23/04/2026
รอดู รอชม♥️♥️
อวสานห้ามเปลี่ยนแบต
ปกติ เราซื้อโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะแบรนด์อะไรก็ตาม แบรนด์จะมีกฏว่าห้ามลูกค้าแก้ไข ดัดแปลงชิ้นส่วนใด ๆ ของตัวเครื่อง มิฉะนั้นเครื่องจะสิ้นสุดการรับประกัน
iPhone ของ Apple ถือเป็นคนแรกที่ออกกฎนี้ และดูจะเป็นแบรนด์เดียวที่สามารถบังคับใช้กฎ กติกาข้อนี้กับลูกค้าได้ผลเพราะตัวเครื่องมีราคาสูงกว่าคนอื่น ขณะที่ค่ายอื่นบังคับใช้ได้บ้างแต่ไม่เยอะเท่า
จุดนี้กลายเป็นช่องว่างและโอกาสมหาศาลของ Apple ในการทำกำไรจาก after sales service เพราะ iPhone ของลูกค้ามีปัญหา ต้องวิ่งมาที่ร้าน Apple เท่านั้น และราคาค่าบริการก็สูงตามสไตล์ เรียกว่า Apple ทำกำไรแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากเรื่องนี้มายาวนาน
แต่โอกาสนั้นมาถึงตอนจบแล้ว เมื่อสหภาพนุโรป (EU) ได้ผ่านร่างกฏหมาย EU Batteries Regulation (Regulation EU 2023/1542) ที่ผ่านการอนุมัติเมื่อปี 2023 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์ 2027 โดยมีข้อกำหนดหลัก สำหรับสินค้าวางขายใน EU ประเภทโทรศัพท์มือถือว่า
1. แบตเตอรี่ต้องออกแบบให้ผู้ใช้สามารถถอดออกและเปลี่ยนได้เอง โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ หรือมีความช่วยเหลือจากใครก็ได้
2. ถ้าต้องใช้เครื่องมือพิเศษ บริษัทฯ ต้อง จัดให้ฟรี เมื่อซื้อโทรศัพท์
3. เครื่องมือที่ใช้ได้ต้องเป็นแบบ "commercially available" (ซื้อได้จากท้องตลาดทั่วไป)
4. แบตเตอรี่ทดแทนต้องมีให้ใช้ได้อย่างน้อย 5 ปี
โทรศัพท์มือถือทุกแบรนด์ ทุกรุ่น ที่จะเข้าวางขายใน EU ต้องทำตามกฏนี้โดยเคร่งครัด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ (ประมาณ 4-20% ของรายได้ที่แบรนด์นั้นขายทั้งโลก (Global Income)
กฎใหม่นี้ กระทบกับรายได้ของ Apple โดยตรงเพราะเท่ากับว่าต่อไปผู้ใช้ iPhone ไม่จำเป็นต้องซื้อ Apple Care เพราะกลัวเรื่องเปลี่ยนแบตอีกแล้ว
กฏหมายนี้ ออกมาเพื่อสนัลสนุนมาตรการจัดการกับโลกร้อน และการจัดการกับ recycle batteries ที่เป็นปัญหาไปแล้วทั่วโลก
เป็นเรื่องปกติที่ทุกแบรนด์จะทำโทรศัพท์ออกมาหน้าตาเดียวกันเพื่อขายทั้งโลก แปลว่าต่อไป iPhone ยุโรปเปลี่ยนแบตได้ ของไทยก็ควรจะได้เช่นกัน
สาวกเตรียมเฮได้เลย