เมล็ดกัญชา พันธุ์หางกระรอก สายพันธุ์ไทย

เมล็ดกัญชา พันธุ์หางกระรอก สายพันธุ์ไทย เมล็ดกัญชา
ปลูกกัญชาเสรี
กัญชามีสา?

เมล็ดกัญชา
กัญชาทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ปลูกกัญชาเสรี
ลงทะเบียนใช้กัญชา 2565
กัญชามีสารอะไร
สายพันธุ์กัญชา
เมล็ดกัญชา พันธุ์หางกระรอก สายพันธุ์ไทย
การ "ปลดล็อก" กัญชา กัญชง ทุกคนปลูกได้ในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ประชาชนสามารถปลูกเพื่อใช้เอง รวมทั้งผู้ประกอบการที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน "ปลูกกัญ" ขององค์การอาหารและยา (อย.)

ส่วนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื

่อจำหน่าย ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และยาสมุนไพร ยังคงต้องขออนุญาต

9 มิ.ย. แจกกล้า 1 ล้านต้น สูบเพื่อการสนทนาได้ไหม เรื่องควรรู้ก่อน "ปลดล็อก"
"กัญชาเสรี" ที่ยังไม่เสรีจริงในมุมมองของเกษตรกร-ผู้ประกอบการสายเขียว
พืชกระท่อม: 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรที่ได้รับการปลดจากสถานะ "ยาเสพติดให้โทษ"
สำหรับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และส่วนของพืช ต้องขออนุญาตกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากเป็นผลิตภัณฑ์ต้องขออนุญาตกับ อย. โดยขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์

สำหรับการปลดล็อกวันที่ 9 มิ.ย. นี้ มีอะไรที่ทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และเรื่องไหนที่ต้องจดแจ้งและขออนุญาตอยู่

04/11/2024

ทดสอบบบบบ

10/09/2022

โปรโมชั่นพิเศษ!!!
เมล็ดหางกระรอก ภูพาน จ.สกลนคร แท้ 100%

200 เมล็ด 100 บาท ( ค่าส่ง 30 ปลายทางเพิ่ม 50 )
500 เมล็ด 200 บาท (โอน ค่าส่ง30 ปลายทาง 50 )
1,000 เมล็ด 400 บาท (โอน ค่าส่ง30 ปลายทาง 100 )
2,000 เมล็ด 700 บาท (โอนค่าส่ง 30 ปลายทาง 150 )
5,000 เมล็ด(1 ขีด) 1,200 บาท (โอนอย่างเดียว )
25,000 เมล็ด ( 5 ขีด ) 4,000 บาท (โอนอย่างเดียว)
50,000 เมล็ด (1 กิโล) 8,000 บาท (โอนอย่างเดียว)

*** เมล็ดสุ่มเพศ อัตราการงอก 95-98% ***

สั่งซื้อ ส่งชื่อที่อยู่ เบอร์โทรมาทางinbox ได้เลยครับ
@@@โอนเงิน บัญชี กรุงศรีอยุธยา
เลขที่ 7061026249
ชือบัญชี ปริศรา สร้อยพร้าว@@@

กำลังเติบโต หางกระรอก
01/09/2022

กำลังเติบโต หางกระรอก

บทความเรื่อง LST 🌱 (พร้อมเคล็ดลับการเพิ่มผลผลิต)  การ LST นั้น เป็นอีกหนทางและทางออก สำหรับหลายต่อหลายท่าน ที่มี พื้นที่...
28/08/2022

บทความเรื่อง LST 🌱 (พร้อมเคล็ดลับการเพิ่มผลผลิต)
การ LST นั้น เป็นอีกหนทางและทางออก สำหรับหลายต่อหลายท่าน ที่มี พื้นที่น้อย /ต้องปลูกจำกัดความสูงไม่ให้เกิน รั้วบ้าน /ต้องการเพิ่มผลผลิตในพื้นที่ ที่มีจำกัด ซึ่งผลลัพธ์นั้น จะสามารถออกมาได้ดีเลยทีเดียว แต่!!! ถ้าหากท่านทำผิดช่วงหรือผิดวิธีนั้น ต้นของท่านก็จะชะงักการเจริญเติบโต /สาย AUTO ก็จะทำดอกก่อนเวลา และในวันนี้ ทางเราจะมาแนะนำ วิธีและเคล็ดลับต่างๆ ในการทำ LST ต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยย.........
🔴 LST (Low Stress Training) คืออะไร ???
การ Lst นั้น คือการดัดกิ่งและลำต้น เพื่อให้ต้นนั้นมีรูปร่างลักษณะตามที่เราต้องการ โดยผลลัพธ์นั้นก็คือ ต้นจะมีขนาดที่เล็กลงแต่ไม่ลดผลผลิต /สามารถยังคับให้ กิ่งและก้าน ไปในทิศทางที่เราต้องการ /ปรับความสูงของต้น ให้มีความสูง แบบที่เราพึงพอใจ
#โดยทั่วไป สารอาหารจะถูกส่งไปยังจุดที่สูงที่สูด แต่พอเราได้ทำการ LST 👉🏻 สารอาหารจะถูกส่งในรูปแบบ
แนวนอน ตีไปกลับๆๆ เรื่อยๆ จะส่งผลให้บริเวร จุดที่จะงอกใบใหม่ออกมา จะเลิกผลิตใบ แล้วจะเริ่มผลิตกิ่งหลักขึ้นมาแทนนั่นเองครับ
ดังในภาพที่ 1 👉🏻 สายพันธุ์ หางกระรอก ภูพาน เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ สามารถสูงได้ถึง 4-7 เมตร
✨ #แอดมินได้ใช้เวลา 7 เดือน กว่าจะทำบทความนี้ขึ้นมาได้นะครับ
🔥 #การที่เรามีปริมาณพื้นที่ที่จำกัด แต่ดันมีเพียงแค่เมล็ดที่เป็นสายพันธุ์ ขนาดใหญ่(2เมตร ขึ้นไป) #เราควรใช้เทคนิคเสริมเพิ่มเติม เพื่อให้ต้นของเรามีประสิทธิภาพ สูงที่สุด และสามารถสร้างสารต่างๆได้เป็นจำนวนมาก(รวมถึงไตรโคม) เหมือนต้นที่ปลูกตามแบบปกติ เพียงแค่ต้นของเรานั้น เล็กกว่าหลายเท่า(สารต่างๆและจำนวน ขึ้นอยู่กับการดูแล /สารอาหารที่ต้นนั้นได้รับ /ปัจจัยสิ่งแวดล้อม /ทำทุกอย่างตามขั้นตอน อย่างถูกวิธี /อุปกรณ์และการดูแลต้นไม้ ควรถูกสุขอนามัย)
🔴 อธิบายตามภาพ
รูปที่ 2-4 👉🏻 เราจะเห็นได้ถึงความแข็งแรงของต้นได้อย่างชัดเจน(ต้นอายุ 1 เดือน) 🔥การที่เราทำการ LST นั้น จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับต้นของเรา และ ต้นจะสามารถทนต่อแรงลม ในหน้าฝนและหน้าหนาว ได้อย่างสบายๆไร้กังวล /ต้นที่ได้รับการ LST นั้น ในส่วนของ ลำต้น /กิ่ง และก้าน จะมีความหนาแน่นกว่าต้นที่ปลูกปล่อยตามปกติ #และในทุกๆครั้งที่เรา LST จะส่งผลให้ต้นนั้น ชะงักการเจริญเติบโตเล็กน้อย(ซึ่งเป็นเรื่องปกติ)
👉🏻ต้นของเราจะดูไม่เหมือนโตขึ้นมากสักเท่าไหร่ แต่ต้นของเราจะมีความแข็งแรงมากกว่าปลูกแบบปกติ ซึ่งจะเป็นข้อดีในระยะออกดอก เพราะต้นจะสามารถรับน้ำหนักของช่อดอกได้มาขึ้น(ดอกก็จะใหญ่มากยิ่งขึ้น)
🌱ลวดที่ควรใช้ 👉🏻 ควรใช้ลวดที่มียางหุ้มเท่านั้น ห้ามใช้ลวดแบบ ปกติ(สนิมจะทำให้ต้นเป็นโรค) /ลวดหุ้มพลาสติก(ความคมของพลาสติก จะทำให้ต้นนั้นได้รับความเสียหาย)
🔴 เวลาที่เหมาะสมในการทำ LST
ช่วงเวลา 👉🏻 ไม่ควรเกินช่วง 3 Week /Auto 2 Week
การนับใบ 👉🏻 ใบมี 4 คู่ (เป็นต้น)
รูปที่ 5 👉🏻 ต้นที่ยังมีใบ เพียงแค่ 2-3 คู่ จะไวเกินไปสำหรับในการทำ LST (หากทำช่วงนี้ ต้นจะชะงักการเจริญเติบโต 1-1.5 Week เป็นต้น)
🔴 วิธี LST ที่ถูกต้อง
การใช้ลวดดัด 👉🏻 เราจะใช้ลวดคล้อง เพื่อให้ต้นนั้นอยู่กับที่ (ห้ามยึดแบบ ลัดแนบชิดต้น เพราะจะทำให้ต้นไม่สามารถขยายขึ้นได้ตามแบบปกติ หรือเปรียบกับคนที่ใส่แหวนมาเป็นเวลานาน )
การยึด 👉🏻 การยึดในครั้งแรก ควรยึดจากคอต้น(ใกล้กับบริเวณส่วนของยอด) ให้ลงมาที่ขอบกระถาง(ขอบกระถางหน้าดิน) และปลายยอดชี้ลงไปข้างล่าง #ซึ่งตาม
รูปที่ 6 👉🏻 เราจะเห็นได้ถึงรอยของตำแหน่งเดิมที่เคยได้ทำการยึดเอาไว้ /ทุกๆการกดต้นลง ยอดจะพลิกเพื่อหาแสง(ซึ่งเป็นตามปกติของธรรมชาติ ในทุกๆพืช) และในส่วนที่ยึดนั้น ต้นจะทำการรวบรวมพลังงานเพื่อให้ตัวเองสามารถขึ้นไปหาแสงได้ และในส่วนนั้นก็จะแข็งแรงกว่าส่วนอื่นๆ(ปรับตัวเพื่อ รับน้ำหนักของตัวเอง)
การเว้นระยะ 👉🏻 เมื่อเราทำการ LST สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว #เราต้องให้ต้นของเรา ทำการพักเป็นเวลา 1 Week แล้วจึงทำการ LST ใหม่อีกครั้ง (ไม่อย่างนั้น ต้นจะเครียด ซึ่งจะส่งผลให้ต้น ทำดอก /แปลงเพศ /โตข้า)
🔥สำหรับท่านที่ทำตอนช้าไป 👉🏻 ให้ท่านค่อยๆนวดต้นให้ช้ำก่อน แล้วจึงค่อยๆดัดนะครับ
🌱ในการ LST ในครั้งที่ 2 3 4..... ให้ทำตามใช้ชอบได้เลยครับ (ในการทำครั้งแรก เราได้ทำให้ลำต้นแข็งแรงเป็นมี่เรียบร้อยแล้ว)
🔴 เทคนิคเสริม
หากเรานำวิธีเสริมต่างๆ นำมาใช้ร่วมกับการ LST แอดมินยืนยันได้เลยว่า ต้นของท่านนั้นจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
#หากไม่ทำอย่างถูกวิธี ผลลัพธ์นั้นจะส่งผลตรงกันข้าม!!!
👇🏻👇🏻👇🏻ตัวอย่าง👇🏻👇🏻👇🏻
การ Topping 👉🏻 เพื่อจำกัดความสูง /ตัด1ยอด จะเปลี่ยน เป็น 2 กิ่ง) / ( I ✂️👉🏻 Y )🔥ต้นเครียดสูง
การ Fimming 👉🏻 เพื่อเพิ่มจำนวนยอดแต่ไม่ลดความสูง /Fimming 1 ยอด จะได้เพิ่ม 4-7 ก้าน 🔥ต้นเครียดต่ำ
การ Super Cropping 👉🏻 การเพิ่มขนาดท่อลำเลียง /ต้นจะสูงออกข้าง /ดอกใหญ่ขึ้น 🔥ต้นเครียดสูง
การ Lollipop 👉🏻 การเพิ่มสารอาหารให้ต้นที่มีจำนวนกิ่งน้อย /สายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น Ruderalis /ต้นที่ด้อยทางพันธุกรรม (ดอกจะมีขนาดที่ใหญ่เพิ่มมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพสูง) 🔥ต้นเครียดต่ำ
การ Defoliation 👉🏻 การผลัดใบออก เพื่อลดการส่งสารอาหารไปยังส่วนใบที่ไม่จำเป็น /ดอกจะมีโอกาสขยายไปต่อได้ หากความชื้นเหมาะสม /ลดโรครา /เพิ่มขนาดของผลผลิต 🔥ต้นเครียดต่ำ
การ S***g 👉🏻 การลงตาข่าย เพื่อช่วยกระจายและรับน้ำหนักของดอกได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเพิ่มปริมาณของ ยอด(เพิ่มปริมาณผลผลิต 1-2เท่า /เพิ่มสารอาหารและไตรโคม /เพิ่มขนาดของ ช่อดอก) 🔥ต้นเครียดปานกลาง
การ Upgrade 👉🏻 การเพิ่มความแข็งแรงให้กับต้น /เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการ Repair(ซ่อมแซมให้ดีขึ้น) ต้นของไม่โต /ทำดอกตอนที่ต้น มีขนาดเล็ก หรือต้องการ #แปลงเพศ 🔥ต้นเครียดสูง
การ เพิ่มไตโคมในวิธีต่างๆ 👉🏻 การเพิ่มไตโคมและสารอาหาร เพื่อให้ต้นของเรามี ประสิทธิภาพสูงสุด
#ทุกวิธี ทางเราจะนำกลับมาทำใหม่ และทำเพิ่มให้นะครับ
#มีรูปพร้อมหมดแล้ว ☺️🙏🏻💚
Wonder W**d.

27/08/2022
 #กัญชาเสรี  #โรคและแมลงศัตรูพืชที่คนปลูกกัญชาต้องเจอ! เมื่อพูดถึงพืชที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ แน่นอนว่า คงจะหนีไม่พ้น "...
03/07/2022

#กัญชาเสรี
#โรคและแมลงศัตรูพืชที่คนปลูกกัญชาต้องเจอ!
เมื่อพูดถึงพืชที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ แน่นอนว่า คงจะหนีไม่พ้น "กัญชา" ที่ตอนนี้หลายคนให้ความสนใจ เพราะได้รับไฟเขียวจากทางรัฐบาลว่า สามารถปลูกได้ หากปฏิบัติตามระเบียบที่ถูกต้อง วันนี้ทาง SV BIOTECH จึงอยากมาแนะนำโรคพืชและศัตรูที่สำหรับที่คิดจะเริ่มปลูกกัญชาให้เตรียมตัวไว้เพราะคุณจะได้พวกกับปัญหาเหล่านี้แน่นอน
#โรคพืชที่มักพบเจอ
1.โรคราแป้ง (Powdery mildew) เกิดจากเชื้อรา Golovinomyces sp. จะเห็นเป็นผงสีขาวหรือสีขาวอมเทาปรากฏขึ้นที่ผิวใบด้านบนหรือด้านล่างของใบ ใบที่ได้รับผลกระทบจะบิดเบี้ยว ม้วนงอขึ้น และแคระแกรนในช่วงอากาศร้อนและแห้ง
2.โรคเน่าคอดิน (Damping Off) เกิดจากเชื้อรา Pythium sp. เชื้อราจะเข้าไปทำลายรากในระยะของต้นกล้าหรือต้นอ่อนของกัญชง ทำให้ลำต้นเหี่ยว เน่าและตายอย่างรวดเร็ว ซึ่งเส้นใยของเชื้อราที่เป็นสาเหตุนั้นจะสามารถแพร่กระจายอยู่ในดินได้ และเข้าสู่ต้นกล้าโดยแทงเข้าไปในเซลล์ผิว
3.โรคราสีเทา (Gray Mold aka. Bud Rot) เกิดจากเชื้อรา Botrytis sp. มักพบโรคราสีเทาในช่วงทำดอกของกัญชง จะเกิดเมื่อสภาวะอากาศที่เหมาะสม เช่น ฝนตก หรือสภาพอากาศที่ฟ้าปิด ไม่มีแสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลานาน โรคราสีเทาทำให้ใบแห้ง ลำต้นอ่อนและเป็นสีน้ำตาล ราสีเทาในระยะแรกจะเห็นเป็นผงสีขาว ซึ่งจะเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปจนกลายเป็นสีเทา (บางครั้งอาจเป็นสีดำหรือสีม่วง) และในที่สุดก็กลายเป็นเมือกสีน้ำตาลเทา
#แมลงศัตรูพืชที่มักพบเจอ
1.ไรแดง (Spider mites) จะใช้ปากแหลมเล็กๆ เจาะเซลล์พืชแต่ละเซลล์เพื่อดูดน้ำเลี้ยงบนใบพืช ทำให้ พืชชะงักการเจริญเติบโต และจะสังเกตุเห็นจุดสีเหลือง สีส้ม หรือสีขาวเล็กๆบนใบของพืช มักระบาดอย่างรวดเร็วในช่วงอากาศแห้งและร้อน
2.แมลงหวี่ขาว มักจะวางไข่ใต้ใบกัญชงเพื่อขยายพันธุ์ และจะดูดสารอาหารจากต้นกัญชง ทำให้พืชโตช้าและเกิดรอยด่างสีขาวบริเวณฝั่งด้านบนของใบ
3.เพลี้ยอ่อน มักอาศัยอยู่ใต้ใบ ลำต้น หรือยอดของกัญชา จะดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้ยอดหงิก ใบหงิก และน้ำเลี้ยงที่เพลี้ยอ่อนปล่อยออกมายังเป็นสาเหตุของโรคราดำอีกด้วย

เมล็ดกัญชากัญชาทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขปลูกกัญชาเสรี
02/07/2022

เมล็ดกัญชา
กัญชาทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ปลูกกัญชาเสรี

เมล็ดกัญชากัญชาทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขปลูกกัญชาเสรีลงทะเบียนใช้กัญชา 2565กัญชามีสารอะไรสายพันธุ์กัญ...

01/07/2022

เมล็ดกัญชา พันธุ์หางกระรอก สายพันธุ์ไทย

เคล็ดลับการปลูกกัญชา-กัญชง-ที่ควรรูู้้เมื่อสมัยก่อนเริ่มต้นปลูกไม่เป็นเลย ปลูกกี่ต้นก็ตายหมด เริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการปล...
10/06/2022

เคล็ดลับการปลูกกัญชา-กัญชง-ที่ควรรูู้้
เมื่อสมัยก่อนเริ่มต้นปลูกไม่เป็นเลย ปลูกกี่ต้นก็ตายหมด เริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการปลูกกัญชาในช่วงกันยายน พ.ศ. 2562 เป็นคนทำงานวิจัยคนแรกๆ เกี่ยวกับกัญชา เหตุผลที่มาสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะช่วงก่อนหน้าที่กฎหมายกัญชาจะเปิด ผมได้ไปเฝ้าอาการป่วยของคุณพ่อที่โรงพยาบาล คนป่วยในโรงพยาบาล ก็จะเจ็บปวด กินไม่ได้นอนไม่หลับ คนเฝ้าก็ไม่ได้นอนพักผ่อนก็ป่วยกันทั้งสองคน ผมก็มองว่าถ้ากัญชาสามารถช่วยผู้ป่วยให้กินข้าวได้ นอนหลับได้ ผู้ป่วยก็จะแข็งแรงแล้วก็สามารถกลับมาทำงานและอยู่กับครอบครัวได้ แต่พอได้ลงมือทำแล้วกลับไม่ใช่ มันมีอุปสรรค ที่มีทั้งข้อดี ข้อเสียของกัญชาอีกมาก รวมถึงเรื่องผลประโยชน์ เรื่องที่เริ่มทำเรื่องวิจัยที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นับจากที่มีพระราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แก้กฎหมายให้เราสามารถทำการวิจัยและใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงรวมกลุ่มอาจารย์ที่สนใจเกี่ยวกับกัญชา เสนอโครงการงานวิจัย ทั้งสิ้น 18 โครงการ จากอาจารย์ 50 กว่าท่าน และส่งให้ผมไปขออนุญาต จึงได้ขออนุญาตปลูก 2 ใบ และใบอนุญาตในการครอบครองซึ่งขอตัวอย่างจาก ป.ป.ส. 50 กิโลกรัม เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย และมีใบอนุญาตในการสกัดเพื่องานวิจัย ปลูกกัญชา กัญชง รู้จักมากแค่ไหนสายพันธุ์กัญชาหลักๆ มีอยู่ทั้งสิ้น 3 สายพันธุ์ คือซาติวา (Sativa) ที่อยู่บริเวณประเทศเรา จะมีลักษณะใบเรียวยาวบาง สีเขียวอ่อน ต้นมีความสูงมาก โป่รง กิ่งและก้านยาว เพราะว่าภูมิอากาศบ้านเราร้อนต้องพยายามปรับตัวให้อยู่ในอากาศที่ร้อนให้ได้ เพื่อจะได้ผลิตผลผลิตออกมา ส่วนใหญ่สารที่มีในสายพันธุ์นี้คือ THCอินดิกา (Indica) มีลักษณะใบที่หนา ต้นมีความเตี้ยและป้อม เกิดในพื้นที่ที่สูงกว่าประเทศไทยขึ้นไปเล็กน้อย อากาศที่เย็นขึ้นมานิดหน่อย สารในสายพันธุ์นี้คือ THC, CBDรูเดอราลิส (Ruderalis) สายพันธุ์นี้เป็นกัญชาป่ากัญชา 3 สายพันธุ์นี้ สามารถผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ได้ ในตอนนั้นผมศึกษาข้อมูลสายพันธุ์กัญชาจากเว็บไซต์ อย่างเช่น สายพันธุ์ บลูโอจี (Blue OG) เป็นสายพันธุ์ที่สายนันทนาการนิยม ปรากฏว่าตั้งต้นมาจากสายพันธุ์ไทย สิ่งที่ผมเห็นคือของจากประเทศเราที่โดนเขาเอาไปทำ น่าจะตั้งแต่ที่สายพันธุ์ ไทยสติก (Thai stick) กำลังโด่งดัง ในการผสมสายพันธุ์นั้นถ้าเราเอา ซันติวา กับ อินดิกา ผสมกัน จะเรียกว่า สายพันธุ์ ไฮบริด แต่ถ้าเอา รูเดอราลิส เข้ามาผสมด้วยก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งถ้า ซาติวา กับ อินดิกา เฉยๆ จะเรียก โฟโต้ พีเรียด (Photo–period) โฟโต้ที่แปลว่า แสง แสดงว่าพวกนี้อ่อนไหวง่ายกับแสง จะออกดอกตามชั่วโมงแสง ถ้าแสงชั่วโมงเยอะก็จะเป็นใบอย่างเดียว ถ้าลดชั่วโมงแสงลงได้ มันก็จะออกดอก สามารถชำกิ่งได้ อายุการเก็บเกี่ยวของสายพันธุ์นี้ ตั้งแต่ 5-9 เดือน ขึ้นอยู่กับชั่วโมงแสงออโต้ ฟลาวเวอร์ (Auto flowering) ก็คือ รูเดอราลิส ไปผสมกับ ซาติวา หรืออินดิกา จะได้สายพันธุ์ต้นที่เตี้ยลง ข้อดีของสายพันธุ์นี้ก็คือ ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับชั่วโมงแสง จะให้แสง 20-24 ชั่วโมง ก็ได้ ก็ยังออกดอกเหมือนเดิม อายุการเก็บกี่ยวประมาณเพียงแค่ 2 เดือนครึ่ง ก็เก็บเกี่ยวผลผลิต แต่สายพันธุ์นี้ต้องได้จากเมล็ดของมันเท่านั้นนี่คือ 2 ประเภทหลักๆ แล้วเราจะปลูกประเภทไหน ทุกคนเข้าใจว่าสารสำคัญในกัญชาอยู่ในใบ แต่จริงๆ อยู่ที่ปลายช่อดอก จากผลงานวิจัยบอกว่า ดอกที่อยู่บนสุดจะมีสารที่สูงกว่าดอกที่อยู่ข้างล่าง สารที่ว่าจะอยู่ข้างนอกเหมือนดอกเห็ด เรียกว่า ไตรโคม (Trichomes) เป็นบริเวณที่เก็บสะสมสารสำคัญในกัญชา แล้วสารกัญชาที่มันเก็บไว้ไม่ได้สกัดยากเลย เพราะมันอยู่ข้างนอกการพัฒนาสายพันธุ์ทำอย่างไรจากที่กล่าวว่า สามารถผสมสายพันธุ์ได้ ก็เพราะว่ากัญชา ก็เหมือนมนุษย์ มีผู้หญิง ผู้ชาย หรือเรียกกันว่าต้นตัวผู้ ต้นตัวเมีย และดูอย่างไรว่าเป็นเพศไหน ถ้าเป็นเพศเมียจะมีดอกแหลมๆ เกสรตัวเมียสองเส้น ช่วงเวลาที่จะแสดงเพศจะออกตามปล้อง ก่อนที่จะเป็นช่อใหญ่ ส่วนตัวผู้จะเป็นไข่กลมๆ เมื่อตัวผู้ที่โตแล้ว จะมีดอกใหญ่ๆ ขึ้นเป็นช่อ เมื่อแสดงเพศแล้ว รู้ว่าเป็นเพศผู้ให้ตัดทิ้ง ทำไมต้องตัดทิ้ง เพราะถ้าได้เมล็ด เมล็ดนั้นอาจทำให้สายพันธุ์นั้นเปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะมีเพศผู้และเพศเมียแล้ว มีเพศกะเทย (Banana) อีกด้วย จะมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียโผล่ออกมา ถ้าเอาไปผสมก็จะลดสารลงเหมือนกัน กัญชาแต่ละต้นแต่ละสายพันธุ์กินน้ำไม่เท่ากัน กินปุ๋ยไม่เท่ากัน มีสีดอกที่ไม่เหมือนกัน ในห้องวิจัย ปลูกครั้งแรก 47 สายพันธุ์ 82 ต้น พื้นที่ปลูก 6 x 7 ต้องเดินตรวจสอบทุกวัน ต้องสังเกตมากกว่าปกติ เพราะเราไม่มีความรู้ในการปลูก ความแตกต่างของกัญชา และกัญชงต่างกันเพียงแค่ปริมาณสาร THC กัญชง ไม่สามารถดูที่ใบได้ ใบจะบอกแค่ว่าเป็น ซาติกา หรืออินดิกาเท่านั้น แต่สิ่งที่กฎหมายกำหนด คือ ถ้า THC ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นกัญชง ถ้าเกิน 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นกัญชากัญชงแบบไหนบ้างที่สามารถปลูกได้ ในประเทศมี 3 ประเภท คือ กัญชงที่ปลูกไว้เอาช่อดอก CBD ต่อมาคือกัญชงที่จะเอาเมล็ดมาบีบเอาน้ำมัน สุดท้าย ประเภทไฟเบอร์ ใช้เอาใบกิ่งก้าน อย. บอกว่า ห้ามปลูกกัญชงกับกัญชา ในรัศมี 10 กิโลเมตร เพราะว่า แบบที่เอาเมล็ดต้องมีตัวผู้ แบบที่เอาเส้นใยเขาก็ไม่ได้ดูตัวผู้ ตัวเมีย เพราะมันมีตัวผู้แน่นอน และขนาดเกสร ที่ขนาด 24 ไมครอน ของตัวผู้ มันจะปลิวไปไกลได้ประมาณ 10 กิโลเมตรการปลูกกัญชง อย. บอกว่า สามารถเลือกปลูกได้ 6 แบบ คือ ปลูกเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานรัฐปลูกเพื่อตามประเพณีปลูกเพื่อเชิงพาณิชย์ปลูกเพื่อการแพทย์ปลูกเพื่อการศึกษาปลูกเพื่อพัฒนาเมล็ดพันธุ์รับรองไม่ว่าจะเลือกปลูกแบบไหน ต้องมีแหล่งค้าขายที่ชัดเจน ให้ถูกต้อง ที่ อย. ออกกฎหมายนี้มาเพราะว่าถ้าล้นตลาด มันสามารถเอาไปทำอย่างอื่นได้ แต่ถ้าเราสามารถบอกได้ว่ามีคนซื้อเราแน่นอน ก็สามารถปลูกได้ สรุปแล้วกัญชงถ้าจะปลูกก็ต้องขออนุญาตเหมือนกันกับกัญชา แต่ขอได้ง่ายกว่า ไม่ต้องมี CCTV ไม่ต้องมี Finger scan แต่ต้องมีรั้วรอบให้ปลอดภัย หลักการลงมือปลูกจะปลูกแบบไหนกลางแจ้ง (Out door) เนื่องจากเป็นระบบเปิด จำเป็นต้องซื้อหลอดไฟ การเจริญเติบโตเป็นไปตามธรรมชาติ ตามชั่วโมงแสง เงินทุนต่ำกว่า แต่ต้องระวังศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวได้ปีละครั้ง ถ้าทำเป็นจะได้ปีละสองครั้งสูงสุด ต้นทุนน้อย แต่ความเสี่ยงสูงโรงเรือน (In door) ต้องใช้หลอดไฟ หลอดไฟที่ผมใช้เป็นสปอตไลท์ ซึ่งแสงไม่พอ ได้เพียง 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในโรงเรือนของผม ผมไม่สามารถปลูกพันธุ์ไทยได้เลย เพราะว่าชนเพดาน และแสงไม่พอ งานวิจัยของผมจึงนิยมเป็นสายพันธุ์ไฮบริด ข้อดีของห้องนี้คือ สามารถควบอุณหภูมิได้ด้วยเครื่องปรับอากาศควบคุมความชื้น ควบคุมซีโอทู แต่ควบคุมไรแดงไม่ได้ การปลูกแบบนี้สามารถกำหนดได้ว่า ปีละ 4-5 ครั้งได้เพราะเราควบคุมไฟได้ แต่ว่าข้อเสียคือ แพง ใช้ต้นทุนสูงโรงเรือนกลางแจ้ง (Green house) การปลูกแบบนี้คือ เอาข้อดีของกลางแจ้งและโรงเรือนมารวมกัน มีหลังคาเป็นพลาสติกใสกันฝนได้ ใช้แสงอาทิตย์ ไม่ต้องซื้อหลอดไฟ แต่จะเกิดความร้อนจากกรีนเฮาส์เอฟเฟ็ก ต้องพยายามทำโรงเรือนให้เปิด หรือใส่พัดลมดูดอากาศ ถ้าความชื้นสูง ดอกจะขึ้นรา ต้องดูทิศทางลมอย่าทำให้โรงเรือนร้อน เน้นโปร่งเป็นหลัก การลงมือปลูกกัญชาทำอย่างไรแน่ตอนเริ่มต้นจะต้องปลูกจากเมล็ด โดยส่วนใหญ่วิสาหกิจชุมชนต่างๆ จะได้เมล็ดที่ทำโครงการการแพทย์แผนไทย จะได้เมล็ดมา 120 เมล็ด และมาเพาะต่อ ซึ่งจำกัดมาก 120 เมล็ด ต้องแบ่งเพาะอีก 60 : 60อาจจะมีปัญหาเป็นตัวผู้ด้วย เมล็ดไม่งอกอีก เมล็ดที่ดีเป็นอย่างไร1.การเพาะเมล็ด (Germination) 3-7 วัน เมล็ดที่ดีต้องอวบแน่นสมบูรณ์ ผิวแข็งเรียบเนียน สีค่อนข้างไปทางน้ำตาลแก่ ขั้วแห้งสุก ไม่มีรอยปริแตก เมล็ดกัญชงกับกัญชาจะไม่เหมือนกัน กัญชง จะมีขนาดใหญ่กว่า ถ้าเรามีเมล็ดเยอะ หว่านไปได้เลยจะเกิดขึ้นเอง แต่ว่าเรามีปริมาณจำกัด ต้องใช้กรรไกรตัดเล็บตัดเปลือกออกเล็กน้อย เพื่อเร่งรากให้ออกไวขึ้น และนำไปแช่น้ำ น้ำที่ใส่แนะนำว่าถ้าไม่มีน้ำกลั่น ก็ใช้น้ำโพลาลิส ซึ่งน้ำที่ดีจะมีค่า PH 6.3 – 6.8 ต่อไปเป็นเครื่องวัดค่าการนำไฟฟ้า EC วัดปุ๋ย อันนี้ขาดไม่ได้ หลังจากแช่เมล็ดในน้ำ 2 ชั่วโมง ต้องไปเก็บในที่มืดและอุ่น ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วหยิบกระดาษชำระมาใส่กล่อง ฉีดน้ำไปให้ชุ่มฉ่ำวางไว้ข้างๆ วางเมล็ดลงไป เอากระดาษมาปิดข้างบนอีกทีน้ำชุ่มเหมือนกันการอนุบาล (Seedling) 1-2 สัปดาห์ พอรากออกมาแล้ว ก็จะเริ่มเอารากลงดิน เอาลงวัสดุปลูก ส่วนใหญ่จะใช้พีทมอสส์ หรือโคโค่พีท ส่วนตัวผมใช้โคโค่พีทผสมพีทมอสส์ และก็ใส่เพอร์ไลต์ลงไปเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่มหลังจากนั้น ใช้ปากกาหรือตะเกียบจิ้มลงไปให้เป็นรู เอาเมล็ดที่มีรากลงไปฝังและรดน้ำให้ชุ่ม น้ำก็เหมือนเดิม ต้องเป็นน้ำที่มีกรดอ่อนๆ 6.3-68 วัสดุพวกนี้ที่ดีเพราะว่ามันต้องมีอาหารไม่มากตอนเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องมีอาหารมากมาย ถ้าเราเก็บอนุบาลด้วยแสงหลอดไฟ อาจจะต้องมีแอปพลิเคชั่นไว้วัดค่าแสง 150-300 PPFD 18 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นแสงแดดธรรมชาติจะอันตราย ต้องมีการพรางแสงด้วยซาแรนและความชื้นด้วย ต้องไม่ให้รับแสงโดยตรง ไม่ให้ร้อนด้วย แล็บของผมเป็นแล็บที่ประหยัด กระถางที่ใช้ปลูก ผมก็ใช้แก้วกาแฟ มาเจาะก้นใส่พีทมอสส์ลงไปให้ต่ำกว่าแก้ว ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วก็ทำรูปลูกลงไปแล้วฝัง ทำไม ต้อง 2-3 เซนติเมตร เพราะเวลาที่โตขึ้นมามันจะยาว เราจะถมวัสดุลงไปเรื่อยๆ จนถึงใบเลี้ยงการเตรียมวัสดุปลูกหลักการง่ายๆ ของวัสดุปลูกของผมง่ายๆ คือ ต้องร่วนซุย ชื้นแต่ไม่แฉะ PH 5.6-6.5 เป็นกรดนิดๆ วัสดุเป็นอะไรก็ได้ แต่อย่าให้มีพิษ ผมโดนถามบ่อยครั้งว่า ทำไมต้องใช้วัสดุปลูก ทำไมไม่ปลูกกลางแจ้งเหมือนในอดีต เพราะว่าดินในอดีตกับปัจจุบันไม่เหมือนกัน ผมจึงพยายามคิดวิธีปลูกโดยจะได้ดินหรือวัสดุปลูกโดยที่ไม่ต้องไปปลูกที่อื่น วัสดุปลูกผมก็หาความรู้จากอินเทอร์เน็ตพีทมอสส์ (Peat moss) คือ ซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันเป็นเวลาหลายร้อยปี ซึ่งเราสามารถใช้ซากพืชของเราที่ทับถมกันได้ แล้วมันดีอย่างไร พวกนี้จะไม่ทำให้เกิดช่องว่าง อากาศไม่เข้าไปในดินจนทำให้ดินร่วนซุย เก็บความชื้นได้ดี อุ้มน้ำแต่ไม่แฉะมากเพอร์ไลต์ (Perlite) คือ หินภูเขาไฟเนื้อแก้ว สารที่มีน้ำหนักเบา มีความพรุนสูง และมีลักษณะคล้ายหิน รักษาความสมดุลระหว่างปริมาณน้ำและอากาศใต้ดิน คุณสมบัติฉนวนช่วยรักษาอุณหภูมิของดิน ช่วยดูดซึมสะสมยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช และปุ๋ยเคมีขุยมะพร้าว คือ เปลือกมะพร้าวที่ปั่นเอาใยออก หรือปั่นให้ใยละเอียดเป็นขุยๆ ละเอียด ประมาณเม็ดทราย แห้งสนิท (ไม่ใช่เปลือกสับ) มีคุณสมบัติเบา อุ้มน้ำได้ดี และเก็บความชื้นได้นานหินพัมมิช (Pumice) เนื้อหินร่วน เม็ดคล้ายน้ำตาลทราย มีรูพรุนสูง พบปะปนหิน เพอร์ไลต์สีเขียวเวอร์มิคูไลท์ ( Vermiculite) คือ แร่พบในรูป Aluminum Iron – Magnesium Silicate มีธาตุอาหารฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม น้ำหนักเบา เป็นกลาง ไม่ละลายน้ำ ดูดซับน้ำได้ดีปุ๋ยที่สำคัญกับกัญชาในช่วงที่ทำใบ คือ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน (Vermicompost) คือ เป็นเศษซากอินทรียวัตถุต่างๆ รวมทั้งดินและจุลินทรีย์ที่ไส้เดือนเดินกินเข้าไปแล้วผ่านกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุเหล่านั้นภายในลำไส้ของไส้เดือนดิน แล้วจึงขับถ่ายเป็นมูล มีลักษณะร่วนละเอียด มีสีดำออกน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุน ระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก มีความจุความชื้นสูงและมีปริมาณอินทรียวัตถุสูงมากมูลค้างคาว จะมีแร่ธาตุสูงแต่เหมาะช่วงทำดอก มูลค้างคาวจะมีสองแบบ คือแบบเก่าและใหม่ ต้องใช้แบบเก่าเท่านั้นกระถางผ้า (Smart pot) คือ กระถางผ้า ระบายน้ำได้ดี ไม่ทำให้น้ำขังจนอาจจะเกิดรากเน่า มีน้ำหนักเบาอากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น และดูดซับสารอาหารได้มากขึ้นพืชเจริญเติบโตได้ดีแอร์พอต (Air pot) คือกระถางพลาสติกที่มีรูรอบๆ กระถางทำให้ ระบายน้ำได้ดี อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น สามารถเปลี่ยนกระถางได้ง่ายมาก เพียงแกะตัวล็อกออกมาถ้าจะประยุกต์ใช้เข่งพอตก็ได้ เพราะราคาถูก หลักการเดียวกัน ใช้ได้เหมือนกัน หลักการง่ายๆ ให้ด้านข้างแลกเปลี่ยนความชื้นกับอากาศได้ระยะเลี้ยงใบ (Vegetative) 4-8 สัปดาห์ ธาตุที่สำคัญก็คือ ไนรโตรเจน ระยะการสร้างราก กิ่งใบ ต้นประเภท Auto flowering ประมาณ 4-8 สัปดาห์ ควรเลือกไซซ์กระถางให้เหมาะสม รากไปไม่ได้ต้นจะชะงัก ต้นประเภท Photoperiod ขนาดกระถางจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาทำใบ เน้นปุ๋ยไนโตรเจนเป็นหลัก แนะนำปุ๋ยมูลไส้เดือน ฮอร์โมนไข่ระยะทำใบ ให้เปิดแสงด้วยจะดีกว่า เพราะแสงบ้านเราสูงสุด 14 ชั่วโมง ถ้าอยากให้ต้นโตเร็ว ให้ใช้แสง 16-20 ชั่วโมง ความเข้มแสง 400-700 ppfd ช่วงเริ่มทำดอกต้องใส่ปุ๋ยที่เพิ่มฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมเข้าไป อยากให้ผลผลิตสูงต้องมีการจัดทรง โดยการเทรนด์นิ่ง หลักการคือเพียงแค่ว่าให้แต่ละกิ่งโดนแสงเท่าๆ กันการเทรนด์นิ่ง Topping คือการตัดตามข้อเอายอดไปเสียบชำได้Fimming คือการตัดตรงยอดเลยสองวิธี ทำเพื่อไม่ให้ต้นสูง แต่จะทำให้ต้นออกข้างๆLow stress คือ การ Topping แล้วแตกกิ่งมา 2-3 กิ่ง แล้วดึงลง ก็จะได้ยอดเพิ่มขึ้นหลายๆ ยอด High Stress/supercoping ถ้ายอดไหนเจริญโตกว่ายอดอื่น ต้องหมุนๆ ให้มันแตกและพับหลบ และจะเจริญเติบโตช้ากว่าเพื่อน Lollipop คือ ข้างๆ จะมีใบเยอะ ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ไม่โดนแสงให้อากาศผ่านไปได้ อาจทำให้เกิดรา จึงต้องตัดต้นให้โปร่งSea of green คือ การปลูกแบบถี่ๆ อย.ให้ปลูก 1 ตารางเมตร/ต้น แต่จะเป็นปลูกตารางเมตรละ 4 ต้น ข้างล่างไม่เอา เอาแต่ยอดบน แต่ปริมาณต้นต้อง แต่ อย.จะอนุมัติให้ไหมอีกเรื่อง ถ้าเรามีลูกค้าเยอะ อย่างไรก็อนุมัติScreen of Green (S***G) คือ การใช้ตาข่ายเป็นตัวช่วย มีหน้าที่ 2 อย่าง ตอนใบเล็กกางกิ่งมันออกตาข่ายจะทำให้กิ่งมันกางออกตอนที่ต้นยังเล็กอยู่ ตอนทำดอกตาข่ายจะช่วยเหลือไม่ให้ดอกหัก ถ้าไม่ทำเทคนิคนี้ต้นไหนที่ดอกใหญ่ๆ ดอกอาจจะหักได้ระยะนี้มีศัตรูที่ต้องระวังอะไรบ้างช่วงทำใบเริ่มต้นจะเจอ เพลี้ยกระโดด พวกนี้จะกำจัดง่าย ใช้พวกน้ำส้มควันไม้ แช่สะเดาฉีด ก็จะหายแมลงหวี่ขาว จะเจอใต้ใบ ต้องเปิดที่ใต้ใบจะเจอแมลงหวี่จับอยู่ใต้ใบ ตอนฉีดยาก็ต้องฉีดใต้ใบ ไรแดง จะเจอหนักในช่วงทำดอก ดูง่ายๆ ถ้าบนใบมีจุดขาวๆ ก็ไปเลิกดูข้างล่าง จะเจอตัวเล็กๆ เหมือนแมงมุม ไรแดงจะกำจัดยากสักนิด เวลาไรแดงมา ต้องเอาต้นที่มีไปกำจัดที่อื่น กัญชาปลูกไม่ยาก แต่ว่าดูแลยากระยะทำดอก (Flowering) 8-12 สัปดาห์ ระยะทำดอกถ้ามีต้นตัวผู้ ต้องเปลี่ยนแสงเปิด 12 ปิด 12 ช่วงที่เปลี่ยนแสงจะเริ่มแสดงเพศ ต้องการคนเดินดูเอาใจใส่ เจอตัวผู้เมื่อไรตัดเมื่อนั้น อย่าไปเก็บ เพราะสารมันจะหายไปเรื่อยๆ ระยะนี้จะต้องให้ปุ๋ยที่เป็นโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส มากขึ้น ที่บอกว่า เป็น NPK มีการพ่นฮอร์โมนไข่ ให้สาหร่ายแดง สาหร่ายสกัดทะเลลงไป แต่อย่าฉีดพ่นที่ดอก เพราะมันจะมีความชื้น ทำให้เกิดราเทา เพราะกัญชาเป็นพืชที่ดูดน้ำและปุ๋ยได้เร็วมาก แทนที่มันจะได้สารอาหารจากรากไปดูดไปหมดพอถึงช่วยทำดอก ไรแดงจะเริ่มมาเยอะ ต้องใช้ตัวห้ำ ตัวเบียน แมลงเต่าทอง พวกนี้จะมาช่วยกินไรแดง แมลงหวี่ขาวก็ยังอยู่ในช่วงนี้ ช่วงทำดอกอุณหภูมิต้องเย็น ลดความชื้น ถ้าไม่ลดราจะขึ้น ลดชั่วโมงแสง แต่เพิ่มความเข้มของแสง แสงเข้มไม่ร้อนไม่ชื้นการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวถ้าดูที่ไตรโคม ต้องเป็นสีขาวขุ่นและมีสีเหลืองอำพัน 20 เปอร์เซ็นต์ วิธีดูนี้เฉพาะพันธุ์ที่จะเอา THCผมใช้กล้องส่องพระในการดูไตรโคมว่าเก็บได้หรือยัง ต้องตรวจสอบทีละต้น ไม่สามารถดูเป็นแปลงได้ ก็สามารถดูได้ที่เกสรก็ได้ เกสรต้องแห้งเป็นสีน้ำตาลหรือสีเหลือง ดูที่ไครโตม ไม่ได้สังเกตที่ใบร่วงหรือไม่ พอตัดต้นเสร็จเอาใบใหญ่ออกก่อน เพราะว่าตอนทำแห้งจะคายน้ำออกมากว่าดอกจะแห้ง ตัดใบใหญ่ออกและนำไปขาย แล้วค่อยนำดอกเอาไปแขวนไว้ให้แห้ง แขวนที่อุณหภูมิ 20 องศา ห้องมืด มีอากาศถ่ายเท อาจจะมีการใช้พัดลมเป่าช่วยเพื่อให้มันแห้งได้ทุกดอกทุกช่อ นี่คือ การทำแห้งต่อจากการทำแห้ง ก็จะดรายทริม (Dry TRIM) คือการเอาใบเล็กๆ ที่อยู่ติดกับดอกออก เพราะเราต้องการสารที่สูง จึงไม่ต้องเอาใบไปด้วย เพราะสารภายในใบนั้นต่ำ

ที่อยู่

Khon Kaen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+66614766686

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เมล็ดกัญชา พันธุ์หางกระรอก สายพันธุ์ไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เมล็ดกัญชา พันธุ์หางกระรอก สายพันธุ์ไทย:

แชร์