08/10/2026
MikroTik อย่าใจลอย คนคอยใจจะขาด 😅
RouterOS 7.26beta1 ออกมาพร้อมของใหม่ชิ้นใหญ่ชื่อ CMR ระบบจัดการอุปกรณ์ RouterOS ทั้งเครือข่ายจากจุดเดียว อัปเดตทีละหลายสิบตัว ดูสถานะ ตั้ง alert วาดแผนผัง และแจก WiFi/VLAN ได้จาก server ตัวเดียว ที่สำคัญคือมันไม่ใช่โปรแกรมแยก แต่เป็น package ของ RouterOS เอง
บรรทัดใน changelog เขียนไว้แบบนี้
cmr - add initial implementation of centralised platform for RouterOS devices, allowing updates, monitoring, alerts and other options;
และทีมงาน MikroTik ก็เฉลยในกระทู้ว่า นี่คือเหตุผลที่ RouterOS 7.25 บังคับให้ใช้ Winbox 4 เป็นขั้นต่ำ เพราะเมนู CMR ใช้ได้แค่ใน Winbox 4 กับ WebFig เท่านั้น ใครที่ยังค้างคาใจกับดราม่า Winbox 3 ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ได้คำตอบแล้วครับ
สำหรับคนไม่อยากอ่านยาว
🔺 เครื่องหนึ่งเป็น server (ลง package cmr) ที่เหลือเป็น client ซึ่งมีอยู่ใน RouterOS อยู่แล้ว แค่เปิดใช้
🔺 สั่งอัปเดตทั้ง fleet ตามกลุ่ม ตั้งเวลาได้ ทีละตัวหรือพร้อมกัน และกำหนดได้ว่าถ้าตัวไหนพังจะหยุดหรือไปต่อ
🔺 alert เมื่อ CPU/RAM/disk สูง อุณหภูมิเกิน เครื่องหลุด reboot เอง หรือเจอ log ที่ตรง pattern แล้วส่งเข้า log, script หรือ webhook ได้
🔺 ยังเป็น beta และทีมงานเองบอกว่าเป็น "initial implementation" ยังไม่ควรเอาขึ้นงานจริง
รายละเอียด สำหรับคนชอบรู้ลึก
CMR ทำอะไรได้บ้าง
🔺 รายการอุปกรณ์ทั้งหมด พร้อมรุ่น เวอร์ชัน package ที่ลง และสถานะการเชื่อมต่อ
🔺 Fleet upgrade ผ่าน upgrade rule เลือก channel (long-term/stable/testing) หรือ pin เวอร์ชัน เช่น 7.24.4 ตั้งเวลารายวันหรือรายสัปดาห์ กำหนดลำดับกลุ่ม เช่น อัป AP ก่อนแล้วค่อยอัป core
🔺 run-script สั่งคำสั่งบรรทัดเดียวไปหลายเครื่องพร้อมกันแล้วดูผลแยกรายเครื่อง (สิทธิ์ถูกจำกัด คำสั่งอย่างเพิ่ม user จะไม่ผ่าน)
🔺 Dashboard รวม CPU/RAM/disk, traffic, จำนวน AP และ client WiFi แยกตาม channel
🔺 Network map วาดเส้นเชื่อมให้อัตโนมัติจากข้อมูล neighbor/port พร้อมแสดงสถานะ PoE และ traffic ของพอร์ตที่ต่อกัน ใส่ภาพแปลนชั้นเป็นพื้นหลังได้
🔺 Application traffic ดูว่า user ใช้ app อะไรเท่าไหร่ (เก็บจาก router ที่เป็น gateway)
🔺 WiFi provisioning ประกาศ SSID/รหัส/VLAN ครั้งเดียวแล้วแจกไปทุก AP ที่เลือก แยกตาม band ได้
🔺 VLAN provisioning กำหนดพอร์ตของ client เป็น access/trunk
ทุกอย่างเลือกเครื่องด้วย label เช่น ติด label ตามสาขาและหน้าที่ (office, ap, core) แล้วตั้ง rule แบบ labels=office,+ap หมายถึงเครื่องที่อยู่ office และเป็น AP ส่วนรุ่น เวอร์ชัน สถาปัตยกรรม จะถูกติด label ให้อัตโนมัติ
สิ่งที่ CMR ไม่ทำ (สำคัญ ควรรู้ก่อนคาดหวัง)
🔺 ไม่ได้ตั้งค่า IP, DHCP, routing, firewall หรือ user ให้ ยังต้องทำที่ตัวเครื่องเหมือนเดิม
🔺 ไม่ได้อ่าน config เดิมของเครื่องมาจัดการ แต่สร้าง object ของตัวเองขึ้นมาทับในส่วนที่ซ้อนกัน (ติด flag Y แก้ที่ตัว client ไม่ได้ ต้องแก้ที่ server)
🔺 WiFi ของ CMR แค่เขียน config ลง AP ไม่ได้ช่วยเรื่อง roaming และไม่ใช่ authentication server กลาง
🔺 manual บอกเองว่าทำงานได้ดีที่สุดกับเครื่องที่ใช้ default config หรือใกล้เคียง เครื่องที่จัด bridge/VLAN/WiFi เองแบบซับซ้อนอาจต้องปรับมือก่อน
ถ้าถามว่าเป็น The Dude ภาคใหม่ไหม ทีมงาน MikroTik ตอบไว้ตรงๆ ว่าคนละแนวคิด The Dude คือเครื่องมือ monitoring ที่ค่อยเติมเรื่อง config ทีหลัง ส่วน CMR คือเครื่องมือ "management" ที่มี monitoring เป็นส่วนเสริม ส่วนจะมาแทน CAPsMAN ไหม ยังไม่มีคำตอบทางการ แต่จากที่ manual บอกว่าไม่ดูแลเรื่อง roaming ตอนนี้ยังเป็นคนละหน้าที่กัน
ทำงานยังไง
Server ต้องเป็นเครื่องสถาปัตยกรรม arm, arm64 หรือ x86 ทีมงานแนะนำให้ใช้เครื่องที่แรงและมีพื้นที่เหลือ (มีคนถามเรื่อง RB4011 ทีมงานตอบว่าใช้ได้) ส่วน client ไม่กินพื้นที่เพิ่มเพราะอยู่ใน RouterOS อยู่แล้ว ใช้ได้ทุกสถาปัตยกรรม ยกเว้น smips (รุ่นเล็กอย่าง hAP lite, hAP mini) และ powerpc
Client หา server ได้เองผ่าน neighbor discovery (MNDP) หรือ DNS หรือกำหนด address ของ server ตรงๆ ก็ได้ server ไม่จำเป็นต้องเป็น gateway และ client อยู่หลัง NAT หรือต่อผ่าน VPN ได้ คุยกันทาง TCP 54321 ต้องเปิดพอร์ตนี้ที่ input chain ของ server
ก่อนจะจัดการได้ต้อง "pair" กันก่อน ทั้งสองฝั่งต้องยอมรับ ฝั่ง server ตั้งได้ว่าจะรับอัตโนมัติ ให้ใส่ user/password หรือต้องกดยืนยันเองทุกเครื่อง
เริ่มต้นใช้ 3 ขั้น
ที่ server ลง package cmr แล้วสั่ง
/cmr set enabled=yes
ที่เครื่องที่ต้องการจัดการ
/cmr/client set enabled=yes
(ถ้าหา server เองไม่เจอ เพิ่ม controller-addresses=)
แล้วกลับมาอนุมัติที่ server ใน /cmr/device เครื่องที่รออยู่จะขึ้น flag P สั่ง pair ได้เลย
ตัวอย่าง rule อัปเดตทุกคืนเที่ยงคืน ทีละเครื่อง ถ้าตัวไหนพังให้ข้ามไปทำต่อ
/cmr/upgrade/add name=nightly labels=all channel=stable schedule-time="00:00:00" strategy=sequential fail-policy=continue
ตัวอย่าง alert เมื่อ CPU เกิน 95%
/cmr/alert/add name=cpu-load labels=all cpu-above=95 action.log="[device] CPU usage is above 95% ([cpu-usage]%)" severity=high
สมาชิกคนหนึ่งใน forum ลองให้ AI agent สร้างแล็บ CHR 4 ตัวต่อกันผ่าน OSPF แล้วทดสอบ CMR แทบทุกฟังก์ชัน ผลคือ "ใช้ได้เกือบหมด" ทั้ง pair ข้าม 2 hop, discovery, run-script, แผนที่, alert ส่ง webhook ตอนเครื่องดับและกลับมา และ reconnect เองหลัง reboot แต่ก็เจอจุดที่ควรรู้ ซึ่งรวมกับที่คนอื่นในกระทู้หลักเจอได้ดังนี้
เรื่องต้องรู้ก่อนลอง
🔺 /export ยังไม่มีค่าตั้งของ /cmr และ label ของแต่ละเครื่อง ไฟล์ .rsc อย่างเดียวสร้าง server กลับมาไม่ได้ ต้องใช้ binary backup
🔺 ถอด WiFi network ของ CMR ออก หรือปิด client แล้ว config WiFi เดิมของ AP ไม่กลับมาให้ (manual เตือนไว้เอง) export config WiFi ของ AP เก็บไว้ก่อนลอง
🔺 ตั้ง upgrade rule แบบ pin เวอร์ชัน CMR จะลงเวอร์ชันนั้นให้แม้จะเก่ากว่า คือ downgrade ได้ ส่วน rule default เป็น channel stable เครื่องที่รัน beta จะเห็นว่ามี "อัปเดต" ซึ่งจริงๆ คือถอยเวอร์ชัน
🔺 เปิด CMR แล้ว Winbox 4 ขึ้น parsing error ตอน login ทีมงานรับทราบแล้วและจะพยายามแก้ก่อน stable
🔺 ปิดแล้วเปิด client ใหม่ pairing จะหลุด ต้อง pair ใหม่ (ทีมงานบอกว่าตั้งใจให้เป็นแบบนี้)
🔺 7.26beta1 มีคนรายงานว่า hAP ax S ความเร็ว WiFi ตกจากราว 540 เหลือราว 65 Mbps แล้วกลับมาปกติเมื่อถอยไป 7.25rc1 ใครจะลองบนรุ่นนี้ระวังไว้
อีกประเด็นที่มีคนในกระทู้ยกขึ้นมาและน่าคิดคือ security ตัว server ที่สั่ง script และสั่ง upgrade ได้ทั้ง fleet ถ้าถูกยึดก็เท่ากับยึดได้ทั้งเครือข่าย และเป็นอีกพอร์ตที่เปิดรอบนเครื่อง ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของระบบ controller ทุกเจ้า ไม่ใช่เฉพาะ MikroTik
ถ้าจะลองในแล็บตอนนี้
✅ ใช้ CHR หรือเครื่องที่ว่างอยู่เป็น server แยกจากเครื่องที่ใช้งานจริง จะได้ลองได้เต็มที่โดยไม่กระทบใคร
✅ เปิด TCP 54321 ที่ server เฉพาะ address ของ client ไม่เปิดกว้างออก internet
✅ ใช้ WebFig เป็นหลักไปก่อน ทีมงานแนะนำเองว่าตอนนี้ WebFig มีฟีเจอร์มากกว่า Winbox 4 เช่น แผนที่
✅ ทำ binary backup ของ server เก็บไว้ทุกครั้งที่ตั้งค่าเพิ่ม เพราะ export ยังไม่ครบ
ทีมงาน MikroTik ยังบอกด้วยว่าทุกอย่างของ CMR เรียกผ่าน REST API ได้ ใครอยากทำหน้าจอหรือเชื่อมเข้าระบบ monitoring ที่ใช้อยู่ก็ทำต่อเองได้
ส่วนตัวมองว่า CMR ไม่ได้มาเพื่อแข่งกับ The Dude แต่คือการปิดช่องว่างที่ MikroTik ขาดมานานเมื่อเทียบกับเจ้าอื่นที่มี controller ของตัวเอง โดยไม่ต้องลงโปรแกรมแยก คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดน่าจะเป็นคนดูแลหลายสาขา โรงเรียน หอพัก หรือ hotspot ที่มี AP หลายสิบตัว ที่ทุกวันนี้ต้องไล่อัปเดตทีละเครื่อง
ใครดูแล MikroTik หลายสิบตัวอยู่ ตอนนี้ใช้อะไรสั่งอัปเดตและเฝ้าดูกันอยู่ครับ ^_^
--------------------------
สนใจพัฒนาทักษะ Network อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง เรามีคอร์สออนไลน์พร้อมให้ลงทะเบียนครับ
🔹 MikroTik — เบื้องต้น / Load Balance / Routing & VPN / Switch & VLAN
🔹 Proxmox — Essential / Advance / Backup Server
เรียนออนไลน์ ดูย้อนหลังได้ตลอด สอนโดย MCT (MikroTik Certified Trainer) ทักมาสอบถามได้ที่ LINE ID: ได้เลยครับ 🏆