให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้เชิญที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาและเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา ร่วมเดินทางด้วย

ที่อยู่

3/24 ถ. ชายกระป่อม 2 ต. เชิงเนิน อ. เมือง
Rayong
21000

เบอร์โทรศัพท์

0952646499

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หนังสือพิมพ์เพื่อปวงชนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หนังสือพิมพ์เพื่อปวงชน:

แชร์