ซ่อมคอมพระราม2

ซ่อมคอมพระราม2 ปรึกษาทุกปัญหา IT ปรึกษาฟรี
ติดต่อสอบถาม ได้ที่เบอร์ 090-597-9956
เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Security มายาวนานกว่า 23 ปี https://fixitdd.com/

🚨 ช็อกวงการ! แฮกเกอร์ใช้ Claude AI สแกนเจาะข้อมูลลับจาก 1.8 ล้านแอป Android!​เมื่อ AI ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยทำงาน… แต่กลับถู...
14/09/2026

🚨 ช็อกวงการ! แฮกเกอร์ใช้ Claude AI สแกนเจาะข้อมูลลับจาก 1.8 ล้านแอป Android!
​เมื่อ AI ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยทำงาน… แต่กลับถูกผู้ไม่หวังดีเปลี่ยนให้เป็น "เครื่องมือแฮกเกอร์ความเร็วสูง" 😱
​Anthropic ผู้สร้าง Claude AI ออกมารายงานเตือนภัยว่า มีแฮกเกอร์หลายกลุ่ม (รวมถึงกลุ่มดังอย่าง ShinyHunters) นำ Claude AI ไปดัดแปลงทำระบบอัตโนมัติ (Automated Pipeline) เพื่อสแกนหาข้อมูลลับในแอปพลิเคชัน Android!
​🔍 ทำไมเคสนี้ถึงน่ากลัว?
​1️⃣ สแกนแอป Android มหาศาล: แฮกเกอร์ใช้ AI แกะโค้ด (Decompile) และสแกนหา Hardcoded Secrets เช่น API Keys, Token และ Credentials จากแอป Android รวมกว่า 1,800,000 แอปพลิเคชัน!
​2️⃣ ทำงานไวยิ่งกว่าลัดนิ้วมือ: AI ช่วยรวบรวมข้อมูลและดึง Access Token จากระบบ Azure AD และ GitHub ไปได้นับพันชุดในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง!
​3️⃣ นำไปสู่การเจาะระบบจริง: ข้อมูลลับที่หลุดไปถูกนำไปใช้เจาะเข้าสู่ระบบของบริษัท SaaS, สายการบิน, บริษัทพลังงาน และองค์กรขนาดใหญ่อีกมากมาย
​🛡️ บทเรียนสำคัญสำหรับ Developer & องค์กร
​❌ อย่าแปะ Key ไว้ในโค้ด (Hardcode): โค้ดในแอป Android สามารถถูกแกะดูได้เสมอ และยุคนี้แฮกเกอร์มี AI ช่วยอ่านโค้ดไวขึ้นเป็นหมื่นเท่า
​🔐 หมั่นสแกนและ Rotate Token: ควรใช้เครื่องมือตรวจสอบรหัสหลุดใน Codebase อย่างสม่ำเสมอ และรีบทำการยกเลิก/เปลี่ยน Token ทันทีหากพบความเสี่ยง
​ปัจจุบัน Anthropic ได้ทำการแบนบัญชีของกลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าว และยกระดับมาตรการความปลอดภัย (Guardrails) ของ Claude AI เพื่อป้องกันการนำไปใช้งานผิดวัตถุประสงค์แล้วครับ
​ #ข่าวไอที

🚨 ภัยเงียบสาย Dev! แฮกเกอร์ใช้เทคนิค "รวมช่องโหว่" ยึดเซิร์ฟเวอร์ JFrog Artifactory พร้อมฝังประตูลับ!ชวนสายไอทีและทีมนัก...
11/09/2026

🚨 ภัยเงียบสาย Dev! แฮกเกอร์ใช้เทคนิค "รวมช่องโหว่" ยึดเซิร์ฟเวอร์ JFrog Artifactory พร้อมฝังประตูลับ!

ชวนสายไอทีและทีมนักพัฒนา (DevOps / Developers) มาอัปเดตเรื่องความปลอดภัยด่วนๆ ครับ! ล่าสุดนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Wiz ได้ออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับระบบ JFrog Artifactory (ระบบยอดนิยมสำหรับเก็บไฟล์ Build / Package ของซอฟต์แวร์) ที่กำลังถูกแฮกเกอร์เพ่งเล็ง

🔓 แฮกเกอร์ทำได้อย่างไร?
งานนี้แฮกเกอร์ไม่ได้ใช้ช่องโหว่เดียว แต่ใช้เทคนิค "รวมช่องโหว่ 2 ตัวเข้าด้วยกัน" (Chained Flaws) :
1️⃣ ช่องโหว่แรก (CVE-2026-42018): แฮกเกอร์ส่งคำขอหลอกๆ ไปยังระบบ เพื่อหลอกเอา Token ของผู้ใช้ทั่วไป (Anonymous Token) มาถือไว้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบ
2️⃣ ช่องโหว่ที่สอง (CVE-2026-42016): นำ Token ระดับต่ำที่ได้จากข้อแรก ไปขอแลกเป็น "Token สิทธิ์ระดับ Admin" เพราะระบบดันลืมตรวจสอบขอบเขตสิทธิ์ของ Token!

💥 ผลกระทบที่เกิดขึ้น:
แฮกเกอร์ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็สามารถสร้างบัญชี Admin ปลอม, แอบฝังโค้ดอันตราย (Malicious Plugin), ติดตั้ง Backdoor และเข้าควบคุมเครื่อง On-Premises หรือ Self-Hosted เซิร์ฟเวอร์ได้ทันที!

ที่น่ากลัวคือ ใน Log ของระบบจะเห็นเป็นเพียงกิจกรรมของ token:anonymous ทำให้ตรวจจับหรือสังเกตได้ยากมาก

🛡️ สิ่งที่องค์กรและทีม DevOps ต้องทำทันที:
​อัปเดตเวอร์ชันด่วน: ทาง JFrog ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่เหล่านี้แล้ว ตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์แบบ Self-Hosted ของคุณและอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที
​แค่ อัปเดต/Patch อาจยังไม่พอ! เพราะหากถูกแฮกไปแล้ว บัญชี Admin ปลอม หรือ Token ที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นจะไม่ถูกลบอัตโนมัติ
​ตรวจสอบความผิดปกติ: เช็กรายชื่อบัญชี Admin ทั้งหมดในระบบ, ยกเลิก Access Token เก่า และทำการ Rotate Key (Join Key) ของระบบใหม่เพื่อความปลอดภัย

ใครที่ดูแลระบบ CI/CD หรือบริหารจัดการแพ็กเกจซอฟต์แวร์ในองค์กร อย่าลืมรีบไปเช็กเวอร์ชันกันนะครับ!

#ข่าวไอที #เตือนภัยไซเบอร์

🤯 ปุ่ม “การควบคุมระยะไกล” ใน ChatGPT มีไว้ทำอะไร?เคยคิดไหมว่า…AI ไม่ได้แค่ตอบเรา แต่สามารถช่วย “ทำงาน” บนคอมพิวเตอร์ได้?...
10/09/2026

🤯 ปุ่ม “การควบคุมระยะไกล” ใน ChatGPT มีไว้ทำอะไร?
เคยคิดไหมว่า…
AI ไม่ได้แค่ตอบเรา แต่สามารถช่วย “ทำงาน” บนคอมพิวเตอร์ได้? 💻🔥
📱 Remote Control ช่วยให้เราควบคุม/ติดตามงานที่ AI กำลังทำบนเครื่องที่เชื่อมต่อไว้ได้จากมือถือ
ลองนึกภาพ…
☕ นั่งอยู่ร้านกาแฟ
📱 สั่งงานจากมือถือ
🧠 AI วิเคราะห์และทำงาน
💻 งานเกิดขึ้นบนคอมที่บ้าน
✅ ถ้าต้องอนุมัติ เราก็กดอนุมัติจากมือถือ
และเมื่อใช้ร่วมกับ GPT-6 Astra ที่เน้นงานด้าน Computer Use, Coding และ AI Agent ยิ่งน่าสนใจมาก 🚀
จากเดิม…
“AI บอกเราว่าต้องทำอะไร”
กำลังกลายเป็น…
“AI ช่วยลงมือทำให้เรา” 🤯
แต่จำไว้ ⚠️
งานสำคัญอย่าง Server, Database หรือ Production
อย่าให้ AI ทำเองทั้งหมด — ควรมีคนตรวจสอบและอนุมัติ

🐻🚨 เตือนภัย! “BigBear” แฮกเกอร์สายพันธุ์ใหม่ ข้ามผ่านระบบ MFA ของ Microsoft 365 สบายๆ โดนไปแล้วกว่า 258 องค์กร!​คิดว่าเป...
10/09/2026

🐻🚨 เตือนภัย! “BigBear” แฮกเกอร์สายพันธุ์ใหม่ ข้ามผ่านระบบ MFA ของ Microsoft 365 สบายๆ โดนไปแล้วกว่า 258 องค์กร!
​คิดว่าเปิดใช้งานระบบ "สแกนนิ้ว/กดรับรหัสผ่านมือถือ" (MFA) แล้วจะปลอดภัย 100% ใช่ไหม? 🛑
แฮกเกอร์ยุคใหม่ได้พิสูจน์แล้วว่า แนวคิดนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป!
​💡 เกิดอะไรขึ้น?
​นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์เปิดเผยเรื่องราวของเครื่องมือแฮกเกอร์ชื่อ "BigBear 2.0" (แพลตฟอร์มหลอกลวงแบบ Phishing-as-a-Service) ที่เพิ่งโจมตีระบบ Microsoft 365 ข้ามผ่านการยืนยันตัวตน MFA ได้สำเร็จใน 258 องค์กรทั่วโลก และสูบข้อมูลรหัสผ่านรวมถึง Session Cookie ไปได้หลายพันรายการ! 🔐💥
​🎭 วิธีที่แฮกเกอร์ใช้ทะลวงผ่าน MFA (เข้าใจง่ายๆ)
​🎣 ดักกลางทาง (Adversary-in-the-Middle): แฮกเกอร์สร้างหน้าล็อกอิน Microsoft ปลอมที่เนียนมาก มาคั่นกลางระหว่าง "เรา" กับ "Microsoft จริง"
​🔑 ปล่อยให้เรายืนยันตัวตนจนเสร็จ: เมื่อเรากรอกรหัสผ่านและกดอนุมัติรหัส OTP บนมือถือ (MFA) ตามปกติ
​🍪 ฉก "ตั๋วผ่านทาง" (Session Cookie): พอระบบ Microsoft ออก "ตั๋วผ่านทาง" ให้เราเข้าใช้งาน แฮกเกอร์จะแอบฉกตั๋วใบนี้ไปทันที
​🔓 เข้าสวมรอย: แฮกเกอร์สามารถใช้ตั๋วนี้ล็อกอินเข้าบัญชีเราได้ทันที โดย ไม่ต้องใช้รหัสผ่านหรือถามรหัส MFA อีกเป็นครั้งที่สอง!
​🛡️ ทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย?
​🛑 สังเกต URL เสมอ: ก่อนพิมพ์รหัสผ่านหรือสแกนอะไร ตรวจสอบแถบที่อยู่เว็บ (Address bar) ว่าเป็นโดเมนของ Microsoft จริงๆ หรือไม่
​🔑 เปลี่ยนไปใช้ Passkey / Hardware Key (FIDO2): ระบบกุญแจความปลอดภัยแบบฮาร์ดแวร์จริง หรือ Passkey จะป้องกันการถูกดักข้อมูลลักษณะนี้ได้ดีที่สุด
​🔄 หากสงสัยว่าโดนแฮก: ให้แอดมินสั่ง "Sign out of all sessions" (ออกจากระบบทุกอุปกรณ์) และรีเซ็ตรหัสผ่านทันที เพื่อยกเลิก "ตั๋วผ่านทาง" ทั้งหมดที่ถูกขโมยไป
​แชร์เตือนเพื่อนร่วมงานและฝ่าย IT ของคุณด่วน! ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป ⚠️
​ #เตือนภัยไซเบอร์

🛡️ เตือนภัยผู้ใช้ Windows! Microsoft พบช่องโหว่ใหม่ในระบบ BitLocker Risk ระดับรุนแรง​รู้หรือไม่? ระบบเข้ารหัสป้องกันข้อม...
10/09/2026

🛡️ เตือนภัยผู้ใช้ Windows! Microsoft พบช่องโหว่ใหม่ในระบบ BitLocker Risk ระดับรุนแรง
​รู้หรือไม่? ระบบเข้ารหัสป้องกันข้อมูลหายอย่าง BitLocker ที่ติดมากับ Windows ที่หลายคนใช้อยู่ ล่าสุดมีการตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยใหม่ที่อาจเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้ามารันโค้ดอันตรายในเครื่องของเราได้!
​🔍 สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องรู้
​🚨 รหัสช่องโหว่: CVE-2026-69449 (Microsoft ประกาศเตือนเมื่อ 8 ก.ย. 2026)
​⚡ ระดับความรุนแรง: Important (สำคัญมาก)
​💥 สาเหตุ: เกิดจากปัญหา Memory Overflow (Heap-based buffer overflow) ในส่วนการทำงานของ BitLocker
​⚠️ ความเสี่ยง: หากแฮกเกอร์เข้าถึงสิทธิ์ที่จำเป็นได้ จะสามารถสั่งรหัสอันตราย (Arbitrary Code) ให้ทำงานบนเครื่องเหยื่อโดยตรง
​💡 ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับเรา?
ปกติแล้ว BitLocker เป็นปราการด่านสำคัญที่คอยใส่รหัสล็อกไดรฟ์เพื่อปกป้องไฟล์งานและข้อมูลส่วนตัว แต่เมื่อตัวระบบป้องกันกลับมีช่องโหว่เสียเอง หากไม่รีบอัปเดต ก็เท่ากับเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาควบคุมเครื่องได้ทันที
​🛠️ ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน
​📲 อัปเดต Windows ทันที: เข้าไปที่ Settings > Update & Security > Windows Update แล้วกด Check for updates เพื่อติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยล่าสุด
​🔒 จำกัดสิทธิ์ผู้ใช้งาน: ไม่ใช้บัญชี Administrator ในการทำงานทั่วไป เพื่อลดโอกาสที่แฮกเกอร์จะเข้าถึงสิทธิ์ระดับสูง
​🛡️ เปิดใช้งาน Antivirus: เปิด Windows Defender หรือโปรแกรมตรวจจับมัลแวร์ให้ทำงานอยู่เสมอ
​ #เตือนภัยไอที #ข่าวไอที

🚨 เตือนภัยสายใช้ AI! ChatGPT เคยมีช่องโหว่ ถูกแอบฝังคำสั่งส่งข้อมูล Gmail ออกไปแบบไม่รู้ตัว 📩🔐​ใครที่ชอบก๊อปปี้ Prompts ...
09/09/2026

🚨 เตือนภัยสายใช้ AI! ChatGPT เคยมีช่องโหว่ ถูกแอบฝังคำสั่งส่งข้อมูล Gmail ออกไปแบบไม่รู้ตัว 📩🔐
​ใครที่ชอบก๊อปปี้ Prompts แปลกๆ มาวาง หรือชอบใช้ Custom GPTs ที่คนอื่นสร้างแจก ต้องระวังไว้หน่อยครับ! ล่าสุดนักวิจัยด้านไซเบอร์ (Check Point Research) เพิ่งออกมาเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัยบน ChatGPT ที่ทำให้แฮกเกอร์แอบขโมยข้อมูลเราได้แบบเนียนๆ
​💥 มันทำงานยังไง?
​1️⃣ แฮกเกอร์ซ่อนคำสั่ง: แอบฝังคำสั่งลวงไว้ใน Prompts ที่หลอกให้เราก๊อปมาวาง, ลิงก์แชร์แชต หรือใส่ไว้เบื้องหลัง Custom GPTs
2️⃣ สั่ง AI ทำงาน 2 หน้า: พอเราพิมพ์คุยตามปกติ ChatGPT ก็ตอบคำถามเราหน้าจอหน้าตาเฉย แต่ "เบื้องหลัง" มันแอบรันคำสั่งแฮกเกอร์ไปพร้อมกัน
3️⃣ แอบอ่าน Gmail: AI จะเข้าไปอ่านอีเมล ข้อมูลประวัติการคุย หรือไฟล์แนบ (ในกรณีที่เรากดเชื่อมต่อ Gmail ไว้กับ ChatGPT)
4️⃣ ส่งออกช่องทางลับ: ข้อมูลถูกส่งไปหาแฮกเกอร์ผ่านระบบฝากไฟล์ชั่วคราวภายใน โดยไม่มีป๊อปอัปขึ้นเตือนขออนุญาตเลยสักคำ!
​🛡️ ตอนนี้ปลอดภัยหรือยัง?
​ข่าวดีคือทาง OpenAI ได้รับแจ้งและทำการปิดช่องโหว่นี้ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เราในฐานะผู้ใช้งานไม่ต้องกดอัปเดตอะไรเพิ่มครับ
​💡 บทเรียนสำคัญสำหรับคนใช้ AI:
​อย่าก๊อป Prompt สุ่มสี่สุ่มสี่: หลีกเลี่ยงการก๊อปปี้คำสั่งยาวๆ ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปมาวางสั่ง AI
​เช็ก Custom GPTs: เลือกลองใช้เฉพาะตัวที่มาจากผู้พัฒนาที่น่าเชื่อถือ
​ปรับการตั้งค่าสิทธิ์: หากมีการเชื่อมต่อแอปภายนอก (เช่น Gmail / Google Drive) แนะนำให้เข้าไปตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงเป็น "Always ask" (ถามทุกครั้ง) เพื่อความชัวร์ครับ
​ #เตือนภัยไซเบอร์ #เทคโนโลยี #ข่าวไอที #ความปลอดภัยไซเบอร์

🚨 ด่วน! หลุดข้อมูลผู้ใช้ Telegram กว่า 120 ล้านรายการบน Dark Web จริงหรือ? 🔐​กลายเป็นประเด็นร้อนในโลก Cyber Security เมื...
09/09/2026

🚨 ด่วน! หลุดข้อมูลผู้ใช้ Telegram กว่า 120 ล้านรายการบน Dark Web จริงหรือ? 🔐
​กลายเป็นประเด็นร้อนในโลก Cyber Security เมื่อแฮกเกอร์ออกมาอ้างว่า มีฐานข้อมูลหลุดรวมกว่า 120 ล้านรายการ จากผู้ใช้งานทั่วโลก! 🌐
​📌 ข้อมูลที่อ้างว่าหลุดมีอะไรบ้าง?
• 📞 เบอร์โทรศัพท์ & รหัสประเทศ
• 👤 ชื่อ-นามสกุล & Nickname
• 🆔 Telegram User ID & Username
• ✉️ อีเมล (บางส่วน)
​🇮🇷 โดยประเทศที่โดนหนักที่สุดคือ อิหร่าน (46.7 ล้าน) และ รัสเซีย (14.6 ล้าน) 🇷🇺
​⚠️ สรุปแล้ว Telegram ถูกแฮกจริงไหม?
คำตอบคือ: ยังไม่มีหลักฐานว่าระบบเซิร์ฟเวอร์ Telegram โดนเจาะครับ! ❌
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ข้อมูลเหล่านี้เกิดจากการ:
1️⃣ Scraping (ดักจับข้อมูลสาธารณะจากระบบซิงก์คอนแท็กต์)
2️⃣ Data Aggregation (การเอาฐานข้อมูลเก่าที่เคยหลุดจากที่อื่นมารวมกัน)
​🛡️ ผู้ใช้อย่างเราต้องรับมืออย่างไร?
▪️ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว: ไปที่ Settings > Privacy and Security > Phone Number แล้วเปลี่ยนเป็น Nobody หรือ My Contacts
▪️ เปิด 2FA: ตั้งค่าการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication)
▪️ ระวังข้อความแปลกปลอม: อย่าหลงเชื่อลิงก์ Phishing หรือข้อความทักมาจากคนแปลกหน้า
​ #ข่าวไซเบอร์ #เตือนภัยออนไลน์ #เทคโนโลยี

🚨 แอปดังยอมจ่าย 1,100 ล้าน! หลังโดนฟ้องแอบแชร์ "ผล HIV" และข้อมูลส่วนตัวให้บริษัทโฆษณา​รู้ไหมว่า... ข้อมูลสุขภาพหรือรสนิ...
08/09/2026

🚨 แอปดังยอมจ่าย 1,100 ล้าน! หลังโดนฟ้องแอบแชร์ "ผล HIV" และข้อมูลส่วนตัวให้บริษัทโฆษณา
​รู้ไหมว่า... ข้อมูลสุขภาพหรือรสนิยมที่เรากรอกลงในแอปมือถือ อาจไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เราคิด! 📲

💥​ล่าสุด Grindr แอปเดตติ้งชื่อดังระดับโลก ตกลงยินยอมจ่ายเงินสูงถึง 26 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,150 ล้านบาท) เพื่อยุติคดีความในสหราชอาณาจักร หลังผู้ใช้งานกว่า 10,000 คนรวมตัวฟ้องร้องเรื่อง "การละเมิดความเป็นส่วนตัว"
​❓ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงโดนฟ้องหนักขนาดนี้
​เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 2020:
🔹 แอปถูกจับได้ว่ามีการส่งต่อข้อมูลผู้ใช้ เช่น ผลตรวจ HIV, วันที่ตรวจล่าสุด, ตำแหน่ง GPS และรสนิยมทางเพศ ให้กับบริษัทภายนอก (Third-party) ที่ช่วยวิเคราะห์ระบบและยิงโฆษณา
🔹 ผู้ใช้งานมองว่านี่คือการ "ขายความลับชีวิต" โดยที่พวกเขาไม่ได้ยินยอมอย่างถูกต้อง และข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือสร้างอันตรายให้ผู้ใช้ได้

​⚖️ ข้อสรุปคดีและการแก้เกม
​walaupun Grindr จะออกมายืนยันว่าไม่ได้ "ขาย" ข้อมูลโดยตรง และระบุว่าเป็นเรื่องของทีมบริหารชุดเก่า (ก่อนปี 2020) แต่เพื่อตัดปัญหาและฟื้นฟูความเชื่อมั่น บริษัทจึงยอมจ่ายเงินยอมความก้อนโตนี้ 💸

​ปัจจุบัน Grindr ได้รื้อระบบ Privacy ใหม่ทั้งหมด เพิ่มความโปร่งใส และให้ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลตัวเองได้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
​💡 เรื่องนี้สอนอะไรคนเล่นโซเชียลอย่างเรา?
​1️⃣ "ของฟรีไม่มีในโลก" – แอปที่เราเล่นฟรี มักใช้ "ข้อมูลส่วนตัว" ของเราเป็นสินค้าในการทำเงิน
2️⃣ เช็กสิทธิ์ก่อนกดยินยอม (Consent) – แอปขอเข้าถึงตำแหน่ง (Location), สุขภาพ หรือคอนแทกต์ เกินความจำเป็นหรือไม่?
3️⃣ ตั้งค่า Privacy ในมือถือเสมอ – เข้าไปปิด Permission การติดตามของแอป (App Tracking) ในการตั้งค่าเครื่องเพื่อความปลอดภัย
​เพราะในยุคดิจิทัล... ข้อมูลส่วนตัวคือสิ่งที่ต้องคุ้มครองให้ดีที่สุดครับ 🛡️✨

​ #ข่าวไอที #ความเป็นส่วนตัว #เตือนภัยไซเบอร์

🚨 สะพรึง! แค่ส่งข้อความมา เครื่องก็โดนแฮกแล้ว? รู้จักสปายแวร์ระดับโลก Pegasus แฮกโหดแบบ "Zero-Click"! 📱💥​มือถืออยู่ที่ตั...
07/09/2026

🚨 สะพรึง! แค่ส่งข้อความมา เครื่องก็โดนแฮกแล้ว? รู้จักสปายแวร์ระดับโลก Pegasus แฮกโหดแบบ "Zero-Click"! 📱💥

​มือถืออยู่ที่ตัวแท้ๆ แต่ทำไมโดนแอบดูข้อมูลได้? 🤔 ล่าสุดมีรายงานข่าวใหญ่ในวงการไซเบอร์ เมื่อกลุ่มนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวถูกโจมตีด้วยสปายแวร์ Pegasus ผ่านเทคนิคสุดหลอนที่เรียกว่า "Zero-Click Exploit" 🎯
​✨ Zero-Click คืออะไร?
ปกติแล้ว เวลาจะติดไวรัส เรามักจะต้อง "เผลอกดลิงก์แปลกๆ" หรือ "โหลดไฟล์แนบ" ใช่ไหมครับ? แต่ Zero-Click คือการที่แฮกเกอร์ส่งข้อมูล (เช่น ข้อความผ่าน iMessage) เข้ามาที่เครื่องเรา โดยที่เราไม่ได้กดเปิดดู ไม่ได้คลิกอะไรเลย! สปายแวร์ก็สามารถแอบติดตั้งตัวเองและสูบข้อมูลในเครื่องออกไปได้ทันที 😱

​🚨 โดนแอบดูอะไรได้บ้าง?
พอมันเข้ามาในเครื่องได้ มันจะเปลี่ยนมือถือเราให้กลายเป็น "กล้องและไมค์ดักฟังส่วนตัว" ของแฮกเกอร์ทันที:
ส่งแชตลับหลุด (อ่านได้หมดทั้งไลน์, WhatsApp, Viber)
แอบฟังเสียงสนทนา
ดักเปิดกล้อง-ไมโครโฟน
ตามรอย GPS รู้หมดว่าเราอยู่ที่ไหน
​📱 ไม่ได้โดนแค่ iPhone! Android ก็ไม่รอด
รายงานระบุว่า ฝั่ง Android ก็เจอน้องใหม่ในชื่อ NoviSpy ที่ถูกแอบติดตั้งลงในเครื่องของเหยื่อ เพื่อสอดส่องและดักฟังข้อมูลลับไปปล่อยออกสื่อเช่นกัน!
​🔒 แล้วคนธรรมดาอย่างเราจะป้องกันตัวเองยังไง?
1️⃣ อัปเดตระบบปฏิบัติการ OS อยู่เสมอ: ค่ายมือถือจะคอยออกอัปเดตมาอุดช่องโหว่เหล่านี้เป็นประจำ (อย่ากดข้ามการอัปเดต!)
2️⃣ เปิด Lockdown Mode (สำหรับ iOS): สำหรับใครที่มีความเสี่ยงสูง ระบบนี้จะช่วยบล็อกไฟล์แนบและข้อความจากคนแปลกหน้าแบบเด็ดขาด
3️⃣ ตั้งค่า Strict Account Settings: ปิดรับไฟล์แนบหรือสื่อจากคนที่ไม่ใช่ผู้ติดต่อในแอปพลิเคชันแชตต่างๆ
​ยุคนี้แค่ไม่คลิกจับลิงก์มั่วๆ อาจยังไม่พอ การหมั่นอัปเดตเครื่องให้เป็นปัจจุบันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ! 🛡️✨

​ #เตือนภัยไซเบอร์ #ข่าวไอที #สปายแวร์ #ภัยออนไลน์ #ความรู้ไอที

ที่อยู่

ซ่อมคอมพระราม2 ซอยพระราม 2 ซอย 61 แสมดำ บางขุนเทียน
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 04:00 - 00:00
อังคาร 04:00 - 00:00
พุธ 04:00 - 00:00
พฤหัสบดี 04:00 - 00:00
ศุกร์ 04:00 - 00:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ซ่อมคอมพระราม2 โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์