22/09/2026
#ปาไจ๋ระดับมาสเตอร์ EP1
ช่วงนี้มีคนพูดถึงวิชาปาไจ๋ (八宅) หรือ "8 บ้าน" กันมาก ผมเลยนึกถึงบทความที่เคยเขียนไว้เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วในส่วนสมาชิก
โดยบทความนั้นเป็นบทความที่เขียนสรุปคอร์ส 8 Mansion Master ของ อ.โจอี้ ยัป (Joey Yap) ที่ผมเคยได้เรียนมาเมื่อหลายปีก่อนให้อ่านกัน
วันนี้เลยเอาบทความเมื่อเกือบ 3 ปีก่อนในส่วนสมาชิกมาให้อ่านกันแบบสาธารณะกันครับ
ก่อนจะอ่าน ขอกล่าวนิดว่า เนื้อหาในคอร์ส 8 Masion Master ของ อ.โจอี้นั้น แม้อ.โจอี้จะบอกว่าเป็นระดับมาสเตอร์แล้วก็ตามที แต่ก็เป็นเพียงเนื้อหาพื้นฐานเล็กน้อยเท่านั้นในคอร์ส Feng Shui I ที่ผมได้เคยสอนไปล่าสุด
ในคอร์สนั้น Feng Shui I นี่เรื่อง ปาไจ๋สอนแต่เคล็ดวิชาที่ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยพูดถึง, จึงอยากจะแจ้งให้ทราบก่อนว่า เนื้อหาในบทความชุดนี้ ตรงกับคอร์สของ อ.โจอี้ แต่ไม่ได้ตรงกับที่ผมสอนใน Feng Shui I โดยตรง
สัญลักษณ์ 💬 คือบอกว่าย่อหน้านั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมโดยผมเองครับ ถ้าไม่มีเครื่องหมายนี้ที่ย่อหน้านั้น แปลว่าอ.โจอี้เป็นคนพูดในคอร์สครับ นอกจากนี้ในย่อหน้าที่อ.โจอี้พูดถ้ามีวงเล็บก็จะเป็นส่วนที่ผมเพิ่มไปเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ
อ่านแล้วมีข้อแนะนำหรือเสนอแนะยังไงก็บอกได้นะครับ จะให้กำลังใจก็ยินดีครับ :)
มาเริ่มกันเลยครับ :)
--------------------------------------------------
ก่อนจะเริ่ม อ.โจอี้แนะนำว่า
- เนื้อหาที่อยู่ควรจะศึกษาหลักจากที่เข้าใจเฟิงสุ่ยพื้นฐานแล้ว
- ให้มองมาสเตอร์คลาสนี้เป็นวิชาเดี่ยว ๆ ไปก่อนไม่ต้องสนใจเฟิงสุ่ยอย่างอื่น
- อย่าพยายามผสมวิชานี้กับความรู้อื่น ๆ ที่คุณรู้ก่อนจะจบ 12 โมดูล
- อย่าไปสนใจดาวเหินและเฟิงสุ่ยอื่น ๆ ก่อนจบ 12 โมดูลนี้
ปาไจ๋ (八宅) หรือ "8 บ้าน" เป็นวิชาเฟิงสุ่ยที่มีผลระยะยาวไม่เปลี่ยนตามกาลเวลา ที่มีประวัติมายาวนานก่อนวิชาดาวเหินมาก
ซึ่งก็หมายถึงถ้าทำเฟิงสุ่ยด้วยปาไจ๋ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ต้องคอยเปลี่ยนไปตามยุค หรือ เปลี่ยนไปตามปีแต่ละปี เหมือนวิชาดาวเหิน
โดยเมื่อทำให้ถูกแล้วพลังงานก็จะค่อยสะสมแล้วดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ซึ่งถึงแม้จะช้าแต่สุดท้ายก็ถึงเป้าหมาย
อ.โจอี้บอกว่า "แม้มันจะช้า แต่สุดท้ายก็เข้าเส้นชัย, แม้มันจะช้า แต่มันก็คือพื้นฐานอันแข็งแกร่ง"
💬 ปกติการจัดเฟิงสุ่ยโดยวิชาดาวเหิน จะให้ผลที่รวดเร็วมาก แต่ว่ามักจะต้องเชิญซินแสมาปรับตำแหน่งต่าง ๆ ทุก ๆ ต้นปี หรือพอเปลี่ยนยุคก็ต้องเชิญซินแสมาอีกรอบเป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องคอยระวังบางเดือนเป็นพิเศษด้วย
ดาวเหินรวดเร็วแต่ว่าผลกระทบไม่รุนแรงเท่า (effect is not as impactful) ปาไจ๋ผลกระทบรุนแรงแต่ช้ากว่า (impactful, but it's a bit slower)
--------------------------------------------------
ปาไจ๋เฟิงสุ่ย (八宅風水) ถ้ากล่าวโดยสรุปก็คือ เป็นระบบที่พยายามจับคู่คนเข้ากับบ้าน หรือในทางกลับกัน จับคู่บ้านเข้ากับคน จากมุมมองของกว้า
ชื่อดั่งเดิมของศาสตร์นี้คือ ต้าโหยวเหนียนฝ่า (大游年法 - วิธีปีจรใหญ่) หรือ โหยวเหนียนปาไจ๋ฝ่า (游年八宅法, วิธีปีจรแปดบ้าน), โดยเหตุที่เรียกว่าปีจร (年 = ปี, 游 = สัญจร, เคลื่อนย้าย, ไหลตามน้ำ) เนื่องจากเป็นวิชาที่ว่าด้วยกว้าของปีเกิดของคนนั้น
ด้วยการที่มีคน 8 ประเภท (8 กว้า) และการมีบ้าน 8 ประเภท ทำให้เมื่อนำมาจับคู่กันแล้วก็จะกลายเป็น 64 กว้า
ทำให้ทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานของวิชาอี้จิง ซึ่งในความหมายที่ลึกขึ้น เมื่อเราเข้าใจอี้จิงก็จะสามารถบอกได้ว่าคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้มีโชคชะตาอย่างไร มีความมั่งคั่งอย่างไร มีสุขภาพอย่างไร มีความรุงเรื่องเป็นอย่างไร มีความสงบและปลอดภัยอย่างไร
--------------------------------------------------
พอเราเข้าใจแล้วว่าชื่อโบราณของมันคือ ต้าโหยวเหนียนฝ่า ก็จะทำให้เราพบว่าวิชานี้มันมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907)
ซึ่งจะต่างจากความเข้าใจของซินแสทั่วไปที่คิดว่าวิชานี้พึ่งถูกคิดมาไม่นาน เพราะไม่เข้าใจว่าจริง ๆ สมัยก่อนวิชานี้เรียกว่า ต้าโหยวเหนียนฝ่า ไม่ได้เรียกว่า ปาไจ๋เฟิงสุ่ย แบบปัจจุบัน
ทำให้ความจริงแล้วปาไจ๋เก่ากว่าวิชาดาวเหินมาก เพราะว่าวิชาดาวเหินอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์หมิง (ปีค.ศ. 16xx) แต่ว่า ต้าโหยวเหนียนฝ่ามีมาตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์ถัง (ช่วงปีค.ศ. 600-700)
อ.โจอี้เล่าต่อว่า ปัญหาใหญ่ของวิชานี้ในปัจจุบันเกิดจาก เสิ่นจู๋เหริง (沈竹礽) ได้เขียนตำรา เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย (沈氏玄空學, วิชาเสวียนคงตระกูลเสิ่น) ซึ่งเป็นหนังสือเล่มสำคัญของวิชาดาวเหินในสมัยก่อน
และในตำรานั้นมีอยู่บทหนึ่งที่เขียนไว้ว่า ภิกษุอีสิง (一行禪師, 禪師 = ฉานซือ คือ พระนิกายฉาน หรือ พระเซน) ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิ ให้แต่ตำราเฟิงสุ่ยปลอมที่เรียกว่า 《เมี่ยหมานจิง (滅蠻經, คัมภีร์ทำลายคนเถื่อน)》 เพื่อนำไปมอบให้กับคนเถื่อน เพื่อให้คนเหล่านั้นเข้าใจวิชาเฟิงสุ่ยผิดไป และตำราที่ท่านแต่งนั้นก็คือตำราวิชาปาไจ๋นั้นเอง
ทำให้ซินแสดาวเหินในเวลานั้นเชื่อว่าวิชาปาไจ๋คือของปลอม ตามคำกล่าวของ เสิ่นจู๋เหริง
💬 ตรงนี้เล่าประวัติกันยาวนิด, เสิ่นจู๋เหริง ในสมัยก่อนถือเป็นคนดังมาก เพราะว่าเป็นคนแรกที่นำเอาวิชาดาวเหินมาเปิดเผยให้คนทั่วไปรู้จัก โดยวิชาดาวเหินนี้มีอยู่นานตั้งแต่อดีตแล้ว แต่ปกติเป็นความลับของตระกูลอื่น (ในสมัยโบราณวิชาเฟิงสุ่ยถ่ายทอดให้กับลูกหลานในตระกูลเท่านั้น)
💬 เสิ่นจู๋เหริง ซึ่งมีตำแหน่งใหญ่ทางการเมืองและมีเงินมาก จึงใช้วิธีไปแอบคัดลอกตำราที่บันทึกกรณีศึกษาที่ซินแสในตระกูลที่เก็บเป็นความลับไว้ แล้วพยายามมาศึกษาเอง (ไม่ได้เรียนหรือมีใครสอน) - แอบขโมยคัดลอกมาจาก จังจ้งซาน (章仲山) เจ้าสำนักอู๋ฉัง (無常派)
💬 หลังจากคัดลอกเสร็จ ก็พยายามศึกษาด้วยตัวเองอยู่อีกหลายปีมาก ถึงเข้าใจว่าในบันทึกที่แอบคัดลอกมามันคำนวณผังดาวเหินอย่างไร (เข้าใจว่า ดาว 5 ไม่ต้องอยู่ตรงกลางก็ได้ แต่อยู่ที่อื่นได้) จนทำให้อ่านบันทึกที่แอบไปคัดลอกมาเข้าใจได้ระดับหนึ่ง หลังจากนั้นก็เลยนำเอาความลับเหล่ามาเปิดเผยเป็นวิชาของตระกูลตัวเอง พร้อมกับกรณีศึกษาที่ตัวเองไปดูบ้านคนอื่นมาด้วย
💬 แต่ในปัจจุบันเมื่อเราได้มีโอกาสศึกษาตำราของลูกศิษย์ที่ตามอาจารย์สายดังเดิม (ที่เสิ่นจู๋เหริงไปแอบขโมยคัดลอกมา) เราก็ค้นพบความจริงว่า วิชาดาวเหินที่เสิ่นจู๋เหริงใช้ (ซึ่งไม่มีใครเคยสอนเขามาก่อน) ก็ไม่ถูกต้องตามวิชาดาวเหินต้นฉบับ มีอยู่หลายอย่างที่ต่างกันอย่างมากมาก ตั้งแต่พื้นฐานแรกสุด ยันวิธีตีความ
💬 ปัญหาในปัจจุบันรวมถึงประเทศไทยก็คือ เรายังคงใช้ตามวิธีเดิมที่เสิ่นจู๋เหริงเขียนอยู่ เพราะว่ามันมีหาได้ง่ายมีอยู่ทั่วในหนังสือต่าง ๆ ทำให้แม้แต่ประเทศไทยเอง ซินแสโดยมากก็ใช้ดาวเหินที่ไม่ตรงกับวิชาดังเดิมอยู่
💬 ปัญหาอีกอย่างก็คือเรื่อง เมี่ยหมานจิง (คัมภีร์ทำลายคนเถื่อน) ที่เสิ่นจู๋เหริงอ้างอิง ปัจจุบันก็ค้นพบความจริงแล้วว่าเป็นเรื่องที่เสิ่นจู๋เหริง แต่งขึ้นมาไม่ได้มีความเป็นจริงในประวัติศาสตร์แต่อย่างไร
อ.โจอี้เล่าต่อว่า จริง ๆ มันก็เป็นแค่ความเห็นของคนแค่คนเดียว อีกทั้งเสิ่นจู๋เหริงก็ต้องการจะสร้างชื่อจากการเปิดเผยวิชาดาวเหินก็ต้องพยายามบอกว่าของตัวเองถูกและดีกว่า ซึ่งก็เหมือนกับที่ซินแสในปัจจุบันทำกันที่บอกว่าของตัวเองคือวิชาของจริง ส่วนวิชาของคนอื่นคือของปลอม เป็นต้น
--------------------------------------------------
ในสมัยราชวงศ์ถัง วิชาปาไจ๋เป็นที่นิยมมากเนื่องจากว่าเป็นวิชาที่ใช้กับหยางเฟิงสุ่ย (บ้านคนเป็น) เป็นวิชาแรก เนื่องจากในยุคก่อนราชวงศ์ถัง วิชาเฟิงสุ่ยทั้งหมดจะเป็นหยินเฟิงสุ่ย (ใช้กับสุสาน)
ดังนั้นจะกล่าวว่าปาไจ๋เป็นวิชาเก่าแก่ที่สุดที่ใช้กับเฟิงสุ่ยบ้านคนเลยก็ว่าได้
ในเฟิงสุ่ย ทั่วไปเราจะสนใจอยู่ 5 สิ่งนี้
- 龍 (หลง) มังกร - หมายถึง แนวเขา
- 砂 (ซา) ทราย - หมายถึง รูปทรงของภูเขาที่โอบล้อมชัยภูมิ
- 水 (สุ่ย) น้ำ
- 穴 (เสวีย) จุดมังกร
- 向 (เซี่ยง) หน้าหัน
โดยวิชาปาไจ๋จะให้ความสนใจกับทิศหน้าหัน (向) เป็นหลัก และหาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับบ้านจาก กว้าชะตา (命卦, หมิงกว้า) และ กว้าบ้าน (宅卦, ไจ๋กว้า) กว้าทั้ง 2 นี้เมื่อจับคู่กันก็จะสามารถอ่านชะตาต่าง ๆ ของคนในบ้านได้
จุดที่ต่างกันกันที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ในวิชาดาวเหินไม่ได้บอกว่าแต่ละคนชอบหันทิศไหนเป็นรายบุคคล เพราะในวิชาดาวเหินจะพูดถึงพลังงานในทิศต่าง ๆ ของบ้านเป็นหลัก แต่ในวิชาปาไจ๋ แต่ละคนจะมีทิศทางในการหันที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไปด้วย
โดยทั่วไปเราจะไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดหรือคิดค้นวิชาปาไจ๋นี้เพราะว่าไม่ได้มีบันทึกชัดเจน ทำให้โดยมากซินแสทั่วไปก็มักอ้างว่ามาจากปรมาจารย์หยังกง แต่เอาจริง ๆ แล้วซินแสทุกคนก็อ้างว่าตัวเองสืบทอดวิชามาจากหยังกง และก็อ้างว่าวิชาทุกวิชาของตนมาจากหยังกงทุกคน
💬 หยังกง (楊公) ชื่อจริงว่า หยังอวิ๋นซง (楊筠松) เป็นขุนนางในสมัยปลายราชวงศ์ถัง ทำหน้าที่ดูเฟิงสุ่ยให้กับราชวงศ์ และในช่วงใกล้สิ้นสุดราชวงศ์เกิดกบฏโดย หวงเฉา (黃巢) ทำให้ท่านต้องหนีออกจากเมืองพร้อมกับตำราเฟิงสุ่ยจำนวนหนึ่ง โดยหนีจากเมืองฉางอานไปอยู่เจียงซี (江西) และเปิดสอนเฟิงสุ่ยให้กับสามัญชน โดยตามประวัติที่เล่ากันก็คือ ในบรรดาลูกศิษย์ของหยางกงเมื่อเรียนไปก็จะต้องสาบานว่าจะไม่ถ่ายทอดให้กับคนนอกตระกูล
💬 แต่จะมี หลิวเจียงตง (劉江東) ที่กล่าวว่าตนเป็นศิษย์เอก และเป็นคนเดียวที่กล่าวว่าหยางกงอนุญาติให้ตนสอนเฟิงสุ่ยให้กับใครก็ได้ที่ตนอยากจะสอน แม้จะอยู่นอกตระกูลก็ตาม (ลูกศิษย์ที่เหลือทั้งหมดของหยางกง คือ ห้ามถ่ายทอดวิชาให้คนนอกตระกูลตัวเอง)
💬 ซึ่ง หลิวเจียงตงได้เรียนกับหยางกงเป็นเวลา 6 ปี ตั้งแต่อายุ 18 ถึง 23 ปี, จากนั้นก็ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์อีกจำนวนมาก ทำให้ซินแสเชื่อกันว่า วิชาเฟิงสุ่ยที่ซินแสทุกคนใช้ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากหยังกง และคนธรรมดาที่เป็นซินแสสมัยใหม่ต่างก็ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากหลิวเจียงตงนั้นเอง เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นเชื่อกันว่าวิชาเฟิงสุ่ยมีไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น และในคนอื่นก็ถ่ายทอดให้เฉพาะในตระกูลเท่านั้น
💬 แต่ในปัจจุบัน เมื่อเราค้นพบคัมภีร์โบราณเยอะเขา เราพบว่าก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะว่าวิชาเฟิงสุ่ยหลายวิชาก็มีมาตั้งแต่ยุคก่อนหยังกงแล้ว (เช่น ปาไจ๋ เป็นต้น) และโดยมากคนที่แต่งคำภีร์โบราณมักจะเป็นนักพรตเต๋าเสียมากกว่า
แต่ อ.โจอี้บอกว่า จากการค้นคว้าของเขาเอง เขาพบว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากคัมภีร์ ชื่อว่า ปาไจ๋โจวซู (八宅周書, ประวัติยุคราชวงศ์โจวเรื่อง 8 บ้าน) โดยช่วงราชวงศ์โจวคือก่อนคศ. 1046 - 256 ปี - 3,000 ปีที่แล้ว
ซึ่งในนั้นก็ยังกล่าวถึงว่าวิชามาจาก ตุนหวงเสี่ยเปิ่นปาไจ๋จิง (敦煌寫本八宅經, คัมภีร์ 8 บ้านฉบับเขียนมือของเมืองตุนหวง) ดังนั้นวิชามันจึงเก่ากว่าสมัยของหยังกงอย่างมาก ดังนั้นผู้ก่อตั้งวิชาปาไจ๋จึงไม่ได้เป็นหยังกงอย่างที่ซินแสทั่วไปเข้าใจกัน
--------------------------------------------------
ในยุคหลัง ๆ มา เนื่องจากวิชาปาไจ๋ มันเป็นวิชาที่ง่ายและซินแสทั่วไปก็รู้ ก็เลยทำให้วิชานี้ถูกซินแสมองว่าเป็นวิชามือใหม่ เป็นวิชาสำหรับซินแสฝึกหัด และไม่ค่อยจะมีประโยชน์อะไรมากนัก
แต่ทว่าถ้าเข้าใจวิชาปาไจ๋จริง ๆ แล้วก็จะพบว่ามันเป็นวิชาที่มีความลึกซึ้งมาก และสามารถเชื่อมเข้ากับวิชาต่าง ๆ ได้อย่างดี เช่น ในกรณีของวิชาดาวเหิน วิชาปาไจ๋ก็จะพูดถึงภาพรวมใหญ่ (เพราะไม่เปลี่ยนตามยุค) ในขณะที่ดาวเหินจะพูดส่วนย่อยกว่า (เปลี่ยนตามยุค) หรือเมื่อมองเป็นกว้าแล้ว ก็ยังไปเชื่อมโยงกับอี้จิง และวิชาเฟิงสุ่ย 64 กว้าได้อีกด้วย
ในยุคต่อมา ต้นราชวงศ์ซ่ง (ปีค.ศ. 9xx) มีการพูดถึง 8 บ้านใน ตี้หลี่ซินซู (地理新書, ตำราภูมิศาสตร์ฉบับใหม่) โดยเฉพาะ หวงตี้ไจ๋จิง (黃帝宅經, คัมภีร์ที่บ้านของจักรพรรดิเหลือ - หวงตี้) ก็พูดถึงบ้านทั้ง 8 แบบด้วยเช่นกัน เป็นเครื่องยืนยันถึงความเก่าแก่ของวิชาปาไจ๋ได้อย่างดี
แม้ว่าจะมีการพูดถึงแต่ก็ไม่มีเล่มไหนที่เขียนขึ้นมาเกี่ยวกับปาไจ๋โดยเฉพาะเจาะจงสักเล่ม จนมาในช่วงราชวงศ์ชิง (1644-1912) ถึงมีตำราที่เขียนเกี่ยวกับวิชาปาไจ๋โดยตรงชื่อว่า ปาไจ๋หมิงจิ้ง (八宅明鏡, กระจกเงา 8 บ้าน)
💬 明鏡 แปลว่า กระจกเงา, กระจกเงาส่องสว่าง - เป็นคำอุปมาถึงสิ่งสวยงาม ใส สว่าง ราบเรียบ เช่น ทะเลสาบ หรือ สิ่งที่ให้ความชัดเจนและกระจ่างแจ้ง
💬 วิชาที่อยู่ใน ปาไจ๋หมิงจิ้ง จะไม่ใช่วิชาปาไจ๋หรือ 8 บ้านแบบที่ประเทศไทยใช้, แต่ว่าจะมีบางส่วนเป็นแบบที่สอนอยู่ในคอร์ส Feng Shui I
อีกทั้งยังมี จินกวงโต้วหลินจิง (金光斗臨經, คัมภีร์แสงทองส่องจากดาวเหนือ) และ หยังไจ๋ซานเย่า (陽宅三要, 3 สิ่งสำคัญของบ้านหยาง) โดยตำราทั้ง 3 เล่มนี้ถือว่าเป็นตำราสำคัญของวิชาปาไจ๋ที่ทำให้เราสามารถเข้าใจระบบทั้งหมดของวิชาปาไจ๋ได้อย่างละเอียด โดยแม้ทั้งสามเล่มนี้ในแง่ของการใช้งานจะมีต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่ว่าสาระสำคัญของมันเหมือนกัน การอ่านทั้ง 3 เล่มทำให้คุณเห็นภาพใหญ่ของวิชาปาไจ๋ได้อย่างครบถ้วน
--------------------------------------------------
อ.โจอี้ เล่าต่อว่า คุณจำเป็นต้องรู้เรื่องราวและประวัติศาสตร์เหล่านี้โดยละเอียดสักหน่อย เพราะว่าเมื่อคุณออกไปใช้วิชาปาไจ๋ในโลกภายนอก ซินแสทั่วไปจะมาพยายามท้าทายและสบประมาทคุณ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร จะได้เข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรโดยไม่สับสนไปกับคำพูดของซินแสทั่วไปในท้องตลาดและอินเทอร์เน็ต
อ.โจอี้เล่าต่อว่า ทำไม เสิ่นจู๋เหริง (沈竹礽) ที่เขียนตำรา เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย (沈氏玄空學, วิชาเสวียนคงตระกูลเสิ่น) ถึงได้ดังมาก ซึ่งคุณจะต้องรู้เพราะว่า วิชาที่ซินแสทั่วโลกใช้กัน เป็นตามสิ่งที่เสิ่นจู๋เหริงเขียนอยู่ในหนังสือนี้อยู่
เมื่อคุณอ่านตำราโบราณ คุณอาจจะอ่านออกทุกตัวอักษร แปลออกทุกตัวอักษร แต่ก็ไม่เข้าใจว่าแต่ละคำ แต่ละประโยคมันหมายถึงอะไร เพราะว่าโดยมากตำราเฟิงสุ่ยจะเขียนเหมือนการเข้ารหัส เช่น พูดถึงสัตว์โน้นสัตว์นี้ ต้นไม้นี้ ยากที่คนไม่ได้สืบทอดมาจะเข้าใจว่าจริง ๆ ประโยคนี้หมายถึงอะไรกันแน่ เช่น อาจจะพูดถึงมังกรทอง แต่มันก็อาจจะหมายมังกรธาตุทอง หรือ หมายถึงภูเขาธาตุทอง หรือ เฉียนกว้าก็ได้ เป็นต้น
💬 อย่างที่ผมกล่าวไป ซินแสในไทยและอาจารย์ที่เปิดสอนเฟิงสุ่ยก็แทบจะ 99% ก็ใช้วิชาดาวเหินตามวิธีที่เสิ่นจู๋เหริงเขียนไว้ในหนังสือนี่หละ เพราะว่ามันสามารถหาอ่านได้ทั่วไปจากหนังสือไต้หวันหรือฮ่องกง
💬 ผมอยากหมายเหตุเพิ่มเติมอีกอย่างว่า ผมไม่ได้บอกว่าเสิ่นจู๋เหริงผิดหรือถูก ที่ผมบอกก็คือ มันไม่ตรงกับบันทึกดังเดิมของคนที่สืบทอดมาโดยตรงแค่นั้นครับ
💬 อีกทั้งวิธีการจัดเฟิงสุ่ยตามหลักการของวิชาดาวเหินดั่งเดิมก็ค่อนข้างขัดสามัญสำนึกของซินแสทั่วไป ทำให้แม้ซินแสบางคนจะรู้ว่าวิธีดังเดิมใช้ยังไง แต่ก็ไม่มีใครใช้ตามวิธีดั่งเดิม แต่ไปใช้ตามวิธีของเสิ่นจู๋เหริงอยู่ดี เพราะว่าเข้าใจง่ายกว่า และไม่ขัดสามัญสำนึกของซินแสทั่วไปด้วย
💬 เนื่องจากวิธีการจัดเฟิงสุ่ยแบบดังเดิมของดาวเหิน คุณจะจัดได้ คุณต้องมีความเข้าใจเรื่องพลังงานด้วย ซึ่งในปัจจุบันมองว่าเรื่องพลังงานคือเรื่องงมงาย หลอกลวง และไม่เป็นวิทยาศาสตร์
อ.โจอี้เล่าว่า เสิ่นจู๋เหริง เป็นคนที่เรียนมาในระบบการศึกษาตะวันตกและพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย (แต่ตำราเขียนในภาษาจีนนะครับ) ทำให้เมื่อ เสิ่นจู๋เหริง แต่งหนังสือขึ้นมา หนังสือก็ถูกเขียนอย่างเป็นระบบและมีโครงสร้างอย่างดี (เช่น อธิบายทฤษฎีก่อนแล้วค่อยตามด้วยตัวอย่าง) และอธิบายหลักการต่าง ๆ ตามหลักคิดของตะวันตก ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจได้ง่าย
เป็นเหตุให้เมื่อคนปกติอ่านหนังสือของเสิ่นจู๋เหริง ก็จะสามารถเข้าใจหลักการในวิชาดาวเหินได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใครสอน ในขณะที่ถ้าคุณไปอ่านตำราเฟิงสุ่ยเก่า ๆ คุณจะพบว่า คุณอ่านออกแต่คุณก็ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร
💬 เลยเป็นเหตุที่ปัจจุบันเราจะเห็นซินแสชื่อดังหลายคน ไม่ได้เรียนเฟิงสุ่ยมาจากใคร แต่อาศัยการซื้อหนังสือมาอ่านเองแล้วก็เปิดสอน หรือ รับจัดเฟิงสุ่ยเลย
💬 ซึ่งกรณีนี้เหล่าเป็นข่าวดังมากอยู่หลายเคส ที่ดังสุดคือกรณีเมื่อปีค.ศ. 2009 ของ Joseph Yu ซึ่งเป็นซินแสระดับโลกชื่อดังมากในยุค 20 ปีก่อน เนื่องจากเป็นซินแสคนแรก ๆ ในโลกที่เปิดสอนวิชาดาวเหินเป็นภาษาอังกฤษทางอินเทอร์เน็ต
💬 ด้วยเหตุนี้ทำให้ซินแสชื่อดังในเมืองไทยในยุคนั้นไปเรียนวิชาดาวเหินกับ Joseph Yu และมาตั้งสำนักเปิดสอนหรือรับดูเฟิงสุ่ยกันมาก
💬 กรณีนี้เกี่ยวข้องกับคดีการแย่งชิงมรดกของ Nina Wang (龚如心 - กงหรูซิน) ผู้หญิงเอเชียที่รวยที่สุดในยุคนั้น (มีทรับสิน 4.2 พันล้านดอลลาร์) ที่ฮ่องกง โดยแย่งกันระหว่าง Tony/Peter Chan (陳振聰 - เฉินเจิ่นชง) ซึ่งเป็นซินแสเฟิงสุ่ย กับ Chinachem Charitable Foundation (華懋慈善基金有限公司)
💬 ในคดีนี้ Joseph Yu ถูกเรียกมาเป็นพยานฝ่ายผู้เชี่ยวชาญเรื่องเฟิงสุ่ยให้กับ Tony Chan (ซึ่งจะเห็นว่าตอนนั้น Joseph Yu ดังขนาดไหน, ขนาดศาลยังต้องเชิญมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ) และในระหว่างการไตรส่วนผู้พิพากษาได้ถาม Joseph Yu เกี่ยวกับความรู้ด้านเฟิงสุ่ยของเขาว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เช่น สืบทอดมาจากไหน
💬 ทำให้ Joseph Yu ต้องสารภาพความจริงต่อหน้าศาลว่า ความรู้ทั้งหมดของเขาเกิดจากการอ่านหนังสือเอง 100% โดยมี 10% เป็นการอ่านหนังสือตามรายชื่อหนังสือแนะนำที่ซินแสได้แนะนำให้อ่าน อีก 90% เป็นการอ่านด้วยตัวเองโดยที่ซินแสไม่ได้แนะนำ
💬 ทำให้หลังจาก Joseph Yu สารภาพความจริงนี้ ผู้พิพากษาได้ยุติการซักค้านทันที และหลังจากเหตุการณ์นั้น Joseph Yu ก็ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อว่าการเรียนเฟิงสุ่ยจากหนังสือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้และเพียงพอแล้ว
💬 ถือเป็นการจบตำนานซินแสชื่อดังระดับโลกในปีค.ศ. 2009 (แต่ที่ไทยก็ยังมีการปิดข่าวและสอนตามวิธีของ Joseph Yu อยู่ จนถึงทุกวันนี้ เช่น เมื่อดูที่ขั่วโลกใต้ก็ให้ธาตุไฟอยู่ทิศเหนือ ธาตุน้ำอยู่ทิศใต้แทน เป็นต้น)
💬 อ้างอิง https://www.scmp.com/article/686502/judge-dismisses-self-trained-fung-shui-expert
--------------------------------------------------
เรื่องราวกำลังเข้มข้น เดี๋ยวมาต่อ EP 2 กันครับ :)
ปล. ถ้าไม่เห็นด้วย หรือ ไม่พอใจยังไง ก็สมัครคอร์สของ อ.โจอี้ แล้วไปพูดคุยกับทีมงานของโจอี้ได้โดยตรงเลยครับ :)