17/10/2015
ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบจะทุกบ้านต้องมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตวันนี้เราจะมาพูดถึงสิ่งที่จำเป็นควบคู่กันนั้นคือการมี ปริ้นเตอร์ ไว้ใช้สำหรับด้านงานพิมพ์ต่างๆ แต่สิ่งหนี่งที่จะปวดหัวในการเลือกซื้อนั้นคือเราจะรู้ได้ไงว่าเจ้าเครื่องปริ้นเตอร์ตัวนี้เหมาะสมกับการใช้งานของเราหรือป่าววันนี้เรามี5เทคนิคในการเลือกแบบง่ายๆมาฝากครับ
1.เลือกประเภทของปริ้นเตอร์
ในการที่เราจะเลือกประเภทของปริ้นเตอร์ได้นั้นเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะนำไปใช้ในงานแบบไหน ซึ่งปริ้นเตอร์นั้นจะแบ่งออกเป็น อิงค์เจต และ เลเซอร์ วัตถุประสงค์ในการใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไปอิงค์เจตจะเน้นการใช้งานการพิมพ์เอกสารสีสันสดใสและใส่ใจในระเอียดในการพิมพ์ แต่ จะต่างจาก เครื่องเลเซอร์ซึ่งจะเน้นการการพิมพ์งานแบบขาวดำมากกว่าหวังว่าเพื่อนๆคงมีตัวเลือกในใจแล้วนะครับ
2.ความเร็วของปริ้นเตอร์
เชื่อว่าเพื่อนๆบางคนชอบเครื่องปริ้นเตอร์ที่ปริ้นได้ไวเพราะบางคนเน้นจำนวนเยอะและไว เราต้องมาดูค่า PPM (PAGES PER MINUTE) เลือกที่มีค่า PPM สูงหน่อย เครื่องปริ้นเตอร์ทั่วไปอยู่ที่ 22-28 ครับ
3.ความละเอียด
ความละเอียด Resolution วัดค่าเป็น Dpi ส่วนใหญ่ปกติจะเริ่มที่ 600 x 600 ครับซึ่งถ้าเพื่อนๆอยากได้ความละเอียดคมชัดมากขึ้นอาจะต้องแลกด้วยเงินที่สูงขึ้นครับ ซึ่งอิงค์เจตส่วนใหญ่จะมีความละเอียดอยู่ที่ 4800 x 1200 ครับ
4.การเชื่อมต่อ
เรื่องของการเชื่อมต่อนั้นสำคัญมากครับถ้าเชื่อมต่อไม่ได้นั้นแปลว่าเพื่อนๆพิมพ์งานออกมาไม่ได้เลยการเชื่อมต่อที่เหมาะสมนั้นเราต้องดูว่าเราใช้ร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือเชื่อมต่อแค่ภายในบ้านถ้าใช้ภายในบ้านสามารถเชื่อมต่อ USB กับ PC ได้แบบสบายเลยครับแต่ถ้าเราต้องแชร์เครื่องปริ้นกับเพื่อนร่วมงานควรเลือกแบบไร้สายผมว่าน่าจะเหมาะสมกว่านะครับ
5.ค่าใช้จ่ายการซ่อมและดูแล
อิงค์เจต และ เลเซอร์นั้นราคาแตกต่างกันแน่นอนแต่เราจะมาพูดถึงเรื่องหลังจากการซื้อไปแล้วนั้นคือเวลาการซ่อมบำรุงนั้นอิงค์เจตที่มีราคาถูกกว่าแต่การซ่อมบำรุงแพงกว่าทั้งค่าใช่จ่ายกระดาษ ตลับหมึก แต่ผิดกับเลเซอร์ที่มีราคาแพงแต่กลับมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าในเรื่องของตลับหมึกและการซ่อมบำรุงครับ ตลับหมึก Standard laser สามารถปริ้นได้มากถึง 1500-3500 หน้าเลยที่เดียวครับ