ร้านพิมพ์ชนกอิเล็กทรอนิกส์บ้านสวนพิมพ์ชนก

ร้านพิมพ์ชนกอิเล็กทรอนิกส์บ้านสวนพิมพ์ชนก ศูนย์จำหน่าย ติดตั้ง ซ่อม เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด กล้องวงจรปิด ไวไฟ โซล่าเซลล์ นำ้มันมะพร้าวสกัดเย็น

ศูนย์จำหน่าย – ติดตั้ง – ซ่อม
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด | กล้องวงจรปิด | Wi-Fi | โซล่าเซลล์
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

ร้านพิมพ์ชนกอิเล็กทรอนิกส์ บ้านสวน
บริการครบเรื่องไฟฟ้าและเทคโนโลยีในที่เดียว

✅ จำหน่ายและติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
✅ กล้องวงจรปิด ดูผ่านมือถือได้
✅ ติดตั้งระบบ Wi-Fi / Network ทั้งบ้านและสำนักงาน
✅ รับติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ประหยัดพลังงาน
✅ ซ่อม – เดินระบบไฟ – ระบบเน็ต – งานช่างทั่ว

ไป
✅ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นคุณภาพดี

📍 บริการในพื้นที่ นครศรีธรรมราชและใกล้เคียง
Facebook: https://www.facebook.com/pimchanokelectronics/

01/06/2025

🔴 NOAA คาด โลกจะปะทะมวลโคโรนาความเร็วกว่า 1,000 กิโลเมตร/วินาที ในคืนนี้!

พร้อมออกประกาศเฝ้าติดตามพายุแม่เหล็กโลกระดับรุนแรงมาก (G4) ในวันที่ 1-2 มิ.ย. 68

🌏 ผลกระทบจากพายุแม่เหล็กโลกระดับรุนแรงมาก (G4)

🧲 เกิดแสงเหนือแสงใต้ลามไปถึงละติจูดแม่เหล็ก 45 องศา การกระจายสัญญาณความถี่สูงขัดข้องเป็นระยะ

🧲 ระบบควบคุมแรงดันไฟฟ้าอาจเกิดความเสียหายเป็นพื้นที่กว้าง

🧲 ยานอวกาศอาจเกิดการสะสมประจุขึ้นที่พื้นผิวและอาจมีปัญหาในการสื่อสารและควบคุมทิศ

🧲 เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในท่อส่งน้ำ

01/06/2025

#อวกาศน่ารู้: ยาน Voyager 1 และ 2 ใช้พลังงานจากอะไร ทำไมถึงยังสามารถทำงานได้ แม้จะออกเดินทางมานานเกือบ 50 ปี?

แม้ยานอวกาศส่วนมากอาจใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ แต่เพราะยานอวกาศทั้งสองของโครงการ Voyager มีภารกิจเดินทางออกจากระบบสุริยะ ซึ่งเมื่อออกไปไกลเท่าไหร่ แสงจากดวงอาทิตย์จะอ่อนลงจนสว่างแทบไม่ต่างจากดาวฤกษ์ดวงอื่น ทำให้ไม่สามารถนำไปผลิตไฟฟ้าให้กับยานได้เลย

ด้วยเหตุเช่นนี้ NASA จึงตัดสินใจใช้เครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยความร้อนจากไอโซโทปรังสี หรือ Radioisotope Thermoelectric Generator (RTG) ที่ใช้การสลายตัวของสารกัมมันตรังสี ซึ่งมีการปล่อยพลังงานความร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงอย่างช้า ๆ ตามครึ่งชีวิตของสารกัมมันตรังสีนั้น

อย่างบนยาน Voyager 1 และ 2 มีการใช้พลูโตเนียม-238 ซึ่งมีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 87 ปี โดยความร้อนจากการสลายตัวของพลูโตเนียม-238 จะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์ Thermocouples เพื่อนำไปให้พลังงานกับส่วนต่าง ๆ ของยานอวกาศ ในขณะที่ความร้อนส่วนเกินยังสามารถทำหน้าที่เป็นฮีตเตอร์เพื่อรักษาอุณหภูมิของยานได้อีกด้วย

เพราะ RTG ไม่ได้มีพลังงานให้ใช้สอยได้อย่างไม่จำกัด ทำให้ NASA ได้สั่งปิดอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น รวมถึงปรับแผนการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อยืดอายุให้ยาน Voyager 1 ยังทำงานได้ในปี 2030 โดยมีอุปกรณ์สำรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 1 ชิ้นที่เปิดอยู่ ระหว่างออกห้วงอวกาศระหว่างดาวฤกษ์ พรหมแดนที่ไม่เคยมียานลำไหนเคยเดินทางไปถึงมาก่อน

ด้วยเหตุนี้ เราถึงไม่เห็นแผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ หรือมีการเปิดกล้องถ่ายภาพบนยาน Voyager 1 และ 2 ในปัจจุบันแล้วนั่นเอง

อย่าลืมกดติดตาม KornKT เพื่อไม่พลาดข่าวสารอวกาศ เรื่องราวดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ ได้ทุกช่องทางบนโลกออนไลน์นะครับ

#อวกาศน่ารู้

31/05/2025

🛰️ “LiDAR” ตัวช่วยสำรวจและค้นพบหลักฐานใหม่ทางโบราณคดี 🛰️.

📣 ปฏิวัติวงการโบราณคดี ด้วย “LiDAR” เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสำรวจ ที่ปัจจุบันถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งด้านป่าไม้ ธรณีวิทยา การนำทาง การสร้างแบบจำลองเมือง 3 มิติ รวมถึงการประยุกต์ใช้งาน กับ “วงการโบราณคดี” ที่นักโบราณคดีในหลายประเทศ นิยมใช้เพื่อสำรวจและสร้างแผนที่แหล่งโบราณคดีได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
🗺️ ด้วย LiDAR หรือ Light Detection And Ranging มีการทำงานด้วยวิธีวัดระยะ หรือความสูงจากระยะเวลาเดินทางของลำแสงเลเซอร์ที่ยิงจากตัวเซนเซอร์ไปยังวัตถุเป้าหมายและสะท้อนกลับมายังเซนเซอร์ มีความแม่นยำหรือความละเอียดสูงมากจนสามารถสร้างภาพ 3 มิติจากข้อมูลที่ได้ ความละเอียดในระดับดังกล่าวสามารถที่จะเห็นรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นโลกไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ไปจนถึงความลาดชัน จึงเหมาะสำหรับการนำไปใช้สำรวจทางโบราณคดี เพื่อค้นหาเมืองโบราณ หรือโบราณสถานที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน.
✅“ปิยวรรณ จารุภุมมิก” นักภูมิสารสนเทศชำนาญการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า GISTDA มีการนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้งานกว่า 10 ปี โดยมีการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานในหลากหลายด้าน รวมถึงการนำมาใช้กับด้านโบราณคดี เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการสำรวจแหล่งโบราณสถาน สร้างเป็นแผนที่ดิจิทัล ที่นอกจากจะทำให้เห็นโครงสร้างโดยรวมแล้ว ยังทำให้เกิดการค้นพบหลักฐานใหม่ ๆ ทั้งโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ การตั้งถิ่นฐาน ถนน เส้นทางน้ำ หรือแม้แต่เมืองที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า.
📱 “ด้วยวิธีการสำรวจโดยติดตั้งอุปกรณ์ LiDAR บนอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนขนาดใหญ่ ร่วมกับจุดควบคุมภาคพื้นดิน โดยให้ความหนาแน่นของจุดสัมผัสเลเซอร์มากกว่า 100 จุดต่อตารางเมตรบนพื้นผิวภูมิประเทศ จะช่วยเปิดเผยหลักฐานที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีพืชพรรณหนาแน่น หรือคันดินที่แคบและเล็ก หรือมีบ่อน้ำตื้น ข้อมูลที่มีความละเอียดสูงยังบอกถึงรูปร่างและโครงสร้างของแหล่งโบราณคดีอีกด้วย”
สำหรับการใช้ LiDAR ในด้านโบราณคดีของ GISTDA “ปิยวรรณ จารุภุมมิก” บอกว่า โครงการแรกเกิดขึ้นในปี 2565 เป็นการสำรวจ “เมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก วิทยสถานด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ( TASSHA) หรือ “ธัชชา” หน่วยงานภายใต้ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ครอบคลุมพื้นที่ 55 ตารางกิโลเมตร .
🆕 ทั้งนี้ภาพจากการบินสำรวจด้วย LiDAR เมื่อผ่านการปรับแก้ และเข้ากระบวนการประมวลผลต่าง ๆ จนเป็นภาพถ่ายทางอากาศที่เรียกว่า DEM ซึ่งตัดส่วนที่เป็นต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างออก เหลือแค่ส่วนของพื้นดิน มีการใช้สีแสดงความสูงของพื้นที่ ภาพดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี เป็นผู้วิเคราะห์
จากข้อมูลที่ได้ ไฮไลท์ของการสำรวจเมืองโบราณอู่ทองคือ การค้นพบ “โบราณสถานคอกช้างดิน” เพิ่มเติม และเห็นรูปทรงของคอกช้างดินที่เป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งเปลี่ยนความเชื่อจากเดิมที่ผู้เชี่ยวชาญเคยบันทึกไว้ว่าเป็นทรงกลม การค้นพบรูปทรงใหม่ของโบราณสถานและสิ่งก่อสร้างเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึก เพราะความเชื่อของแต่ละยุคสมัยที่แตกต่างกัน.
📣นอกจากนี้การวิเคราะห์ภาพที่ได้จาก LiDAR ยังแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการน้ำและการตั้งถิ่นฐานสมัยโบราณที่เมืองอู่ทอง ซึ่งมีการค้นพบหลักฐานมากขึ้น และเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ สามารถมาร์กจุดหรือปักหมุดจุดสำคัญเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อยอดวางแผนสำรวจเพิ่มเติมในอนาคตได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเดินสำรวจใหม่ รวมถึงสามารถสร้างเป็นฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อเผยแพร่ต่อไป .
🏡 ต่อมาในปี 2566 GISTDA ได้มีการใช้ LiDAR สำรวจ “เมืองโบราณเวียงท่ากาน จ.เชียงใหม่” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร เพื่อทดสอบอุปกรณ์ และสร้างเป็นแผนที่ฐานทางโบราณคดี ส่งมอบให้กับ “ธัชชา” และล่าสุด ในปี 2567 ที่ผ่านมา GISTDA ได้ร่วมสำรวจ “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร เพื่อสำรวจร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่ของพื้นที่ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณในอดีต เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปจัดการบริหารพื้นที่ทางโบราณคดีได้อย่างเหมาะสม .
🛰️“ปัจจุบันการสำรวจที่ ศรีเทพ แล้วเสร็จ มีการนำข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์แปลผล พบว่ามีจุดน่าสนใจที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน คือ จุดสงสัยว่าจะเป็นเส้นทางน้ำโบราณในเมืองในที่อยู่ภายในคูเมืองอีกที ซึ่งนักโบราณคดีจะมีการศึกษาต่อไป โดยจุดสงสัยนี้หากสำรวจด้วยวิธีการตามปกติ จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เนื่องจาก พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่อยู่โดยตลอด และทับถมด้วยกิ่งไม้ใบหญ้าต่าง ๆ อีกทั้งเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการสำรวจค่อนข้างนาน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ลักษณะรูปร่างของร่องรอยคูน้ำทั้งเส้นได้ แต่เมื่อใช้ LiDAR ซึ่งสามารถสร้างชั้นข้อมูลแบบจำลองระดับความสูงเชิงเลข หรือ DEM ได้ เป็นข้อมูลแสดงพื้นผิวของเปลือกโลก โดยไม่แสดงคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น ต้นไม้ สิ่งปลูกสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เห็นร่องรอยที่ซ่อนอยู่ที่พื้นผิวดินได้อย่างชัดเจนนั่นเอง…”.
✅ด้วยการวิจัยและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน GISTDA มีความพร้อมในการให้บริการเทคโนโลยี LiDAR ซึ่งไม่ได้มีแค่การติดตั้งบนโดรน แต่ยังมีครบทั้งแบบติดตั้งบนพื้น บนรถ หรือว่าแบบติดเป้สะพายหลัง ซึ่งตอบโจทย์ครอบคลุมการสำรวจในหลากหลายสาขา
เทคโนโลยีนี้ช่วยสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น สามารถเข้าถึงพื้นที่ ที่เคยยากต่อการสำรวจ เช่น บนภูเขาหรือป่าทึบได้ด้วยการสั่งการจากระยะไกล และที่สำคัญไม่รบกวนหรือทำลายร่องรอยของแหล่งโบราณคดี นอกจากนี้ข้อมูลจาก LiDAR ยังสามารถนำมารวมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อสร้างแบบจำลองดิจิทัลที่ครอบคลุม แหล่งโบราณคดี ช่วยในการวางแผนบริหารจัดการแหล่งโบราณคดีได้อีกด้วย.
🛰️สำหรับเป้าหมายอนาคต ผู้พัฒนาโครงการจาก GISTDA บอกว่า อยากเห็นการใช้ LiDAR เป็นเครื่องมือในการสำรวจแหล่งโบราณคดีทั่วประเทศ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ และอยากพัฒนาเทคโนโลยี AI เข้ามาตอบโจทย์เพิ่มเติมเรื่องการแปลภาพเบื้องต้นให้เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีวิเคราะห์แปลตีความ เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลทางโบราณคดีได้มากยิ่งขึ้น.

#เทคโนโลยี #โบราณคดี #สำรวจ #ข้อมูล #วิเคราะห์

30/05/2025

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบกลยุทธ์การเอาตัวรอดของแบคทีเรียที่น่าประหลาดใจ ซึ่งมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีชีวภาพและระบบพลังงาน โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบกลไกของแบคทีเรียบางชนิด ที่หายใจโดยการสร้างกระแสไฟฟ้า คือ แทนที่จะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป แต่กลับผลักอิเล็กตรอนเข้าไปในสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เพื่อสร้างพลังงาน

การหายใจด้วยไฟฟ้าคืออะไร ?

สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันอาศัยออกซิเจนในการเผาผลาญอาหารและปลดปล่อยพลังงาน โดยออกซิเจนทำหน้าที่เป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย ในปฏิกิริยาที่ผลิตพลังงาน แต่แบคทีเรีย ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่ามนุษย์ สัตว์ และพืชอย่างมาก ได้วิวัฒนาการด้านการหายใจวิธีอื่นในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนน้อยหรือไม่มีออกซิเจน เช่น ใต้ทะลึก หรือแม้กระทั่งในลำไส้ของมนุษย์

นักวิจัยพบว่าแบคทีเรียบางชนิดใช้สารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติที่เรียกว่า แนฟโทควิโนน (Naphthoquinones) ในการถ่ายโอนอิเล็กตรอนไปยังพื้นผิวภายนอก กระบวนการนี้เรียกว่าการหายใจนอกเซลล์ (Extracellular Respiration)

โดยปกติแล้ว เซลล์จะปล่อยพลังงานโดยการส่งอิเล็กตรอนไปสู่ออกซิเจนภายในเซลล์ เพื่อปล่อยพลังงาน แต่แบคทีเรียที่เกิดกระบวนการหายใจนอกเซลล์นี้ จะส่งอิเล็กตรอนออกนอกเซลล์ ไปยังพื้นผิวภายนอกที่นำไฟฟ้าได้ เช่นแผ่นโลหะหรือแร่ธาตุบางชนิด ซึ่งช่วยให้แบคทีเรียปลดปล่อยพลังงานจากอาหารได้ แม้ว่าจะไม่มีออกซิเจนก็ตาม กระบวนการดังกล่าวนี้คล้ายกับการทำงานของแบตเตอรี่ ที่อิเล็กตรอนจะเคลื่อนย้ายจากปลายด้านหนึ่งไปยังอีกด้าน ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า

การค้นพบครั้งนี้นับว่าเป็นเปิดเผยกลไกการปรับตัวของธรรมชาติ และนักวิจัยคาดการณ์ว่า ในธรรมชาติอาจเกิดกลไกนี้มากกว่าที่เคยคิด

บีกิ บาปิ คุนดู (Biki Bapi Kundu) นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยไรซ์ และผู้เขียนคนแรกของงานวิจัยนี้กล่าวว่า “แนฟโทควิโนน (Naphthoquinones) ทำหน้าที่เหมือนตัวส่งสารระดับโมเลกุล โดยนำอิเล็กตรอนออกจากเซลล์ เพื่อให้แบคทีเรียสามารถย่อยอาหารและสร้างพลังงานได้”

แคโรไลน์ อาโจ-แฟรงคลิน (Caroline Ajo-Franklin) ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาสังเคราะห์ไรซ์ (Rice Synthetic Biology) และนักวิชาการของสถาบันวิจัยและป้องกันโรคมะเร็งแห่งเท็กซัส (CPRIT) หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “การวิจัยของเราไม่เพียงแต่จะไขความลึกลับทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่มายาวนานเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นว่า กลยุทธ์การเอาตัวรอดแบบนี้ อาจมีอยู่อีก ในสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในธรรมชาติ”

จำลองสิ่งมีชีวิตโดยปราศจากอากาศ

ทีมนักวิจัยได้ร่วมมือกับห้องปฏิบัติการพาลสัน (Palsson) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทำแบบจำลองยืนยันผลการค้นพบ โดยใช้คอมพิวเตอร์ขั้นสูงสร้างแบบจำลองการเติบโตของแบคทีเรียในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีออกซิเจน แต่มีพื้นผิวนำไฟฟ้าอยู่จำนวนมาก ซึ่งผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าแบคทีเรียสามารถดำรงอยู่ได้โดยการคายประจุอิเล็กตรอนจากสู่ภายนอก

นอกจากนี้ยังมีการทดลองจริงเพิ่มเติม โดยวางแบคทีเรียบนวัสดุที่นำไฟฟ้า ให้ผลลัพธ์ว่าแบคทีเรียสามารถสร้างไฟฟ้าและเจริญเติบโตได้เนื่องจากพวกมันหายใจผ่านพื้นผิว

การศึกษานี้ ช่วยทำให้มนุษย์เราเข้าใจถึงความหลากหลายของกระบวนการเผาผลาญของแบคทีเรียได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยังได้วิธีการในการติดตามพฤติกรรมของแบคทีเรียแบบเรียลไทม์อีกด้วย

การประยุกต์ใช้ด้านเทคโนโลยีสะอาดและอื่น ๆ

การค้นพบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในวงกว้าง อย่างด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การบำบัดน้ำเสีย หรือการผลิตทางชีวภาพ หากอิเล็กตรอนในระบบมีความไม่สมดุล ก็จะทำให้ประสิทธิภาพน้อยลง การใช้แบคทีเรียที่หายใจด้วยไฟฟ้า จะสามารถสร้างความสมดุลให้อิเล็กตรอน และทำให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้เทคโนโลยีนี้ยังอาจทำให้เซ็นเซอร์ชีวอิเล็กทรอนิกส์ทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจน ซึ่งจะเปิดโอกาสในการสร้างเครื่องมือใหม่ ๆ เช่นเครื่องมือทางการแพทย์ การติดตามมลพิษ หรือการสำรวจอวกาศลึกได้อีกด้วย

อาโจ-แฟรงคลิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานของเราเปิดประตูสู่การสร้างเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดและยั่งยืนมากขึ้นโดยมีชีววิทยาเป็นแกนหลัก”

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Cell ฉบับวันที่ 10 เมษายน 2025

#แบคทีเรีย #ชีววิทยา #การหายใจนอกเซลล์ #ไฟฟ้า #วิทยาศาสตร์ #จุลชีพ

29/05/2025

🪐 นักวิทยาศาสตร์ตะลึง! พบวัตถุทรงกลม ล่องหน ในอวกาศห้วงลึก

มันดูเหมือนดาวเคราะห์ของมนุษย์ต่างดาว หรืออาจเป็นลูกบอลล่องหน ลอยอยู่ในอวกาศ
แต่วัตถุลึกลับทรงกลมสมบูรณ์แบบนี้ ซ่อนตัวอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ห่างออกไปหลายล้านล้านไมล์ กำลังทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกงุนงง เพราะมันท้าทายทฤษฎีทางดาราศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
🔭 วัตถุดังกล่าวถูกตรวจพบโดยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ ASKAP ในออสเตรเลีย และได้รับชื่อว่า ซึ่งมาจากภาษากรีกโบราณ แปลว่า “สมบูรณ์แบบ” เนื่องจากรูปร่างที่กลมเกลี้ยงอย่างน่าทึ่ง
Teleios มีขนาดใหญ่ได้ถึง 157 ปีแสง และอาจอยู่ห่างจากโลกประมาณ 7,100 หรือ 25,100 ปีแสง (ประมาณหลายล้านล้านกิโลเมตร!)
📡 ที่น่าทึ่งคือ วัตถุนี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือแม้แต่ ในรังสีเอกซ์ อินฟราเรด, หรือมองเห็นแสง ซึ่งหมายความว่าเราไม่สามารถมองเห็นมันได้แม้ว่าจะเข้าไปใกล้มันก็ตาม
สิ่งที่แปลกก็คือ Teleios สามารถมองเห็นได้เฉพาะในคลื่นวิทยุเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุดของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า
แม้ว่านักวิชาการจะไม่ทราบแน่ชัดว่าทรงกลมแห่งอวกาศนี้ คืออะไร หรือเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่พวกเขาก็มีทฤษฎีที่เป็นรูปธรรมบางประการ
💥 มีสมมุติฐานว่า Teleios อาจเป็น ซากซูเปอร์โนวา — เศษซากจากการระเบิดของดาวฤกษ์ที่ปล่อยธาตุต่างๆ เช่น คาร์บอน ออกซิเจน และซิลิคอนออกมา
อีกทฤษฎีหนึ่งคือ มันอาจเป็น ฟองลมดาวฤกษ์ (stellar-wind bubble) — ช่องว่างขนาดมหึมาที่ถูกพ่นออกมาจากชั้นบรรยากาศชั้นนอกของดาวฤกษ์
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์สงสัยมากที่สุดคือรูปร่างที่กลมสมบูรณ์ของมัน ซึ่งไม่ปกติหากเป็นซากซูเปอร์โนวา เพราะส่วนใหญ่จะมีรูปร่างบิดเบี้ยวจากแรงในอวกาศรอบๆ
ตามที่ทีมงานที่เผยแพร่ผลการวิจัยในarXivระบุ พบว่ามีค่าความสว่างพื้นผิวต่ำมากเมื่อเทียบกับเศษซากซูเปอร์โนวา
🧠 ทีมนักวิจัยกล่าวว่า:
“Teleios คงรูปร่างสมมาตรของมันไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่มาก มันดูเหมือนไม่ถูกรบกวนโดยสิ่งแวดล้อมรอบข้างเลย”
นี่จึงเป็นโอกาสพิเศษในการศึกษาว่าการระเบิดครั้งแรกของมันเป็นอย่างไร — และอาจเผยข้อมูลลับเกี่ยวกับหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล
🌌 งานสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ EMU (Evolutionary Map of the Universe) ซึ่งจะสร้างแผนที่ฟากฟ้าซีกโลกใต้ด้วยความละเอียดสูงที่ไม่เคยมีมาก่อน
“นี่คือก้าวใหม่ในการสำรวจจักรวาล และ Teleios อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งลึกลับอีกมากมายที่ยังรอการค้นพบ...” 🚀✨
ที่มา:allmysteryworld
#อวกาศ #จักรวาล #ดาราศาสตร์ #สิ่งลึกลับ #ซูเปอร์โนวา #กล้องโทรทรรศน์ASKAP #วิทยาศาสตร์ #สำรวจอวกาศ #กาแล็กซีทางช้างเผือก #โลกและจักรวาล #คลื่นวิทยุจากอวกาศ #เรื่องลึกลับในอวกาศ #ความรู้รอบตัว #ข่าววิทยาศาสตร์ #เทคโนโลยีอวกาศ

12/05/2025

ในปี 1928 Nikola Tesla ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกาหมายเลข 1,655,144 สำหรับเครื่องบินที่ไม่ธรรมดา เขายังร่างแบบสำหรับโครงการนี้ด้วย ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างยานพาหนะบินได้ขั้นสูงสุด ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัวเรา
ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต Tesla ได้พัฒนาแผนโดยละเอียดสำหรับระบบขับเคลื่อนของเครื่องบิน ซึ่งเขาเรียกว่า "SPACE DRIVE" ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า
#เทคโนโลยีต่อต้านแรงโน้มถ่วง ของ Tesla มีจุดประสงค์เพื่อสร้างจานบินที่ปฏิวัติวงการ ซึ่งเป็นยานอวกาศที่สามารถควบคุมสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อยกตัวขึ้นจากพื้นดินและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วและความง่ายดายที่เหลือเชื่อ
#จานบิน

12/05/2025
12/05/2025

ที่อยู่

Chian Yai
80190

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านพิมพ์ชนกอิเล็กทรอนิกส์บ้านสวนพิมพ์ชนกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ร้านพิมพ์ชนกอิเล็กทรอนิกส์บ้านสวนพิมพ์ชนก:

แชร์