Qi Men Alchemy Qi Men Alchemy

น้ำท่วม + รถติด, วันนี้ไปถึงโรงแรมสายหน่อยนะครับ ขออภัยด้วย แต่ยังไปสอนอยู่
26/09/2026

น้ำท่วม + รถติด, วันนี้ไปถึงโรงแรมสายหน่อยนะครับ ขออภัยด้วย แต่ยังไปสอนอยู่

 #ปาไจ๋ระดับมาสเตอร์ EP1⁣⁣⁣ช่วงนี้มีคนพูดถึงวิชาปาไจ๋ (八宅) หรือ "8 บ้าน" กันมาก ผมเลยนึกถึงบทความที่เคยเขียนไว้เมื่อเกือ...
22/09/2026

#ปาไจ๋ระดับมาสเตอร์ EP1
⁣⁣⁣
ช่วงนี้มีคนพูดถึงวิชาปาไจ๋ (八宅) หรือ "8 บ้าน" กันมาก ผมเลยนึกถึงบทความที่เคยเขียนไว้เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วในส่วนสมาชิก
⁣⁣⁣
โดยบทความนั้นเป็นบทความที่เขียนสรุปคอร์ส 8 Mansion Master ของ อ.โจอี้ ยัป (Joey Yap) ที่ผมเคยได้เรียนมาเมื่อหลายปีก่อนให้อ่านกัน
⁣⁣⁣
วันนี้เลยเอาบทความเมื่อเกือบ 3 ปีก่อนในส่วนสมาชิกมาให้อ่านกันแบบสาธารณะกันครับ
⁣⁣⁣
ก่อนจะอ่าน ขอกล่าวนิดว่า เนื้อหาในคอร์ส 8 Masion Master ของ อ.โจอี้นั้น แม้อ.โจอี้จะบอกว่าเป็นระดับมาสเตอร์แล้วก็ตามที แต่ก็เป็นเพียงเนื้อหาพื้นฐานเล็กน้อยเท่านั้นในคอร์ส Feng Shui I ที่ผมได้เคยสอนไปล่าสุด
⁣⁣⁣
ในคอร์สนั้น Feng Shui I นี่เรื่อง ปาไจ๋สอนแต่เคล็ดวิชาที่ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยพูดถึง, จึงอยากจะแจ้งให้ทราบก่อนว่า เนื้อหาในบทความชุดนี้ ตรงกับคอร์สของ อ.โจอี้ แต่ไม่ได้ตรงกับที่ผมสอนใน Feng Shui I โดยตรง
⁣⁣⁣
สัญลักษณ์ 💬 คือบอกว่าย่อหน้านั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติมโดยผมเองครับ ถ้าไม่มีเครื่องหมายนี้ที่ย่อหน้านั้น แปลว่าอ.โจอี้เป็นคนพูดในคอร์สครับ นอกจากนี้ในย่อหน้าที่อ.โจอี้พูดถ้ามีวงเล็บก็จะเป็นส่วนที่ผมเพิ่มไปเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ
⁣⁣⁣
อ่านแล้วมีข้อแนะนำหรือเสนอแนะยังไงก็บอกได้นะครับ จะให้กำลังใจก็ยินดีครับ :)
⁣⁣⁣
มาเริ่มกันเลยครับ :)
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
ก่อนจะเริ่ม อ.โจอี้แนะนำว่า
- เนื้อหาที่อยู่ควรจะศึกษาหลักจากที่เข้าใจเฟิงสุ่ยพื้นฐานแล้ว
- ให้มองมาสเตอร์คลาสนี้เป็นวิชาเดี่ยว ๆ ไปก่อนไม่ต้องสนใจเฟิงสุ่ยอย่างอื่น
- อย่าพยายามผสมวิชานี้กับความรู้อื่น ๆ ที่คุณรู้ก่อนจะจบ 12 โมดูล
- อย่าไปสนใจดาวเหินและเฟิงสุ่ยอื่น ๆ ก่อนจบ 12 โมดูลนี้
⁣⁣⁣
ปาไจ๋ (八宅) หรือ "8 บ้าน" เป็นวิชาเฟิงสุ่ยที่มีผลระยะยาวไม่เปลี่ยนตามกาลเวลา ที่มีประวัติมายาวนานก่อนวิชาดาวเหินมาก
⁣⁣⁣
ซึ่งก็หมายถึงถ้าทำเฟิงสุ่ยด้วยปาไจ๋ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ต้องคอยเปลี่ยนไปตามยุค หรือ เปลี่ยนไปตามปีแต่ละปี เหมือนวิชาดาวเหิน
⁣⁣⁣
โดยเมื่อทำให้ถูกแล้วพลังงานก็จะค่อยสะสมแล้วดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ซึ่งถึงแม้จะช้าแต่สุดท้ายก็ถึงเป้าหมาย
⁣⁣⁣
อ.โจอี้บอกว่า "แม้มันจะช้า แต่สุดท้ายก็เข้าเส้นชัย, แม้มันจะช้า แต่มันก็คือพื้นฐานอันแข็งแกร่ง"
⁣⁣⁣
💬 ปกติการจัดเฟิงสุ่ยโดยวิชาดาวเหิน จะให้ผลที่รวดเร็วมาก แต่ว่ามักจะต้องเชิญซินแสมาปรับตำแหน่งต่าง ๆ ทุก ๆ ต้นปี หรือพอเปลี่ยนยุคก็ต้องเชิญซินแสมาอีกรอบเป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องคอยระวังบางเดือนเป็นพิเศษด้วย
⁣⁣⁣
ดาวเหินรวดเร็วแต่ว่าผลกระทบไม่รุนแรงเท่า (effect is not as impactful) ปาไจ๋ผลกระทบรุนแรงแต่ช้ากว่า (impactful, but it's a bit slower)
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
ปาไจ๋เฟิงสุ่ย (八宅風水) ถ้ากล่าวโดยสรุปก็คือ เป็นระบบที่พยายามจับคู่คนเข้ากับบ้าน หรือในทางกลับกัน จับคู่บ้านเข้ากับคน จากมุมมองของกว้า
⁣⁣⁣
ชื่อดั่งเดิมของศาสตร์นี้คือ ต้าโหยวเหนียนฝ่า (大游年法 - วิธีปีจรใหญ่) หรือ โหยวเหนียนปาไจ๋ฝ่า (游年八宅法, วิธีปีจรแปดบ้าน), โดยเหตุที่เรียกว่าปีจร (年 = ปี, 游 = สัญจร, เคลื่อนย้าย, ไหลตามน้ำ) เนื่องจากเป็นวิชาที่ว่าด้วยกว้าของปีเกิดของคนนั้น
⁣⁣⁣
ด้วยการที่มีคน 8 ประเภท (8 กว้า) และการมีบ้าน 8 ประเภท ทำให้เมื่อนำมาจับคู่กันแล้วก็จะกลายเป็น 64 กว้า
⁣⁣⁣
ทำให้ทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานของวิชาอี้จิง ซึ่งในความหมายที่ลึกขึ้น เมื่อเราเข้าใจอี้จิงก็จะสามารถบอกได้ว่าคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้มีโชคชะตาอย่างไร มีความมั่งคั่งอย่างไร มีสุขภาพอย่างไร มีความรุงเรื่องเป็นอย่างไร มีความสงบและปลอดภัยอย่างไร
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
พอเราเข้าใจแล้วว่าชื่อโบราณของมันคือ ต้าโหยวเหนียนฝ่า ก็จะทำให้เราพบว่าวิชานี้มันมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907)
⁣⁣⁣
ซึ่งจะต่างจากความเข้าใจของซินแสทั่วไปที่คิดว่าวิชานี้พึ่งถูกคิดมาไม่นาน เพราะไม่เข้าใจว่าจริง ๆ สมัยก่อนวิชานี้เรียกว่า ต้าโหยวเหนียนฝ่า ไม่ได้เรียกว่า ปาไจ๋เฟิงสุ่ย แบบปัจจุบัน
⁣⁣⁣
ทำให้ความจริงแล้วปาไจ๋เก่ากว่าวิชาดาวเหินมาก เพราะว่าวิชาดาวเหินอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์หมิง (ปีค.ศ. 16xx) แต่ว่า ต้าโหยวเหนียนฝ่ามีมาตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์ถัง (ช่วงปีค.ศ. 600-700)
⁣⁣⁣
อ.โจอี้เล่าต่อว่า ปัญหาใหญ่ของวิชานี้ในปัจจุบันเกิดจาก เสิ่นจู๋เหริง (沈竹礽) ได้เขียนตำรา เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย (沈氏玄空學, วิชาเสวียนคงตระกูลเสิ่น) ซึ่งเป็นหนังสือเล่มสำคัญของวิชาดาวเหินในสมัยก่อน
⁣⁣⁣
และในตำรานั้นมีอยู่บทหนึ่งที่เขียนไว้ว่า ภิกษุอีสิง (一行禪師, 禪師 = ฉานซือ คือ พระนิกายฉาน หรือ พระเซน) ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิ ให้แต่ตำราเฟิงสุ่ยปลอมที่เรียกว่า 《เมี่ยหมานจิง (滅蠻經, คัมภีร์ทำลายคนเถื่อน)》 เพื่อนำไปมอบให้กับคนเถื่อน เพื่อให้คนเหล่านั้นเข้าใจวิชาเฟิงสุ่ยผิดไป และตำราที่ท่านแต่งนั้นก็คือตำราวิชาปาไจ๋นั้นเอง
⁣⁣⁣
ทำให้ซินแสดาวเหินในเวลานั้นเชื่อว่าวิชาปาไจ๋คือของปลอม ตามคำกล่าวของ เสิ่นจู๋เหริง
⁣⁣⁣
💬 ตรงนี้เล่าประวัติกันยาวนิด, เสิ่นจู๋เหริง ในสมัยก่อนถือเป็นคนดังมาก เพราะว่าเป็นคนแรกที่นำเอาวิชาดาวเหินมาเปิดเผยให้คนทั่วไปรู้จัก โดยวิชาดาวเหินนี้มีอยู่นานตั้งแต่อดีตแล้ว แต่ปกติเป็นความลับของตระกูลอื่น (ในสมัยโบราณวิชาเฟิงสุ่ยถ่ายทอดให้กับลูกหลานในตระกูลเท่านั้น)
⁣⁣⁣
💬 เสิ่นจู๋เหริง ซึ่งมีตำแหน่งใหญ่ทางการเมืองและมีเงินมาก จึงใช้วิธีไปแอบคัดลอกตำราที่บันทึกกรณีศึกษาที่ซินแสในตระกูลที่เก็บเป็นความลับไว้ แล้วพยายามมาศึกษาเอง (ไม่ได้เรียนหรือมีใครสอน) - แอบขโมยคัดลอกมาจาก จังจ้งซาน (章仲山) เจ้าสำนักอู๋ฉัง (無常派)
⁣⁣⁣
💬 หลังจากคัดลอกเสร็จ ก็พยายามศึกษาด้วยตัวเองอยู่อีกหลายปีมาก ถึงเข้าใจว่าในบันทึกที่แอบคัดลอกมามันคำนวณผังดาวเหินอย่างไร (เข้าใจว่า ดาว 5 ไม่ต้องอยู่ตรงกลางก็ได้ แต่อยู่ที่อื่นได้) จนทำให้อ่านบันทึกที่แอบไปคัดลอกมาเข้าใจได้ระดับหนึ่ง หลังจากนั้นก็เลยนำเอาความลับเหล่ามาเปิดเผยเป็นวิชาของตระกูลตัวเอง พร้อมกับกรณีศึกษาที่ตัวเองไปดูบ้านคนอื่นมาด้วย
⁣⁣⁣
💬 แต่ในปัจจุบันเมื่อเราได้มีโอกาสศึกษาตำราของลูกศิษย์ที่ตามอาจารย์สายดังเดิม (ที่เสิ่นจู๋เหริงไปแอบขโมยคัดลอกมา) เราก็ค้นพบความจริงว่า วิชาดาวเหินที่เสิ่นจู๋เหริงใช้ (ซึ่งไม่มีใครเคยสอนเขามาก่อน) ก็ไม่ถูกต้องตามวิชาดาวเหินต้นฉบับ มีอยู่หลายอย่างที่ต่างกันอย่างมากมาก ตั้งแต่พื้นฐานแรกสุด ยันวิธีตีความ
⁣⁣⁣
💬 ปัญหาในปัจจุบันรวมถึงประเทศไทยก็คือ เรายังคงใช้ตามวิธีเดิมที่เสิ่นจู๋เหริงเขียนอยู่ เพราะว่ามันมีหาได้ง่ายมีอยู่ทั่วในหนังสือต่าง ๆ ทำให้แม้แต่ประเทศไทยเอง ซินแสโดยมากก็ใช้ดาวเหินที่ไม่ตรงกับวิชาดังเดิมอยู่
⁣⁣⁣
💬 ปัญหาอีกอย่างก็คือเรื่อง เมี่ยหมานจิง (คัมภีร์ทำลายคนเถื่อน) ที่เสิ่นจู๋เหริงอ้างอิง ปัจจุบันก็ค้นพบความจริงแล้วว่าเป็นเรื่องที่เสิ่นจู๋เหริง แต่งขึ้นมาไม่ได้มีความเป็นจริงในประวัติศาสตร์แต่อย่างไร
⁣⁣⁣
อ.โจอี้เล่าต่อว่า จริง ๆ มันก็เป็นแค่ความเห็นของคนแค่คนเดียว อีกทั้งเสิ่นจู๋เหริงก็ต้องการจะสร้างชื่อจากการเปิดเผยวิชาดาวเหินก็ต้องพยายามบอกว่าของตัวเองถูกและดีกว่า ซึ่งก็เหมือนกับที่ซินแสในปัจจุบันทำกันที่บอกว่าของตัวเองคือวิชาของจริง ส่วนวิชาของคนอื่นคือของปลอม เป็นต้น
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
ในสมัยราชวงศ์ถัง วิชาปาไจ๋เป็นที่นิยมมากเนื่องจากว่าเป็นวิชาที่ใช้กับหยางเฟิงสุ่ย (บ้านคนเป็น) เป็นวิชาแรก เนื่องจากในยุคก่อนราชวงศ์ถัง วิชาเฟิงสุ่ยทั้งหมดจะเป็นหยินเฟิงสุ่ย (ใช้กับสุสาน)
⁣⁣⁣
ดังนั้นจะกล่าวว่าปาไจ๋เป็นวิชาเก่าแก่ที่สุดที่ใช้กับเฟิงสุ่ยบ้านคนเลยก็ว่าได้
⁣⁣⁣
ในเฟิงสุ่ย ทั่วไปเราจะสนใจอยู่ 5 สิ่งนี้
- 龍 (หลง) มังกร - หมายถึง แนวเขา
- 砂 (ซา) ทราย - หมายถึง รูปทรงของภูเขาที่โอบล้อมชัยภูมิ
- 水 (สุ่ย) น้ำ
- 穴 (เสวีย) จุดมังกร
- 向 (เซี่ยง) หน้าหัน
⁣⁣⁣
โดยวิชาปาไจ๋จะให้ความสนใจกับทิศหน้าหัน (向) เป็นหลัก และหาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับบ้านจาก กว้าชะตา (命卦, หมิงกว้า) และ กว้าบ้าน (宅卦, ไจ๋กว้า) กว้าทั้ง 2 นี้เมื่อจับคู่กันก็จะสามารถอ่านชะตาต่าง ๆ ของคนในบ้านได้
⁣⁣⁣
จุดที่ต่างกันกันที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ในวิชาดาวเหินไม่ได้บอกว่าแต่ละคนชอบหันทิศไหนเป็นรายบุคคล เพราะในวิชาดาวเหินจะพูดถึงพลังงานในทิศต่าง ๆ ของบ้านเป็นหลัก แต่ในวิชาปาไจ๋ แต่ละคนจะมีทิศทางในการหันที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไปด้วย
⁣⁣⁣
โดยทั่วไปเราจะไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นผู้ให้กำเนิดหรือคิดค้นวิชาปาไจ๋นี้เพราะว่าไม่ได้มีบันทึกชัดเจน ทำให้โดยมากซินแสทั่วไปก็มักอ้างว่ามาจากปรมาจารย์หยังกง แต่เอาจริง ๆ แล้วซินแสทุกคนก็อ้างว่าตัวเองสืบทอดวิชามาจากหยังกง และก็อ้างว่าวิชาทุกวิชาของตนมาจากหยังกงทุกคน
⁣⁣⁣
💬 หยังกง (楊公) ชื่อจริงว่า หยังอวิ๋นซง (楊筠松) เป็นขุนนางในสมัยปลายราชวงศ์ถัง ทำหน้าที่ดูเฟิงสุ่ยให้กับราชวงศ์ และในช่วงใกล้สิ้นสุดราชวงศ์เกิดกบฏโดย หวงเฉา (黃巢) ทำให้ท่านต้องหนีออกจากเมืองพร้อมกับตำราเฟิงสุ่ยจำนวนหนึ่ง โดยหนีจากเมืองฉางอานไปอยู่เจียงซี (江西) และเปิดสอนเฟิงสุ่ยให้กับสามัญชน โดยตามประวัติที่เล่ากันก็คือ ในบรรดาลูกศิษย์ของหยางกงเมื่อเรียนไปก็จะต้องสาบานว่าจะไม่ถ่ายทอดให้กับคนนอกตระกูล
⁣⁣⁣
💬 แต่จะมี หลิวเจียงตง (劉江東) ที่กล่าวว่าตนเป็นศิษย์เอก และเป็นคนเดียวที่กล่าวว่าหยางกงอนุญาติให้ตนสอนเฟิงสุ่ยให้กับใครก็ได้ที่ตนอยากจะสอน แม้จะอยู่นอกตระกูลก็ตาม (ลูกศิษย์ที่เหลือทั้งหมดของหยางกง คือ ห้ามถ่ายทอดวิชาให้คนนอกตระกูลตัวเอง)
⁣⁣⁣
💬 ซึ่ง หลิวเจียงตงได้เรียนกับหยางกงเป็นเวลา 6 ปี ตั้งแต่อายุ 18 ถึง 23 ปี, จากนั้นก็ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์อีกจำนวนมาก ทำให้ซินแสเชื่อกันว่า วิชาเฟิงสุ่ยที่ซินแสทุกคนใช้ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากหยังกง และคนธรรมดาที่เป็นซินแสสมัยใหม่ต่างก็ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากหลิวเจียงตงนั้นเอง เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นเชื่อกันว่าวิชาเฟิงสุ่ยมีไว้สำหรับราชวงศ์เท่านั้น และในคนอื่นก็ถ่ายทอดให้เฉพาะในตระกูลเท่านั้น
⁣⁣⁣
💬 แต่ในปัจจุบัน เมื่อเราค้นพบคัมภีร์โบราณเยอะเขา เราพบว่าก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะว่าวิชาเฟิงสุ่ยหลายวิชาก็มีมาตั้งแต่ยุคก่อนหยังกงแล้ว (เช่น ปาไจ๋ เป็นต้น) และโดยมากคนที่แต่งคำภีร์โบราณมักจะเป็นนักพรตเต๋าเสียมากกว่า
⁣⁣⁣
แต่ อ.โจอี้บอกว่า จากการค้นคว้าของเขาเอง เขาพบว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากคัมภีร์ ชื่อว่า ปาไจ๋โจวซู (八宅周書, ประวัติยุคราชวงศ์โจวเรื่อง 8 บ้าน) โดยช่วงราชวงศ์โจวคือก่อนคศ. 1046 - 256 ปี - 3,000 ปีที่แล้ว
⁣⁣⁣
ซึ่งในนั้นก็ยังกล่าวถึงว่าวิชามาจาก ตุนหวงเสี่ยเปิ่นปาไจ๋จิง (敦煌寫本八宅經, คัมภีร์ 8 บ้านฉบับเขียนมือของเมืองตุนหวง) ดังนั้นวิชามันจึงเก่ากว่าสมัยของหยังกงอย่างมาก ดังนั้นผู้ก่อตั้งวิชาปาไจ๋จึงไม่ได้เป็นหยังกงอย่างที่ซินแสทั่วไปเข้าใจกัน
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
ในยุคหลัง ๆ มา เนื่องจากวิชาปาไจ๋ มันเป็นวิชาที่ง่ายและซินแสทั่วไปก็รู้ ก็เลยทำให้วิชานี้ถูกซินแสมองว่าเป็นวิชามือใหม่ เป็นวิชาสำหรับซินแสฝึกหัด และไม่ค่อยจะมีประโยชน์อะไรมากนัก
⁣⁣⁣
แต่ทว่าถ้าเข้าใจวิชาปาไจ๋จริง ๆ แล้วก็จะพบว่ามันเป็นวิชาที่มีความลึกซึ้งมาก และสามารถเชื่อมเข้ากับวิชาต่าง ๆ ได้อย่างดี เช่น ในกรณีของวิชาดาวเหิน วิชาปาไจ๋ก็จะพูดถึงภาพรวมใหญ่ (เพราะไม่เปลี่ยนตามยุค) ในขณะที่ดาวเหินจะพูดส่วนย่อยกว่า (เปลี่ยนตามยุค) หรือเมื่อมองเป็นกว้าแล้ว ก็ยังไปเชื่อมโยงกับอี้จิง และวิชาเฟิงสุ่ย 64 กว้าได้อีกด้วย
⁣⁣⁣
ในยุคต่อมา ต้นราชวงศ์ซ่ง (ปีค.ศ. 9xx) มีการพูดถึง 8 บ้านใน ตี้หลี่ซินซู (地理新書, ตำราภูมิศาสตร์ฉบับใหม่) โดยเฉพาะ หวงตี้ไจ๋จิง (黃帝宅經, คัมภีร์ที่บ้านของจักรพรรดิเหลือ - หวงตี้) ก็พูดถึงบ้านทั้ง 8 แบบด้วยเช่นกัน เป็นเครื่องยืนยันถึงความเก่าแก่ของวิชาปาไจ๋ได้อย่างดี
⁣⁣⁣
แม้ว่าจะมีการพูดถึงแต่ก็ไม่มีเล่มไหนที่เขียนขึ้นมาเกี่ยวกับปาไจ๋โดยเฉพาะเจาะจงสักเล่ม จนมาในช่วงราชวงศ์ชิง (1644-1912) ถึงมีตำราที่เขียนเกี่ยวกับวิชาปาไจ๋โดยตรงชื่อว่า ปาไจ๋หมิงจิ้ง (八宅明鏡, กระจกเงา 8 บ้าน)

💬 明鏡 แปลว่า กระจกเงา, กระจกเงาส่องสว่าง - เป็นคำอุปมาถึงสิ่งสวยงาม ใส สว่าง ราบเรียบ เช่น ทะเลสาบ หรือ สิ่งที่ให้ความชัดเจนและกระจ่างแจ้ง
⁣⁣⁣
💬 วิชาที่อยู่ใน ปาไจ๋หมิงจิ้ง จะไม่ใช่วิชาปาไจ๋หรือ 8 บ้านแบบที่ประเทศไทยใช้, แต่ว่าจะมีบางส่วนเป็นแบบที่สอนอยู่ในคอร์ส Feng Shui I
⁣⁣⁣
อีกทั้งยังมี จินกวงโต้วหลินจิง (金光斗臨經, คัมภีร์แสงทองส่องจากดาวเหนือ) และ หยังไจ๋ซานเย่า (陽宅三要, 3 สิ่งสำคัญของบ้านหยาง) โดยตำราทั้ง 3 เล่มนี้ถือว่าเป็นตำราสำคัญของวิชาปาไจ๋ที่ทำให้เราสามารถเข้าใจระบบทั้งหมดของวิชาปาไจ๋ได้อย่างละเอียด โดยแม้ทั้งสามเล่มนี้ในแง่ของการใช้งานจะมีต่างกันบ้างเล็กน้อย แต่ว่าสาระสำคัญของมันเหมือนกัน การอ่านทั้ง 3 เล่มทำให้คุณเห็นภาพใหญ่ของวิชาปาไจ๋ได้อย่างครบถ้วน
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
อ.โจอี้ เล่าต่อว่า คุณจำเป็นต้องรู้เรื่องราวและประวัติศาสตร์เหล่านี้โดยละเอียดสักหน่อย เพราะว่าเมื่อคุณออกไปใช้วิชาปาไจ๋ในโลกภายนอก ซินแสทั่วไปจะมาพยายามท้าทายและสบประมาทคุณ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร จะได้เข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรโดยไม่สับสนไปกับคำพูดของซินแสทั่วไปในท้องตลาดและอินเทอร์เน็ต
⁣⁣⁣
อ.โจอี้เล่าต่อว่า ทำไม เสิ่นจู๋เหริง (沈竹礽) ที่เขียนตำรา เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย (沈氏玄空學, วิชาเสวียนคงตระกูลเสิ่น) ถึงได้ดังมาก ซึ่งคุณจะต้องรู้เพราะว่า วิชาที่ซินแสทั่วโลกใช้กัน เป็นตามสิ่งที่เสิ่นจู๋เหริงเขียนอยู่ในหนังสือนี้อยู่
⁣⁣⁣
เมื่อคุณอ่านตำราโบราณ คุณอาจจะอ่านออกทุกตัวอักษร แปลออกทุกตัวอักษร แต่ก็ไม่เข้าใจว่าแต่ละคำ แต่ละประโยคมันหมายถึงอะไร เพราะว่าโดยมากตำราเฟิงสุ่ยจะเขียนเหมือนการเข้ารหัส เช่น พูดถึงสัตว์โน้นสัตว์นี้ ต้นไม้นี้ ยากที่คนไม่ได้สืบทอดมาจะเข้าใจว่าจริง ๆ ประโยคนี้หมายถึงอะไรกันแน่ เช่น อาจจะพูดถึงมังกรทอง แต่มันก็อาจจะหมายมังกรธาตุทอง หรือ หมายถึงภูเขาธาตุทอง หรือ เฉียนกว้าก็ได้ เป็นต้น
⁣⁣⁣
💬 อย่างที่ผมกล่าวไป ซินแสในไทยและอาจารย์ที่เปิดสอนเฟิงสุ่ยก็แทบจะ 99% ก็ใช้วิชาดาวเหินตามวิธีที่เสิ่นจู๋เหริงเขียนไว้ในหนังสือนี่หละ เพราะว่ามันสามารถหาอ่านได้ทั่วไปจากหนังสือไต้หวันหรือฮ่องกง
⁣⁣⁣
💬 ผมอยากหมายเหตุเพิ่มเติมอีกอย่างว่า ผมไม่ได้บอกว่าเสิ่นจู๋เหริงผิดหรือถูก ที่ผมบอกก็คือ มันไม่ตรงกับบันทึกดังเดิมของคนที่สืบทอดมาโดยตรงแค่นั้นครับ
⁣⁣⁣
💬 อีกทั้งวิธีการจัดเฟิงสุ่ยตามหลักการของวิชาดาวเหินดั่งเดิมก็ค่อนข้างขัดสามัญสำนึกของซินแสทั่วไป ทำให้แม้ซินแสบางคนจะรู้ว่าวิธีดังเดิมใช้ยังไง แต่ก็ไม่มีใครใช้ตามวิธีดั่งเดิม แต่ไปใช้ตามวิธีของเสิ่นจู๋เหริงอยู่ดี เพราะว่าเข้าใจง่ายกว่า และไม่ขัดสามัญสำนึกของซินแสทั่วไปด้วย
⁣⁣⁣
💬 เนื่องจากวิธีการจัดเฟิงสุ่ยแบบดังเดิมของดาวเหิน คุณจะจัดได้ คุณต้องมีความเข้าใจเรื่องพลังงานด้วย ซึ่งในปัจจุบันมองว่าเรื่องพลังงานคือเรื่องงมงาย หลอกลวง และไม่เป็นวิทยาศาสตร์
⁣⁣⁣
อ.โจอี้เล่าว่า เสิ่นจู๋เหริง เป็นคนที่เรียนมาในระบบการศึกษาตะวันตกและพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย (แต่ตำราเขียนในภาษาจีนนะครับ) ทำให้เมื่อ เสิ่นจู๋เหริง แต่งหนังสือขึ้นมา หนังสือก็ถูกเขียนอย่างเป็นระบบและมีโครงสร้างอย่างดี (เช่น อธิบายทฤษฎีก่อนแล้วค่อยตามด้วยตัวอย่าง) และอธิบายหลักการต่าง ๆ ตามหลักคิดของตะวันตก ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจได้ง่าย
⁣⁣⁣
เป็นเหตุให้เมื่อคนปกติอ่านหนังสือของเสิ่นจู๋เหริง ก็จะสามารถเข้าใจหลักการในวิชาดาวเหินได้ทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใครสอน ในขณะที่ถ้าคุณไปอ่านตำราเฟิงสุ่ยเก่า ๆ คุณจะพบว่า คุณอ่านออกแต่คุณก็ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร
⁣⁣⁣
💬 เลยเป็นเหตุที่ปัจจุบันเราจะเห็นซินแสชื่อดังหลายคน ไม่ได้เรียนเฟิงสุ่ยมาจากใคร แต่อาศัยการซื้อหนังสือมาอ่านเองแล้วก็เปิดสอน หรือ รับจัดเฟิงสุ่ยเลย
⁣⁣⁣
💬 ซึ่งกรณีนี้เหล่าเป็นข่าวดังมากอยู่หลายเคส ที่ดังสุดคือกรณีเมื่อปีค.ศ. 2009 ของ Joseph Yu ซึ่งเป็นซินแสระดับโลกชื่อดังมากในยุค 20 ปีก่อน เนื่องจากเป็นซินแสคนแรก ๆ ในโลกที่เปิดสอนวิชาดาวเหินเป็นภาษาอังกฤษทางอินเทอร์เน็ต
⁣⁣⁣
💬 ด้วยเหตุนี้ทำให้ซินแสชื่อดังในเมืองไทยในยุคนั้นไปเรียนวิชาดาวเหินกับ Joseph Yu และมาตั้งสำนักเปิดสอนหรือรับดูเฟิงสุ่ยกันมาก
⁣⁣⁣
💬 กรณีนี้เกี่ยวข้องกับคดีการแย่งชิงมรดกของ Nina Wang (龚如心 - กงหรูซิน) ผู้หญิงเอเชียที่รวยที่สุดในยุคนั้น (มีทรับสิน 4.2 พันล้านดอลลาร์) ที่ฮ่องกง โดยแย่งกันระหว่าง Tony/Peter Chan (陳振聰 - เฉินเจิ่นชง) ซึ่งเป็นซินแสเฟิงสุ่ย กับ Chinachem Charitable Foundation (華懋慈善基金有限公司)
⁣⁣⁣
💬 ในคดีนี้ Joseph Yu ถูกเรียกมาเป็นพยานฝ่ายผู้เชี่ยวชาญเรื่องเฟิงสุ่ยให้กับ Tony Chan (ซึ่งจะเห็นว่าตอนนั้น Joseph Yu ดังขนาดไหน, ขนาดศาลยังต้องเชิญมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ) และในระหว่างการไตรส่วนผู้พิพากษาได้ถาม Joseph Yu เกี่ยวกับความรู้ด้านเฟิงสุ่ยของเขาว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เช่น สืบทอดมาจากไหน
⁣⁣⁣
💬 ทำให้ Joseph Yu ต้องสารภาพความจริงต่อหน้าศาลว่า ความรู้ทั้งหมดของเขาเกิดจากการอ่านหนังสือเอง 100% โดยมี 10% เป็นการอ่านหนังสือตามรายชื่อหนังสือแนะนำที่ซินแสได้แนะนำให้อ่าน อีก 90% เป็นการอ่านด้วยตัวเองโดยที่ซินแสไม่ได้แนะนำ
⁣⁣⁣
💬 ทำให้หลังจาก Joseph Yu สารภาพความจริงนี้ ผู้พิพากษาได้ยุติการซักค้านทันที และหลังจากเหตุการณ์นั้น Joseph Yu ก็ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเชื่อว่าการเรียนเฟิงสุ่ยจากหนังสือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้และเพียงพอแล้ว
⁣⁣⁣
💬 ถือเป็นการจบตำนานซินแสชื่อดังระดับโลกในปีค.ศ. 2009 (แต่ที่ไทยก็ยังมีการปิดข่าวและสอนตามวิธีของ Joseph Yu อยู่ จนถึงทุกวันนี้ เช่น เมื่อดูที่ขั่วโลกใต้ก็ให้ธาตุไฟอยู่ทิศเหนือ ธาตุน้ำอยู่ทิศใต้แทน เป็นต้น)
⁣⁣⁣
💬 อ้างอิง https://www.scmp.com/article/686502/judge-dismisses-self-trained-fung-shui-expert
⁣⁣⁣
--------------------------------------------------
⁣⁣⁣
เรื่องราวกำลังเข้มข้น เดี๋ยวมาต่อ EP 2 กันครับ :)
⁣⁣⁣
ปล. ถ้าไม่เห็นด้วย หรือ ไม่พอใจยังไง ก็สมัครคอร์สของ อ.โจอี้ แล้วไปพูดคุยกับทีมงานของโจอี้ได้โดยตรงเลยครับ :)

7 ปีที่ผ่านมานี่ ชีวิตพวกเราก็ผ่านเรื่องสาหัสมาหลายเรื่องเหมือนกัน- 2020 — โควิด แย่งหน้ากาก กักตุนไข่ รอดตายวันต่อวัน- ...
21/09/2026

7 ปีที่ผ่านมานี่ ชีวิตพวกเราก็ผ่านเรื่องสาหัสมาหลายเรื่องเหมือนกัน

- 2020 — โควิด แย่งหน้ากาก กักตุนไข่ รอดตายวันต่อวัน
- 2021 — ล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว แย่งวัคซีนไขว้ เงินในบัญชีหมด
- 2022 — น้ำมันพุ่ง หมูแพง กัญชาเสรี แต่ปากท้องยังหิว
- 2023 — เลือกตั้งแล้วได้รัฐบาลข้ามขั้ว เป็นผู้ชมที่ต้องจ่ายค่าบัตร
- 2024 — รอเงินหมื่นดิจิทัล มีแต่หมูเด้งให้กอด เงินยังไม่เข้า
- 2025 — ทุนจีนเทาเต็มเมือง ข้าวแกงจานละ 70+ เงินเดือนไม่ขยับ
- 2026 — AI เก่งขึ้นทุกวัน ส่วนเราจะตกงานก่อน หรือเจ๊งเพราะเศรษฐกิจก่อนกัน

ปี 2027 ขอแบบปกติ ๆ หน่อยจะได้ไหม 😂

ถ้าขงเบ้งเป็นซินแสในยุคปัจจุบัน, เราคงได้เห็นโพสต์แบบนี้ในเพจของขงเบ้ง 😂
16/09/2026

ถ้าขงเบ้งเป็นซินแสในยุคปัจจุบัน, เราคงได้เห็นโพสต์แบบนี้ในเพจของขงเบ้ง 😂

หรือว่าคนออกแบบ iPhone จะอยู่ประเทศไทย⁉
15/09/2026

หรือว่าคนออกแบบ iPhone จะอยู่ประเทศไทย⁉

14/09/2026

น้องโต้วเปา (豆包) AI ผู้ช่วยจีนที่กำลังฮิตที่สุดของจีน สร้างโดย ByteDance ที่เป็นบริษัทแม่ของ TikTok และ Douyin
⁣
มันคือ ChatGPT ของจีนก็ว่าได้แต่มีหลายอย่างที่ต่างกว่าไปมาก คิดว่ามันคือ Siri + ChatGPT จะเข้าใจกว่า
⁣
คือ มันออกแบบมาให้คุยกับผู้ใช้ด้วยเสียงได้ง่าย ๆ และสร้างตัวละครเฉพาะทางเพื่อมาช่วยเราได้ เช่น เป็นติวเตอร์ เป็นผู้ช่วยเขียน เป็นผู้ช่วยคิดไอเดีย ที่ปรึกษาทางอารมณ์ รวมถึงให้ความบันเทิงได้
⁣
จุดเด่นที่จีนนี่จะเป็นแนวว่า คนปกติใช้จะใช้การพูดคุยกับมัน แล้วมันก็รองรับเสียงภาษาถิ่นจีนได้หลายแบบ แล้วโต้วเปาก็สามารถ สนทนาได้คล้ายคนมาก เช่น มีจังหวะการหายใจ จังหวะการลากเสียงเหมือนคนพูดจริง เป็นต้น
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
ในวีดีโอนี้มีคนจีนเอาน้องโต้วเปา มาให้ Seedance 2.5 ลองทำวีดีโอ (Seedance ก็เป็นของ ByteDance เหมือนกัน) ว่าถ้าเป็นผู้ช่วยจริงจะมีสภาพเป็นอย่างไร (ของจริงน้องยังตอบโต้ขนาดนี้ไม่ได้จริง - ยังไม่ไม่วีดีโอ)
⁣
เห็นแล้วก็น่าคิดว่า ทั้ง 3 เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น
1. AI ที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว
2. การทำเสียงเหมือนคนจริง
3. การสร้างวีดีโอเหมือนคนจริง
⁣
ทั้งหมดเป็นของ ByteDance (คนสร้าง TikTok) หมดเลย
⁣
ถ้าในอนาคต AI ของจีนพัฒนาขึ้นไปกว่านี้ (เช่น สร้างวีดีโอได้เร็วกว่านี้) มันจะออกมาหน้าตาอย่างไร
⁣
มาแบบนี้ก็น่าจะสนุกดี
⁣
แต่ว่าพ่อบ้านหลายคน คนโดนห้ามใช้ 5555

ถ้าเรารวมเฟิงสุ่ยของห้องระดับตำนาน เราก็จะได้ห้องนี้ 🤣ต้นฉบับในคอมเมนต์
11/09/2026

ถ้าเรารวมเฟิงสุ่ยของห้องระดับตำนาน เราก็จะได้ห้องนี้ 🤣

ต้นฉบับในคอมเมนต์

ฉีเหมินลิ่วเหริน (奇門六壬) ช่วงแรกสอนจบไปแล้ว, ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ⁣แม้ตอนยอนจะยุ่งเหยิงไปเล็กน้อย เพราะว่าเอกสารเ...
10/09/2026

ฉีเหมินลิ่วเหริน (奇門六壬) ช่วงแรกสอนจบไปแล้ว, ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ
⁣
แม้ตอนยอนจะยุ่งเหยิงไปเล็กน้อย เพราะว่าเอกสารเวอร์ชั่นแรกยังไม่ได้สวยงาม แต่ว่าผมกลับรู้สึกดีกับวิชาฉีเหมินลิ่วเหรินกว่าที่คิดไว้เยอะมาก
⁣
ช่วงที่ 2 ที่จะสอนเพิ่มอีกตอนปลายเดือนตุลาหรือต้นพฤศจิกายน คิดว่าน่าจะจัดการช่องว่างตรงนี้ได้หมด (ถ้าไม่หมดเดี๋ยวสอนเพิ่มต่ออีก 555)
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
เอาจริง ๆ ในปัจจุบันผมใช้ ฉีเหมินลิ่วเหรินนี้มากกว่า ฉีเหมินตุ้นเจี่ย (奇門遁甲) ที่เคยสอนไปเมื่อ 8 ปีก่อนมาก
⁣
แต่ว่าไม่ใช่เพราะว่า ฉีเหมินลิ่วเหรินนี้จะแม่นกว่าฉีเหมินตุ้นเจี่ย แต่มันเหมาะกับลักษณะงานที่ผมใช้มากกว่า
⁣
เพราะว่ามันบอกเรื่องราวได้ง่าย มันเล่าได้ว่าในอดีตเกิดอะไร ปัจจุบันเกิดอะไร และกำลังจะทำอะไรในอนาคต
⁣
และคนชอบฟังเรื่องราว มากกว่าคำตัดสินทางกลยุทธ์❗
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
ที่สำคัญคือ มันผูกเข้ากับ "การดำเนินงาน" (Operation) โดยตรง
⁣
มันเลยแทบจะบอกตรง ๆ แบบอ่านไม่ยากเลยว่า คุณทำอะไรได้บ้าง? และถ้าคุณอยากได้อะไรบางอย่าง คุณควรทำอะไร?
⁣
ฉีเหมินตุ้นเจี่ยก็บอกได้เหมือนกัน แต่มันเป็นการบอกในเชิงกลยุทธ์
⁣
เช่น สมมุติว่าคุณรู้สึกว่างานเยอะจนทำไม่ไหว
⁣
ในลิ่วเหรินมันง่ายมากที่จะบอกว่า
- ในอดีตมันเกิดอะไรขึ้น (ถึงทำให้งานเยอะ)?
- ปัจจุบันทุกทำอะไร/คิดอะไร (ถึงทำให้คุณยังอยู่ในสภาพงานเยอะแบบนี้)?
- ในอนาคต (ที่คุณจะทำหรือปล่อยไปเรื่อย ๆ) เรื่องราวจะไหลไปทางไหน?
⁣
และ กระบวนการ หรือ กลศึก ที่เหมาะสมกับปัจจุบันคืออะไร?
⁣
รวมถึงไอ้อนาคตแบบที่คุณต้องการ (ที่คุณอยากทำ) มันต้องใช้กระบวนการ หรือ กลศึก แบบไหนถึงได้มา
⁣
ที่สำคัญคือ เมื่อเปิดเทียบกับวิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย มันก็จะได้คำตอบที่สอดคล้องกัน แค่มองจากคนละมุมกัน
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉีเหมินตุ้นเจี่ยบอกได้ยากคือ ความคิดในระดับจิตไร้สำนึกของคนในเรื่อง
⁣
และโดยมาก ความคิดในระดับจิตไร้สำนึกนี่หละ ที่เป็นตัวผลักดัน หรือแรงขับเคลื่อนให้คิดจะทำสิ่งต่าง ๆ
⁣
ดังนั้นพอในเหตุการณ์จริง การแก้ปัญหาหลาย ๆ ครั้งบางทีมันแก้ข้างนอกไม่ได้ มันจำเป็นจะต้องเข้าใจเรื่องในใจของเจ้าของเรื่องก่อน ถึงจะสามารถเข้าใจเรื่องจริง ๆ และหาทางแก้ไขได้ (หรือหาทางทำใจได้)
⁣
สอนไปสอนมา ทำเอกสารไปเรื่อย ๆ เหมือนผมจะเริ่มค้นพบตัวเองว่า ผมชอบวิชานี้ขึ้นเรื่อย ๆ
⁣
มันเป็นวิชาที่ทำให้เชื่อมต่อหลายวิชาเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม
⁣
มันเหมือนหลาย ๆ วิชาที่ได้เรียนมาในอดีต มันสามารถถูกอธิบายได้ด้วยวิชานี้แบบชัดเจนว่า มันคืออะไร มันทำหน้าที่อะไร แล้วทำไมปรมาจารย์โบราณถึงได้กำหนดให้แต่ละตัวมีความหมายนี้
⁣
เช่นวิชาฤกษ์ที่มีรูปแบบต่าง ๆ กันไป วิชาฉีเหมินลิ่วเหรินก็สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่า ทำไมฤกษ์ที่ใช้กันแต่ละตัวมีคุณสมบัติอย่างนั้น และการใช้งานที่แท้จริงควรจะต้องใช้อย่างไร
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
ข้อเสียอย่างหนึ่งของวิชานี้ คือ ถ้าจะเอาเรียนแบบเรียนแล้วอิน ก็คือ ควรจะต้องเรียน BaZi Warcraft III และ Qi Men Manifestation V มาก่อน, ไม่นั้นจะไม่อินเท่าคนเรียนมาแล้ว
⁣
ในอนาคต อาจจะต้องวางแผนวิชาทั้งหมด ให้มันสอดคล้องกันเป็นเส้นทางเดียวกันใหม่
⁣
เพราะว่าปัจจุบัน มันสอนแยก ๆ กัน เหมือนมีคนเรียนอะไร ก็เปิดอันนั้น ทำให้วิชามันไม่ค่อยจะต่อเนื่องกัน บางอันก็โคตร Adv, บางอันก็โคตร Basic
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
หลังสอนได้คุยกับหลายคน ผู้เรียนก็เล่าเหมือนกันว่า วิชานี้มันให้หลายมุมที่ฉีเหมินให้ไม่ได้ เลยอยากให้สอนต่อ ผมเลยวางแผนว่าจะสอนต่อเป็นซีรีส์เหมือนฉีเหมินตุ้นเจียหละกัน
⁣
เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังหลังจากสรุปได้อีกรอบ
⁣
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเรียนครับ ❤

เปิดรับสมัครคอร์ส Self-Realization v4.0⁣== รายละเอียด == - ราคา 55,000 บาท - เรียนที่ S.D. Avenue - เวลา 10:30 - 17:30 -...
09/09/2026

เปิดรับสมัครคอร์ส Self-Realization v4.0
⁣
== รายละเอียด ==
- ราคา 55,000 บาท
- เรียนที่ S.D. Avenue
- เวลา 10:30 - 17:30
- การเรียนจำเป็นต้องมีจับคู่ทำ Workshop บางช่วง
⁣
== วันเรียน ==
กันยายน
┊ 26 - 27
⁣
ตุลาคม
┊ 10-13
⁣
พฤศจิกายน
┊ 21-22
┊ 28-29
⁣
ธันวาคม
┊ 5-6
⁣
ใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้กับคุณเก่งทางอินบอกซ์ครับ
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
คอร์สนี้ ตอนแรกว่าจะเปลี่ยนชื่อชื่อเป็น Destiny Alchemy แต่หลังจากเริ่มปรับปรุงเอกสาร ก็รู้สึกว่า ผมผูกพันกับชื่อเดิมมากกว่าที่คิด
⁣
เพราะว่าคอร์สนี้จะเรียกว่าคอร์สในตำนานของผมก็ว่าได้ เป็นคอร์สที่สอน 10-12 วัน แล้วสามารถสอนได้หลายรุ่นมาก จนตอนนี้พัฒนาไปถึงเวอร์ชั่นที่ 4 ของคอร์สแล้ว
⁣
เป็นหนึ่งในคอร์สที่ผมเองรู้สึกภูมิใจ และมีความสุขที่ได้สอน เพราะว่าทำให้หลาย ๆ คนได้เข้าใจโลกมากขึ้น มีเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่หลายอย่างที่เอาไปใช้จริงได้
⁣
หลายคนเจอผมก็ยังเล่าเสมอว่าคอร์สนี้ทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองจากภายในไปเยอะเหมือนกัน
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
จุดหลัก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงจาก v3.1 → v4.0 ก็จะมี
⁣
[ Unmanifestation ]
⁣
เรื่อง Unmanifest ซึ่งเป็นคู่ตรงข้ามกับ Manifest
⁣
ในขณะที่ทุกคนพูดถึงแต่ "การเพิ่ม" ด้วย Manifestation
⁣
ในคอร์สเราจะมาเข้าถึงอีกด้านหนึ่ง เสมือนดวงจันทร์ที่เรามักขอพร แต่ทว่าดวงจันก็มีด้านหลังที่ไม่เคยมีใครเห็น
⁣
และนั้นคือเคล็ดวิชา Unmanifest ซึ่งจะช่วยให้เรเอาของที่ไม่ต้องการแล้วออกไปจากชีวิต
⁣
เพราะว่า...
การเพิ่มสิ่งใหม่ โดยไม่ลบสิ่งเก่า มักไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่มักทำให้ชีวิตแน่นขึ้น
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
[ ยุค 9 + AI Era ]
⁣
นอกจากนั้นก็มีการปรับปรุงหลาย ๆ อย่างให้เหมาะสมกับยุค 9 และยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทหลักในชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ
⁣
แล้วก็ยังเพิ่มด้านและทักษะที่จำเป็นสำหรับยุค 9 เพิ่มเข้าไปอีก
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
[ สิ่งที่ต้องตระหนักก่อนสมัคร ]
⁣
คอร์สนี้ มีข้อมูลที่จำเป็นต้องตระหนักก่อนจะสมัครก็คือ
⁣
1. คอร์สนี้มีแบบฝึกหัดให้ทำในห้องมาก และคุณจำเป็นต้องทำแบบฝึกหัด ถึงจะทำขั้นตอนต่อ ๆ ไปได้
⁣
2. กรณีที่มาเรียนสัปดาห์ไหนไม่ได้ จำเป็นต้องดูวีดีโอ และ ทำแบบฝึกหัดของสัปดาห์นั้นให้เสร็จก่อนมาเรียนสัปดาห์ต่อไป ไม่นั้นจะเรียนไม่รู้เรื่อง หรือ ทำแบบฝึกหัดไม่ได้
⁣
3. แบบฝึกหัดประมาณ 20% ต้องมีการจับคู่กันทำกับผู้เรียนท่านอื่น (ดังนั้นจะนั่งคนเดียวไม่ได้)
⁣
4. คอร์สนี้จำเป็นต้องจัดการและตระหนักถึงข้อเสียหรือจุดอ่อนของตัวเอง ดังนั้นการที่จะเรียนได้ จำเป็นต้องยอมรับว่า เราอาจจะมีข้อเสียหรือจุดอ่อนซ่อนอยู่ในตัวเรา โดยที่เราอาจจะรู้หรือไม่รู้
⁣
มีอีกข้อที่สำคัญคือ
⁣
คอร์สดั่งเดิมของ Self-Realization สอนแบบ 10:00 - 19:30 ติดต่อกันเลย 10 วัน ไม่มีเว้นว่าง ทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการเปลี่ยนแปลงชะตาของตัวเอง
⁣
แต่ในคอร์สใหม่นี้ ปรับให้เป็นสอนแค่ 2 วันต่อสัปดาห์ และเลิกเรียนแค่ 17:30 อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนชะตาไม่รุนแรงเท่ากับการสอนต่อเนื่องกัน 10 วันโดยไม่เว้นว่าง

ขอขอบคุณผู้เรียน BaZi Warcraft III ทั้ง 50 ท่าน⁣คอร์สสอนจบไปตั้งแต่ 2 อาทิตย์ก่อน แต่ว่าพึ่งจะมีเวลาว่ามาเขียนโพสต์เสียก...
07/09/2026

ขอขอบคุณผู้เรียน BaZi Warcraft III ทั้ง 50 ท่าน
⁣
คอร์สสอนจบไปตั้งแต่ 2 อาทิตย์ก่อน แต่ว่าพึ่งจะมีเวลาว่ามาเขียนโพสต์เสียก็คืนนี้
⁣
ในคอร์สเป็นหัวข้อที่ว่าการเอา 8 อักษร หรือที่เราเรียกว่า ปาจื้อ (ปา = 8, จื้อ = อักษร) มาทำความเข้าใจดวงชะตาและเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างพิสดาร และลึกซึ้งแบบที่ไม่มีที่ไหนในโลกจะสอน
⁣
ใน BaZi Warcraft III เราจะเพิ่มหลักมาอีก 2 หลัก โดยใช้ดวงจันทร์จริง มาอ่านระดับจิตเหนือสำนึก (Superconscious) และ อ่านระดับจิตใต้ไร้สำนึก (Sub-Unconsicous) ของคนและเหตุการณ์ต่าง ๆ
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
โดยระดับจิตเหนือสำนึกจะอ่านผ่าน "หุนจู้ (魂柱)" หรือ หลักหุน
⁣
หุนจู้ ยังสัมพันธ์กับการขอพรจากเบื้องบน ขอพรจากดวงจันทร์ อีกด้วย
⁣
ซึ่งในการอ่านชะตายังบอกว่า เราเหมาะกับขอพรเรื่องอะไรจากเบื้องบนและดวงจันทร์ได้ด้วย เพราะว่าเป็นจุดที่พลังงานในตัวของเรา สอดคล้องกับพลังงานภายนอก เลยทำให้เชื่อมกัน (สั่นพ้อง) กันง่ายที่สุด
⁣
มันเป็นตัวบอกว่าเราเชื่อมกับ จิตเหนือสำนึก (Superconscious) แบบไหนอยู่
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
อีกหลักคือ "พั่วจู้ (魄柱)" หรือ หลักพั่ว
⁣
พั่วจู้ สัมพันธ์กับแรงขับเคลื่อนที่อยู่ลึกสุดต่อการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
⁣
มันบอกว่าเรากำลังไปทางไหน โดนอะไรพผลักดัน และมันผลักเราไปไหน
⁣
ในอีกด้านมันก็คือการบอกว่า เรากำลังกลัวอะไรอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
⁣
แน่นอนมันเหมาะกับการใช้กับพิธีปลดปล่อยพลังงานลบ ล้างซวย แก้กรรมต่าง ๆ ของตัวเราเอง
⁣
มันเป็นตัวบอกว่าจิตใต้ไร้สำนึก (Sub-Unconscious) ของเราอยู่ในเฟสไหนอยู่
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
จากนั้นยังเป็นการดูดวง โดยใช้ 24 เจี๋ยชี่ (二十四節氣) หรือที่คนไทยเรียกว่า 24 สารท
⁣
มันไม่ใช่แค่การคำนวณว่าคนนั้นเกิดอยู่ในสารทไหน
⁣
แต่ในวิชาจริง ๆ เราสามารถหาได้เลยว่าคนนั้นในแต่ละหลัก (ปี, เดือน, วัน, ยาม, หุน, พั่ว) เขาอยู่ในเจี๋ยชี่ไหน
พูดง่าย ๆ ก็คือ ตามปกติที่คนปกติทั่วไปเรียนวิชาปาจื้อจะเห็นว่ามีแค่ 12 พลังงาน ตาม 12 กิ่งดิน (12 ราศี หรือ 12 นักษัตร, แต่ใน BaZi Warcraft เราไปไกลกว่านั้น คือมีถึง 24 พลังงาน
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
และเพื่อไปให้สุดทาง เราก็จะไม่หยุดแค่ 24 เจี๋ยชี่ แต่เราไปถึง 72 โฮ่ว (七十二候) หรือพูดง่าย ๆ ว่าเรา เราไม่ได้มีแค่ 12 พลังงานเหมือนเดิมอีกต่อไป
⁣
แต่ตอนนี้เรามีพลังงานที่ต่างกันถึง 72 แบบ ในทั้ง 6 หลัก
⁣
ทำให้แม้คนจะเกิดยามเดียวกัน แต่ว่าต่างนาทีกัน บางครั้ง ดวงก็ต่างกันเยอะ (1 โฮ่ว = 20 นาที)
⁣
โฮ่วยังมีอีกจุดที่น่าสนใจคือ มันมักจะบอกความสามารถพิเศษ และความสามารถทางจิตต่าง ๆ ของคนนั้นได้ ว่าเขามีความสามารถพิเศษอะไร เช่น ที่ผมสัมผัสพลังงานได้แม้เพียงแค่เดินผ่านโดยไม่ตั้งใจมาก ก็เพราะว่า โฮ่วที่ผมเกิดนั้นเกี่ยวข้องกับการรับรู้พลังงานโดยตรง เป็นต้น
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
และเมื่อมันมีพลังงานถึง 72 แบบในแต่ละหลัก ถ้าเอาแค่ 3 หลักคือ เดือน, วัน ยาม ก็ทำให้ผังมีความเป็นไปได้ถึง 72×72×72 = 373,248 แบบ
⁣
ทำให้เราสามารถใช้ปาจื้อใน BaZi Warcraft 3 เพื่อการพยากรณ์ หรือ เสี่ยงทายได้ด้วย
⁣
ซึ่งการพยากรณ์แบบนี้ เป็นต้นกำเนิดของวิชาลิ่วเหรินนั้นเอง
⁣
และการพยากรณ์แบบนี้ก็เที่ยงตรงสูง สร้างความประหลาดใจในความเที่ยงตรงกับผู้เรียนอย่างมาก
⁣⁣⁣
------------------------------------------
⁣⁣⁣
ว่าแต่ BaZi Warcraft IV จะสอนอะไรดี 5555

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 10:30 - 17:00
พุธ 10:30 - 19:00
พฤหัสบดี 10:30 - 17:00
ศุกร์ 10:30 - 17:00
เสาร์ 10:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Qi Men Alchemy โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์