Agosee TECH Powering your digital transformation with innovative technology solutions

Product Details
1. ระบบ SSO (Single Sign-On)
ชื่อผลิตภัณฑ์: ระบบ Single Sign-On (SSO)
คำอธิบาย: ระบบ SSO ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ ขององค์กรได้ด้วยการยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องจำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านหลายชุด ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ลดความซับซ้อนในการจัดการบัญชี และเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล
คุณสมบัติเด่น:
* การยืนยันตัวตนแบบรวมศูนย์: เข้าสู่ระบบครั้งเดียว ใช้ได้ก

ับหลายแอปพลิเคชัน
* ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: ลดโอกาสในการใช้รหัสผ่านซ้ำ หรือรหัสผ่านที่ไม่แข็งแรง
* เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเวลาในการเข้าสู่ระบบหลายครั้ง
* การจัดการบัญชีที่ง่ายขึ้น: ช่วยลดภาระงานของทีม IT ในการรีเซ็ตรหัสผ่าน
* รองรับมาตรฐานสากล: เช่น SAML, OAuth, OpenID Connect

2. ระบบ OCR (Optical Character Recognition)
ชื่อผลิตภัณฑ์: ระบบ OCR (Optical Character Recognition)
คำอธิบาย: ระบบ OCR ของเราช่วยแปลงข้อมูลจากเอกสารรูปแบบต่างๆ เช่น เอกสารกระดาษ รูปภาพ หรือ PDF ให้อยู่ในรูปแบบข้อความดิจิทัลที่สามารถแก้ไข ค้นหา และนำไปใช้งานต่อได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และเร่งกระบวนการทางธุรกิจ
คุณสมบัติเด่น:
* การแปลงข้อมูลอัตโนมัติ: แปลงเอกสารรูปภาพเป็นข้อความที่แก้ไขได้
* รองรับหลากหลายรูปแบบไฟล์: JPG, PNG, PDF, TIFF และอื่นๆ
* ความแม่นยำสูง: ด้วยเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ที่ช่วยปรับปรุงการจดจำ
* การประมวลผลเอกสารจำนวนมาก: เหมาะสำหรับองค์กรที่มีเอกสารปริมาณมาก
* บูรณาการกับระบบอื่น: สามารถเชื่อมต่อกับระบบจัดการเอกสาร (DMS) หรือระบบ ERP ได้

3. ระบบ Cloud Infrastructure
ชื่อผลิตภัณฑ์: Cloud Infrastructure Solution
คำอธิบาย: โซลูชัน Cloud Infrastructure ของเรามอบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ยืดหยุ่น ปรับขนาดได้ และปลอดภัยบนคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์, สตอเรจ, เครือข่าย หรือฐานข้อมูล ช่วยให้ธุรกิจของคุณลดต้นทุนการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และมั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องทางธุรกิจ
คุณสมบัติเด่น:
* ความยืดหยุ่นและปรับขนาดได้: ขยายหรือลดทรัพยากรตามความต้องการได้ทันที
* ประหยัดค่าใช้จ่าย: ลดภาระการลงทุนและการบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์
* ความปลอดภัยสูง: มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกและการเข้ารหัสข้อมูล
* ความพร้อมใช้งานสูง: มั่นใจได้ว่าระบบของคุณจะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
* การจัดการที่ง่าย: ผ่านคอนโซลควบคุมที่ใช้งานง่าย
* รองรับทั้ง Public, Private และ Hybrid Cloud: เลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

4. Platform Development
ชื่อผลิตภัณฑ์: บริการพัฒนาแพลตฟอร์ม (Platform Development)
คำอธิบาย: เราให้บริการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ E-commerce, ระบบบริหารจัดการลูกค้า (CRM), ระบบภายในองค์กร, หรือแพลตฟอร์มสำหรับบริการพิเศษต่างๆ เราใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างแท้จริง
คุณสมบัติเด่น:
* การพัฒนาแบบปรับแต่ง: สร้างแพลตฟอร์มที่ตรงตามความต้องการทางธุรกิจโดยเฉพาะ
* เทคโนโลยีที่ทันสมัย: ใช้ภาษาและเฟรมเวิร์กที่ล้ำสมัย เช่น React, Angular, Node.js, Python
* Scalability: แพลตฟอร์มที่รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
* User-Centric Design: ออกแบบเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด
* ความปลอดภัยของข้อมูล: ระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดในการปกป้องข้อมูล
* การรวมระบบ (Integration): สามารถเชื่อมต่อกับระบบภายนอกอื่นๆ ได้อย่างราบรื่น

5. จัดทำเว็บไซต์ พร้อม SEO
ชื่อผลิตภัณฑ์: บริการจัดทำเว็บไซต์และเพิ่มประสิทธิภาพ SEO
คำอธิบาย: เรานำเสนอบริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่ทันสมัย น่าสนใจ และตอบสนองต่อผู้ใช้งานทุกอุปกรณ์ พร้อมกับการทำ SEO (Search Engine Optimization) ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับการค้นหาบน Google และ Search Engine อื่นๆ เพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้แข็งแกร่ง
คุณสมบัติเด่น:
* ออกแบบเว็บไซต์ที่ทันสมัยและ Responsive: แสดงผลได้ดีบนทุกอุปกรณ์ (Desktop, Tablet, Mobile)
* การปรับแต่ง SEO On-page และ Off-page: เพื่อการจัดอันดับที่ดีขึ้นใน Search Engine
* ความเร็วในการโหลดเว็บไซต์: Optimized for fast loading times
* User-Friendly CMS: ระบบจัดการเนื้อหาที่ใช้งานง่าย (เช่น WordPress)
* การวิเคราะห์และการรายงานผล: ติดตามประสิทธิภาพของเว็บไซต์และ SEO
* บูรณาการ Social Media: เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ

🎓 IT มหาวิทยาลัย: ทำไมถึงยากกว่าองค์กรทั่วไปมากถ้าคิดว่า IT องค์กรซับซ้อนแล้ว ลองมองดู IT มหาวิทยาลัยที่ต้องรองรับพร้อมก...
18/04/2026

🎓 IT มหาวิทยาลัย: ทำไมถึงยากกว่าองค์กรทั่วไปมาก
ถ้าคิดว่า IT องค์กรซับซ้อนแล้ว ลองมองดู IT มหาวิทยาลัยที่ต้องรองรับพร้อมกัน:

นักศึกษาที่เอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาเชื่อมทุกประเภท ตั้งแต่ MacBook ไปถึงสมาร์ทโฟนรุ่นเก่า ในเวลาเดียวกันหลักพันคน

อาจารย์ที่ต้องการระบบ video conference, ระบบ e-learning, และ shared drive ที่เสถียร

ห้องแล็บวิจัยที่รันซอฟต์แวร์เฉพาะทาง บางตัวรันได้แค่บน OS รุ่นเก่า

ระบบ ERP นักศึกษา ตั้งแต่สมัคร, ลงทะเบียน, จ่ายค่าเทอม, ไปจนถึงรับปริญญา

และทั้งหมดนี้ต้องทำงานพร้อมกันบนงบประมาณที่แน่นกว่า enterprise ทั่วไปมาก

ความท้าทายที่แตกต่างจากบริษัทเอกชน:

มหาวิทยาลัยมีวงจรงบประมาณที่ยาว — การตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ใหม่อาจใช้เวลา 1-2 ปี ทำให้ infrastructure มักตามหลังความต้องการจริงอยู่เสมอ

Peak load คาดเดาได้บางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด — ช่วงลงทะเบียน, ช่วงสอบ, และช่วงส่งงาน คือช่วงที่ระบบโหลดสูงสุดพร้อมกัน

Security ซับซ้อนเพราะ user หลากหลายมาก — นักศึกษาใหม่ทุกปีคือ attack surface ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

สิ่งที่ช่วยได้จริงในบริบทของมหาวิทยาลัย:

Network segmentation ที่ดี — แยก network นักศึกษา, อาจารย์, และระบบ admin ออกจากกัน

Identity management ที่ scale ได้ — ระบบที่ onboard นักศึกษาใหม่หลักพันคนได้ภายในสัปดาห์เดียวก่อนเปิดเทอม

Self-service portal — ลด ticket ง่ายๆ เช่น reset password ที่ support team ต้องตอบซ้ำร้อยครั้งต่อวัน

คนที่ทำงานด้าน IT ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา — ความท้าทายที่หนักที่สุดในงานของคุณคืออะไร?




#เชียงใหม่

🌍 ห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล: จุดเสี่ยงที่มองไม่เห็นเวลาพูดถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่วนใหญ่คิดถึงการป้องกันระบบภายในองค์กร แต...
18/04/2026

🌍 ห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล: จุดเสี่ยงที่มองไม่เห็น
เวลาพูดถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่วนใหญ่คิดถึงการป้องกันระบบภายในองค์กร แต่การโจมตีที่น่ากังวลที่สุดในยุคนี้มักมาจากทิศทางที่คาดไม่ถึง — ผ่านพันธมิตรทางธุรกิจ

Supply chain attack คือการที่แฮกเกอร์ไม่โจมตีเป้าหมายโดยตรง แต่โจมตีผ่าน vendor หรือ supplier ที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบของเป้าหมาย

ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญสำหรับธุรกิจนำเข้าส่งออก:

เมื่อคุณทำธุรกิจระหว่างประเทศ ห่วงโซ่ของคุณเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย — ผู้จัดหาวัตถุดิบ, บริษัทขนส่ง, นายหน้าศุลกากร, ธนาคาร, และลูกค้าปลายทาง แต่ละจุดเชื่อมต่อคือช่องทางที่ข้อมูลไหลผ่าน และช่องทางที่ความเสี่ยงไหลได้เช่นกัน

กรณีที่เกิดขึ้นจริงบ่อยในธุรกิจส่งออก:

Business Email Compromise (BEC) — แฮกเกอร์เข้าถึงอีเมล supplier แล้วส่งใบแจ้งหนี้ปลอมพร้อมเปลี่ยนเลขบัญชีธนาคาร ฝ่ายบัญชีโอนเงินไปให้แฮกเกอร์โดยไม่รู้ตัว มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อเหตุการณ์อยู่ที่หลายแสนถึงหลายล้านบาท

การขโมยข้อมูลการจัดส่ง — ข้อมูล route, ปริมาณสินค้า, และข้อมูลลูกค้าที่คู่แข่งต้องการ

สิ่งที่ทำได้โดยไม่ต้องรอให้ระบบสมบูรณ์:

ตั้ง process verify การเปลี่ยนข้อมูลธนาคาร — ถ้า vendor ขอเปลี่ยนเลขบัญชี ให้โทรยืนยันผ่านช่องทางที่รู้จักมาก่อนเสมอ อย่าตอบอีเมลโดยตรง

แยก email domain สำหรับการสื่อสารทางการเงิน — ทำให้ phishing ยากขึ้น

ตรวจสอบสิทธิ์ของ third-party ที่เข้าถึงระบบของคุณ — มี vendor ไหนที่ยังมีสิทธิ์อยู่ทั้งที่ไม่ได้ทำงานด้วยนานแล้วบ้าง?

ธุรกิจนำเข้าส่งออกที่อ่านอยู่ตอนนี้ — เคยเจอเหตุการณ์ที่น่าสงสัยในช่องทางการสื่อสารกับ partner บ้างไหม?



🔒 ข้อมูลสุขภาพ: ทำไมแฮกเกอร์ถึงเล็งโรงพยาบาลเป็นพิเศษมีเหตุผลที่ชัดเจนมากว่าทำไมโรงพยาบาลถึงตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์บ่อ...
18/04/2026

🔒 ข้อมูลสุขภาพ: ทำไมแฮกเกอร์ถึงเล็งโรงพยาบาลเป็นพิเศษ
มีเหตุผลที่ชัดเจนมากว่าทำไมโรงพยาบาลถึงตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์บ่อยกว่าอุตสาหกรรมอื่น

บันทึกทางการแพทย์มีมูลค่าสูงกว่าข้อมูลบัตรเครดิตหลายเท่า เพราะมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ — คุณยกเลิกบัตรเครดิตได้ แต่ประวัติการรักษาของคุณไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ โรงพยาบาลมักอยู่ในสถานการณ์ที่ "ต้องจ่าย" เพื่อให้ระบบกลับมาทำงานได้เร็ว เพราะชีวิตผู้ป่วยขึ้นอยู่กับมัน ทำให้ ransomware โจมตีโรงพยาบาลได้ผลดีกว่าโจมตีบริษัทธรรมดา

สิ่งที่ PDPA กำหนดให้โรงพยาบาลต้องทำ:

ภายใต้กฎหมาย PDPA ของไทย องค์กรที่เก็บข้อมูลสุขภาพมีหน้าที่ต้องใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องภายใน 72 ชั่วโมงหากมีการละเมิดข้อมูล บทลงโทษสูงสุดอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อกรณี

3 จุดที่โรงพยาบาลมักพลาดบ่อยที่สุด:

1. Access control ที่หลวมเกินไป
พนักงานทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยทุกราย ทั้งที่ควรเห็นเฉพาะผู้ป่วยในความดูแลตัวเอง หลัก least privilege สำคัญมากในระบบสุขภาพ

2. อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เชื่อมเน็ตโดยไม่มี segment แยก
เครื่อง X-ray, เครื่องตรวจ EKG, หรือระบบ CCTV ที่เชื่อมกับเครือข่ายเดียวกับระบบเวชระเบียน คือประตูหลังที่มองเห็นได้ยาก

3. Social engineering ที่เจาะผ่านคน ไม่ใช่ระบบ
อีเมล phishing ที่แอบอ้างเป็น vendor หรือหน่วยงานราชการ คือวิธีที่ได้ผลมากที่สุดในองค์กรสุขภาพ เพราะบุคลากรถูกฝึกมาให้ให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่ตั้งคำถาม

ความปลอดภัยในโรงพยาบาลไม่ได้เริ่มที่ firewall แต่เริ่มที่วัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยง

ทีม IT ของโรงพยาบาลหรือคลินิกที่อ่านอยู่ตอนนี้ — จุดไหนที่รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงที่สุด?



💾 Backup ที่ดีต้องผ่านกฎ 3-2-1 และต้องเคย restore จริงมีความเชื่อผิดๆ ที่อันตรายมากในวงการ IT คือ "เราทำ backup อยู่แล้ว...
09/04/2026

💾 Backup ที่ดีต้องผ่านกฎ 3-2-1 และต้องเคย restore จริง
มีความเชื่อผิดๆ ที่อันตรายมากในวงการ IT คือ "เราทำ backup อยู่แล้ว" โดยไม่เคยทดสอบว่า restore ได้จริงไหม

Backup ที่ไม่เคย test คือ backup ที่ไว้ใจไม่ได้

กฎ 3-2-1 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี:

3 — มี copy อย่างน้อย 3 ชุด (1 production + 2 backup)
2 — เก็บบน media 2 ประเภทที่แตกต่างกัน เช่น local disk + cloud storage
1 — อย่างน้อย 1 ชุดต้องอยู่ off-site ถ้าไฟไหม้หรือน้ำท่วม backup ที่อยู่ในอาคารเดียวกันก็พังไปด้วย

แต่ที่สำคัญกว่า: ทดสอบ restore สม่ำเสมอ

สิ่งที่ควรทดสอบอย่างน้อยทุก 3 เดือน:
- restore ข้อมูลจาก backup ล่าสุดได้จริงไหม
- ใช้เวลา restore นานแค่ไหน (RTO ของคุณรับได้ไหม)
- ข้อมูลที่ restore มาครบถ้วนและถูกต้องไหม
- กระบวนการ restore ทีมทุกคนทำได้ หรือต้องรอคนๆ เดียว

เหตุการณ์จริงที่เจอบ่อย: backup ทำงานปกติมาหลายเดือน แต่พอ restore จริงพบว่า file มีปัญหาเพราะ disk เสื่อมสภาพช้าๆ หรือ script backup มี bug ที่ไม่แสดง error ออกมา

สิ่งที่ง่ายที่สุดที่ทำได้ตอนนี้: เลือก database หรือ folder สำคัญอันหนึ่ง แล้วลอง restore ลงบน environment แยกดูสักครั้ง ถ้าทำได้ราบรื่น ดีมาก ถ้าไม่ได้ก็ดีที่รู้ตอนนี้แทนที่จะรู้ตอนที่ต้องการจริงๆ

ทีมของคุณ test restore ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?




🗄️ Query ช้าโดยไม่รู้สาเหตุ? เริ่มจาก 3 จุดนี้Database performance เป็นหนึ่งในสิ่งที่แก้ได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับการ op...
08/04/2026

🗄️ Query ช้าโดยไม่รู้สาเหตุ? เริ่มจาก 3 จุดนี้
Database performance เป็นหนึ่งในสิ่งที่แก้ได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับการ optimize อื่นๆ แต่ต้องรู้ว่าต้องมองที่ไหนก่อน

3 จุดที่แก้แล้วเห็นผลเร็วที่สุด:

1. Missing Index
ลอง EXPLAIN (หรือ EXPLAIN ANALYZE ใน PostgreSQL) กับ query ที่ช้า ถ้าเห็น "Seq Scan" หรือ "full table scan" แทน "Index Scan" หมายความว่า database ต้องอ่านทุกแถวในตารางเพื่อหาข้อมูล เปรียบเหมือนหาชื่อในสมุดโทรศัพท์โดยอ่านตั้งแต่หน้าแรกแทนที่จะเปิดหน้าตัวอักษรนั้นตรงๆ

การเพิ่ม index ที่ถูกต้องบน column ที่ใช้ใน WHERE, JOIN, หรือ ORDER BY มักทำให้ query เร็วขึ้น 10-100 เท่า

2. SELECT * ที่ไม่จำเป็น
ดึงข้อมูลทุก column ทั้งที่ใช้จริงแค่ 3-4 column ทำให้ database ส่งข้อมูลมากกว่าที่ต้องการ, ใช้ memory เพิ่ม, และถ้ามี column ที่เป็น TEXT หรือ JSON ขนาดใหญ่ยิ่งช้ามาก ระบุ column ที่ต้องการให้ชัดเจนเสมอ

3. N+1 Query Problem
เกิดบ่อยมากใน ORM อย่าง Eloquent, ActiveRecord, หรือ Django ORM ลักษณะคือมี query วิ่งซ้ำหลายร้อยหรือหลายพันครั้งสำหรับข้อมูลชุดเดียว เช่น ดึง order 100 รายการแล้วมี query แยกสำหรับ user ของแต่ละ order อีก 100 query แก้ได้ด้วย eager loading หรือ JOIN ให้ดึงข้อมูลในครั้งเดียว

วิธีหา N+1: เปิด query log แล้วดูว่ามี query pattern เดิมซ้ำกันหลายร้อยครั้งไหม ถ้ามีนั่นแหละคือ N+1

โบนัส: ถ้าใช้ PostgreSQL ลอง pg_stat_statements เพื่อดูว่า query ไหนใช้เวลารวมมากที่สุด มักเซอร์ไพรส์ว่าไม่ใช่ query ที่ช้าที่สุดต่อครั้ง แต่เป็น query ที่วิ่งบ่อยที่สุด

ปัญหา database ที่คุณเจอบ่อยในโปรเจกต์คืออะไร?




☁️ 4 วิธีลด AWS bill โดยไม่ต้องรื้อ architectureCloud bill ที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ มักไม่ได้มาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจริง แต...
07/04/2026

☁️ 4 วิธีลด AWS bill โดยไม่ต้องรื้อ architecture
Cloud bill ที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ มักไม่ได้มาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจริง แต่มาจากการไม่ได้ optimize สิ่งที่มีอยู่แล้ว

ก่อนจะคิดถึงการ redesign ระบบ ลองดู 4 จุดนี้ก่อน:

1. Reserved Instance สำหรับ workload ที่คาดเดาได้
EC2 on-demand เหมาะกับ workload ที่ไม่แน่นอน แต่ถ้า server ตัวหนึ่งรันตลอด 24/7 ไม่เคยปิด การซื้อ Reserved Instance 1 ปีประหยัดได้ 40-60% ทันที คิดง่ายๆ ว่าถ้า instance นั้นรันอยู่แน่ๆ นานกว่า 7 เดือน Reserved จะคุ้มกว่าเสมอ

2. S3 Lifecycle Policy
ไฟล์ที่ upload ขึ้น S3 มักถูกเข้าถึงบ่อยในช่วงแรก แล้วก็แทบไม่ได้เปิดอีกเลย ตั้ง lifecycle policy ให้ย้ายไฟล์ที่ไม่ได้เข้าถึงนาน 90 วันไป S3 Infrequent Access และนาน 180 วันไป Glacier อัตโนมัติ ประหยัดได้มากโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

3. หา zombie resources
Resource ที่สร้างไว้แล้วลืม — เช่น EBS volume ที่ไม่มี instance ผูกอยู่, Elastic IP ที่ไม่ได้ใช้, Load balancer ที่ไม่มี traffic — ยังถูกเก็บเงินอยู่ทุกเดือน ใช้ AWS Cost Explorer ดู resource ที่มี cost แต่ usage ต่ำมาก แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเก็บหรือลบ

4. Tag ทุกอย่างตั้งแต่วันนี้
ถ้ายังไม่ได้ tag resource เลย คุณจะไม่มีทางรู้ว่า cost ไหนมาจาก project อะไร ทีมไหน หรือ environment ไหน เริ่ม tag ด้วยแค่ 3 key: Project, Environment (prod/staging/dev), Owner แค่นี้พอสำหรับการ track cost

สิ่งที่ทำให้ cost พุ่งโดยไม่รู้ตัวบ่อยที่สุดในทีมของคุณคืออะไร?




5 สิ่งที่ควรทำก่อนเปิด server ให้ใช้งานจริงทุกครั้งที่ตั้ง server ใหม่ มี checklist พื้นฐานที่หลายทีมมักข้ามไปเพราะคิดว่...
06/04/2026

5 สิ่งที่ควรทำก่อนเปิด server ให้ใช้งานจริง
ทุกครั้งที่ตั้ง server ใหม่ มี checklist พื้นฐานที่หลายทีมมักข้ามไปเพราะคิดว่า "ค่อยทำทีหลัง" แล้วก็ลืม

ปัญหาคือ bot ที่ scan หา open port และ default credential ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง server ที่เพิ่ง deploy ขึ้นมาโดยไม่ได้ hardening มักโดน probe ภายในไม่กี่ชั่วโมง

5 ข้อที่ทำได้เลยโดยไม่ต้องรอ:

1. เปลี่ยน SSH port จาก 22
Port 22 คือสิ่งแรกที่ bot มา scan เปลี่ยนเป็นเลขสุ่มระหว่าง 1024-65535 ช่วยลด noise ใน log ได้มากทันที ไม่ได้ป้องกัน 100% แต่กรองความพยายาม brute force ที่ไม่ targeted ออกได้

2. ปิด root login ทาง SSH
แก้ใน /etc/ssh/sshd_config → PermitRootLogin no แล้วสร้าง user ธรรมดาที่ sudo ได้แทน ถ้าแฮกเกอร์ได้ password user ธรรมดา ยังต้องผ่านอีกชั้น แต่ถ้าได้ root ไปตรงๆ จบเลย

3. ตั้ง firewall ให้เข้มงวด
ค่า default ของ server ใหม่มักเปิด port ไว้กว้างมาก ใช้ ufw หรือ iptables ปิดทุก port ก่อน แล้วค่อยเปิดเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เช่น 80, 443, และ SSH port ที่เพิ่งเปลี่ยน

4. ติดตั้ง fail2ban
เครื่องมือฟรีที่ monitor log และ ban IP อัตโนมัติเมื่อมีการ login ผิดซ้ำเกินกำหนด ตั้งค่าเริ่มต้นแค่ 10 นาทีก็ช่วยได้มากแล้ว

5. อัปเดต package ก่อน go-live ทุกครั้ง
apt update && apt upgrade -y ดูเหมือนพื้นฐานมาก แต่ช่องโหว่ที่ถูกโจมตีบ่อยที่สุดมักเป็น vulnerability ที่มี patch ออกมานานแล้ว แค่ยังไม่ได้อัปเดต

โบนัส: ถ้าใช้ password-based login อยู่ ลองเปลี่ยนเป็น SSH key authentication แทน ปลอดภัยกว่ามากและใช้งานสะดวกกว่าด้วยในระยะยาว

ข้อไหนที่ทีมของคุณมักข้ามไปบ้าง?




⚡ เริ่ม CI/CD แบบง่ายที่สุด ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%หลายทีมเลื่อน CI/CD ออกไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่ามันซับซ้อน ต้องตั้งค่าเ...
05/04/2026

⚡ เริ่ม CI/CD แบบง่ายที่สุด ไม่ต้องรอให้พร้อม 100%

หลายทีมเลื่อน CI/CD ออกไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกว่ามันซับซ้อน ต้องตั้งค่าเยอะ หรือต้อง refactor code ก่อน

ความจริงคือ CI/CD ที่ไม่สมบูรณ์ดีกว่าไม่มีเลยมาก และเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

เริ่มจาก 3 ขั้นที่เพิ่มได้ทีละอย่าง:

ขั้นที่ 1 — Automate testing (สัปดาห์นี้)
ตั้งให้ run unit test อัตโนมัติทุกครั้งที่มี push หรือ pull request ถ้า test fail ห้าม merge เข้า main branch แค่นี้ป้องกัน bug ที่มาจากการ merge ได้มากแล้ว GitHub Actions หรือ GitLab CI ทำได้ฟรีและตั้งค่าไม่เกิน 1 ชั่วโมง

ขั้นที่ 2 — Automate build (สัปดาห์หน้า)
หลัง merge สำเร็จ ให้ build Docker image อัตโนมัติและ push ขึ้น registry ทีมไม่ต้อง build เองบนเครื่อง local อีกต่อไป ลด "works on my machine" ลงได้มาก

ขั้นที่ 3 — Automate deploy to staging (เดือนหน้า)
Deploy image ใหม่ไป staging environment อัตโนมัติหลัง build เสร็จ ทีม QA เข้าไป test ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ใครมา deploy ให้

ส่วน production deploy ยังทำ manual ก็ได้ในช่วงแรก มีคน approve ก่อน deploy จริงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

สิ่งที่ทีมมักได้จากการทำ 3 ขั้นนี้:
- ลด deployment time จากหลายชั่วโมงเหลือแค่นาที
- bug ที่มาจาก human error ลดลงชัดเจน
- ทีมมีเวลา deploy บ่อยขึ้น ทำให้แต่ละ release มี change น้อยลง ความเสี่ยงก็ลดตาม

ตอนนี้ทีมของคุณอยู่ขั้นไหน?





🎉 Agosee ขอแจ้งวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ปี 2569บริษัทจะหยุดให้บริการในช่วงวันที่:• 12 เมษายน (อาทิตย์) — ก่อนวันสงกรานต์• 13...
04/04/2026

🎉 Agosee ขอแจ้งวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ปี 2569

บริษัทจะหยุดให้บริการในช่วงวันที่:
• 12 เมษายน (อาทิตย์) — ก่อนวันสงกรานต์
• 13 เมษายน (จันทร์) — วันสงกรานต์
• 14 เมษายน (อังคาร) — วันครอบครัว
• 15 เมษายน (พุธ) — วันปีใหม่ไทย

✅ กลับมาให้บริการตามปกติ: วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569
📧 ติดต่อฉุกเฉิน: [email protected]
🌐 agosee.com

ในโอกาสปีใหม่ไทยนี้ ทีม Agosee ขออวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จ และมีความสุขตลอดปี 🙏

#สงกรานต์2569 #วันปีใหม่ไทย

ที่อยู่

33/27 ซอยสุภาพงษ์ 1 แยก 3-5 แขวงหนองบอน เขตประเวศ
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Agosee TECHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์