ศูนย์ปฏิบัติการภูมิสารสนเทศ พิษณุโลก

ศูนย์ปฏิบัติการภูมิสารสนเทศ พิษณุโลก ศูนย์ปฏิบัติภูมิสารสนเทศ (พิษณุโลก) หน่วยงานราชการ

🔥🌳❌
06/03/2025

🔥🌳❌

ศาลพิพากษาคดีเผาป่า ขหล.เขาน้อย-เขาประดู่ จ.พิษณุโลก จำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ปรับ 133,237,390 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบสามล้านสองแสนสามหมื่นเจ็ดพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 พนักงานเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย - เขาประดู่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการจับกุมผู้กระทำผิด 1 ราย ตรวจพบการแผ้วถาง ตัดฟันต้นไม้ จุดไฟเผาต้นไม้และใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณผสมเต็งรัง มีต้นไม้อยู่จำนวนมากบริเวณพื้นที่ป่าด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน บ้านไร่สุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 10 ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าและอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อยและอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ขหล.) เขาน้อย-เขาประดู่ เป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้เผาไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้าง เนื้อที่ที่ถูกทำลายเสื่อมสภาพก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อยและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย-เขาประดู่ จำนวน 2,166.02 ไร่ คิดมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม เป็นเงิน 133,237,390 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบสามล้านสองแสนสามหมื่นเจ็ดพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) อันเป็นการทำอันตรายแก่สัตว์ป่า ทำให้เกิดการเสื่อมเสียแก่สภาพภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ สวอ 29/2567 เรื่อง ความผิดต่อ พรบ.ป่าไม้ 2484 ความผิดต่อ พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ความผิดต่อ พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562

คดีดังกล่าว ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้พิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่ สวอ21/2567 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54, 72 ตรี วรรคสอง พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 31 วรรคสอง พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มาตรา 67 (2), 103 วรรคหนึ่ง จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี

พิเคราะห์รายงานสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า แม้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้โทษจำคุกมาก่อน แต่การกระทำผิดของจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรป่าไม้ของชาติ พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษ ริบของกลางทั้งหมด ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายหรือเสียหายเป็นเงิน 133,237,390 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบสามล้านสองแสนสามหมื่นเจ็ดพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ให้จำเลยและบริวารของจำเลย ออกไปจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุภายใน 30 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว

#พิพากษาคดีเผาป่า #เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อยเขากระดู่ #สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่11

📣พรุ่งนี้ฝนตกหนัก🚨☔🌧️⚡ #เตือนภัย  #พิษณุโลก  #เพชรบูรณ์
22/05/2024

📣พรุ่งนี้ฝนตกหนัก🚨☔🌧️⚡
#เตือนภัย #พิษณุโลก #เพชรบูรณ์

🚀THEOS-2🌍
15/05/2024

🚀THEOS-2🌍

24/04/2024

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) รับสมัคร พนักงานจ้างเหมา เพื่อปฏิบัติงานด้านภูมิสารสนเทศ เงินเดือน 16,300 บาท หมดเขต 25 เมษายน 2567

29/06/2023

กรมทรัพยากรธรณี พบรอยเลื่อนซ่อนตัวที่ไม่เคยไหวมาก่อนในรอบ 100 ปี หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 รู้สึกสั่นไหว ที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดกำแพงเพชร
วันที่ 29 มิ.ย. 66 เวลา 00.17 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.5 ที่ระดับความลึก 5 กิโลเมตร จุดเหนือศูนย์เกิดอยู่ บริเวณตำบลไผ่ล้อม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก สาเหตุเกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน (Hidden Fault) ซึ่งอยู่นอกเหนือจาก 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง
เหตูการณ์ครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นมาก โดยแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดเลย สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ทั่วไป เบื้องต้นมีรายงานความเสียหาย พบ ผนังบ้านและโบสถ์ในพื้นที่บ้านราชช้างขวัญ หมู่ที่ 1 ตำบลปากทาง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เกิดรอยร้าวเล็กน้อย ซึ่งการรับรู้ดังกล่าวอยู่ ในความรุนแรงของแผ่นดินไหวระดับ 4 – 5 (เบา-ปานกลาง) ตามมาตราเมอร์คัลลี ที่คนส่วนใหญ่รู้สึกได้ คนที่นอนหลับตกใจตื่น หน้าต่างประตูสั่น ผนังห้องมีเสียงลั่น รถยนต์ที่จอดอยู่สั่นไหว ไม่ส่งผลกระทบถึงขั้นสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างหลักของสิ่งก่อสร้าง
ทั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้และลดความตื่นตระหนกให้กับประชาชน กรมทรัพยากรธรณี โดยกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ ตรวจสอบ และประเมินผลกระทบ และให้คำแนะนำแก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวบริเวณโดยรอบเพื่อติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวตาม (aftershock) อย่างใกล้ชิด
#แผ่นดินไหว #พิษณุโลก #กรมทรัพยากรธรณี

15/03/2023

ปัญหาฝุ่นพิษที่สร้างความทุกข์ยากต่อประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยส่วนหนึ่งมาจากฝุ่นพิษข้ามพรมแดน

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 9 มีนาคม 2566 ไทยพบจุดความร้อน จำนวน 1,533 จุด ในขณะที่พม่ายังนำโด่งจำนวน 5,743 จุด ลาว 2,412 จุด กัมพูชา 1,622 จุด เวียดนาม 396 จุด และมาเลเซีย 33 จุด

กรีนพีซระบุว่า จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของกรีนพีซที่ทำร่วมกับศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าในช่วงปี 2558-2563 พื้นที่ป่า 10.6 ล้านไร่ในประเทศที่อยู่ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงถูกทำลายและกลายเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพด ในจำนวนนี้ราว 5.1 ล้านไร่ อยู่ในประเทศลาวตอนบน รองลงมาคือรัฐฉานของเมียนมา (2.9 ล้านไร่) และภาคเหนือตอนบนของไทย (2.5 ล้านไร่) การขยายตัวอย่างรวดเร็วของพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยวอย่างไร่ข้าวโพด ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อนที่ทำให้เกิดการกระจายตัวและเพิ่มความเข้มข้นของมลพิษ PM2.5 อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่า ราว 2 ใน 3 ของจุดความร้อนที่พบในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอยู่ในพื้นที่ป่าและ ราว 1 ใน 3 (ของจุดความร้อน) พบในพื้นที่ปลูกข้าวโพด

จากการติดตามข้อมูลการนำเข้าของไบโอไทยพบว่า ในปี 2564 ประเทศไทยนำเข้าข้าวโพดเพื่อเป็นอาหารสัตว์รวม 1.83 ล้านตัน มูลค่า 407.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแหล่งนำเข้ามากที่สุดคือพม่า มีปริมาณนำเข้า 1.79 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 97.8% ของปริมาณการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย โดยที่เหลือเป็นการนำเข้าจากลาวประมาณ 0.6% และกัมพูชา 0.3% (ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร)

พม่ามีกำลังการผลิตข้าวโพดประมาณ 2.57 ล้านตัน (ที่มา : World Grain) นั่นหมายความว่าผลผลิตส่วนใหญ่ในการส่งออกของพม่า (69.65%) เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมานั้น เป็นการส่งออกมายังประเทศไทย

โดยการนำเข้าข้าวโพดจากพม่าเป็นการนำเข้าข้าวโพดที่มีอัตราภาษี 0% ตาม ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) รัฐบาลอนุญาตให้ อคส. นำเข้าได้ตลอดทั้งปี และผู้นำเข้าทั่วไป นำเข้าได้ระหว่าง 1 ก.พ. - 31 ส.ค. ของทุกปี

พื้นที่ปลูกข้าวโพดส่วนใหญ่ของพม่า (56%) อยู่ในรัฐฉาน (โปรดดูภาพประกอบ) ซึ่งเป็นบริเวณติดกับพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยที่กำลังเผชิญฝุ่นพิษจนหลายจังหวัดติดอันดับพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกไปแล้วในปัจจุบัน

อนึ่ง ผู้เล่นรายใหญ่ในการผลิตข้าวโพดและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดคือ Charoen Pokphand Produce Myanmar (CP Myanmar) ซึ่งผู้บริหารระบุว่าซีพีมีส่วนแบ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดในพม่าคิดเป็นสัดส่วน 40% ของเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในประเทศนั้นทั้งหมด ในขณะที่ USDA ประเมินว่าสัดส่วนที่เป็นเมล็ดพันธุ์ไฮบริดนั้น ซีพีเป็นผู้ครอบครองตลาดเกือบทั้งหมดในพม่า (USDA GAIN report)

ซีพีเป็นบริษัทอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และส่วนแบ่งตลาดอาหารสัตว์รายใหญ่ในประเทศไทย (มากกว่า 32% ในขณะที่อันดับ 2, 3 และ 4 ได้แก่แหลมทอง เบทาโกร กรุงไทย มีส่วนแบ่งตลาดเพียงรายละ 6% เท่านั้น ) ในขณะที่ซีพีและมอนซานโต้ซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจมีส่วนแบ่งตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดในประเทศไทยเกินครึ่งหนึ่ง

การแก้ปัญหาฝุ่นพิษที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นทั้งจากการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นในบริเวณเขตแดนประเทศไทยเอง และที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับเอกชนรายใหญ่ในประเทศไทย

นี่จึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาลไทยที่จะต้องเข้ามาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตรง

25/01/2023

#ทำความรู้จักกับแพลตฟอร์มข้อมูลมหภาคเชิงพื้นที่
ียร์_ครบ_จบในแพลตฟอร์มเดียว
โลกทุกวันนี้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูล ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างแน่นอน ทั้งในการพัฒนาของภาครัฐ การศึกษาวิจัย และในภาคธุรกิจ ดังคำกล่าวที่ว่า ‫“‬Data is Power” แล้วจะดีแค่ไหนหากประเทศไทยสามารถมีแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านภูมิสารสนเทศ ที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ครบในแพลตฟอร์มเดียว‬‬
และนี่คือเหตุผลที่วันนี้ GISTDA อยากเชิญชวนให้ทุกคนได้มารู้จักกับ The Open Geospatial Platform : Sphere หรือที่เรียกว่า “Sphere” แพลตฟอร์มข้อมูลมหภาคเชิงพื้นที่แบบเปิด ให้บริการ Map API และ Web services เพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและการพัฒนานวัตกรรม ที่มีทั้งข้อมูลหลากหลาย ได้มาตรฐาน และความสามารถที่ครบครัน ขอนิยามสั้น ๆ ให้กับแพลตฟอร์มนี้ว่า “Sphere เคลียร์ ครบ จบ ในแพลตฟอร์มเดียว”
#ว่าแต่มันครบ_จบ_และ_เคลียร์_ยังไง?
หากใครรู้จักแพลตฟอร์ม Google Map APIs น่าจะพอนึกภาพออก ว่า “ครบ” “จบ” ที่ว่าเป็นอย่างไร ซึ่ง Sphere สามารถให้บริการได้ไม่ต่างจาก Google Map APIs เลย ต่างกันที่ Sphere นั้น รู้จักประเทศไทยดีกว่า Google และแน่นอนว่าทุกคนสามารถใช้ Sphere แทน Google Map APIs ได้เลย
สำหรับคนที่ยังไม่เคยลองใช้บริการแพลตฟอร์ม Google Map APIs เลยอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ว่าตกลงแล้ว Sphere ให้บริการอะไรบ้าง แล้วมันมีประโยชน์ยังไง ขอสรุปแบบสั้นๆ ให้เข้าใจกันได้ง่ายมากขึ้น คือ..
#ข้อมูล_ครบ_สร้างแอปพลิเคชัน_จบ_ได้ในแพลตฟอร์มเดียว
คำว่า ข้อมูล “ครบ” ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้อมูลเยอะ แต่คลังข้อมูลเชิงพื้นที่ใน Sphere หรือที่เรียกว่า Data Cube นอกจากมีความหลากหลายแล้ว ยังได้มาตรฐาน สามารถใช้ร่วมกับ platform อื่นๆ ได้ในรูปแบบออนไลน์ ที่สำคัญคือง่ายต่อการค้นหาและเข้าถึง มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องย้อนหลังหลายปี และยังอัพเดตต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละห้วงเวลาอีกด้วย ผู้ใช้งานสามารถสร้างการประมวลผลข้อมูลด้านแผนที่ และ Space-Time แบบออนไลน์ง่าย ๆ ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า “Open Data Cube”
และแน่นอนว่า Sphere ไม่ได้มีดีเพียงบริการข้อมูลเท่านั้น ยังมีฟังก์ชัน Map Maker ให้เราสามารถสร้างและนำเสนอ Web Application ด้านภูมิสารสนเทศ ได้อย่างง่ายดาย เพียงเลือกหยิบข้อมูลที่ต้องการ มาประมวลผลด้วยฟังก์ชันของ Sphere พัฒนาสู่ข้อมูลเชิงลึก และสร้างเป็น Application เพื่อเล่าเรื่องราวของข้อมูลตามแบบฉบับของเราเอง ผ่าน Open Portal เครื่องมือการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลาย พัฒนาสู่นวัตกรรม หรือ Solution ในเชิงพื้นที่ สนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ได้ แบบที่เรียกว่า Low-code, High efficiency ที่แม้จะไม่เชี่ยวชาญทางเทคนิค ก็สามารถสร้าง Application ที่มีประสิทธิภาพได้
โดย Sphere จะมี API Service ที่เรียกว่า GISTDA Sphere API เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงพื้นที่ในรูปแบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน พร้อมให้ทุกคนสามารถไปเลือกหยิบจับมาต่อยอดไอเดียการทำงานได้อย่างอิสระ และสามารถรองรับการใช้งานบนหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น JavaScript, iOS, Android, Flutter, React Native ทั้งการแสดงผลภาพแผนที่ การค้นหาสถานที่ การคำนวณเส้นทาง การค้นหาระดับความสูงจากน้ำทะเล หรือความเหมาะสมในการปลูกพืชประเภทต่าง ๆ ซึ่งสามารถเรียกใช้งานได้อย่างง่ายดายผ่าน Web Services
นอกจากการสร้างแผนที่และแอปพลิเคชันแล้ว อีกฟังก์ชันเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ Where App แอปพลิเคชันผู้ช่วยเรื่องข้อมูลที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและข้อมูลเชิงพื้นที่ กับระบบค้นหาเส้นทางแบบ Turn by Turn Navigation ที่จะเป็นตัวช่วยเสริมด้านข้อมูล ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เลี่ยงเส้นทางภัยพิบัติได้ และยังเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทางอย่างครบครันอีกด้วย พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่า นี่คือ Google Map เวอร์ชันประเทศไทยนั่นเอง
.
#แพลตฟอร์มแบบเปิด_สร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ
Sphere เลือกใช้เทคโนโลยี Open Source และ Open Standard ในการพัฒนา อธิบายง่าย ๆ คือ มีการเปิดเผย Source Code ของระบบ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิด หรือหมายความว่า ทุกคน ทุกแอปพลิชัน สามารถเชื่อมต่อกับ Sphere ได้ ตรงนี้คือคำขยายความของคำว่า “เคลียร์” ในนิยามที่บอกไปตอนต้น
แล้วทำไมเราจึงเลือกใช้เทคโนโลยีเปิด? เพราะก้าวแรกของการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ย่อมเริ่มจากการแบ่งปัน ต้องทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรข้อมูลและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพได้ เพื่อสามารถใช้ประโยชน์จากระบบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างอิสระ นักพัฒนาสามารถฝึกทักษะเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพออกมาได้มากขึ้น เป็นการขยายขอบเขตของการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
การเกิดขึ้นของ Sphere ในประเทศไทย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวแรกของการยกระดับอุตสาหกรรมอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาโดยคนไทยเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีของต่างชาติ และใช้ข้อมูลที่จัดทำโดยประเทศไทยเอง ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อ “สร้าง” คุณค่าในรูปแบบต่าง ๆ ได้ในแบบฉบับของตัวเอง เพราะหัวใจสำคัญของ Sphere คือ “Accessible” การยกระดับความสามารถในการเข้าถึง “เข้าถึง” ในที่นี้มิใช่เพียงการสามารถเข้าใช้งานระบบได้เท่านั้น แต่หมายถึงการสามารถเข้าถึงประโยชน์จากการใช้ข้อมูลและเครื่องมือของ Sphere เพราะเราไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญก็สามารถใช้งาน Sphere ได้ และยังรวมไปถึงการเข้าถึงองค์ความรู้จากการพัฒนาต่อยอดไอเดียใหม่ ๆ อีกด้วย
แน่นอนว่าก้าวแรกอาจยังไม่สมบูรณ์นัก แต่การเปิดใช้งานในวงกว้างจะทำให้มี Feedback กลับมาพัฒนา Sphere ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ เพราะนี่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย GISTDA และ Sphere จะเรียนรู้ไปพร้อมกับผู้ใช้งานและนักพัฒนาระบบ เพื่อสร้างคุณค่าและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในวงการภูมิสารสนเทศไทยอย่างไม่มีสิ้นสุด
สำหรับใครที่สนใจอยากรู้จัก Sphere มากขึ้น ปัจจุบัน Sphere เปิดให้ทดลองใช้งานได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถเข้าใช้งานได้ที่ https://sphere.gistda.or.th/
#จิสด้าก้าวสู่ปีที่22 #จิสด้า #อวกาศ #การเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูล #แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านภูมิสารสนเทศ

04/10/2022

#ช่วงพีคของทุกปี #น้ำท่วม
#4ตุลาคม65
#ตระหนักอย่าตระหนก #ข้อมูลจากดาวเทียม #ข้อมูลน้ำท่วม

GISTDA เปรียบเทียบพื้นที่น้ำท่วมไทยช่วงเดือนกันยายน 2554, 2564 และ 2565 ต่างกัน 3 เท่า
GISTDA เปิดเผยข้อมูลภาพจากดาวเทียมแสดงสถานการณ์น้ำท่วมของเดือนกันยายนปี 2554, 2564 และ 2565 พบว่าปี 2554 มีปริมาณน้ำท่วมขังทั่วประเทศ จำนวน 15,996,150 ไร่, ปี 2564 จำนวน 5,648,252 ไร่ และในปี 2565 (ล่าสุด) พบพื้นที่น้ำท่วมขังจำนวน 5,331,739 ไร่ ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 พบว่าปริมาณน้ำท่วมขังในปัจจุบันยังห่างอยู่ 3 เท่าตัว
สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน หลายคนเป็นกังวลอย่างยิ่งว่าจะท่วมหนักเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนหรือไม่ เพราะด้วยปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายทำให้เกิดน้ำสะสมในหลายพื้นที่ ประกอบกับพายุโนรูที่เพิ่งแผลงฤทธิ์ไปสดๆร้อนๆ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ อีกทั้งปริมาณน้ำในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งเริ่มล้นแล้ว ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น พื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบทุกหย่อมหญ้าสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงมากขึ้น น้ำระบายไม่ทัน รอการระบาย สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือปริมาณฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ที่จะส่งผลให้น้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
หากมองย้อนกลับไปในช่วงของปี 2554 และปี 2564 ของเดือนกันยายน จะเห็นได้ว่าปี 2554 ประเทศไทยมีพื้นที่น้ำท่วมขังมากกว่าปี 2565 แต่ทั้งนี้ปรากฏการณ์ลานีญาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ฝนมาเร็วกว่าปี 2564

👁‍🗨 ส่องมวลน้ำรายภูมิภาค เปรียบเทียบระหว่างปีมหาอุทกภัย 2554 กับปีปัจจุบัน 2565

กันยายน 2554
💧 ภาคเหนือ 350,015 ไร่
💧 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,412,704 ไร่
💧 ภาคกลาง 9,702,429 ไร่
💧 ภาคตะวันออก 1,207,294 ไร่
💧 ภาคตะวันตก 258,127 ไร่
💧 ภาคใต้ 65,581 ไร่
กันยายน 2565
💧 ภาคเหนือ 154,456 ไร่
💧 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1,955,311 ไร่
💧 ภาคกลาง 2,814,646 ไร่
💧 ภาคตะวันออก 147,844 ไร่
💧 ภาคตะวันตก 259,481 ไร่
💧 ภาคใต้ 0 ไร่
สิ่งสำคัญที่สุด ทุกภาคส่วน หน่วยงานด้านน้ำ ร่วมกันติดตามสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้น ในส่วนของ GISTDA ได้วางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียมมากกว่า 1 ดวง เพื่อวิเคราะห์ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยท่านสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th

#1กำลังใจถึงเจ้าหน้าที่
#1กำลังใจถึงผู้ประสบภัย
#เราจะผ่านวิกฤติการณ์นี้ไปด้วยกัน

#ก้าวสู่ปีที่22 #จิสด้า #ดาวเทียมสำรวจโลก #น้ำท่วมขัง #ภัยพิบัติ #น้ำท่วม #ประเทศไทย #ลานีญา

08/10/2021
04/10/2021

ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ยินดีต้อนรับ "นายโกเมศ พุทธสอน" ในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง #ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ด้วยความยินดียิ่ง🌸🌷🌹🌸

ที่อยู่

Phitsanulok
65000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6655009937

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ปฏิบัติการภูมิสารสนเทศ พิษณุโลกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ปฏิบัติการภูมิสารสนเทศ พิษณุโลก:

แชร์