07/10/2026
หลายคนอาจสงสัยว่า “เปลี่ยนหม้อไฟ หรือมิเตอร์ไฟฟ้าแบบจานหมุน มาเป็นแบบดิจิทัลแล้ว ค่าไฟจะถูกลงจริงไหม?”
จากประสบการณ์ของผม หลังจากเปลี่ยนมาใช้มิเตอร์ดิจิทัลแล้ว ค่าไฟลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ตัวมิเตอร์ดิจิทัลไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดไฟโดยตรง เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือร้านก็ยังใช้ไฟเท่าเดิม หน้าที่ของมิเตอร์คือ “วัดจำนวนไฟที่เราใช้”
สาเหตุที่บางบ้านหรือบางร้านเปลี่ยนแล้วรู้สึกว่าค่าไฟลดลง อาจมีได้หลายอย่าง
อย่างแรก มิเตอร์แบบจานหมุนตัวเก่าอาจใช้งานมานาน มีความคลาดเคลื่อนหรือสภาพไม่สมบูรณ์ พอเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ดิจิทัลใหม่ การวัดหน่วยไฟก็แม่นยำและเป็นระบบมากขึ้น
อีกเรื่องหนึ่งคือ มิเตอร์ดิจิทัลบางประเภทสามารถรองรับการคิดค่าไฟแบบแบ่งช่วงเวลา หรือที่เรียกว่า TOU (Time of Use)
หลักการง่าย ๆ คือ ค่าไฟไม่ได้ราคาเท่ากันตลอดทั้งวัน
ช่วงที่มีคนใช้ไฟเยอะ หรือ On-Peak ค่าไฟต่อหน่วยจะสูงกว่า ส่วนช่วงกลางคืนหรือช่วง Off-Peak ค่าไฟต่อหน่วยจะถูกกว่า และในบางอัตรา วันเสาร์-อาทิตย์ก็เป็นช่วงค่าไฟถูกด้วย
เพราะฉะนั้น ถ้าบ้านหรือร้านของเราใช้ไฟเยอะในช่วงกลางคืน เช่น เปิดแอร์ ใช้เครื่องจักร ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ซักผ้า หรือชาร์จรถไฟฟ้า แล้วเราใช้อัตรา TOU ก็มีโอกาสประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น
แต่ต้องเน้นว่า “มิเตอร์ดิจิทัล ≠ TOU เสมอไป”
บางบ้านเปลี่ยนเป็นมิเตอร์ดิจิทัล แต่ยังใช้อัตราค่าไฟแบบปกติเหมือนเดิม ดังนั้นถ้าอยากรู้ว่าของตัวเองเป็นแบบไหน ให้ดูในบิลค่าไฟว่ามีการแยกหน่วยเป็น On-Peak / Off-Peak หรือมีคำว่า TOU หรือไม่
สรุปง่าย ๆ คือ หลังจากผมเปลี่ยนจากมิเตอร์จานหมุนมาเป็นมิเตอร์ดิจิทัล ค่าไฟของผมลดลงจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านเปลี่ยนแล้วจะลดลงเหมือนกัน เพราะต้องดูทั้งชนิดของมิเตอร์ อัตราค่าไฟที่สมัคร เวลาที่เราใช้ไฟ รวมถึงสภาพของมิเตอร์ตัวเก่าด้วย
ใครที่ใช้ไฟเยอะ โดยเฉพาะร้านค้า บ้านที่เปิดแอร์หลายตัว หรือมีเครื่องจักร/รถ EV ลองศึกษาระบบ TOU เพิ่มเติมดูครับ อาจช่วยบริหารค่าไฟได้ดีกว่าที่คิด
#มิเตอร์ไฟฟ้า #มิเตอร์ดิจิทัล #ค่าไฟ #ประหยัดค่าไฟ #บ้านและร้านค้า