29/07/2026
อเมริกาเริ่มแล้ว. ..ต่อไป ประเทศไทย ก็คงจะต้องเป็นแนวทางเดียวกันค่ะ
ดังนั้น. ติดโซล่าเซลล์ รองรับอนาคตไว้เลย 👍
เปลี่ยน ‘บ้าน’ เป็นโรงไฟฟ้า ‘ขายไฟ’ ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ผ่านโซลาร์เซลล์-แบตเตอรี่ในบ้าน เจ้าของบ้านมีรายได้ ส่วน AI ได้ไฟบริโภค
เมื่อ AI กำลังสร้าง ‘คอขวดพลังงาน’ ให้สหรัฐ ดาต้าเซ็นเตอร์ขยายตัวเร็วกว่าโรงไฟฟ้าจนไฟฟ้าไม่เพียงพอ ทางออกใหม่จึงเกิดขึ้น ด้วยการเปลี่ยนบ้านประชาชนหลายล้านหลังให้เป็น ‘โรงไฟฟ้าเสมือน’ เพื่อแบ่งเบาภาระระบบไฟฟ้า ป้อนพลังงานให้ดาต้าเซ็นเตอร์ และเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านมีรายได้จากพลังงานที่เหลือใช้
เดอะนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ล่าสุด Tesla, Sunrun ผู้ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และ Renew Home บริษัทบริหารจัดการเทอร์โมสแตตและอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน
ทั้งสามบริษัทนี้เสนอ “ทางออก” ที่เร็วกว่า นั่นคือ การนำอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในบ้านของประชาชนหลายล้านหลัง ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ภายในบ้าน สมาร์ทเทอร์โมสแตต และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ มารวมกันเป็น “โรงไฟฟ้าเสมือน” (Virtual Power Plant: VPP) เพื่อช่วยจ่ายไฟให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
ทั้งสามบริษัทประกาศความร่วมมือว่า ระบบดังกล่าวจะสามารถเพิ่มกำลังไฟฟ้าได้มากพอสำหรับรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ถึง 17 แห่ง ในช่วงเวลาที่โครงข่ายไฟฟ้ามีภาระสูง โดยไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่
📌เปลี่ยน ‘บ้านคน’ ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายไฟฟ้า
แนวคิดนี้อาศัยการให้เจ้าของบ้านสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยแลกกับ “เงินตอบแทน” จากนั้นซอฟต์แวร์จะบริหารจัดการอุปกรณ์ภายในบ้านแบบอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางวันที่มีพลังงานแสงอาทิตย์เหลือเฟือ ระบบจะสั่งให้แบตเตอรี่ตามบ้านชาร์จไฟไว้ เมื่อถึงช่วงค่ำที่ความต้องการใช้ไฟพุ่งสูง แบตเตอรี่เหล่านี้ก็จะค่อย ๆ ปล่อยไฟกลับเข้าสู่โครงข่าย ช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้า
เมื่ออุปกรณ์นับล้านชิ้นทำงานร่วมกัน ก็สามารถสร้างกำลังไฟฟ้าได้ในระดับ “ใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่”
แมรี พาวเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Sunrun เผยว่า การก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ต้องใช้เวลานาน ขณะที่ศักยภาพด้านพลังงาน “มีอยู่แล้ว” ในบ้านของประชาชน เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่
ในปัจจุบัน ปัญหาของดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่ว่าระบบไฟฟ้าขาดกำลังผลิตตลอดเวลา แต่เป็นช่วงที่ความต้องการใช้ไฟพุ่งสูง เช่น คลื่นความร้อนหรืออากาศหนาวจัด ซึ่งเป็นช่วงที่โครงข่ายไฟฟ้าตึงตัวที่สุด
หากสามารถดึงพลังงานสำรองจากบ้านเรือนเข้ามาใช้งานในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะช่วยชะลอหรือหลีกเลี่ยงการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งแห่งใหม่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้
📌เจ้าของบ้านได้เงิน ส่วนระบบไฟฟ้าลดต้นทุน
จุดเด่นของโมเดลนี้คือ เจ้าของบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ “ค่าตอบแทน” จากการนำอุปกรณ์ของตนมาช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า
“โมเดลโรงไฟฟ้าเสมือน” จึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสามฝ่าย ได้แก่ เจ้าของบ้านมีรายได้เพิ่ม บริษัทเทคโนโลยีได้รับไฟฟ้าสำหรับป้อนดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วนผู้ให้บริการไฟฟ้า ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่จำนวนมากในระยะสั้น
นี่คือแนวคิดที่อาจพลิกโฉมระบบไฟฟ้า และอาจกลายเป็นต้นแบบของโลกในยุคที่ AI กำลังขับเคลื่อนทุกอุตสาหกรรม
อ่านต่อได้ที่: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1244639
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic