NLABS-Consult ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก NLABS-Consult, บริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, Nonthaburi

เรียนจากโหนกระแส ในมุม CISO | การตรวจสอบสถานประกอบการ 7–8 ตุลาคม 2569ข่าวการลงพื้นที่ตรวจสอบชวนให้นึกถึงงาน **Third-Part...
08/10/2026

เรียนจากโหนกระแส ในมุม CISO | การตรวจสอบสถานประกอบการ 7–8 ตุลาคม 2569

ข่าวการลงพื้นที่ตรวจสอบชวนให้นึกถึงงาน **Third-Party Risk Assessment หรือการประเมินความเสี่ยงของผู้ให้บริการภายนอก เรื่องแรกต้องเข้าใจก่อนว่าความเสี่ยงของ Third-Party ก็คือความเสี่ยงขององค์กรด้วย**

แม้หน่วยงานรัฐกับองค์กรเอกชนจะมีอำนาจและข้อกำหนดต่างกัน แต่มีคำถามร่วมกันว่า **“สิ่งที่รายงาน ตรงกับสิ่งที่ทำจริงหรือไม่?”**

หลายองค์กรใช้แบบสอบถามให้ Vendor กรอกข้อมูลคำตอบว่า “มีมาตรการแล้ว” ในความเป็นจริงต้องตรวจต่อว่ามีหลักฐานหรือไม่ และมาตรการนั้นใช้ได้จริงแค่ไหน

ผู้ประเมินกับ Business Owner ต้องเข้าใจว่า บริการนั้นสำคัญอย่างไร หากเกิดปัญหาจะกระทบลูกค้า การทำงาน ความปลอดภัย ข้อมูล และความต่อเนื่องของธุรกิจอย่างไร

หากมีความเสี่ยงสูงหรือข้อมูลไม่เพียงพอ ควรตรวจเชิงลึก รวมถึงลงพื้นที่ตามความจำเป็น เพื่อดูการทำงานจริงและข้อจำกัดที่แบบสอบถามอาจไม่บอก

พบปัญหาแล้ว ใครจะลงมือแก้?

การมีที่ปรึกษาหรือทีมติดตามยังไม่พอ ต้องระบุให้ชัดว่าใครให้คำแนะนำ ใครลงมือแก้ และใครตรวจผล พร้อมจัดทักษะ งบประมาณ และทรัพยากรให้เพียงพอ

หาก Vendor บอกว่า “แก้แล้วอาจกระทบโครงการอื่น” ต้องประเมินผลกระทบ เปรียบเทียบทางเลือก และกำหนดว่าใครจะตัดสินใจ ระหว่างรอแก้จะควบคุมความเสี่ยงอย่างไร

บันทึกความเสี่ยงให้ตรงกับสถานการณ์จริง

Risk Register ควรบอกได้ว่าปัญหาคืออะไร กระทบใคร ขาดอะไร และต้องการความช่วยเหลือด้านใด

หากต้องยอมรับความเสี่ยงชั่วคราวระหว่างรอแก้ไข ต้องมีข้อมูลชัดเจน:

- ยังเหลือความเสี่ยงอะไร และทำไมจึงต้องยอมรับ
- มีมาตรการชั่วคราวอะไร และจะตรวจผลอย่างไร
- จะแก้ไขอะไร ใครรับผิดชอบ ใช้ทรัพยากรเท่าไร และเสร็จเมื่อใด
- ใครอนุมัติ จะทบทวนเมื่อใด และเมื่อใดต้องยกระดับให้ผู้บริหารตัดสินใจ

การยอมรับความเสี่ยงต้องอยู่ในอำนาจอนุมัติและระดับที่องค์กรยอมรับได้ และไม่ได้ทำให้ข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติหมดไป

ข้อมูลถึงผู้บริหารต้องไม่ผิดจากหน้างาน

หากรายงานตกหล่นหรือเปลี่ยน “กำลังแก้ไข” เป็น “แก้ไขแล้ว” ผู้บริหารอาจตัดสินใจผิด แม้ทีมหน้างานจะทำงานเต็มที่

จึงต้องมีหลักฐานตรวจย้อนกลับได้ ให้เจ้าของงานยืนยันข้อเท็จจริง มีช่องทางแจ้งข้อกังวลโดยตรง และมีผู้ตรวจสอบอิสระตามความจำเป็น

ประเมินแล้วต้องมีคนแก้ ติดตามผล และตรวจหลักฐานก่อนปิดประเด็น
จึงจะรู้ว่าความเสี่ยงลดลงจริง

Part of N LABs CISSP & CISM Workshop

\

08/10/2026

☁️🔐 Secure Cloud Adoption จากมาตรฐานสู่แนวทางปฏิบัติจริง ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ของประเทศไทย

เมื่อการใช้บริการคลาวด์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง ความรับผิดชอบของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

📘 รู้จัก (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับเทคโนโลยี Secure Cloud Adoption

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ประเทศไทย (คชซ.) หรือ Network of Cyber Security Experts of Thailand (NOCSET) โดยคณะทำงานเฉพาะกิจ Task Force 505 ได้จัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับเทคโนโลยี Secure Cloud Adoption ฉบับเดือนกันยายน 2569 ภายใต้ชุดเอกสาร NCSA Special Publication 500-1 เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ข้อเสนอแนะ และแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับบริการคลาวด์ ให้หน่วยงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะบริการ ระดับความเสี่ยง และบริบทขององค์กร

🏛️ ที่มาและความสำคัญของการจัดทำแนวปฏิบัติ

NOCSET เป็นเครือข่ายความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากหลากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยเข้าร่วมในลักษณะสมัครใจ (Voluntary)

การจัดตั้งและดำเนินงานของเครือข่ายอาศัยอำนาจตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 22 วรรคหนึ่ง (11) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และประกาศ สกมช. เรื่อง การดำเนินการของเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ประเทศไทย พ.ศ. 2568 โดยมีคณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Force) เป็นกลไกสำคัญในการศึกษา วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

สำหรับ Task Force 505 มุ่งเน้นการจัดทำแนวทางด้าน Secure Cloud Adoption เพื่อเชื่อมโยงข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เข้ากับการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้งานอย่างเป็นระบบ

🛡️ แนวปฏิบัติฉบับนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง?

🔹 Governance & Responsibility — การกำหนดนโยบาย บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง

🔹 Access Control — การบริหารสิทธิและควบคุมการเข้าถึงระบบและข้อมูล

🔹 Asset Management & Encryption — การบริหารทรัพย์สินสารสนเทศและการเข้ารหัสข้อมูล

🔹 Operations & Network Security — การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการปฏิบัติการและเครือข่าย

🔹 Third-Party Management — การบริหารจัดการความเสี่ยงจากผู้ให้บริการภายนอก

🔹 Incident Management — การเตรียมความพร้อมและจัดการเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

🔹 Compliance — การปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย มาตรฐาน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

หัวใจสำคัญคือการสนับสนุนให้ทั้งผู้ใช้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการคลาวด์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเลือกใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและลักษณะการดำเนินงานของตนเอง

เพราะ Cloud Security ที่ดี ไม่ใช่เพียงการมีมาตรฐาน แต่ต้องสามารถแปลงมาตรฐานให้เป็นแนวทางที่นำไปปฏิบัติได้จริง

📣 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

⏰ เหลืออีก 3 วัน! เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงแค่ 10 ตุลาคม 2569

สกมช. ขอขอบคุณผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวน 1,1276 ความคิดเห็น ตามข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม 2569

ความคิดเห็นทั้งหมดจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างแนวปฏิบัติให้มีความครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสมกับการนำไปใช้งานมากยิ่งขึ้น

💬 ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ใช้บริการคลาวด์ และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ร่วมเสนอความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แนวปฏิบัติ Secure Cloud Adoption ระหว่างวันที่ 10 กันยายน – 10 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมพัฒนาแนวทางที่สนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ พ.ศ. 2567

📲 ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (Law Portal)
https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=ODIxOERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
หรือสแกนคิวอาร์โค้ดในภาพ (https://dg.th/goxchvlp3y)

ร่วมกันเปลี่ยนองค์ความรู้และมาตรฐานให้เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง เพื่อสร้างระบบคลาวด์ที่มั่นคงปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับประเทศไทย

#รับฟังความคิดเห็น

06/10/2026

เปิดรับสมัคร! Thailand Cybersecurity Product and Service Awards 2026 เฟ้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ บริการด้าน Cybersecurity ฝีมือคนไทย สู่โอกาสการใช้งานจริงและการเติบโตในตลาด

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดรับสมัครผลงานเข้าร่วม “การประกวดผลิตภัณฑ์และบริการในภาคอุตสาหกรรมด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประจำปี 2569 (Thailand Cybersecurity Product and Service Awards 2026)” เพื่อค้นหาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ บริการ ต้นแบบ และนวัตกรรมด้าน Cybersecurity ของไทยที่มีศักยภาพ พร้อมสร้างโอกาสในการพัฒนาต่อยอด เชื่อมโยงผู้ใช้งาน และขยายผลสู่ตลาด

เปิดรับผลงาน 4 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่ผลงานที่พร้อมใช้งานจริงไปจนถึงไอเดียและต้นแบบของคนรุ่นใหม่ ได้แก่
1. Product/Service — ผลิตภัณฑ์หรือบริการด้าน Cybersecurity ที่พร้อมใช้งานจริง
2. Prototype — ต้นแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอด
3. Cybersecurity Innovation Improvement — ผลงานเดิมที่ได้รับการพัฒนาหรือต่อยอดอย่างมีนัยสำคัญ
4. Young Cybersecurity Leader — เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่แสดงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรม Cybersecurity

คุณสมบัติผู้สมัคร
• บุคคลทั่วไป — สัญชาติไทย
• ทีมบุคคล — ไม่เกิน 3 คน มีสมาชิกสัญชาติไทยอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง และมีคนไทยเป็นเจ้าของผลงานหลักหรือหัวหน้าทีม
• นิติบุคคล — จดทะเบียนในประเทศไทยตามกฎหมายไทย และมีผู้ถือหุ้นหลักหรือผู้บริหารระดับสูงเป็นคนไทย

📅 เปิดรับสมัคร: 5 ตุลาคม – 20 พฤศจิกายน 2569
📌 Pitching & Final Evaluation: 17–18 ธันวาคม 2569
🏆 Award • Showcase • Business Matching: 20–21 มกราคม 2570

🔎 ศึกษาหลักเกณฑ์ ดาวน์โหลด Proposal และ FAQ: https://dg.th/b2w93do706
📝 สมัครและส่งผลงาน: https://dg.th/kigwodacm8

🏆 มากกว่าการประกวด คือโอกาสในการต่อยอดผลงาน
ผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับ โล่รางวัลและเกียรติบัตรจาก สกมช. พร้อมโอกาสประชาสัมพันธ์ นำเสนอผลงาน เข้าร่วมกิจกรรม Showcase และ Business Matching ตลอดจนเชื่อมโยงกับผู้ใช้งาน ผู้ประกอบการ นักลงทุน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้เทคโนโลยี Cybersecurity ของไทยก้าวจาก “ผลงานที่พัฒนาได้” ไปสู่ “ผลงานที่ถูกนำไปใช้และสร้างคุณค่าได้จริง”

ร่วมสร้างผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม Cybersecurity ไทยให้เติบโต แข่งขันได้ และตอบโจทย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ

#สกมช

06/10/2026
เรียนจากโหนกระแสวันนี้ ในมุม CISO | สายการบินสิ่งที่ชวนคิดต่อคือความพร้อมด้าน Crisis Management และ Crisis Communication...
06/10/2026

เรียนจากโหนกระแสวันนี้ ในมุม CISO | สายการบิน

สิ่งที่ชวนคิดต่อคือความพร้อมด้าน Crisis Management และ Crisis Communication เมื่อเกิดปัญหา องค์กรต้องควบคุมเหตุการณ์ พร้อมสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบและสาธารณะให้ชัดเจน

คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นตัวแทนองค์กรต้องได้รับการเตรียมตัว รับทราบข้อเท็จจริง เข้าใจผลกระทบ และรู้ขอบเขตว่าตนเองยืนยันเรื่องใดได้บ้าง หากข้อมูลยังไม่ครบ ต้องบอกได้ว่าอะไรทราบแล้ว อะไรกำลังตรวจสอบ และจะอัปเดตเมื่อใด

ในมุม CISO เรื่องนี้ต้องเตรียมร่วมกับผู้บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ กฎหมาย และทีมสื่อสารองค์กร ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ:

- ใครมีอำนาจประกาศภาวะวิกฤตและตัดสินใจ
- ใครรวบรวม ตรวจสอบ และอนุมัติข้อมูลที่จะสื่อสาร
- ใครเป็นผู้สื่อสารหลัก และใครทำหน้าที่แทน
- จะสื่อสารกับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และสาธารณะผ่านช่องทางใด
- จะรับมือคำถามยากและแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอย่างไร

ที่สำคัญคือจะทีแผนเยียวยาอย่างไร ในที่นี้อาจจะหมายถึงทางจิตแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะแก้ปํญหา

ทุกองค์กรระดับ Enterprise ควรซ้อมเรื่องเหล่านี้เป็นประจำ ผ่าน Tabletop Exercise แต่จำลองผ่านความกดดัน ไม่ว่าจะเป็น และการจำลองแถลงข่าว ให้ผู้เกี่ยวข้องฝึกตัดสินใจและตอบคำถามภายใต้แรงกดดัน แล้วนำสิ่งที่พบไปปรับแผน

แผนที่ดีต้องนำมาใช้ได้จริง ผู้สื่อสารต้องได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ และสิ่งที่องค์กรพูดต้องสอดคล้องกับสิ่งที่กำลังดำเนินการ

ความพร้อมด้านการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารวิกฤต และต้องฝึกก่อนวันที่จำเป็นต้องใช้

Part of N LABs CISM Workshop

05/10/2026

[Flashcard Short #02] RPO vs RTO

05/10/2026

[Flashcard Short #01] DueCare_vs_DueDiligence

ขอชื่นชมเป็นรายงานที่ดีมากๆ หาอ่านได้จาก NCSA เลยครับเนื้อหาก็ตรงกับที่  N LABs ได้ใช้บรรยาย Cybersec + AI Awereness มาต...
05/10/2026

ขอชื่นชมเป็นรายงานที่ดีมากๆ หาอ่านได้จาก NCSA เลยครับ
เนื้อหาก็ตรงกับที่ N LABs ได้ใช้บรรยาย Cybersec + AI Awereness มาตลอดปีที่ผ่านมา ^^

เรียนจากโหนกระแสวันนี้ ในมุม CISO | 02.10.2569ก่อนเกิดความเสียหาย เราประเมินความเสี่ยงและเลือกมาตรการป้องกันอย่างไร?ในมุ...
02/10/2026

เรียนจากโหนกระแสวันนี้ ในมุม CISO | 02.10.2569
ก่อนเกิดความเสียหาย เราประเมินความเสี่ยงและเลือกมาตรการป้องกันอย่างไร?

ในมุม CISSP การเลือก Control ต้องพิจารณาทั้งผลกระทบ ความถี่ ต้นทุน และประสิทธิผลของมาตรการ
สูตรพื้นฐานที่ช่วยประเมินคือ:
SLE = AV × EF — ความเสียหายที่คาดต่อครั้ง
ALE = SLE × ARO — ความเสียหายที่คาดต่อปี
AV คือมูลค่าทรัพย์สิน, EF คือสัดส่วนความเสียหายต่อครั้ง และ ARO คือความถี่ที่คาดว่าจะเกิดต่อปี

เมื่อต้องเลือก Control เราจึงเปรียบเทียบ:
ALE ก่อนใช้ Control − ALE หลังใช้ Control − ต้นทุน Control ต่อปี
ผลลัพธ์ช่วยประเมินความคุ้มค่า แต่ยังต้องตรวจว่ามาตรการทำงานจริง และความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้หรือไม่

องค์กรมีทางเลือกในการจัดการความเสี่ยง:
- ลด: ใช้มาตรการลดโอกาสเกิดหรือความเสียหาย
- ยอมรับ: ให้เจ้าของความเสี่ยงอนุมัติ พร้อมติดตาม
- หลีกเลี่ยง: หยุดหรือเลิกกิจกรรมที่ก่อความเสี่ยงนั้น
- ถ่ายโอน: ใช้สัญญาหรือประกันรองรับผลกระทบบางส่วน
การทำประกันต้องพิจารณาความคุ้มครอง วงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้น ประกันช่วยรองรับภาระทางการเงิน แต่ไม่ได้ป้องกันเหตุหรือทดแทน Control
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณ จึงต้องใช้ร่วมกับข้อมูลจริง ความปลอดภัยของคน และข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ

หน้าที่ของ CISO คือทำให้ผู้บริหารเห็นว่า มาตรการลดความเสี่ยงได้เท่าไร ยังเหลือความเสี่ยงอะไร และใครเป็นผู้ตัดสินใจรับความเสี่ยงนั้น
Part of N LABs CISSP Workshop

แต่ถ้าตามแนวคิด CISM การเลือก Control เริ่มจากความเข้าใจว่าองค์กรต้องรักษาอะไร ทั้งเป้าหมายธุรกิจ บริการสำคัญ ข้อมูล และความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้อง แล้วประเมินโอกาสเกิดและผลกระทบเทียบกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้

การคำนวณช่วยประกอบการตัดสินใจ:

ประโยชน์สุทธิที่คาดหวังต่อปี
= ความเสียหายที่คาดว่าจะลดได้ต่อปี − ต้นทุนมาตรการต่อปี

แต่ความคุ้มค่าทางการเงินไม่ใช่เกณฑ์เดียว ต้องพิจารณาข้อกำหนด ความต่อเนื่องของธุรกิจ และผลกระทบต่อคนด้วย

02/10/2026

🎓💻 เปิดเรียนแล้ว! “หลักสูตรพัฒนาชุมชนไซเบอร์” เสริมภูมิรู้ดิจิทัล สร้างชุมชนรู้ทันภัยไซเบอร์

ภัยไซเบอร์วันนี้ไม่ได้อยู่ไกลตัว และการสร้างชุมชนให้ปลอดภัยต้องเริ่มจาก “คนที่รู้เท่าทัน” และพร้อมส่งต่อความรู้ให้คนรอบตัว

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พัฒนา “หลักสูตรพัฒนาชุมชนไซเบอร์” เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะ “พัฒนากร” ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับประชาชน และสามารถนำองค์ความรู้ไปขยายผลสู่ครอบครัว กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายประชาชนในพื้นที่

หลักสูตรออกแบบให้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคนิค ภายใต้แนวคิด
👉 “รู้ทัน • ป้องกันเป็น • ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย • ช่วยเหลือชุมชนได้”

📚 เรียนรู้ครบ 4 หมวดวิชา
🔹 ตระหนักภัยไซเบอร์ใกล้ตัว
🔹 พัฒนากรดิจิทัลยุคใหม่ เข้าใจและปลอดภัยในโลกออนไลน์
🔹 ชุมชนทันสมัย ใช้ AI อย่างปลอดภัย
🔹 สร้างชุมชนเข้มแข็ง สังคมอุ่นใจ ไร้ภัยไซเบอร์

พร้อมเรียนรู้แนวทางรับมือ เมื่อเกิดเหตุไซเบอร์จริง ตั้งแต่การระงับความเสียหาย การเก็บพยานหลักฐานเบื้องต้น การแจ้งความออนไลน์ ไปจนถึงการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ไม่หยุดอยู่แค่ที่ผู้เรียน แต่สามารถนำไปช่วยเหลือและสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในชุมชนได้

🌐 เข้าเรียนได้แล้วผ่านระบบ CDD E-Learning
kmlearning.cdd.go.th ( https://kmlearning.cdd.go.th/lms/courses/?terms%5B%5D=62&category%5B%5D=62 หรือ https://dg.th/5s3ulmofvn )

💙 เพราะความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ได้เริ่มต้นที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจาก “คนที่รู้เท่าทัน”

จากหนึ่งคน → สู่หนึ่งครอบครัว → สู่หนึ่งชุมชน → สู่เครือข่ายที่ช่วยกันเฝ้าระวัง เตือนภัย และดูแลกันอย่างยั่งยืน

#พัฒนาชุมชนไซเบอร์

ที่อยู่

Nonthaburi
11000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ NLABS-Consult โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์