ZeaZon อุปกรณ์พกพา เพื่อความบันเทิง ได้แก่

https://www.facebook.com/share/18ThXMnUmZ/
02/06/2026

https://www.facebook.com/share/18ThXMnUmZ/

✨ ANNIVERSARY FLASH DEAL ✨

เพราะเสียงที่ดี ไม่ควรเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม
แทนคำขอบคุณสำหรับทุกแรงสนับสนุนที่พา Threefriends เดินทางมาได้อีกหนึ่งปี
เราขอมอบราคาพิเศษสำหรับ TF-02NM

จาก 5,900.- เหลือ 2,900.-

สัมผัสรายละเอียดเสียงระดับพรีเมี่ยม ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่เคย
ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของเรา 🤍

*จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย
*ราคาพิเศษเฉพาะการสั่งซื้อผ่าน Inbox เท่านั้น

============================

"หูฟัง in- ear. ThreeFriends รุ่นใหม่ปี 2026"

โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

"สอน หูคุณ ให้ฟังเป็น"

ดูจากภายนอก ทุกอย่างเหมือนรุ่นเดิม ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ รุ่นใหม่ไม่มีไมโครโฟนและวอลลูมปรับดัง - ค่อยบนสายอย่างทั่วไป สมดังที่แฟนคลับหลายคนเรียกร้อง (sound no object) ส่งผลให้รายละเอียดหยุมหยิม เสียงผิว (หัวโน๊ต) ชัดเจนขึ้น มิติตรงกลางชัดขึ้น เสียงทุ้มควบแน่น คมชัดขึ้น solid & punch ฟังมันส์ขึ้นดุจฟัง ระบบลำโพงขนาดใหญ่พร้อมซับวูฟเฟอร์ !

โดยเฉพาะเสียงภาพยนต์ เวทีเสียงลึกไปไกล กว้างโอบยิ่งขึ้น สูง-ต่ำดีขึ้น ให้บรรยากาศห่อหุ้มรอบตัวเราแบบเซอราวด์รอบทิศสมจริงดุจอยู่ในเหตุการณ์จริง ทรวดทรงมิติเสียงดีขึ้น เม็ดเสียง กระเด็นหลุดลอยออกมาหาเราจะแจ้งขี้น เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม รุ่นใหม่ฟังมันส์ สนุก เร้าใจขึ้น ทุ้มแน่นคมชัด ปลายแหลมเหมือน มีซุปเปอร์ทวีตเตอร์ ตำแหน่งเสียงโฟกัสตรงกลางดีขึ้น นิ่ง อิสระ ไม่วอกแวก แกว่ง

สรุป

นี่คือหูฟัง ที่เสียงดีน่าทึ่งมากถูกออกแบบมาสำหรับฟังจากโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องพกพา โดยเฉพาะ ที่จะให้ประสบการณ์ดูหนังฟังเพลง เทียบเท่ากับชุดเครื่องเสียงระดับ ซุปเปอร์ไฮเอนด์ กันทีเดียว อย่าเชื่อผม จนกว่าจะได้ฟังด้วยหูของท่านเอง !

(อะไรก็ดีหมด เสียอย่างเดียว ถ้าใช้ไปนานๆ สักครึ่งปี ฟองน้ำปลายหูอาจหลุดหลวมง่ายไปนิด ระวังตกหาย ก่อนฟังทุกครั้งให้กดเบาๆ เข้าไปให้แน่นก่อน (กรุณาอย่าเปลี่ยนฟองน้ำโดยพละการ มีผลต่อเสียงมาก)

www.maitreeav.com

25/05/2026

ขอประกาศปรับราคา

จุกหูฟัง Pentaconn Coreir ทุกแบบ
ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569

Ray Samuels Audioแอมป์สำนักนี้เป็นที่กล่าวขานดีนในหมู่นักเล่นหูฟังมานานกว่า 20ปีแล้วผลงานแต่ละซีรีส์ ชวนน่าติดตามมาโดยตล...
22/05/2026

Ray Samuels Audio
แอมป์สำนักนี้เป็นที่กล่าวขานดีนในหมู่นักเล่นหูฟังมานานกว่า 20ปีแล้ว
ผลงานแต่ละซีรีส์ ชวนน่าติดตามมาโดยตลอด

https://www.facebook.com/share/1GWkuQeqSF/

https://www.facebook.com/share/1DSFZvqFRC/
14/05/2026

https://www.facebook.com/share/1DSFZvqFRC/

即将举办的 TAS 2026 上海国际高端影音展上,龙格展位(5F - 536)亮点十足。其携最新“龙系列”新品,搭配“玄武”“朱雀”等明星产品登场。现场还有高端 HIFI 设备、线材、耳机及便携接插件、调音配件等,为观众带来震撼音乐体验,诚邀共赴这场音乐盛宴。

สนใจสินค้าของ RK โทรสอบถามกันได้ครับของดีจริง คุณภาพคุ้มกับราคาที่จ่ายไปhttps://www.facebook.com/share/1C3nCEjZGq/
07/05/2026

สนใจสินค้าของ RK
โทรสอบถามกันได้ครับ

ของดีจริง คุณภาพคุ้มกับราคาที่จ่ายไป

https://www.facebook.com/share/1C3nCEjZGq/

 #ช่างหูฟังไทยพิเศษ.. ท่านที่มีสายหูฟังต้องการเปลี่ยนหัวแจ็คเป็น 3.5มม หัวทองแดงบริสุทธิ์เคลือบทองวันนี้มีโปร จนถึง 21 ม...
14/03/2026

#ช่างหูฟังไทย
พิเศษ.. ท่านที่มีสายหูฟัง
ต้องการเปลี่ยนหัวแจ็คเป็น 3.5มม หัวทองแดงบริสุทธิ์เคลือบทอง

วันนี้มีโปร จนถึง 21 มี.ค.69
PENTACONN NBP1-13-001 GM ปลอกสีเทา
NBP1-13-001 RD ปลอกสีแดง
ปกติราคา 2,390฿
ติดต่อซื้อได้ในราคา x,###฿ เท่านั้น



ของมีจำนวนจำกัด จนกว่า stock หมด หรือ สิ้นสุดโปร

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Tidal Thailandกำเนิด Fourplay จตุรเทพแห่งแจ๊สละมุน---การศึกษาประวัติศาสตร์ของดนตรีแจ๊สในช่วงรอยต่อระห...
01/02/2026

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Tidal Thailand

กำเนิด Fourplay
จตุรเทพแห่งแจ๊สละมุน
---

การศึกษาประวัติศาสตร์ของดนตรีแจ๊สในช่วงรอยต่อระหว่างทศวรรษที่ 1980 และ 1990 เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญของอุตสาหกรรมดนตรี เมื่อแนวดนตรีแจ๊สฟิวชัน (Jazz Fusion) เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์และเสียงประสานให้เข้าถึงผู้ฟังในวงกว้างมากขึ้น จนเกิดเป็นนิยามของ "คอนเทมโพรารีแจ๊ส" (Contemporary Jazz) หรือที่ผู้ฟังทั่วไปมักเรียกว่า "สมูทแจ๊ส" (Smooth Jazz) ท่ามกลางบรรยากาศทางดนตรีที่กำลังวิวัฒนาการนี้เองที่วงดนตรีนามว่า Fourplay ได้ถือกำเนิดขึ้น ไม่ใช่ในฐานะโปรเจกต์ที่ถูกปรุงแต่งโดยฝ่ายการตลาดของค่ายเพลง แต่เป็นผลผลิตจากความสอดประสานทางจิตวิญญาณของสี่สุดยอดนักดนตรีระดับปรมาจารย์ที่โคจรมาพบกันในห้องอัดเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ
รากฐานและภูมิหลังของเหล่าขุนพลทางดนตรี
ก่อนที่จะเกิดการรวมตัวเป็น Fourplay สมาชิกทั้งสี่คนต่างมีเส้นทางอาชีพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในฐานะศิลปินเดี่ยวและนักดนตรีเซสชันระดับแนวหน้าของโลก การทำความเข้าใจพื้นฐานของแต่ละบุคคลจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการวิเคราะห์ว่าเหตุใดการรวมตัวครั้งนี้จึงมีความมั่นคงและทรงพลังมาอย่างยาวนานกว่าสามทศวรรษ

Bob James ผู้ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในบิดาแห่งดนตรีแจ๊สฟิวชัน มีพื้นฐานทางดนตรีที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่เด็ก เขาเกิดเมื่อวันคริสต์มาสปี 1939 ในรัฐมิสซูรี และฉายแววอัจฉริยภาพด้วยการมี "Perfect Pitch" ซึ่งถูกค้นพบโดยครูสอนเปียโนคนแรกคือซิสเตอร์แมรี อลิซาเบธ ตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ เส้นทางของเขาเติบโตจากการเป็นนักดนตรีแจ๊สสายทดลองในช่วงแรก ภายใต้การดูแลของ Quincy Jones ผู้ค้นพบเขาในปี 1964 ก่อนที่ James จะก้าวเข้าสู่การเป็นนักเรียบเรียงเสียงประสานและโปรดิวเซอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่ง โดยเฉพาะผลงานเพลงประกอบซีรีส์ Taxi ที่ชื่อ "Angela" และการเป็นเจ้าของค่ายเพลง Tappan Zee

ในส่วนของ Harvey Mason หรือ "Mase" เขาคือมือกลองผู้เป็นหัวใจสำคัญของสตูดิโอบันทึกเสียงในลอสแอนเจลิส Mason มีชื่อเสียงจากการร่วมงานกับ Herbie Hancock ในวง Headhunters และเป็นมือกลองที่ได้รับการบันทึกเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ รวมถึงการได้รับความไว้วางใจให้เป็นมือกลองหลักในงานประกาศผลรางวัลอะคาเดมี่ (Oscars) ถึง 16 ครั้ง ความเป็นระเบียบวินัยและสัมผัสทางจังหวะที่แม่นยำของเขาคือรากฐานที่สำคัญของวงดนตรีทุกวงที่เขาเข้าร่วม

Lee Ritenour มือกีตาร์เจ้าของฉายา "Captain Fingers" เริ่มต้นอาชีพนักดนตรีเซสชันตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยร่วมงานกับ The Mamas & the Papas และก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินเดี่ยวที่มีผลงานมากกว่า 30 ชุด สไตล์การเล่นของเขาได้รับแรงบันดาลใจจาก Wes Montgomery แต่เขาสามารถพัฒนามันให้กลายเป็นส่วนผสมของแจ๊ส ป๊อป และบราซิลเลียนที่ลงตัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

สมาชิกคนสุดท้ายคือ Nathan East มือเบสผู้มีพรสวรรค์ทั้งในด้านการเล่นเบสและการร้องเพลง เขาเริ่มต้นจากการเล่นเชลโลก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเบส และได้ออกทัวร์กับ Barry White ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี East กลายเป็นมือเบสที่ศิลปินระดับโลกอย่าง Eric Clapton และ Phil Collins ขาดไม่ได้ เนื่องจากความสามารถในการรักษา "Groove" ที่นุ่มนวลและเสียงร้องประสานที่ไพเราะ

ตารางที่ 1: องค์ประกอบและภูมิหลังของสมาชิกผู้ก่อตั้ง Fourplay
-Bob James
คีย์บอร์ด / เปียโน
ผู้บุกเบิกแจ๊สฟิวชัน, ได้รับรางวัลแกรมมี่หลายสมัย
-Lee Ritenour
กีตาร์
นักดนตรีเซสชันระดับพระกาฬ, ฉายา "Captain Fingers"
-Nathan East
เบส / เสียงร้อง
มือเบสประจำตัว Eric Clapton, เริ่มอาชีพตั้งแต่อายุ 16
-Harvey Mason
กลอง
สมาชิกวง Headhunters, มือกลองบันทึกเสียงระดับตำนาน

จุดเริ่มต้น ณ แกรนด์ เปียโน แคนยอน: ปฏิสัมพันธ์ในห้องอัดเสียง
การก่อกำเนิดของ Fourplay ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องประชุมของบริษัทแผ่นเสียง แต่เริ่มต้นจากความต้องการของ Bob James ที่จะบันทึกเสียงอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ของเขาที่ชื่อ Grand Piano Canyon ในปี 1990 ภายใต้สังกัด Warner Bros. Records ในเวลานั้น James ได้เชิญ Harvey Mason ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทมาเป็นมือกลองหลัก และได้ Lee Ritenour มาร่วมเล่นกีตาร์

โจทย์สำคัญที่เกิดขึ้นในเวลานั้นคือการหา "มือเบส" ที่จะมาทำให้จังหวะดนตรีในอัลบั้มมีความเป็นสมัยใหม่และมีความยืดหยุ่นสูง ทั้ง Harvey Mason และ Lee Ritenour ต่างแนะนำชื่อของ Nathan East ให้กับ Bob James โดยตรง เมื่อทั้งสี่คนได้เริ่มบรรเลงดนตรีร่วมกันในห้องอัดเป็นครั้งแรก พลังงานที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็น "นักดนตรีรับจ้าง" ที่มาเล่นให้ศิลปินเดี่ยว แต่พวกเขากลับพบว่ามีการตอบโต้ทางดนตรี (Interplay) ที่ยอดเยี่ยมและมีความสมดุลอย่างประหลาด

Bob James ในฐานะผู้ริเริ่มโปรเจกต์ สังเกตเห็นว่าบรรยากาศในการทำงานไม่ได้มีความรู้สึกถึงการเป็นผู้นำและผู้ตาม แต่เป็นบรรยากาศของ "ผู้นำสี่คน" ที่มาเล่นดนตรีร่วมกันอย่างเท่าเทียมกัน ความประทับใจนี้ทำให้ James ตัดสินใจเสนอไอเดียให้เพื่อนร่วมงานทั้งสามคนเปลี่ยนจากการร่วมงานเฉพาะกิจในอัลบั้มเดี่ยวของเขา มาเป็นการตั้งวงดนตรีถาวรในรูปแบบ "Supergroup"
ปรัชญาการทำงานและที่มาของนาม "Fourplay"
เมื่อตกลงที่จะก่อตั้งวงดนตรี สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการตั้งชื่อที่สามารถสะท้อนถึงตัวตนของทั้งสี่คนได้ Bob James เป็นผู้อธิบายความหมายเบื้องหลังชื่อ Fourplay ว่ามันไม่ได้เป็นเพียงการเล่นคำในเชิงขี้เล่น (Double Entendre) ที่สื่อถึงกิจกรรมก่อนการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ในบริบทของดนตรีแจ๊ส มันคือการสื่อถึง "นักดนตรีสี่คน" (Four Players) ที่กำลังเล่น (Play) ด้วยความสนุกสนาน

ชื่อ Fourplay ยังสื่อถึงสัญลักษณ์ของเลข "4" ซึ่งเป็นเลขแห่งความสมดุลและความมั่นคง เหมือนกับสี่ทิศบนเข็มทิศ หรือสี่ขาของโต๊ะที่ทำให้ทุกอย่างตั้งตรงอยู่ได้ นอกจากนี้ยังมีนัยถึงความเสมอภาคที่สมาชิกทุกคนในวงมีสิทธิในการกำหนดแนวทางดนตรีเท่ากัน โดยไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นหัวหน้าวงเพียงลำพัง

แนวทางดนตรีของ Fourplay ถูกกำหนดขึ้นจากส่วนผสมที่ลงตัวของแต่ละคน:
แจ๊สบริสุทธิ์: รากฐานการเรียบเรียงเพลงที่ซับซ้อนของ Bob James
อาร์แอนด์บีและฟังค์: จังหวะหนักแน่นจาก Nathan East และ Harvey Mason
ป๊อปและร็อก: สำเนียงกีตาร์ของ Lee Ritenour และการร้องของ Nathan East
การกำหนดแนวทางของวงใช้ระบบ "ประชาธิปไตยทางดนตรี" (Musical Democracy) ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับวงดนตรีที่รวมตัวช่วยทางดนตรีระดับนี้ สมาชิกทุกคนจะนำเพลงของตนเองเข้ามาเสนอ และเจ้าของเพลงจะมีสิทธิขาดในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ต้องผ่านการหารือและได้รับความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิกทุกคน (Consensus)
การสร้างสรรค์อัลบั้มชุดแรก: มาตรฐานใหม่ของยุคสมัย
วง Fourplay เริ่มต้นบันทึกเสียงอัลบั้มชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับวงว่า Fourplay ในช่วงปลายปี 1990 ต่อเนื่องถึงต้นปี 1991 การบันทึกเสียงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในห้องอัดเสียงระดับตำนานของลอสแอนเจลิส ได้แก่ Ocean Way Recording และ Sunset Sound รวมถึงสตูดิโอส่วนตัวอย่าง Pyramid Studios และ Starlight Studios

บรรยากาศในห้องอัดเสียงเต็มไปด้วยการทดลองและความสดใหม่ Bob James เลือกที่จะนำ "Grand Piano" กลับมาเป็นเครื่องดนตรีหลักแทนที่จะพึ่งพาเพียงแค่ซินธิไซเซอร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นการย้อนกลับไปสู่รากเหง้าของแจ๊สท่ามกลางกระแสเครื่องดนตรีไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ละทิ้งเทคโนโลยี โดยมีการใช้ระบบ MIDI เพื่อเชื่อมต่อเปียโนเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ Atari และการใช้ซินธิไซเซอร์เพื่อสร้างมิติของเสียงที่กว้างขึ้น

อัลบั้มชุดแรกนี้ประกอบด้วยบทเพลงที่มีความหลากหลายอย่างมาก ตั้งแต่เพลงเปิดตัวที่เปี่ยมไปด้วยพลังอย่าง "Bali Run" ซึ่งเป็นผลงานการแต่งร่วมกันของ Lee Ritenour และ Bob James ไปจนถึงเพลงที่มีกลิ่นอายอาร์แอนด์บีจ๋าอย่าง "After the Dance"



"After the Dance" และความร่วมมือกับ El DeBarge
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อัลบั้มชุดแรกประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายคือการเลือกเพลง "After the Dance" มาบันทึกเสียงใหม่ เพลงนี้เดิมเป็นผลงานของ Marvin Gaye จากอัลบั้ม I Want You ในปี 1976 ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นดนตรี "Quiet Storm" ที่นุ่มนวล

Fourplay ตัดสินใจร่วมงานกับ El DeBarge นักร้องนำจากวงพี่น้องตระกูล DeBarge ผู้มีเสียงร้องแบบ Falsetto ที่ไพเราะและมีเสน่ห์ การตัดสินใจนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของดนตรี แต่ยังเป็นความร่วมมือที่ชาญฉลาดภายใต้ชายคาของค่าย Warner Bros. Records เนื่องจากในเวลานั้น El DeBarge กำลังพยายามสร้างชื่อในฐานะศิลปินเดี่ยว การนำอัจฉริยภาพของนักดนตรีแจ๊สทั้งสี่คนมาผสมผสานกับเสียงร้องระดับซูเปอร์สตาร์อาร์แอนด์บี ทำให้เพลงนี้กลายเป็นซิงเกิลที่เข้าถึงคนฟังได้ทุกกลุ่ม ไม่ใช่เพียงแค่คอแจ๊สเท่านั้น

ความสำเร็จของเพลงนี้มีนัยสำคัญอย่างมาก โดยสามารถติดอันดับในชาร์ตอาร์แอนด์บีและป๊อป ซึ่งช่วยดันยอดขายอัลบั้มจนมียอดขายมากกว่าหนึ่งล้านแผ่น และได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ (Gold Certification) จาก RIAA
การตอบรับของตลาดและปรากฏการณ์บนชาร์ตเพลง
เมื่ออัลบั้ม Fourplay วางจำหน่ายในเดือนกันยายน 1991 มันสร้างสถิติที่น่าทึ่งสำหรับวงดนตรีแจ๊สหน้าใหม่ (ที่ประกอบด้วยสมาชิกหน้าเก่า) อัลบั้มนี้ขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Contemporary Jazz Albums และครองตำแหน่งนั้นอย่างเหนียวแน่นเป็นเวลานานถึง 33 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาที่มากกว่าครึ่งปี และถือเป็นสถิติที่หาได้ยากในวงการแจ๊ส

ตารางที่ 2: สรุปความสำเร็จบนชาร์ต Billboard (1991-1992)

Top Contemporary Jazz Albums
1
ครองอันดับ 1 นาน 33 สัปดาห์

Top R&B/Hip-Hop Albums
16
แสดงถึงความนิยมในกลุ่มผู้ฟังดนตรีคนดำ

Billboard 200 (Pop Albums)
97
สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังเพลงกระแสหลักได้

ความสำเร็จนี้ทำให้นักวิจารณ์ดนตรีบางคนมองว่า Fourplay คือวงดนตรีที่มา "กู้หน้า" ให้กับวงการแจ๊สในแง่ของธุรกิจ ในขณะเดียวกันก็นักวิจารณ์แจ๊สสายเคร่งครัดบางส่วนมองว่าดนตรีของพวกเขานั้น "สมูท" เกินไปจนดูเหมือนดนตรีประกอบลิฟต์ อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งนี้ถูกตอบโต้ด้วยฝีมือการเล่นที่เฉียบคมและการเรียบเรียงเพลงที่มีชั้นเชิง ซึ่งหากพิจารณาอย่างลึกซึ้งจะพบว่ามีความสลับซับซ้อนมากกว่าเพลงป๊อปทั่วไปหลายเท่า
เกร็ดสนุกๆ และบรรยากาศเบื้องหลังการทำงาน
เบื้องหลังความสำเร็จที่ดูหรูหรานั้น มีเรื่องราวที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่น่าสนใจของสมาชิกวง:
การคัดเลือกมือเบสที่ลงตัว: Nathan East เล่าว่าเขารู้สึกเหมือนได้รับพรอย่างมหาศาล เพราะทั้ง Harvey Mason และ Lee Ritenour ต่างแนะนำชื่อเขาให้ Bob James พร้อมกัน นี่คือตัวอย่างของความไว้เนื้อเชื่อใจในวงการนักดนตรีอาชีพที่ให้ความสำคัญกับฝีมือและนิสัยใจคอมากกว่าการแข่งขัน
นวัตกรรมจาก Clapton: Nathan East มีเทคนิคการแต่งเพลงที่น่าสนใจคือ เมื่อเขามีไอเดียทำนองเพลงผุดขึ้นมาในระหว่างขับรถ เขาจะโทรศัพท์เข้าเครื่องตอบรับอัตโนมัติ (Answering Machine) ที่บ้านแล้วร้องทิ้งไว้ เพื่อไม่ให้ไอเดียนั้นหลุดลอยไป โดยเขาบอกว่านี่เป็นเทคนิคที่เขาเรียนรู้มาจาก Eric Clapton
ความหมายแฝงของ "101 Eastbound": เพลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่เป็นเส้นทางการเดินทางในชีวิตจริงของ Nathan East และต่อมาชื่อของเขา (East) ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชื่อเพลงที่สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้าในสายอาชีพดนตรีของเขาด้วย
ความสมบูรณ์แบบที่ไร้อีโก้: แม้ทุกคนจะเป็นเบอร์หนึ่งในสายเครื่องดนตรีของตนเอง แต่ในการอัดเสียงครั้งหนึ่งของวง Fourplay (และโปรเจกต์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน) พวกเขามีระเบียบที่เคร่งครัด เช่น ในบางเพลงจะไม่มีการแก้ไข (Punch-in) หรือบันทึกเสียงทับ (Overdub) ทุกคนต้องเล่นให้จบในเทคเดียวเพื่อให้ได้ฟีลลิ่งของความเป็นวงดนตรีสดที่สมบูรณ์ที่สุด
ความเคารพในความเป็นเจ้าของ: ระบบการทำงานของวงคือ "เจ้าของเพลงคือพระราชา" (Songwriter is the King) หมายความว่าหาก Bob James แต่งเพลงนั้นมา เพื่อนอีกสามคนจะพยายามทำให้เพลงนั้นออกมาตามนิมิตของ Bob มากที่สุด โดยที่ Bob จะรับฟังข้อเสนอแนะของทุกคนอย่างเป็นกัลยาณมิตร นี่คือ "สูตรลับ" ที่ทำให้วงไม่มีปัญหาระหองระแหงเรื่องบทบาท
บทวิเคราะห์: ความสำเร็จในเชิงลึกและอนาคตของวง
หากเราวิเคราะห์ถึงความสำเร็จของ Fourplay ในช่วงออกอัลบั้มชุดแรก เราจะพบว่ามันเกิดจากการวางตำแหน่ง (Positioning) ที่เหมาะสมมากในตลาดดนตรีช่วงปี 1991 ในเวลานั้นคนฟังเพลงเริ่มเบื่อหน่ายกับดนตรีที่ใช้เครื่องจักรซินธิไซเซอร์มากเกินไป การกลับมาของ "ดนตรีที่เล่นโดยมนุษย์" ที่มีฝีมือระดับเทพ (Human Touch) จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนโหยหา

Fourplay สามารถตอบโจทย์นั้นได้ด้วยโปรดักชันที่เนี้ยบกริบ (High-end Production) แต่ยังมีพื้นที่ให้กับการด้นสด (Improvisation) ที่เป็นหัวใจของแจ๊ส พวกเขาไม่ได้พยายามทำตัวให้เข้าถึงยากเหมือนนักดนตรีแจ๊สสายบีบ็อป (Bebop) แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำเพลงที่ตื้นเขินจนไร้รสชาติ

ความสำเร็จของอัลบั้มแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอันยาวนาน ต่อมาวงได้ออกอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่าง Between the Sheets (1993) และ Elixir (1995) ซึ่งล้วนแต่ครองอันดับ 1 และมียอดขายระดับทอง แม้ในภายหลัง Lee Ritenour จะออกจากวงในปี 1998 เพื่อไปทำค่ายเพลงส่วนตัวและถูกแทนที่โดย Larry Carlton และต่อด้วย Chuck Loeb ตามลำดับ แต่ "จิตวิญญาณแห่ง Fourplay" ที่เริ่มขึ้นในห้องอัด Grand Piano Canyon ก็ยังคงสืบทอดต่อไปอย่างไม่เสื่อมคลาย

การรวมตัวของ Fourplay คือการพิสูจน์ว่า เมื่อนักดนตรีสี่คนที่มีความสามารถสูงสุด มีความเคารพต่อกัน และมีเป้าหมายในการสร้างสรรค์ดนตรีที่สวยงามร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าผลรวมของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Fourplay ยังคงเป็นชื่อที่แฟนเพลงแจ๊สทั่วโลกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ จนถึงปัจจุบัน
https://www.facebook.com/share/p/1CHsca4oPP/

สินค้าใหม่ล่าสุดของค่าย Pentaconnหูฟัง IEM รุ่น SloFloเป็นหูฟังที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายเพื่อฟังเพลงได้อย่างผ่อนคล...
07/01/2026

สินค้าใหม่ล่าสุดของค่าย Pentaconn
หูฟัง IEM รุ่น SloFlo
เป็นหูฟังที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบาย
เพื่อฟังเพลงได้อย่างผ่อนคลาย ไม่เร่งเร้าและให้เสียงที่ไม่เสียดหู

ด้วยการออกแบบแนวหกเหลี่ยมดูๆไปเหมาะกับชีวิตที่ slow life ด้วยความนึกย้อนกลับสู่อดีต

ข้อเด่นของ SloFlo คือ ตัวไดร์เวอร์แบบไดอะแฟรมขนาด 10.2 มม. มีการออกแบบขับผ่านด้วยพลังแม่เหล็กคู่ ผ่านตู้ลำโพง Dual Magnetic with Dual Chamber ที่ให้เสียงที่ถูกต้องแม่นยำ และเบสขนาดลูกที่ใหญ่ และมีรายละเอียดลึก เสียงเบสในรูปใหญ่นี้ถือเป็นจุดเด่นของ SloFlo

สายหูฟังเป็นตัวนำ Silver Plate OFC ถัก 4เส้น แต่ละเส้นที่ถักประกอบด้วยสายย่อย 8 เส้น ที่จัดว่าให้เสียงที่สมบูรณ์แบบ ตัวplug เป็น 4.4มม Gold Plate เพื่อฟังเพลงได้ในระบบ balance
จุกหูฟังที่ให้มา คือ Pentaconn Coreir AL ซึ่งเป็นจุกที่ให้เสียงได้ดีที่สุด

Key Features of the MS001GM:

**Driver Technology: Uses a proprietary 10.2mm dynamic driver with a DLC (Diamond-Like Carbon) diaphragm for rigidity and reduced distortion, creating deep bass and clear highs.

**Sound Profile: Tuned for musical immersion with emphasized, resonant bass, smooth mids, and a laid-back treble, perfect for energetic music.

**Cable: Comes with a high-quality, 8-core silver-plated OFC (Oxygen-Free Copper) cable, often with a 4.4mm balanced plug, made with Japanese materials.

**Comfort: Designed for extended listening, with lightweight housings and comfortable tips.

Brand Philosophy: "Go with the Flo," encouraging users to slow down and enjoy music, proving quality audio doesn't need a high price tag, says
Build & Design: Features durable aluminum housings, Pentaconn Ear connectors for reliable connections, and aluminum alloy ear tips for better analysis and soundstage.

ราคาจำหน่าย 17,500฿

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 12:00 - 20:00
อังคาร 12:00 - 20:00
พุธ 12:00 - 20:00
พฤหัสบดี 12:00 - 20:00
ศุกร์ 12:00 - 20:00
เสาร์ 12:00 - 20:00
อาทิตย์ 12:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818357997

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ZeaZonผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ZeaZon:

แชร์