AbleNet - เอเบิ้ลเน็ต

AbleNet - เอเบิ้ลเน็ต Enterprise IT Outsourcing, Technology Update, Network and Systems Engineer Community IT Consultant and Outsourcing for Computer Networking and Telecommunication

เพื่อนๆที่ดูแลอุปกรณ์ Cisco อาจเกิดปัญหาว่า เมื่อ Upgrade Firmware ของอุปกรณ์ ไม่สามารถเข้าหน้า GUI ได้ โดยมี Error ขึ้น...
14/09/2026

เพื่อนๆที่ดูแลอุปกรณ์ Cisco อาจเกิดปัญหาว่า เมื่อ Upgrade Firmware ของอุปกรณ์ ไม่สามารถเข้าหน้า GUI ได้ โดยมี Error ขึ้นมาผ่าน Web Browser ว่า SEC_ERROR_REUSED_ISSUER_AND_SERIAL เนื่องมาจาก Browser ตรวจพบ Certificate ที่อุปกรณ์ส่งมา มี Issuer + Certificate ที่ซ้ำกับที่ Browser มี แต่ค่าเช่น Public Key, Fingerprint หรือช่วงเวลา Validity ไม่เหมือนกัน ทำให้ Browser มองว่าอันตราย จึงไม่สามารถให้ผ่านได้
โดยเราจะมาแก้ปัญหาโดยการ RSA key pair ใหม่ + Trustpoint ใหม่ + Self-signed Certificate ใหม่ ของอุปกรณ์และนำไปใช้กับ https ครับ
https://www.ablenet.co.th/2026/09/07/error-reused-issuer-after-upgrade-firmware-cisco/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

หากพูดถึงอุปกรณ์ Firewall เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง Cisco, Palo Alto Networks, Check Point และ Fortinet แต่รู้หรือไม่ว่า Fo...
10/09/2026

หากพูดถึงอุปกรณ์ Firewall เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง Cisco, Palo Alto Networks, Check Point และ Fortinet แต่รู้หรือไม่ว่า Fortinet เริ่มต้นจากบริษัทเล็ก ๆ ที่มีวิศวกรเพียงสิบกว่าคน และภายในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี ก็กลายเป็นหนึ่งในบริษัท Cybersecurity ที่มีลูกค้ามากกว่า 900,000 องค์กรทั่วโลก
เรื่องราวของ Fortinet จึงเป็นทั้งเรื่องของ วิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และการกล้าคิดต่าง อย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้น ในปี 2000 เป็นช่วงที่อินเทอร์เน็ตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาก็คือ ยิ่งคนใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น การโจมตีทางไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นตาม ในเวลานั้น Firewall ส่วนใหญ่ทำหน้าที่เพียงกรอง Packet เท่านั้น ถ้าต้องการ Antivirus, Web Filtering, IPS, VPN ยังไงก็ต้องซื้ออุปกรณ์หลายตัวมาต่อกัน ซึ่งทั้งแพง ทั้งซับซ้อน Ken Xie มองเห็นโอกาส
Ken Xie ไม่ใช่คนใหม่ในวงการ ก่อนก่อตั้ง Fortinet เขาเคยก่อตั้งบริษัท NetScreen Technologies ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัท Firewall ชั้นนำของโลกในยุคนั้น
เมื่อออกจาก NetScreen เขาจึงมีแนวคิดว่า
"ทำไมเราไม่รวมทุกระบบ Security ไว้ในเครื่องเดียว?"
แนวคิดนี้กลายเป็นจุดกำเนิดของ Fortinet ในปี 2000 โดยก่อตั้งร่วมกับน้องชายคือ Michael Xie ความคิดที่เปลี่ยนวงการ
Fortinet ไม่ได้ตั้งใจสร้าง Firewall ธรรมดา แต่ต้องการสร้าง
Unified Threat Management (UTM) กล่าวคือ Firewall เครื่องเดียวสามารถทำงานได้ทั้ง
• Firewall
• IPS
• Antivirus
• Anti-Spam
• Web Filtering
• VPN
ทั้งหมดในเครื่องเดียว ซึ่งถือว่า "ล้ำ" มากในยุคนั้น
ปัญหาใหญ่ที่ทุกคนเจอ เมื่อใส่ฟังก์ชันเยอะ ๆ ลงในเครื่องเดียว Performance กลับตกลงอย่างหนัก บริษัทหลายแห่งเลือกปิด Antivirus หรือ IPS เพราะเปิดแล้วเน็ตช้า
Fortinet จึงถามตัวเองว่า ถ้าซอฟต์แวร์อย่างเดียวไม่พอ แล้วถ้าเราออกแบบชิปเองล่ะ?
นี่คือจุดที่ Fortinet แตกต่างจากคู่แข่ง แทนที่จะใช้ CPU ทั่วไป Fortinet ลงทุนสร้าง ASIC (Application-Specific Integrated Circuit)
หรือชิปที่ออกแบบมาสำหรับงาน Security โดยเฉพาะ ผลลัพธ์คือ
• ตรวจจับ Malware ได้เร็ว
• เปิด IPS ได้เต็มประสิทธิภาพ
• Throughput สูง
• Latency ต่ำ
แนวคิดนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดแข็งของ Fortinet จนถึงปัจจุบัน และทำให้ตระกูล FortiGate เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ในปี 2002 Fortinet เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรก FortiGate ซึ่งรวม Firewall, VPN, Antivirus, IPS และ Content Filtering ไว้ในอุปกรณ์เดียว ตลาดตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางที่ต้องการลดต้นทุนแต่ยังคงได้ระบบความปลอดภัยครบถ้วน ทำให้โตแบบก้าวกระโดด
หลังจาก FortiGate ประสบความสำเร็จ Fortinet ก็เริ่มขยายผลิตภัณฑ์ เช่น FortiManager, FortiAnalyzer, FortiMail, FortiWeb, FortiSandbox, FortiClient, FortiAuthenticator, FortiSwitch, FortiAP และ FortiSIEM เป็นต้น
จากเดิมที่ขายแค่ Firewall กลายเป็นบริษัทที่มีโซลูชันด้าน Cybersecurity ครบวงจร เมื่อองค์กรมีอุปกรณ์หลายประเภท Fortinet ก็เกิดแนวคิดใหม่ว่า
"ทำไมอุปกรณ์แต่ละตัวไม่คุยกันเอง?"
จึงพัฒนาแนวคิด Security Fabric ให้อุปกรณ์ทั้งหมด
• Firewall
• Switch
• Wireless
• Endpoint
• SIEM
• Sandbox
• Cloud Security
สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ ทำให้ตอบสนองต่อการโจมตีได้รวดเร็วและบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น
ปี 2009 Fortinet เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ ใช้ชื่อย่อว่า FTNT นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้บริษัทขยายการลงทุนด้านวิจัย พัฒนา และขยายตลาดทั่วโลก
ปัจจุบัน Fortinet มี ลูกค้ามากกว่า 900,000 ราย มีผลิตภัณฑ์ด้าน Cybersecurity มากกว่า 50 รายการ, สิทธิบัตรด้านความปลอดภัยกว่า 1,400 ฉบับ, สำนักงานและลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลก
เรื่องน่ารู้ที่หลายคนอาจไม่ทราบ
1. ชื่อ Fortinet มาจากอะไร?
คำว่า Fortinet มาจากแนวคิดของคำว่า Fortified Networks หรือ "เครือข่ายที่ได้รับการป้องกันอย่างแข็งแกร่ง" ซึ่งสะท้อนพันธกิจของบริษัทตั้งแต่เริ่มต้น
2. Fortinet ไม่ได้ขายแค่ Firewall
หลายคนรู้จัก FortiGate แต่จริง ๆ แล้ว Fortinet มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง Network Security, Endpoint Security, Cloud Security, Security Operations และ Secure Networking
3. ASIC คือจุดแข็งสำคัญ
ขณะที่ผู้ผลิตหลายรายใช้ CPU มาตรฐานเป็นหลัก Fortinet ลงทุนพัฒนาชิปเฉพาะสำหรับงานด้าน Security ทำให้สามารถเปิดใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยจำนวนมากได้โดยยังคงประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตลอด
Fortinet ไม่ได้เติบโตเพราะสร้าง Firewall ที่เร็วที่สุด แต่เติบโตเพราะมองเห็นว่าความปลอดภัยของเครือข่ายควรเป็น "ระบบเดียวที่ทำงานร่วมกันได้" ไม่ใช่ชุดของอุปกรณ์ที่แยกจากกัน
จากสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ในปี 2000 Fortinet ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้าน Cybersecurity ด้วยการผสานนวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการจัดการภัยคุกคามเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นชื่อที่องค์กรทั่วโลกไว้วางใจ
แหล่งอ้างอิง
1.งานสัมนา Fortinet Security Summit Thailand 2026 ที่หาดใหญ่ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมบุรีศรีภู
2. Fortinet – About Us — https://www.fortinet.com/corporate/about-us/about-us
3. Fortinet Press Kit และข้อมูลบริษัท — https://www.fortinet.com/corporate/about-us/newsroom/press-kit
4. Fortinet Investor Relations – ประวัติและผู้ก่อตั้ง — https://investor.fortinet.com/corporate-governance/board-of-directors
5. Fortinet ครบรอบ 10 ปีแห่งนวัตกรรม — https://investor.fortinet.com/news-releases/news-release-details/fortinet-celebrates-10-years-innovation-and-leadership-security/
6. Fortinet (Wikipedia) — https://en.wikipedia.org/wiki/Fortinet
รับชมบทความการติดตั้งอุปกรณ์ของ Fortinet โดยเฉพาะ Firewall FortiGate ได้จาก Website ของเราตามด้านล่างนี้นะครับ
https://www.ablenet.co.th/tag/fortigate
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

Nutanix EUC Stack: Platform สำหรับงาน End User Computingการออกแบบระบบ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) และ End User ...
04/09/2026

Nutanix EUC Stack: Platform สำหรับงาน End User Computing
การออกแบบระบบ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) และ End User Computing (EUC) มักให้ความสำคัญกับการเลือก Connection Broker เป็นลำดับแรก เช่น Citrix, Omnissa Horizon หรือ Microsoft AVD ในทางปฏิบัติ ปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จของโครงการกลับอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานชั้นล่าง ได้แก่ ความสามารถของ Storage ในการรองรับ I/O Pattern ของ Desktop Workload การจัดการ User Profile และการวางแผน Disaster Recovery

บทความนี้อธิบายองค์ประกอบของ Nutanix EUC Stack ในเชิงสถาปัตยกรรม ครอบคลุมองค์ประกอบของแพลตฟอร์ม การจัดการข้อมูลผู้ใช้ รูปแบบสิทธิ์การใช้งาน และประเด็น Image Portability ในสภาพแวดล้อมแบบ Hybrid Multicloud
https://www.ablenet.co.th/2026/09/04/ntnx_euc/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000
Cloud

ใครที่ดูแลระบบ Wi-Fi องค์กรด้วยอุปกรณ์ Ruckus น่าจะคุ้นกับ SmartZone ในฐานะ Controller ที่คอยบริหารจัดการ Access Point ท...
21/08/2026

ใครที่ดูแลระบบ Wi-Fi องค์กรด้วยอุปกรณ์ Ruckus น่าจะคุ้นกับ SmartZone ในฐานะ Controller ที่คอยบริหารจัดการ Access Point ทั้งจำนวนมากจากจุดเดียว ปกติเราจะเห็นมันมาในรูปแบบ Hardware Appliance (เช่น SZ-100, SZ-144)
แต่จริง ๆ แล้ว Ruckus ยังมีเวอร์ชัน Virtual SmartZone (vSZ) ที่รันเป็น Virtual Machine บน Hypervisor ได้เลย เหมาะมากสำหรับเอามาทำ Lab ทดสอบ ก่อนลงมือกับระบบจริง
บทความนี้จะพาทำตั้งแต่ต้นจนจบ — ตั้งแต่ Deploy ไฟล์ OVA ลงบน VMware ESXi, ตั้งค่า Network ผ่าน CLI, ไปจนถึงทำ Setup Wizard บนหน้าเว็บ และล็อกอินเข้า Dashboard ได้สำเร็จ
https://www.ablenet.co.th/2026/08/21/how-to-install-and-setup-ruckus-virtual-smartzone-via-vmware-esxi/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ Huawei OptiXstar V281s Wi-Fi 71. Wi-Fi 7 คือ Wi-Fi รุ่นใหม่ที่เน้น เร็วขึ้น หน่วงต่ำลง และรองรับอุปก...
18/08/2026

สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับ Huawei OptiXstar V281s Wi-Fi 7

1. Wi-Fi 7 คือ Wi-Fi รุ่นใหม่ที่เน้น เร็วขึ้น หน่วงต่ำลง และรองรับอุปกรณ์มากขึ้น

2. Huawei OptiXstar V281s เป็นอุปกรณ์ Main FTTR ที่รวม XGS-PON + Wi-Fi 7

3. ใช้ Fiber Optic เป็นโครงข่ายหลัก ทำให้สามารถรองรับความเร็วระดับสูงได้

4. รองรับ 4096-QAM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งข้อมูล

5. รองรับ 160 MHz เพื่อใช้ช่องสัญญาณที่กว้างขึ้น

6. รองรับ MLO เพื่อใช้หลายลิงก์ในการสื่อสารและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

7. รองรับ Multi-RU เพื่อจัดสรรทรัพยากรวิทยุได้ดีขึ้น

8. รองรับ 2×2 MIMO

9. ความเร็ว Air Interface ที่ Huawei ระบุคือประมาณ 688 Mbps บน 2.4 GHz และ 2882 Mbps บน 5 GHz

10. มี 1×2.5GE + 3×GE สำหรับการเชื่อมต่อแบบสาย

11. รองรับสูงสุด 256 connections

12. รองรับสูงสุด 16 Sub FTTR

13. ใช้ FTTR เพื่อกระจาย Wi-Fi ไปยังหลายห้องและช่วยเพิ่มพื้นที่ครอบคลุม

14. รองรับ Seamless Roaming โดย Huawei ระบุค่าความหน่วงต่ำกว่า 20 ms ในคุณสมบัติผลิตภัณฑ์

15. รองรับระบบความปลอดภัย WPA3/WPA2/WPA1

สรุปให้จำง่ายที่สุด:
Huawei OptiXstar V281s = XGS-PON + FTTR + Wi-Fi 7
คือการนำ ไฟเบอร์ความเร็วสูง มาเชื่อมกับ Wi-Fi 7 และกระจายสัญญาณผ่าน FTTR เพื่อให้บ้านมีเครือข่ายที่ เร็ว ครอบคลุม รองรับอุปกรณ์จำนวนมาก และมีความหน่วงต่ำ
แหล่งข้อมูล: Huawei Enterprise — Huawei OptiXstar V281s
https://www.ablenet.co.th/2026/08/18/wi-fi-7-and-huawei-optixstar-v281s/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

รูปแบบการเชื่อมต่อ Guest WiFi ที่นิยมใช้ เมื่อผู้ใช้งานเชื่อมต่อกับ SSID แล้ว ระบบจะยังไม่อนุญาตให้ใช้งาน Network ได้อย่...
10/08/2026

รูปแบบการเชื่อมต่อ Guest WiFi ที่นิยมใช้ เมื่อผู้ใช้งานเชื่อมต่อกับ SSID แล้ว ระบบจะยังไม่อนุญาตให้ใช้งาน Network ได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่จะ Redirect ผู้ใช้งานไปยังหน้า Login หรือ Captive Portal เพื่อให้กรอก Username/Password, ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน หรือยืนยันตัวตนตาม Policy ที่กำหนดไว้ก่อน
สำหรับ Cisco Catalyst 9800 Wireless LAN Controller เราสามารถทำ Captive Portal ในลักษณะนี้ได้ด้วย Local Web Authentication (LWA) โดยให้ C9800 เป็นตัวจัดการ Web Authentication และ Redirect Client ไปยังหน้า Login ก่อนอนุญาตให้เข้าใช้งาน Network
บทความนี้จะอธิบายวิธีการ Configure Local Web Authentication (LWA) โดยใช้ Local User บน Cisco Catalyst 9800 ตั้งแต่การสร้าง Local User, AAA Authentication, Web Authentication Parameter Map, WLAN และ Policy Profile ไปจนถึงการทดสอบ Login ผ่าน Captive Portal จากฝั่ง Client
https://www.ablenet.co.th/2026/08/10/lwa-c9800/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

สำหรับท่านใดที่ใช้งาน Cisco Secure Firewall Threat Defense (FTD) ร่วมกับ Firewall Management Center (FMC) คงคุ้นเคยกับกา...
07/08/2026

สำหรับท่านใดที่ใช้งาน Cisco Secure Firewall Threat Defense (FTD) ร่วมกับ Firewall Management Center (FMC) คงคุ้นเคยกับการเขียน Rule บน Access Control Policy (ACP) เป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าก่อนที่ทราฟฟิกจะเดินทางไปถึง ACP ไฟร์วอลล์ยังมีอีกหนึ่งชั้นการตรวจสอบที่ทำงาน เร็วและเบากว่า นั่นคือ Prefilter Policy
ในบทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Prefilter Policy คืออะไร ทำงานอย่างไร ต่างจาก Access Control Policy ตรงไหน และลงมือตั้งค่าจริงทีละขั้นตอนบน FMC พร้อมทดสอบผลลัพธ์ให้เห็นภาพชัด ๆ ผ่านการ Fastpath ทราฟฟิกที่ถูกบล็อกโดย ACP ให้กลับมาใช้งานได้สามารถดูรายล่ะเอียดและวิธีการจากบทความด้านล่างได้เลยครับ
https://www.ablenet.co.th/2026/08/06/prefilter-policy-%e0%b8%9a%e0%b8%99-cisco-secure-firewall/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

ตำนานโลโก้ Cisco: เรื่องเล่าจากสะพาน Golden Gate สู่สัญลักษณ์แห่งวงการ Networkingปี 1984 ที่ Stanford University มีคู่รั...
01/08/2026

ตำนานโลโก้ Cisco: เรื่องเล่าจากสะพาน Golden Gate สู่สัญลักษณ์แห่งวงการ Networking

ปี 1984 ที่ Stanford University มีคู่รักคู่หนึ่งกำลังปวดหัวกับปัญหาที่ฟังดูเรียบง่ายแต่แก้ยากสุดๆ นั่นคือ ตึกเรียนคนละตึกในมหาวิทยาลัยใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์คนละแบบ คุยกันไม่รู้เรื่อง เชื่อมต่อกันไม่ได้ครับ

ในขณะนั้น มีชายที่ชื่อว่า Leonard Bosack หัวหน้าแผนกวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่วนภรรยาคือ Sandy Lerner เป็นหัวหน้าแผนกฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ของ Graduate School of Business ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วตัดสินใจ ถ้าไม่มีใครแก้ปัญหานี้ พวกเขาจะแก้เองครับ 👏

นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่จะกลายเป็นหนึ่งในตำนานวงการ IT ครับ

Bosack และ Lerner ช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยี LAN (Local Area Network) ขึ้นมาเอง แล้วจดทะเบียนบริษัทในชื่อ Cisco Systems โดยตัดมาจากคำว่า San Francisco เมืองที่ทั้งคู่ได้รัก พร้อมออกแบบโลโก้แรกที่ได้แรงบันดาลใจจาก สะพาน Golden Gate สัญลักษณ์ประจำเมืองนั่นเองครับ

Router เครื่องแรกๆ ประกอบกันเองที่บ้าน ไม่มีโรงงาน ไม่มีทีมใหญ่โต แต่เดือนแรกที่เปิดขาย ยอดสั่งซื้อกลับทะลุ $200,000 เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแบบ startup ในฝันที่ใครหลายคนอยากเป็น

แต่เรื่องราวไม่ได้สวยหรูตลอดไปครับ...

ดราม่าที่ไม่มีใครคาดคิด: ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยตัวเอง

ปี 1986 มหาวิทยาลัย Stanford ตัดสินใจดำเนินคดีอาญากับ Bosack และ Lerner ในข้อหานำ software/hardware ของมหาวิทยาลัยไปใช้ ทั้งที่จริงแล้วพวกเขาแค่ใช้ facility ของตัวเองสร้างผลงาน ทั้งคู่ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งทันที

หนึ่งปีให้หลัง Stanford ยินยอมเรื่อง เทคโนโลยี multi-protocol router License คืนให้ พร้อมทั้งมี Sequoia Capital เข้ามาลงทุน $2.5 ล้านดอลลาร์ ทีมเริ่มขยายด้วยคนสำคัญอย่างโปรแกรมเมอร์ Greg Satz และ CEO คนแรก Bill Graves

ปี 1988 John Morgridge เข้ามารับตำแหน่ง CEO และเป็นคนที่ผลักดันไอเดียโลโก้สะพาน Golden Gate ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทอย่างเป็นทางการ

แต่จุดเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดมาถึงในปี 1990 เมื่อ Cisco เข้าตลาดหุ้น (IPO) Lerner ถูกให้ออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้างมากับมือ ส่วน Bosack ก็ตัดสินใจลาออกตาม โดยถือเงินติดตัวไปประมาณ $170 ล้านดอลลาร์ จบบทของผู้ก่อตั้งดั้งเดิม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่

หลังผู้ก่อตั้งออกไปแล้ว Cisco เปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการเติบโตผ่านการซื้อกิจการแบบดุเดือด ปี 1993 ซื้อ Crescendo Communications เปิดทางเข้าสู่ตลาด network-switching และนับจากปีนั้นถึงปี 2000 Cisco ซื้อบริษัทไปทั้งหมด 73 บริษัท เฉลี่ยแล้วเกือบเดือนละบริษัทติดต่อกัน 7 ปีเต็มกันเลยทีเดียวครับ

ภายใต้การนำของ John Chambers (CEO ปี 1995) Cisco กลายเป็นผู้ผลิต router/switch เบอร์หนึ่งของโลกในยุค Internet boom รายได้พุ่งจาก $2 พันล้าน เป็น $19 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี

เดือนมีนาคมปี 2000 คือจุดพีคที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท Cisco แซงหน้า Microsoft กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ากว่า $500 พันล้านดอลลาร์

แต่ความรุ่งเรืองนั้นอยู่ได้ไม่ถึงปี ฟองสบู่ dot-com แตก ราคาหุ้น Cisco ร่วงไป 85% ภายในเวลาแค่ 12 เดือน ซ้ำยังโดน Juniper Networks บุกตลาด high-performance router แย่งส่วนแบ่งไปอีก เป็นบทเรียนราคาแพงของวงการเทคโนโลยีทั้งหมดในยุคนั้นครับ

Cisco ไม่ได้ยอมแพ้ครับ บริษัทเดินหน้า diversify ต่อผ่านการซื้อกิจการอย่าง Scientific-Atlanta, Webex, AppDynamics, Duo, Starent Networks และ Splunk ขยายขอบเขตจาก hardware ไปสู่ security, cloud, IP telephony และ software เต็มตัว

ปี 2015 Chuck Robbins รับไม้ต่อเป็น CEO ผลักดันโมเดล subscription ให้เป็นหัวใจธุรกิจใหม่ และในที่สุด... เดือนธันวาคม 2025 หุ้น Cisco ก็ทำจุดสูงสุดใหม่แซงยอดของปี 2000 ได้สำเร็จ หลังรอคอยมาถึง 25 ปี นับเป็นการกลับมาที่เต็มไปด้วยความอดทนของบริษัทที่ผ่านทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของวงการมาแล้ว จนถึง ณ วันนี้ วันที่ 1 สิงหาคม ราคาหุ้น CSCO พุ่งขึ้นไปถึง 115.99$ USD

ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา โลโก้ Cisco เปลี่ยนโฉมมาแล้ว 4 ครั้ง แต่ละครั้งก็สะท้อนช่วงชีวิตของบริษัทได้อย่างน่าสนใจ

1984–1990 โลโก้แรกสุดวาดหอสังเกตการณ์ของสะพาน Golden Gate ตรงๆ เป็นเส้นสีแดงบางๆ ไม่มีตัวอักษรใดๆ เพราะตอนนั้น Cisco ยังเล็กเกินกว่าจะต้องมีชื่อแบรนด์ติดไปด้วย

1990–1996 ช่วงหลัง IPO โลโก้เริ่ม abstract ขึ้น สะพานกลายเป็นแถบสีขาวในกรอบสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน พร้อมชื่อ Cisco Systems ตัวเรียวสวยด้านล่าง เหมือนบริษัทที่กำลังหาตัวตนใหม่หลังผ่านมรสุมผู้ก่อตั้ง

1996–2006 ยุคทองของ John Chambers เส้นแนวตั้งเรียงตัวเรียบร้อยขึ้น ชื่อบริษัทถูกยกขึ้นมาเด่นชัด และเปลี่ยนจาก Cisco (C ใหญ่) เป็น cisco (c เล็ก) เป็นครั้งแรก จุดเริ่มต้นของภาพลักษณ์ที่เรียบง่ายกว่าเดิม

2006–ปัจจุบัน นักออกแบบ Joe "Phenom" Finocchiaro และ Jerry "The King" Kuyper ยืดเส้นบนสุดให้ยาวขึ้น เว้นระยะห่างกว้างขึ้น จนดูเหมือนสัญญาณ Wi-Fi/Internet ชัดเจน โดยยังซ่อนเงาของสะพาน Golden Gate ไว้ในเส้นเหล่านั้น เป็นการเล่าเรื่องสองชั้นในภาพเดียว ทั้งรากเหง้าจากซานฟรานซิสโก และธุรกิจหลักด้าน networking

โลโก้ปัจจุบันใช้ฟอนต์ Futura Bold ผลงานของ Paul Renner นักออกแบบชาวเยอรมัน ตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Linotype เลือกใช้เพราะความเรียบ geometric ที่สื่อถึงความน่าเชื่อถือและทันสมัย

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนสาย Network

เรื่องราวของ Cisco สอนอะไรเราได้หลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นจากปัญหาเล็กๆ ที่คนอื่นมองข้าม การเติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านการควบรวมกิจการ หรือแม้แต่การล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่หลังผ่านจุดต่ำสุดถึง 85% ครับ

และที่สำคัญที่สุด โลโก้ที่ดูเรียบง่ายบนอุปกรณ์ network ที่เราติดตั้งให้ลูกค้าทุกวันนี้ ไม่ได้มีดีแค่สวยงาม แต่ทุกเส้นในนั้นเล่าเรื่องราวของบริษัทที่ยืนหยัดมา 40 ปี และยังคงเป็นหนึ่งใน core technology partner สำคัญของสายงาน network implementation อย่างที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ครับ

การ Deploy Cisco FTDv บน VMware และจัดการผ่าน FDMCisco Secure Firewall Threat Defense (FTD) เป็น Next-Generation Firewal...
31/07/2026

การ Deploy Cisco FTDv บน VMware และจัดการผ่าน FDM
Cisco Secure Firewall Threat Defense (FTD) เป็น Next-Generation Firewall ที่รวมความสามารถของ ASA และ Firepower เข้าไว้ด้วยกัน โดยปกติเวลาเราจะบริหารจัดการ FTD จะมี 2 แนวทางหลักๆ คือจัดการผ่าน FMC (Firewall Management Center) ซึ่งเหมาะกับงานที่มีอุปกรณ์หลายตัวและต้องการ Centralized Management หรือจัดการผ่าน FDM (Firewall Device Manager) ซึ่งเป็น Web UI ที่ติดตั้งมาในตัวอุปกรณ์โดยไม่ต้องมี Server เพิ่ม

ในการใช้งานจริง หลายครั้งที่เราแค่ต้องการ Firewall ตัวเดียวสำหรับสาขาเล็กๆ หรือต้องการ Lab เพื่อทดสอบ Feature ก่อนใช้งานใน Production การใช้ FDM จะประหยัดทรัพยากรและเร็วกว่า เพราะไม่ต้อง Deploy FMC เพิ่ม
บทความนี้ผมจะพาไป Deploy FTDv (เวอร์ชัน 10.0.0-140) ลงบน VMware ESXi ตั้งแต่การ Deploy OVF Template การตั้งค่า Network Adapter การทำ Firstboot Configuration ผ่าน CLI ไปจนถึงการ Login เข้า FDM และรัน Device Setup Wizard สามารถอ่านต่อได้จากบทความนี้ได้เลยครับ
https://www.ablenet.co.th/2026/07/30/ftd_fdm01/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

การติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้ห้องพักหรือห้องเช่าอาจฟังดูเป็นงานง่ายๆ แต่ถ้าเราต้องทำหลายสิบห้องพร้อมๆกันล่ะ การตั้งค่าทีละเค...
24/07/2026

การติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้ห้องพักหรือห้องเช่าอาจฟังดูเป็นงานง่ายๆ แต่ถ้าเราต้องทำหลายสิบห้องพร้อมๆกันล่ะ การตั้งค่าทีละเครื่องจะกินเวลาเรามากและเกิดความผิดพลาดได้ง่ายมากครับ ระบบ Zyxel GPON จึงมีแนวคิด “ONT Template” เข้ามาช่วย คือการกำหนดค่ามาตรฐานไว้ครั้งเดียว แล้วให้อุปกรณ์ทุกตัวที่ลงทะเบียนใหม่รับค่าเดียวกันโดยอัตโนมัติ
บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่การเตรียมและสร้าง ONT Template ไปจนถึงการลงทะเบียน (Register) ONU เข้ากับ OLT ให้พร้อมใช้งานจริง เหมาะสำหรับทีมงานที่ต้องดูแลระบบในภาพรวม โดยจากตัวอย่างจะใช้ OLT และ ONT เป็น OLT1408B-IA และ ONT PX3321-T1
https://www.ablenet.co.th/2026/07/24/how-to-setup-ont-template-and-register-onu-on-zyxel-gpon/
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.ablenet.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/ablenetcompany
Mobile: 098 859 9000

ที่อยู่

113 Vongvanit Road
Hat Yai
90110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66988599000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ AbleNet - เอเบิ้ลเน็ต โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง AbleNet - เอเบิ้ลเน็ต:

ทางลัด

แชร์