11/01/2018
"ใช้ Content แบบไหน ให้โดนใจลูกค้า"
Content Marketing Matrix เป็นเครื่องมือวางแผนการตลาดเชิงเนื้อหา (Content) ที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถสร้างไอเดีย โดยเลือกใช้รูปแบบเนื้อหาให้โดนใจลูกค้าที่สุด ซึ่งเครื่องมือนี้ออกแบบตามหลักการทำงานของสมอง แล้วจะนำไปสู่ Action ที่การตัดสินใจซื้อได้ โดยเราสามารถเลือกนำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้กับธุรกิจได้
อ่านรายละเอียดทั้งหมดต่อที่
https://www.etda.or.th/content/content-marketing.html
"ใช้ Content แบบไหน ให้โดนใจลูกค้า"
Content Marketing Matrix เป็นเครื่องมือ
วางแผนการตลาดเชิงเนื้อหา (Content)
ที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถสร้างไอเดีย
โดยเลือกใช้รูปแบบเนื้อหาให้โดนใจลูกค้า
ที่สุด ซึ่งเครื่องมือนี้ออกแบบตามหลักการ
ทำงานของสมอง แล้วจะนำไปสู่ Action
ที่การตัดสินใจซื้อได้ โดยเราสามารถเลือก
นำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้กับธุรกิจได้
จากรูปจะแบ่งออกเป็น 2 แกน แกนแนวตั้ง
คืออารมณ์ (Emotional) ไปเหตุผล
(Rational)
ส่วนแกนแนวนอนคือการทำให้คนรับรู้หรือ
รู้จัก (Awareness) ไปสู่การปิดการขาย
(Purchase)
รูปแบบเนื้อหา กว่า 20 แบบ แต่ละแบบ
มีพลังแฝงที่แตกต่างกัน บางตัวมีพลังแฝง
ทางด้านอารมณ์ บางตัวมีพลังแฝง
ทางด้านตรรกะเหตุผล ชวนให้ขบคิด
บางตัวเหมาะสำหรับการแชร์ บางตัว
มีไว้สำหรับการปิดการขาย
แบ่งออกแบบ 4 กลุ่ม
- Entertain กลุ่มนี้สื่อสารกันด้วยอารมณ์
และเหมาะกับการสร้างการรับรู้มาก เพราะ
คนเราชอบตลก เซ็กซี่ ดราม่า ขำขัน
โหดร้าย ฯลฯ อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับอารมณ์
แล้วคนก็ชอบแชร์กัน แชร์แล้วรู้สึกดี
- Educate เป็นแนวให้ความรู้ แบ่งปันความรู้
คนที่แชร์ก็แชร์ให้ตัวเองดูฉลาด คนไทย
ชอบเป็นแบบนี้ ก็เลยแชร์ตัวนี้ ให้เจ้านาย
หรือเพื่อนเห็น สร้างภาพลักษณ์เป็น
Content แนวตรรกะเหตุผล
- Inspire ใช้อารมณ์ปิดการขายด้วย
แรงบันดาลใจ เช่น ใช้สิ่งนี้แล้วจะสวย
เหมือนดารา ใช้สิ่งนี้แล้วจะหุ่นดีเหมือน
เน็ตไอดอล ใช้สิ่งนี้แล้วจะผิวขาว
เหมือนพริตตี้ ใช้สิ่งนี้แล้วจะทำให้เป็น
คนดูดีมีฐานะเหมือนเศรษฐีข้างบ้าน
- Convince คนจะซื้อหรือไม่ซื้อ ก็ต้อง
ทำให้มีการปิดการขาย ต้องมีโปรโมชัน
มีดีล สามารถผ่อนจ่ายได้ ผ่อนชำระได้
ตัวอย่างประเภทเนื้อหาตามแกนแนวนอน
จากด้านซ้ายไปด้านขวา คือการทำให้คน
รับรู้หรือรู้จัก (Awareness) ไปสู่การ
ปิดการขาย (Purchase) เช่น
- Virals อยู่ในกลุ่ม Entertain ซึ่งคลิปไวรัล
ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ โดยสามารถใช้
ไอเดียหรือความคิดดี ๆ ซึ่งมีอยู่ในทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน นำมาใช้ให้เกิด
ประสิทธิภาพ โดยไวรัลวิดีโอจะเดินทางไป
ไกลมาก เพราะคนชอบแชร์กัน
- Infographics เป็นกลุ่มที่ใช้เหตุผลใน
การสื่อสาร ซึ่งให้ความรู้และมีพลังต่อการ
รับรู้ของสมอง โดยอาจจะทำอินโฟกราฟิก
ให้เป็นคลิปวิดีโอที่เรียกว่า Infomotion
ก็ได้
- Guides คนที่เล่นเฟซบุ๊กจะพบเนื้อหา
รูปแบบไกด์นี้เยอะมาก เช่น 19 เกาะใน
ประเทศไทยที่เราต้องไปเที่ยวก่อนตาย
เพราะถ้าไปเขียนบทความในเว็บไซต์แล้ว
คนอ่านอาจจะน้อย ก็ลองเอามาเขียนย่อย
และโพสต์บนเฟซบุ๊กซึ่งจะช่วยให้คนอยาก
อ่านมากยิ่งขึ้น ทำให้ประสบการณ์การอ่าน
เหมือนการอ่านนิตยสาร
- Articles หรือ บทความ เช่น จะขาย
คอนโดแห่งหนึ่งที่มีมูลค่าสูงมาก เริ่มต้นที่
ยูนิตละ 30 ล้านขึ้นไป เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ
40 ล้าน ซึ่งถือว่าแพงมาก ๆ ก็ทำบทความ
เกี่ยวกับบริเวณที่คอนโดตั้งอยู่
- Quizzes เป็นการสร้างสิ่งท้าทายให้
ทุกคนลอง ซึ่งการประลองภูมิปัญญาของ
ผู้คน คนจะชอบมาก
- Branded Videos เป็น Content ที่มีสินค้าเรา
เป็นฮีโร่ตลอดเวลา
- Demo Videos แนะนำให้ทำ โดยเฉพาะ
สินค้าที่มีองค์ความรู้บางอย่างเหนือคู่แข่ง
- Community Forums เมื่อลูกค้าเริ่มสนใจ
สินค้าของเราแล้ว โดยเดินผ่านมาจาก
Awareness สิ่งที่ลูกค้าต้องการตอนนี้คือ
อยากรู้ว่ามีสังคมที่เขาใช้สินค้าของเรา
หรือไม่ ขอไปส่องดูในอินเทอร์เน็ตว่า
คนที่เคยใช้งานแล้ววิจารณ์กันอย่างไร
- Events หลังพบเจอผู้คนบนโลกออนไลน์
ต่อจากนี้ก็จะให้เขามาเจอตัวตนของความ
เป็นจริงบ้าง ก็จัดอีเวนต์ขึ้น ซึ่งสามารถนำไป
ปรับใช้กับการจัดสัมมนาก็ได้ หรือจัด
เวิร์กชอปในสินค้าของเราก็ได้
- Webinars ในอดีต SMEs ทำไม่ได้เลย
เพราะต้องใช้เทคโนโลยีมหาศาล ในการถ่าย
วิดีโอและเอาขึ้นออนไลน์ให้คนดูจาก
อีกฝั่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันง่ายมาก แนะนำให้
นำไปใช้ปรับกลยุทธ์ของตัวเองเพราะเรา
มี Facebook Live หรือ YouTube Live
ทุกคนสามารถสามารถกระโดดมาสอน
หนังสือ สอนทำโน่นทำนี่ได้ และให้
ทุกคนติดตามสด ๆ
- Celebrity Endorsements คนเริ่มสนใจแล้ว
แต่ว่ายังไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ ฉะนั้นต้อง
ใช้บุคคลที่สามในการแนะนำสินค้าของเรา
ซึ่งอาจจะใช้เน็ตไอดอล ดารา พรีเซนเตอร์
- Reviews เล่าเสมือนเป็นหนึ่งตัวแทนขาย
ทำไมเขาถึงต้องใช้สินค้าตัวนี้ ปัญหาชีวิต
คืออะไร แล้วผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะไปแก้ปัญหา
ได้อย่างไร มีกระบวนการใช้งานอย่างไร
ติดตั้งยังไง ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ มีวิดีโอให้ดู
จะได้เห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น ซื้อได้ที่ไหน
ราคาเท่าไร มีฟังก์ชันอะไรบ้าง มีอุปกรณ์เสริม
อะไรบ้าง เป็นการเล่าเรื่องที่ลูกค้า
ควรจะต้องถาม โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้า
ถาม บอกให้หมดให้เสร็จสิ้นกระบวนการ
- Case Studies สำหรับสินค้าราคาสูง
สามารถเขียนเป็นกรณีศึกษา ต่างจากรีวิว
ที่เป็น Quote จากลูกค้าพูดสั้น ๆ แต่กรณี
ศึกษาเป็นเหมือนการไปสัมภาษณ์ ไปดู
ความสำเร็จของเขา แล้วมาเขียนบทความ
เพื่อให้คนเห็นว่าสินค้าของเรา Course
ของเรา มีคนเอาไปใช้งานและประสบ
ความสำเร็จจริง ๆ
- Ratings จำเป็นต้องมี คือการให้คะแนน
หลายคนปิด เพราะกลัวลูกค้าจะมาให้ 1 ดาว
คนไทยจะเป็นแบบนี้ กลัวคนวิพากษ์วิจารณ์
เลยไปปิดช่อง Comment ปิดช่องให้ดาว
จริง ๆ มีลูกค้าดี ๆ ก็มากให้ใช้พลังของน้ำดี
สร้างแบรนด์ขึ้น ถ้าเรามั่นใจว่าทำสินค้าดี
ก็ไม่ต้องกลัว ควรเปิด Rating ไว้ให้ลูกค้า
เห็นดาว เห็นรีวิวของเรา หนังสือดี ๆ
โรงแรมดี ๆ เราดูกันที่การให้ดาว
อ่านรายละเอียดทั้งหมดต่อที่
https://www.etda.or.th/content/content-marketing.html