31/05/2020
#อิสระแห่งตน
เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมบางครั้งเราเชิญชวน คนๆหนึ่งให้ทำความดี หรือเราหวังดี อยากให้ทำตามคำแนะนำ ในสิ่งที่ดี แต่พูดไปก็เหมือนกับว่า สิ่งนั้นไม่ระแคะระคายไปในหัวใจของผู้ฟังเลย อีกทั้งคนๆนั้นยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่มีพยายามเปลี่ยนแปลง
-----
สิ่งนี้ในทางจิตวิทยาเราจะเรียกว่า Sense of autonomy หรือเรียกอีกอย่างว่า อิสระแห่งตน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบตัวได้ เมื่อเค้ารู้สึกมีอิสระในการเล่น ค้นหา เรียนรู้ การที่เค้ามีอิสระหรือรู้สึกได้ถึงอิสระ ในการคิด ในความสามารถที่จะเลือกทำตัดสินใจ จะก่อให้เกิดแรงจูงใจจากภายในที่อยากจะทำ อยากจะเปลี่ยนแปลง
-----
ในอัลกุรอานซูเราะห์ An-Naml (92):
وَأَنْ أَتْلُوَ الْقُرْآنَ فَمَنِ اهْتَدَىٰ فَإِنَّمَا يَهْتَدِي لِنَفْسِهِ وَمَن ضَلَّ فَقُلْ إِنَّمَا أَنَا مِنَ الْمُنذِرِينَ
“และฉันได้รับพระบัญชาให้อ่านอัลกุรอาน”ดังนั้นผู้ใดได้ตามแนวทางที่ถูกต้อง แท้จริงเขาก็จะดำเนินตามแนวทางที่ถูกต้องเพื่อตัวของเขาเอง และผู้ใดหลงผิดก็จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) “แท้จริงฉันเป็นเพียงผู้หนึ่งในหมู่ผู้ตักเตือน”
เมื่อได้อ่านผ่านอายะห์ข้างต้น ทำให้เราตระหนักรู้ว่า ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ภรรยา สามี พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อน เราเป็นเพียงแค่ผู้ตักเตือน ผู้ชักชวน แต่เราไม่สามารถจะไปบังคับใครให้เป็นไปดั่งใจเราต้องการ เพราะมนุษย์นั่นมี sense of autonomy หรือ ความต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเอง ทำเอง เลือกเอง ตัดสินใจเองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับ กดดัน และ มนุษย์ปรารถนาที่จะรู้สึกถึงอิสระ ในการเลือกตัดสินใจและเลือกกระทำ
-----
ในบางครั้งที่เราได้รับโอกาสในการแนะนำ ชักชวน ตักเตือนใครไปสู่ความดี สิ่งที่ตามมาคือความคาดหวังของเราเอง ว่าเค้าจะต้องทำตาม เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์คาดหวังในตัวมนุษย์ด้วยกันเองว่าสิ่งที่เราตักเตือนหรือบอกกล่าวนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนและเป็นผลทันที มันกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง สิ่งที่ย้อนกลับมาหาตัวเราก็คือความทุกข์ใจ
“เราเตือนเค้าแล้ว เราบอกเค้า ทำไมเค้าไม่ยอมทำตาม”
ให้ตระหนักไว้เถิดว่า เราอยู่ฐานะผู้ตักเตือน ผู้เชิญชวน ชักชวน เท่านั้น เมื่อเราได้ทำดีแล้ว ก็จงตักเตือน เชิญชวนต่อไป และทำจิตใจให้ปล่อยวาง อย่าเพิ่งท้อถอย หากเค้ายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง สิ่งนึงที่ควรให้กลับไปคือ "เวลา"
ลองมองย้อนกลับไปมองตัวเราเองในอดีต กว่าจะเข้าใจอะไรสิ่งๆนึง กว่าจะตกผลึกเรื่องๆนึง เราเองก็ต้องการเวลาในการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
-----
ในหลายๆสถานการณ์ ที่เราอาจจะต้องผันตัวมาเป็นผู้ฟัง ผู้ให้คำแนะนำ เช่น แม่เตือนลูก น้องตักเตือนพี่ ภรรยาชักชวนสามีทำความดี เพื่อนแนะนำเพื่อน ในฐานะ adviser, care giver ก็จงเป็นผู้ฟังที่ดี ผู้ตักเตือนที่ดี ผู้เชิญชวนที่ดี และเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน เช่น เราอยากให้เค้าอ่านกุรอาน ก็ชวนเค้ามาอ่านด้วยกัน และคอยสนับสนุนให้เค้ามีกำลังใจว่าเค้าทำได้
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการดุอาอ์ควบคู่กับความหวัง หวังว่าวันหนึ่ง เค้าจะได้การฮิดายะห์ (ทางนำ)จากอัลลอฮ
-----
บทความนี้เขียนเพื่อให้กำลังใจกับคนทำงาน ที่เสียสละเวลาทำความดี เพื่อชักชวนคนทำความดีว่า ให้ลองมองในอีกแง่มุมนึงว่า เราเป็นเพียงแค่คนผู้ส่งสาร ฉะนั้น หากเราต้องการตักเตือนหรือเชิญชวนใคร ลองโฟกัสไปที่การเสริมพลังเค้าให้รู้สึกว่าเค้ามีความสามารถทำได้ และให้อิสระในการเลือก มากกว่าการบังคับหรือมุ่งแต่จะให้เค้าทำพฤติกรรมที่เราต้องการในทันทีทันใด ก็จะทำให้เราเหนื่อยน้อยลงนะคะ
*เจตนาของบทความนี้ ไม่ได้ต้องการที่จะเปรียบเทียบฐานะมนุษย์ กับฐานะท่านบี เพียงแต่เป็นการนำข้อคิดจากอัลกุรอาน มาปรับใช้ สำหรับผู้ที่อยู่ในฐานะผู้ตักเตือน ผู้เชิญชวนและผู้แนะนำไปสู่สิ่งที่ดีค่ะ
อ้างอิง: Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2010). Intrinsic Motivation. The Corsini Encyclopedia of Psychology.