MicroBrain Academy ขอนแก่น

MicroBrain Academy ขอนแก่น MicroBrain robot & coding Academy for everyone. Pre engineering gateway for all age and skill level.

🥳🎉👏👨‍🎓👩‍🎓💐
10/12/2021

🥳🎉👏👨‍🎓👩‍🎓💐

14/11/2021

Mitsubishi … บุกขอนแก่น!!
จับมือ มข. สร้าง Smart City
ทำ E-Bike, Autonomous Shuttle Bus

13/11/2021
03/11/2021

MicroBrain Academy in Metaverse.

27/10/2021

คุณรู้จักมข.ดีแค่ไหน?

เหลือเวลาอีก 4 วันเตรียมตัวพบกับ 🔴LIVE 👻 KKU Story : เขาเล่ากันว่า…

รวมเรื่องเล่า ความเชื่อ และประสบการณ์จริงจากรุ่นพี่มข. ที่จะพาน้อง ๆ ไปรู้จักกับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

🕜 1 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป
📍🎬เพจ KKBS Nice to meet you

มานะ อยากเจอ
่ากันว่า…



#คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี
#มหาวิทยาลัยขอนแก่น

13/10/2021
30/09/2021

อีสานบิซ

01/09/2021

‘เบนจามิน อาเหม็ด’หนูน้อยวัย 12 ขวบ ทำเงินเกือบ 13 ล้าน
จากการเขียนโปรแกรมสร้างผลงานศิลปะดิจิทัล
📌 อ่านบทความนี้พร้อมชมภาพประกอบที่ >> https://bit.ly/2YbTmOV
ตอนอายุ 12 ขวบเรากำลังทำอะไรกันอยู่? เล่นซ่อนหา เตะลูกฟุตบอลพลาสติก วิ่งไล่จับ เล่นทำกับข้าว กระโดดยาง หรือถ้าเป็นเด็กสมัยนี้ก็คงเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ทั้ง สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมคอนโซล รอวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยไปหางานหาเงินในวันเรียนจบการศึกษาระดับปริญญา
แต่ถ้าเด็ก 12 ขวบคนหนึ่งที่เป็นโปรแกรมเมอร์ตัวน้อยสามารถเขียนโปรแกรมจนสร้างรายได้มากถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12.9 ล้านบาทล่ะ แบบนี้จะเชื่อหรือไม่
‘เบนจามิน อาเหม็ด’ เด็กชายวัย 12 ปี ชาวกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้สร้างความฮือฮาเมื่อเขาเขียนโปรแกรม NFTs หรือ non-fungible tokens ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ ที่อาจจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรืองานดิจิทัลอาร์ตอื่นๆ ซึ่งมีการเข้ารหัสบนบล็อกเชนเหมือนกับคริปโตเคอเรนซี สามารถซื้อและขาย NFT แต่ละรายการได้ แต่ไม่อาจทำซ้ำหรือดัดแปลงได้ และการซื้อจะต้องซื้อผ่านเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น และระบบบล็อกเชนยังช่วยให้สามารถตรวจสอบความเป็นเจ้าของผลงานที่ถูกต้องได้อีกด้วย
ซึ่ง ด.ช.เบนจามิน นั้นเริ่มเขียนโปรแกรมมาตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ โดยได้ซึมซับจากการที่พ่อของเขาเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์และซอฟแวร์ เขาเริ่มด้วยการเขียนโค้ด HTML และภาษา CSS เป็นอย่างแรก จากนั้นก็พัฒนาทักษะการเขียนโค้ดภาษาอื่นๆ อย่างต่อเนื่องรวมทั้ง JavaScript และอีกมากมาย
แน่นอนว่า ด.ช.เบนจามิน ไม่ได้แค่สนใจเรื่องการเขียนโค้ดโปรแกรมเท่านั้น เขายังมีงานอดิเรกอื่นๆ เหมือนเด็กๆ ทั่วไป เช่น อ่านหนังสือ ว่ายน้ำ และฝึกซ้อมเทควันโดอีกด้วย
โปรแกรมเมอร์ตัวน้อยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า หลังจากที่ได้รู้จักกับ NFTs เขารู้สึกตื่นเต้นมากกับเทคโนโลยีนี้ และตัดสินใจศึกษามัน ก่อนที่จะลงมือเขียนโปรแกรมสร้างคอลเลกชันภาพดิจิทัล NFT ของตัวเองขึ้นมา
ผลงานคอลเลกชัน NFT ชุดแรกของเขา ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นฤดูร้อนที่ผ่านมามีชื่อเรียกว่า ‘Minecraft Yee Haa’ ที่ประกอบด้วยตัวการ์ตูนอวาตาร์จุดพิกเซลที่มีสีสัน 40 ตัว ซึ่งเขาสร้างขึ้นหลังจากได้แรงบันดาลใจจากการเล่นวิดีโอเกม ‘Minecraft’
แม้ว่าผลงานชิ้นแรกที่ออกมาจะยังไม่สามารถขายได้เลยในทันที แต่ ด.ช.เบนจามิน มองว่านี่เป็นการฝึกฝนเพื่อหาประสบการณ์การเรียนรู้มากกว่าการได้เงิน และต้องมีการสร้างและพัฒนาต่อไป
ในเดือนมิถุนายน เขาเริ่มเขียนโค้ด ‘Weird Whales’ ซึ่งเป็นผลงาน NFT ชุดที่ 2 ของเขา โดยมีภาพของตัวการ์ตูนวาฬ 3,350 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน โปรเจ็กต์นี้หลอมรวมมีมประเภทหนึ่งโดยใช้ภาพของวาฬ
โปรเจ๊กนี้มีเบนจามินลงทุนไป 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,500 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain เพื่อตรวจสอบ NFT แต่ละรายการ
หลังจากเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ผลงานทั้งหมดขายหมดเกลี้ยงภายใน 9 ชั่วโมง และได้รับเงินตอบแทนเป็นเหรียญ Ethereum ถึง 80 ETH โดยจำนวนเงินดังกล่าวมีมูลค่ามากกว่า 255,000 ดอลลาร์สหรัฐ ด้วยราคาปัจจุบัน จากนั้นเขาก็ได้รับเหรียญเพิ่มเติมอีก 30 ETH ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 95,000 ดอลลาร์สหรัฐจากการขายต่อ ซึ่งเบนจามินจะได้รับส่วนแบ่ง 2.5% จากการขายต่อในแต่ละครั้ง
ปัจจุบันเขาทำเงินไปแล้วกว่า 450,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 13 ล้านบาทจาการขายงานศิลปะดิจิทัลนี้
ด.ช.เบนจามินกล่าวว่า แม้จะได้เงินจากผลกำไรแต่เขาก็ยังไม่มีแผนการถอนเงินออกจากบัญชีเงินดิจิทัลมาใช้
"ผมตั้งใจที่จะเก็บ Ethereum ทั้งหมดไว้ และจะไม่แปลงเป็นเงินสด...ในอนาคตบางทีทุกคนอาจไม่ต้องการบัญชีธนาคาร เพียงแค่มีเหรียญดิจิทัลและวอลเลต"
ในอนาคตเขาจะพัฒนาโครงการ NFT อื่นๆ และคาดการณ์ว่าจะมีผลงานที่ประสบความสำเร็จอีกมากมายตามออกมา
“ผมคิดว่ามีมมีคุณค่าอย่างมากในพื้นที่นี้ เนื่องจากโปรเจ็กต์จำนวนมากมายเกิดขึ้นด้วยมีม เช่นเดียวกับที่ 'Dogecoin' ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมีม จนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ผมคิดว่ามีมมีบทบาทสำคัญในพื้นที่นี้”
อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญคือการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญานี้ก็คือพ่อของเขาที่ได้ติดต่อกับทนายความเพื่อขอเครื่องหมายการค้า Weird Whales และโครงการอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น
“เมื่อผู้คนซื้อภาพวาฬ พวกเขากำลังลงทุนในสินทรัพย์ของผมและอนาคตของผม ถ้าผมทำอย่างแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อนาคตของผมจะเป็นเหมือนกับผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีชั้นนำเช่น เช่น อีลอน มัสก์ เจ้าพ่อแห่ง Tesla และ เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon
📌 อ่านบทความนี้พร้อมชมภาพประกอบที่ >> https://bit.ly/2YbTmOV
แหล่งอ้างอิง
https://cnb.cx/3yvlHfv
╔═══════════╗
ไม่พลาดบทความสาระดีๆ ที่ Reporter Journey ตั้งใจสร้างสรรเพื่อผู้ติดตามทุกท่าน อย่าลืมกดติดตามเพจเป็นรายการโปรด โดยคลิกที่จุด [...] ด้านบนมุมขวาบนของเพจ เลือก "การตั้งค่าการติดตาม" และกดเลือกให้เป็น " " หรือ “ #รายการโปรด” ไว้จะได้ไม่พลาดเรื่องราวจากเพจเรา
╚═══════════╝
ติดตาม Reporter Journey ได้ทุกช่องทางที่
Website : reporter-journey.com
Blockdit : blockdit.com/reporterjourney
Facebook : Reporter Journey
Tiktok : tiktok.com/
IG : instagram.com/richart_journey

29/08/2021

สำหรับบริษัทใหญ่อย่าง Alibaba ในปี 2021 พวกเขากำลังวางแผนโครงการสำคัญด้วยการ เตรียมใช้งานหุ่นยนต์ส่งของจำนวน 1,000 ตัว ออกทำงานส่งของทั่วประเทศจีนภายในปีนี้อยู่

ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดกระแสพูดคุยอย่างกว้างขวางว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนคน และทำให้พนักงานหลายคนต้องสูญเสียงานที่ตนเคยทำหรือไม่

ล่าสุดนี้เองทางบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ก็ได้ออกมาเปิดเผยเหตุผลส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว

โดยพวกเขาได้ระบุเหตุผลที่บริษัทหวังจะเปลี่ยนไปใช้แรงงานหุ่นยนต์ส่งของว่าเป็นเพราะหุ่นยนต์นั้น ไม่หยุดทำงานเพื่อสูบบุหรี่ หรือเถลไถลในเวลางานนั่นเอง

อ้างอิงจากข้อมูลของ Alibaba "การส่งมอบสินค้าในขั้นตอนสุดท้ายนั้นเป็นปัญหาที่ยุ่งยากของอีคอมเมิร์ซมาโดยตลอด มันมีค่าใช้จ่ายสูง ใช้เวลานาน และส่วนใหญ่ไม่มีการวางแผนที่ดีนัก

ขาสุดท้ายในการเดินทางที่ทอดยาวจากผู้ผลิตไปยังผู้ซื้ออย่างบริการจัดส่งของมนุษย์สามารถกลายเป็นอะไรที่ยุ่งยากได้เสมอ คนส่งของอาจหลงทางในการหาแฟลต หาห้องในตึก หรือหาบ้านในหมู่บ้านได้ไม่ยาก

กลับกันหุ่นยนต์ของเราจะเดินทางไปหาเป้าหมายทันทีโดยไม่มีการออกนอกเส้นทางโดยไม่จำเป็นหรือแอบสูบบุหรี่"

แน่นอนว่าจากข้อความนี้เราก็คงพอจะเดากันได้ไม่ยากว่าทาง Alibaba น่าจะไม่พอใจระบบการขนส่งสินค้าโดยให้มนุษย์อยู่ไม่น้อย จึงคิดจะทำระบบทั้งหมดนี้ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติเสียที

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามในปัจจุบันระบบการนำทางของหุ่นยนต์ก็ดูจะยังคงไม่ได้รับความเชื่อมั่นมากนักอยู่ดี และมันไม่มีอะไรที่จะยืนยันได้เลยว่าพัสดุที่ส่งโดยหุ่นยนต์นั้นจะไปถึงมือผู้รับ 99.99% อย่างที่ Alibaba อ้างไว้จริงๆ

#เหมียวศรัทธา

ที่มา

www.theregister.com/2021/08/24/alibaba_1000_parcel_drones_tests/

futurism.com/the-byte/alibaba-delivery-robots-smoke-job

https://www.alizila.com/how-alibaba-robots-will-revolutionize-e-commerce-by-automating-last-mile-delivery-in-china/

ที่อยู่

MicroBrain Lab 233/17 ม. 12 บ้านโนนม่วง ต. ศิลา อ. เมืองขอนแก่น
Khon Kaen
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:30
อังคาร 10:00 - 17:30
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00
เสาร์ 10:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66835139673

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MicroBrain Academy ขอนแก่นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์