AI Techwise Company Limited.

AI Techwise Company Limited. AI Soulition, Software Development

03/06/2025
เซอร์ไพรส์ไหม? คนส่วนใหญ่ใช้ AI ทำอะไรมากที่สุด?จากรายงานของ Harvard Business Review พบว่า 3 อันดับแรกในปีนี้ คือ:1. เยี...
30/04/2025

เซอร์ไพรส์ไหม? คนส่วนใหญ่ใช้ AI ทำอะไรมากที่สุด?
จากรายงานของ Harvard Business Review พบว่า 3 อันดับแรกในปีนี้ คือ:

1. เยียวยาจิตใจและเป็นเพื่อนคลายเหงา
2. จัดระเบียบชีวิต
3. ค้นหา “จุดมุ่งหมาย” ในชีวิต

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าว่าท่ามกลางยุคสมัยที่วุ่นวายและไม่มั่นคงเช่นนี้ ผู้คนต้องการคุณค่าทางอารมณ์ในชีวิตอย่างเร่งด่วน และ AI ที่ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่พูดจาหยาบคาย และมีท่าทีสงบนิ่ง ได้กลายมาเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนโดยไม่ทันตั้งตัว

เรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจสำคัญกับเรา 2 ประเด็น:

ประเด็นแรกคือ ความก้าวหน้าของ AI ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่ารุดหน้าแบบก้าวกระโดด (ไม่ใช่สองปี แต่แค่หกเดือนเท่านั้น) โดยเฉพาะในด้าน "ความสามารถในการให้เหตุผล (reasoning)"
AI สามารถประเมินสภาพจิตใจของมนุษย์ในขณะสนทนาได้อย่างแม่นยำ จนสามารถให้ "คุณค่าทางอารมณ์" ได้ในระดับที่น่าประหลาดใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยุคแรกๆ ยังทำไม่ได้เลย นี่จึงสะท้อนถึง “โอกาสทางธุรกิจมหาศาล” ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

หากคุณสังเกต จะพบว่าบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ รวมถึง OpenAI ต่างพยายามพัฒนา AI ให้มี “ความสามารถในการจดจำ” และ “เข้าใจตัวตนของคุณ” เพื่อมอบประสบการณ์การสนทนาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized) ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายแค่ช่วยงานประจำวันของคุณเท่านั้น แต่คือการ “เข้าถึงจิตใจ” และ “ชี้นำชีวิตของคุณ” อย่างลึกซึ้ง

อีกไม่นาน AI จะรู้จักคุณดีกว่าตัวคุณเอง และรู้ด้วยว่าจะ "ชักจูง" คุณอย่างไร

ประเด็นที่สองคือ จากการเฝ้าสังเกตมานาน ผมรู้สึกแปลกใจเสมอที่ผู้คนมีระดับการยอมรับและพึ่งพาเทคโนโลยีเสมือนจริงสูงมาก
ในเมื่อตอนนี้ AI สามารถให้คุณค่าทางอารมณ์ได้ ผมเชื่อว่าแนวโน้มถัดไปที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือ:
AI กำลังเตรียมตัวเป็นแรงขับเคลื่อนให้ “เมตาเวิร์ส (Metaverse)” กลับมาอีกครั้ง

เมตาเวิร์สเคยล้มเหลวมาก่อน เพราะการให้ประสบการณ์ที่แย่มาก: ฉากต่างๆก็ธรรมดา การโต้ตอบไม่ทันใจ และไม่มี AI ขั้นสูงที่จะช่วยปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือนนั้นน่าสนใจ แต่เมื่อการสร้างฉากหรือเกมสามารถทำได้เพียง “ดีดนิ้วครั้งเดียว” แล้ว ยังจะมีเหตุผลอะไรให้เมตาเวิร์สไม่หวนกลับมา?

แล้วทั้งหมดนี้ “ดี” หรือ “ไม่ดี”?
เทคโนโลยีนั้นเป็นดาบสองคมเสมอ — ที่ไหนมีแสงก็ย่อมมีเงา

สิ่งที่แน่นอนคือ เรากำลังจะเข้าสู่ยุคที่ฉากในนิยายไซไฟหรือซีรีส์ Black Mirror กำลังจะกลายเป็นความจริงในไม่ช้า

นับตั้งแต่ปลายปี 2022 ที่ Generative AI เป็นกระแสความนิยมขึ้นมาหลายๆ องค์กรต่างก็เหมือนได้เห็นแสงแห่งความหวัง โดยหวังว่า...
17/04/2025

นับตั้งแต่ปลายปี 2022 ที่ Generative AI เป็นกระแสความนิยมขึ้นมา
หลายๆ องค์กรต่างก็เหมือนได้เห็นแสงแห่งความหวัง โดยหวังว่าจะสามารถนำ AI มาใช้ในองค์กรได้ แต่เวลาผ่านไปแล้วสองปี และเข้าสู่ปี 2025 แล้ว
ยังมีองค์กรส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถก้าวข้ามประตูแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ได้
คำถามคือ… สาเหตุที่แท้จริงนั้นคืออะไร?

🧠 ความเข้าใจ AI ขององค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น
พนักงานส่วนมากอาจเคยได้ยินคำว่า "ปัญญาประดิษฐ์" (AI)
แต่ยังไม่มีความรู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่รู้ว่าจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร

⚠️ อุปสรรคที่เผชิญ

🤔 ความเข้าใจใน AI ยังตื้นเขิน
ขาดความเห็นพ้องในคุณค่าที่แท้จริงและความจำเป็นในการนำ AI มาใช้
จึงทำให้แรงจูงใจในการผลักดันต่ำ

📉 ขาดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การจัดการข้อมูล, การควบคุมคุณภาพ,
และ ความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือการปฏิบัติตามข้อกำหนด

🚫 ยังไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน หรือโครงสร้างการดำเนินการ สำหรับการขับเคลื่อน AI

👉 แนวทางการแก้ไข
📝 สำรวจปัญหาที่องค์กรต้องการแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก

🧑‍🏫 จัดอบรมและเวิร์กชอป เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ และศักยภาพของ AI

🧑‍💼 ผู้บริหารควรเริ่มต้นจากการเรียนรู้พื้นฐานของ AI
อาจเข้าร่วมคอร์สอบรม หรือใช้บริการที่ปรึกษาแบบโค้ชส่วนตัว
เพื่อเข้าใจคุณค่าทางธุรกิจของ AI รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

🤝 ให้บริษัทที่ปรึกษาภายนอกช่วยดำเนินการ เช่น
สัมภาษณ์ทีมผู้บริหารเพื่อเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ขององค์กร กับเป้าหมายด้าน AI
พร้อมทั้งสำรวจฐานข้อมูล, แหล่งข้อมูล และกระบวนการที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
AI Techwise Company Limited.
Email : [email protected]
Tel : 02-130-6100
website : aitechwise.co.th

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2568Happy Songkran festival 2025
13/04/2025

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2568
Happy Songkran festival 2025

วันนี้ Google ได้เปิดตัวโปรโตคอลใหม่ที่ชื่อว่า A2A ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ AI Agent ต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต...
10/04/2025

วันนี้ Google ได้เปิดตัวโปรโตคอลใหม่ที่ชื่อว่า A2A ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ AI Agent ต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะถูกพัฒนาด้วยเฟรมเวิร์กใดก็ตาม

เราสรุปหลักการสำคัญไว้ 5 ข้อดังนี้

1. ให้ Agent ทำงานร่วมกันได้อย่างอิสระ: อนุญาตให้ Agent โต้ตอบกันในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติที่สุด แม้ว่าจะไม่มีหน่วยความจำร่วมกัน เครื่องมือเดียวกัน หรือความรู้พื้นฐานร่วมกันก็ตาม ก็ยังสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

2. ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด: สร้างขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่คุ้นเคย เช่น HTTP, SSE, และ JSON-RPC สามารถนำไปใช้งานร่วมกับระบบเดิมได้อย่างง่ายดาย

3. ความปลอดภัย: มาพร้อมกลไกรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร เพื่อรับประกันความปลอดภัยของข้อมูล

4. รองรับงานระยะยาว: ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องการความรวดเร็วหรือการวิจัยเชิงลึก A2A ก็สามารถรองรับได้ พร้อมให้ข้อมูลเสนอแนะและอัปเดตสถานะแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ

5. ไม่จำกัดแค่ข้อความ: นอกจากข้อความแล้ว A2A ยังรองรับข้อมูลในรูปแบบอื่น เช่น เสียง และวิดีโออีกด้วย

สรุปแล้วในทางทฤษฎี A2A จะช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่าง AI ง่ายขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และยืดหยุ่นมากขึ้น อาจกลายเป็นอีกก้าวสำคัญของโลก AI ต่อจาก mcp และ mcpo

ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์มนุษย์ (HAI) ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้เผยแพร่รายงานล่าสุด《AI Index 2025》ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญในกา...
09/04/2025

ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์มนุษย์ (HAI) ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้เผยแพร่รายงานล่าสุด《AI Index 2025》ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญในการพัฒนา AI ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา โดยมีบางประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

- การอนุมัติอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การขับขี่อัตโนมัติด้วย AI กลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว (Waymo ให้บริการเดินทาง 150,000 ครั้งต่อสัปดาห์)
- อเมริกาลงทุนด้าน AI จำนวน 109.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 อัตราการใช้งาน AI ในธุรกิจเพิ่มจาก 55% เป็น 78%
- อเมริกาเป็นประเทศที่ผลิตโมเดล AI มากที่สุด แต่จีนเริ่มไล่ตามทันและช่องว่างด้านคุณภาพลดลงอย่างมาก
- ทัศนคติและมุมมองต่อ AI ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน (เอเชียมีทัศนคติเชิงบวกมากกว่า ขณะที่ยุโรปและอเมริกาจะระมัดระวังมากกว่า) แต่โดยรวมแล้วทัศนคติเชิงบวกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ต้นทุนในการใช้ AI ลดลงอย่างมาก และโมเดลโอเพนซอร์สสามารถแข่งขันกับโมเดลที่ปิดซอร์สได้แล้ว
- ปัจจุบันมีอุตสาหกรรมผลิตโมเดล AI เกือบ 90% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วมีเพียง 60% เท่านั้น

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
AI Techwise Company Limited.
Email : [email protected]
Tel : 02-130-6100
website : aitechwise.co.th

ลองจินตนาการดูว่า AI ไม่เพียงแค่อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถ "เข้าใจ" ปุ่มต่างๆ แบบฟอร์ม เมนู และแม้กระ...
07/04/2025

ลองจินตนาการดูว่า AI ไม่เพียงแค่อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถ "เข้าใจ" ปุ่มต่างๆ แบบฟอร์ม เมนู และแม้กระทั่งคลิก พิมพ์ หรือใช้งานเว็บได้เหมือนมนุษย์ นี่คือความสามารถหลักของ Browser Use เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่เพิ่งเปิดตัว และกลายเป็นกระแสในหมู่นักพัฒนาอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน

เทคโนโลยีนี้เริ่มต้นจากการพูดคุยเล่นช่วงพักกลางวัน ระหว่างนักศึกษาปริญญาโทสองคนจาก ETH ในสวิตเซอร์แลนด์ และใช้เวลาเพียง 4 วันในการสร้างต้นแบบ แต่ผลตอบรับกลับได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ มียอดดาวน์โหลดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดาวบน GitHub เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และยังสามารถดึงเงินลงทุนได้ถึง 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่างจากวิธีการทำงานของ AI ที่เน้นการมองเห็นภาพแบบเดิม Browser Use ใช้แนวทางใหม่โดยการปรับโครงสร้างของหน้าเว็บให้กลายเป็นข้อความที่ AI เข้าใจได้โดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรและความยืดหยุ่นอย่างมาก ทำให้ AI "เข้าใจ" เว็บไซต์ และดำเนินการกับมันได้อย่างอิสระ แม้เป็นงานที่ซับซ้อนก็ตาม

การมาของ Browser Use จึงเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับแอปพลิเคชันAI ตั้งแต่การทำงานอัตโนมัติบนเว็บ ไปจนถึงการจัดการงานที่ซับซ้อนกว่านั้น คำถามคือ—เทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนแปลงวิธีการโต้ตอบของเรากับโลกออนไลน์อย่างไร?

🚨 OpenAI ประกาศรองรับโปรโตคอล MCP: ยุคของ "ปลั๊กอินสากล" สำหรับ AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วก่อนหน้านี้ เราเคยพูดถึง MCP (Mode...
01/04/2025

🚨 OpenAI ประกาศรองรับโปรโตคอล MCP: ยุคของ "ปลั๊กอินสากล" สำหรับ AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ก่อนหน้านี้ เราเคยพูดถึง MCP (Model Context Protocol) และสงสัยว่า บริษัทใหญ่ๆ อย่าง OpenAI จะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ หรือพวกเขาจะเลือกใช้ API ของตนเองเพื่อ "ผูก" ผู้ใช้ไว้กับระบบของตัวเอง
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ OpenAI ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่ารองรับโปรโตคอล MCP และมีแผนที่จะผสานรวมเข้ากับ ChatGPT เวอร์ชันเดสก์ท็อป
นี่ไม่ใช่เพียงแค่การปรับเปลี่ยนทางเทคนิค แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบนิเวศ AI เลยทีเดียว

🧩 MCP คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?

ลองนึกถึง MCP เหมือนกับมาตรฐาน "USB Type-C" ของโลก AI
มันช่วยให้โมเดล AI ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูล เครื่องมือ และเวิร์กโฟลว์ภายนอกได้ง่ายขึ้น เช่น เสิร์ชเอนจิน ฐานข้อมูลโค้ด ระบบเอกสารภายในองค์กร หรือแม้แต่ API แบบเรียลไทม์บนเว็บ
พูดง่ายๆ ก็คือ แต่เดิมคุณต้องเขียนโค้ดเอง เชื่อมต่อ API ต่างๆ เอง แต่ MCP AI สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเครื่องมือที่เหมาะสมได้โดยอัตโนมัติ

🧑‍💻 ผู้ใช้ทั่วไปได้ประโยชน์อะไรบ้าง?

1. AI เข้าใจสิ่งที่คุณพูดมากขึ้น
คุณไม่ต้องคอยคัดลอกข้อมูลหรืออธิบายบริบทให้ AI ฟังเองอีกต่อไป แค่ให้สิทธิ์การเข้าถึง AI ก็สามารถดึงข้อมูลจาก Notion, Google Drive หรือระบบจัดเก็บข้อมูลของคุณมาวิเคราะห์และตอบคำถามได้ทันที

2. ลดความยุ่งยากในการใช้งาน
แต่เดิมการผสาน AI เข้ากับเครื่องมือต่างๆ เป็นเรื่องซับซ้อน แต่ MCP ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เพียงแค่ให้สิทธิ์และเลือกปลั๊กอินที่ต้องการ คนทั่วไปก็สามารถใช้งาน AI เชื่อมต่อข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

3. AI เป็นผู้ช่วยที่แท้จริง
จากเดิมที่เป็นแค่เครื่องมือสนทนา ตอนนี้ AI สามารถช่วยสรุปรายงาน จัดระเบียบบันทึกการประชุม หรือติดตามงานได้โดยอัตโนมัติ

💼 ผลกระทบต่อผู้พัฒนาและบริษัทที่ให้บริการ AI

✅ โอกาสในเชิงบวก:

- พัฒนาได้เร็วขึ้น
MCP ทำให้การเชื่อมต่อมาตรฐานเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพิ่มความเป็นโมดูล ทำให้สตาร์ทอัปสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้เร็วขึ้น

- การรวมข้ามแพลตฟอร์มง่ายขึ้น
ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ AI เข้ากับ Slack, GitHub, ฐานข้อมูล และเครื่องมืออื่นๆ ได้จากที่เดียว ทำให้การใช้งานสมบูรณ์แบบขึ้น และนักพัฒนาสามารถสร้างโซลูชันแบบครบวงจรได้ง่ายขึ้น

- คุณภาพสำคัญกว่าขนาดของโมเดล
อนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันที่ขนาดของโมเดล AI อีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่ใครจะผสานรวมและใช้งานได้ชาญฉลาดกว่ากัน

⚠️ ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น:

- ปัญหาความเหมือนกันของผลิตภัณฑ์
เมื่อทุกคนใช้ MCP และเชื่อมต่อกับเครื่องมือเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาจเริ่มคล้ายกันมากขึ้น ทำให้การสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมยากขึ้น

- สตาร์ทอัปนวัตกรรมเล็กๆ อาจโดนกลืน
เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI เข้าร่วมในโปรโตคอลเดียวกัน บริษัทสตาร์ทอัปที่เคยใช้ "ความยุ่งยาก" ของระบบเป็นจุดขาย อาจถูกกลืนหายไป

- การพึ่งพาแพลตฟอร์มมากขึ้น
หาก MCP ถูกควบคุมโดยบริษัทใหญ่ไม่กี่แห่ง เช่น OpenAI หรือ Anthropic บริษัทขนาดเล็กอาจต้องพึ่งพากฎและนโยบายของแพลตฟอร์มเหล่านี้มากขึ้น

- ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
ยิ่ง AI เข้าถึงข้อมูลได้มากเท่าไร ความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกเปิดเผยหรือรั่วไหลก็ยิ่งสูงขึ้น ผู้ใช้ระดับองค์กรอาจกังวลเกี่ยวกับขอบเขตของสิทธิ์การเข้าถึงและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

🦊 การที่ OpenAI เข้าร่วม MCP ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนจาก "การทำงานแบบแยกกัน" ไปสู่ "การร่วมมือกันสร้างระบบเปิด" ในอุตสาหกรรม AI

อนาคตของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีโมเดลที่ทรงพลังที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถสร้างระบบที่รวมศูนย์ได้ดีที่สุด เสถียรที่สุด และปลอดภัยที่สุด

ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
แต่สำหรับนักพัฒนาแล้ว มันคือสงครามครั้งใหม่
เครื่องมือ AI กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ขอบเขตระหว่างมนุษย์กับ AI ก็เริ่มไม่ชัดเจนมากขึ้น

แล้วคุณล่ะ? อยากเป็นผู้สร้าง หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบนี้?

 #รูปแบบการวางแผน (Planning Pattern)การวางแผน ถือเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดของ Agentic Workflowรูปที่แสดงให้เห็นว่า เม...
28/03/2025

#รูปแบบการวางแผน (Planning Pattern)

การวางแผน ถือเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดของ Agentic Workflow

รูปที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อผู้ใช้ตั้งคำถาม Agent จะ "วางแผน" การดำเนินงาน แบ่งงานที่ซับซ้อนออกเป็นงานย่อยๆ เช่น Task 1, Task 2, Task 3... ตามลำดับ
หากขั้นตอนใดไม่เสร็จสมบูรณ์ จะทำการปรับแผนโดยอัตโนมัติ เมื่อทำครบทุกขั้นตอนแล้ว จึงสร้างคำตอบให้ผู้ใช้

แนวทางนี้ช่วยให้ AI คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบคล้ายกับมนุษย์

#รูปแบบการใช้เครื่องมือ (Tool Use Pattern)

รูปที่แสดงรูปแบบการใช้งานเครื่องมือของ Agent

Agent จะวิเคราะห์คำถามของผู้ใช้ และตัดสินว่าจะใช้เครื่องมือใด (เช่น การค้นหาเว็บ Gmail, Slack, การค้นหาเวกเตอร์ ฯลฯ) โดยใช้เครื่องมือที่เลือกมาประมวลผล และสร้างคำตอบโดยอิงจากข้อมูลที่ได้มา

นี่ทำให้ Agent ไม่เพียงแค่ใช้ "คำตอบจากในหัว" เท่านั้น แต่ยังสามารถค้นหาข้อมูลใหม่ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งคล้ายกับผู้ช่วยที่สามารถใช้ Google และเรียกใช้ API ได้

#รูปแบบการสะท้อนผลลัพธ์ (Reflection Pattern)

รูปที่แสดงให้เห็นว่า Agent สามารถปรับปรุงผลลัพธ์ของตนเองได้ สร้างคำตอบเบื้องต้น ตรวจสอบความถูกต้องและคุณภาพ หากยังไม่เป็นที่น่าพอใจ จะทำการปรับปรุงและสร้างคำตอบใหม่ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ จนได้คำตอบที่ดีที่สุด

นี่คือจุดแข็งของ Agentic Workflow – ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองแบบอัตโนมัติ

เปรียบเทียบ Automated Workflow vs. AI Workflow vs. Agentic Workflowเปรียบเทียบ 3 ระบบการทำงานหลัก ได้แก่1. กระบวนการทำงา...
27/03/2025

เปรียบเทียบ Automated Workflow vs. AI Workflow vs. Agentic Workflow

เปรียบเทียบ 3 ระบบการทำงานหลัก ได้แก่

1. กระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Automated Workflow) ทำงานตามลำดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ขาดความยืดหยุ่น

2. กระบวนการทำงานแบบ AI (AI Workflow - ไม่ใช่ Agentic) ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล แต่ประมวลผลเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถปรับปรุงตนเองได้

3. Agentic Workflow ผสาน LLM, เครื่องมือ และหน่วยความจำ สามารถ วางแผน ปฏิบัติ และสะท้อนผลลัพธ์ได้ เป็นระบบที่ ฉลาดและยืดหยุ่นที่สุด

นี่คือเหตุผลที่ เครื่องมือ AI สมัยใหม่หลายตัวกำลังพัฒนาไปสู่ Agentic Architecture

ที่อยู่

91/15 หมู่ที่ 15 ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
Changwat Samut Prakan
10540

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AI Techwise Company Limited.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์