The Economy Of China

The Economy Of China นิตยสารทางธุรกิจ
The Economy Of China/Thai version

อุตสาหกรรมโฆษณาของจีนสร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 147,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้...
08/08/2026

อุตสาหกรรมโฆษณาของจีนสร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 147,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดโฆษณาท่ามกลางการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ

สำนักงานบริหารการกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า รายได้จากธุรกิจโฆษณาของผู้ประกอบการรายสำคัญอยู่ที่ 1.04 ล้านล้านหยวนในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่ต่อเนื่องของอุตสาหกรรม

โฆษณาบนอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโต โดยมีรายได้จากการลงโฆษณาเพิ่มขึ้น 25.3% จากปีก่อน แตะระดับ 612,100 ล้านหยวน และคิดเป็น 86% ของรายได้จากการลงโฆษณาทั้งหมด สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโฆษณาจีนไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน รายได้จากการลงโฆษณาผ่านภาพยนตร์ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตโดดเด่นในช่วงเวลาดังกล่าว

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดโฆษณาของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โดยอินเทอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางหลักในการเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภค ขณะที่การเติบโตของโฆษณาผ่านภาพยนตร์ยังแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของรูปแบบสื่อที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดจีน

China's industry generated more than 1 trillion yuan (about 147.27 billion U.S. dollars) in revenue in the first half (H1) of 2026, the country's top market regulator said on Friday.

Advertising business revenue of leading industry players totaled 1.04 trillion yuan during the January-June period, an increase of 11.3 percent year on year, indicating strong growth momentum in the industry, according to the State Administration for Market Regulation.

advertising placement was the main driver of this growth, with revenue surging by 25.3 percent from a year earlier to 612.1 billion yuan, accounting for 86 percent of total advertising placement revenue.

Notably, revenue from film advertising placement registered several-fold growth during this period, the regulator said.

Source:Economic dairy China

อาลีบาบา กรุ๊ป เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Qwen3.8 ซึ่งมีพารามิเตอร์สูงถึง 2.4 ล้านล้านพารามิเตอร์ และได้รับการจัดอันดับเป...
08/08/2026

อาลีบาบา กรุ๊ป เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Qwen3.8 ซึ่งมีพารามิเตอร์สูงถึง 2.4 ล้านล้านพารามิเตอร์ และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับสองรองจากตระกูล Claude ของ Anthropic บนแพลตฟอร์มประเมินผล Arena สะท้อนความก้าวหน้าของจีนในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลก

Qwen3.8 ได้รับการพัฒนาและปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษสำหรับงานด้านการเขียนโปรแกรมและการทำงานร่วมกับ AI ในลักษณะ “cowork” ซึ่งมุ่งให้ AI สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ในกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ขณะที่อาลีบาบาระบุว่าเตรียมเปิดซอร์สโมเดล Qwen3.8-Max และ Qwen3.8-27B ในสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาและองค์กรทั่วโลกนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอด

ในด้านต้นทุนการใช้งาน API ของ Qwen3.8 กำหนดราคาอยู่ที่ 12 หยวน หรือประมาณ 1.67 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ล้านโทเคนสำหรับข้อมูลนำเข้า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับราคาของโมเดล AI ชั้นนำจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความสามารถของโมเดลที่อยู่ในระดับแนวหน้าของตลาด

การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านขนาดหรือประสิทธิภาพของโมเดล AI เท่านั้น แต่ยังสะท้อนกลยุทธ์ของจีนในการใช้ต้นทุนที่แข่งขันได้และการเปิดซอร์ส เพื่อขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ไปยังนักพัฒนาและธุรกิจทั่วโลก ซึ่งอาจช่วยเร่งการนำ AI ไปใช้งานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในวงกว้างมากขึ้น

Alibaba Group has launched its 2.4-trillion-parameter Qwen3.8 AI model that ranks second only to Anthropic's Claude series on the Arena evaluation platform. Optimized for coding and ''cowork'' scenarios, it is set to open-source Qwen3.8-Max and Qwen3.8-27B next week. Its API is priced at 12 yuan ($1.67) per million input tokens, with international pricing far lower than top US rivals, further accelerating global AI adoption.

Source: Enterprising China

Editorial | The Economy of Chinaเมื่อ AI ไม่ได้วัดกันที่จำนวนชิป แต่เป็น "ประสิทธิภาพของสมอง"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกเชื่...
08/08/2026

Editorial | The Economy of China

เมื่อ AI ไม่ได้วัดกันที่จำนวนชิป แต่เป็น "ประสิทธิภาพของสมอง"

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โลกเชื่อว่าผู้ที่จะครองความเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือผู้ที่มีเงินลงทุนมากที่สุด มีศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุด และครอบครองชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงมากที่สุด

แนวคิดดังกล่าวทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้าง Data Center และสะสมชิป AI รุ่นล่าสุด โดยเฉพาะ GPU ระดับสูงของ NVIDIA จนเกิดการแข่งขันด้านการลงทุนที่ไม่เคยมีมาก่อน

แต่การเปิดตัว Kimi K3 ของบริษัท Moonshot AI จากจีน กำลังตั้งคำถามต่อสมมติฐานดังกล่าว

แม้จีนจะเผชิญมาตรการจำกัดการเข้าถึงชิปขั้นสูงจากสหรัฐ แต่ Moonshot AI กลับสามารถพัฒนาโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับระบบชั้นนำของโลก ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก สิ่งนี้สะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่า "ข้อจำกัด" อาจกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลกเคยพิสูจน์เรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่สร้างอุตสาหกรรมการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง เยอรมนีพัฒนาเครื่องจักรและวิศวกรรมที่มีคุณภาพระดับโลก ส่วนจีนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนข้อได้เปรียบด้านแรงงานไปสู่การเป็นประเทศที่ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมีการใช้จ่ายด้าน R&D สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐ

กรณีของ Kimi K3 จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของบริษัทหนึ่ง แต่สะท้อนแนวโน้มใหม่ของการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI นั่นคือ การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจาก "การแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์" ไปสู่ "การแข่งขันด้านอัลกอริทึม"

เมื่ออัลกอริทึมมีประสิทธิภาพมากขึ้น AI สามารถให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงเดิมโดยใช้กำลังประมวลผลน้อยลง ต้นทุนการพัฒนาและการใช้งานก็ลดลงตามไปด้วย นั่นหมายความว่า ประเทศหรือบริษัทที่ไม่มีงบประมาณมหาศาล ก็อาจเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้

นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Democratization of Technology หรือการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงได้ในวงกว้าง ซึ่งมักนำไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น นวัตกรรมที่หลากหลายขึ้น และต้นทุนที่ลดลง

ตลาดการเงินรับรู้สัญญาณนี้อย่างรวดเร็ว หุ้นบริษัทผลิตชิปหลายแห่งเผชิญแรงขาย เพราะนักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่า การใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อเพิ่มกำลังประมวลผล อาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความเป็นผู้นำในยุค AI อีกต่อไป

แน่นอนว่า ชิปประสิทธิภาพสูงยังคงมีความสำคัญ และความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI จะยังเติบโตต่อเนื่อง แต่การแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า "ใครมีชิปมากที่สุด" หากจะวัดกันว่า "ใครใช้ชิปที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด"

สำหรับจีน ความก้าวหน้าของ Kimi K3 เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีภายใต้ข้อจำกัด ซึ่งสะท้อนแนวคิดการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จีนผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น AI เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีชีวภาพ

โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันด้าน AI และบทเรียนสำคัญจากกรณีนี้อาจไม่ใช่เพียงว่า "จีนสร้าง AI ได้เก่งขึ้น" แต่คือการเตือนว่า นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากทรัพยากรที่มากที่สุดเสมอไป หากเกิดจากความสามารถในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในเศรษฐกิจแห่งนวัตกรรม ผู้ชนะอาจไม่ใช่ผู้ที่ใช้เงินมากที่สุด แต่เป็นผู้ที่คิดได้ดีกว่า เร็วกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นคือบทเรียนที่ Kimi K3 กำลังส่งถึงอุตสาหกรรม AI และเศรษฐกิจโลกในวันนี้
📊 The Economy of China Insight

จีนกำลังสร้างความได้เปรียบด้าน AI อย่างไร?

🔹 อันดับ 2 ของโลกด้านการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) จีนมีการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ และใช้งบประมาณมากกว่า 3.6 ล้านล้านหยวนต่อปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

🔹 AI คืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งชาติ รัฐบาลจีนกำหนดให้ AI เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมสนับสนุนการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ชิป AI และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิต การแพทย์ การเงิน และการศึกษา

🔹 สิทธิบัตร AI ระดับโลก จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการยื่นจดสิทธิบัตรด้านปัญญาประดิษฐ์มากที่สุดของโลก สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

🔹 จาก "Made in China" สู่ "Created in China" เศรษฐกิจจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นฐานการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา โดยมี AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของการเติบโตในทศวรรษหน้า

🔹 บทเรียนจาก Kimi K3 ความสำเร็จของ Kimi K3 แสดงให้เห็นว่า การแข่งขันด้าน AI ในอนาคตอาจไม่ได้ตัดสินกันที่ "ใครมีชิปมากที่สุด" แต่จะตัดสินกันที่ "ใครสามารถสร้างอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด" ซึ่งอาจเปลี่ยนกติกาการแข่งขันของอุตสาหกรรม AI และเศรษฐกิจโลกไปอย่างสิ้นเชิง

When AI Is No Longer Measured by the Number of Chips, but by the Efficiency of the Brain

For years, the prevailing assumption has been that leadership in artificial intelligence belongs to those with the deepest pockets, the largest data centers, and the most advanced semiconductor chips.

This belief has driven U.S. technology giants to invest hundreds of billions of dollars in AI infrastructure, building massive data centers and stockpiling cutting-edge GPUs—particularly those produced by NVIDIA. The result has been an unprecedented race for computing power.

The launch of Kimi K3 by China's Moonshot AI, however, is beginning to challenge that assumption.

Despite operating under U.S. export restrictions on advanced AI chips, Moonshot AI has developed a model capable of delivering performance comparable to leading global AI systems at a significantly lower cost. Its achievement highlights an important economic principle: constraints can become powerful catalysts for innovation.

History offers many examples. Post-war Japan lacked natural resources but built one of the world's most efficient manufacturing industries. Germany established global leadership in high-precision engineering. Over the past several decades, China has transformed itself from a labor-intensive manufacturing economy into one of the world's largest investors in research and development (R&D), ranking second globally in total R&D expenditure.

Kimi K3 therefore represents far more than the success of a single company. It signals a structural shift in AI competition—from a race centered on hardware to one driven by algorithmic efficiency.

As algorithms become more efficient, AI systems can achieve comparable performance while requiring significantly less computing power. Lower computational requirements translate directly into lower development and deployment costs, enabling companies and countries without enormous capital budgets to access world-class AI capabilities.

Economists describe this phenomenon as the democratization of technology—a process through which advanced technologies become more widely accessible, fostering greater competition, accelerating innovation, and reducing costs across the market.

Financial markets reacted swiftly to this changing narrative. Shares of several semiconductor companies came under pressure as investors reassessed whether massive spending on computing infrastructure alone will continue to determine leadership in the AI era.

High-performance chips will undoubtedly remain essential, and demand for AI infrastructure is expected to continue expanding. Yet the defining question of the next phase of AI competition may no longer be who owns the most chips, but who can generate the greatest intelligence from every chip they possess.

For China, Kimi K3 serves as another example of technological progress achieved under external constraints. It also reflects the country's long-term strategy of strengthening self-reliance in science and technology, spanning artificial intelligence, semiconductors, robotics, electric vehicles, and biotechnology.

The global AI race is entering a new chapter. The broader lesson from Kimi K3 is not simply that China has built another competitive AI model. Rather, it reminds us that innovation is not always determined by the abundance of resources, but by the ability to use available resources more intelligently and more efficiently.

In the innovation economy, the ultimate winners may not be those who spend the most, but those who think better, move faster, and innovate more efficiently.

That is the message Kimi K3 is sending—not only to the AI industry, but to the global economy.

📊 The Economy of China Insight

How Is China Building Its Competitive Edge in AI?

🔹 World's No. 2 in R&D Investment
China ranks second globally in research and development spending, investing more than 3.6 trillion yuan annually to strengthen its scientific and technological capabilities.

🔹 AI as a National Strategic Industry
Artificial intelligence has been designated as one of China's strategic industries of the future. National policies support the development of large language models (LLMs), AI chips, data centers, and AI applications across manufacturing, healthcare, finance, and education.

🔹 A Global Leader in AI Patents
China is among the world's leading countries in AI patent filings, reflecting its growing strength in technological innovation and research commercialization.
🔹 From "Made in China" to "Created in China"
China's economy is transitioning from low-cost manufacturing toward innovation-driven growth powered by advanced technologies and intellectual property. Artificial intelligence, robotics, semiconductors, electric vehicles, and biotechnology are expected to become the country's next engines of economic expansion.

🔹 The Lesson from Kimi K3
Kimi K3 demonstrates that the future of AI competition may no longer be determined by who possesses the largest number of chips, but by who can design the most efficient algorithms. If this trend continues, it could fundamentally reshape the competitive dynamics of the global AI industry and the broader digital economy.

Seht Harnrojjana
Founder & Editor
The Economy of China

จีนเปิดใช้งานนิคมอุตสาหกรรมการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างเป็นทางการในเมืองอูหลานฉาปู้ เขตปกคร...
07/08/2026

จีนเปิดใช้งานนิคมอุตสาหกรรมการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างเป็นทางการในเมืองอูหลานฉาปู้ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยผู้พัฒนาโครงการระบุว่า ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center: AIDC) ที่มีกำลังการผลิตโทเคน (Token Output Capacity) สูงที่สุดในโลก

ศูนย์ดังกล่าวมีชื่อว่า Envision Galaxy Campus ครอบคลุมพื้นที่กว่า 120,000 ตารางเมตร หรือมีขนาดเทียบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐานประมาณ 20 แห่ง สามารถรองรับการประมวลผลแบบขนานของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ได้ถึง 1 ล้านหน่วย พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้านความหนาแน่นของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์

การเปิดดำเนินงานของโครงการถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจีนในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อรองรับความต้องการด้านการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ (Large Language Models) การประมวลผลข้อมูล และการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่เช่นนี้ จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของจีนในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก ลดข้อจำกัดด้านกำลังประมวลผล และสร้างรากฐานสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่ทวีความเข้มข้นทั่วโลก

China's largest artificial intelligence ( ) computing industrial park has been completed and put into operation in Ulanqab, North China's Inner Mongolia Autonomous Region. It is also the single AI data center (AIDC) with the largest token output capacity in the world, the builder stated on Thursday.

The Envision Galaxy Campus features an area of 120,000 square meters, roughly equivalent to 20 standard football fields, and supports the computing capacity for 1 million graphics processing units in parallel, making it the AIDC with the highest token output capacity globally and setting a new density record for AI infrastructure.

Source:China science

จีนประกาศแผนพัฒนาการบินพลเรือนฉบับที่ 15 (15th Five-Year Plan for Civil Aviation Development) โดยตั้งเป้าภายในปี 2573 ยก...
07/08/2026

จีนประกาศแผนพัฒนาการบินพลเรือนฉบับที่ 15 (15th Five-Year Plan for Civil Aviation Development) โดยตั้งเป้าภายในปี 2573 ยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก ทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพการให้บริการ และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี การบินสีเขียว และการยกระดับระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แผนดังกล่าวสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของจีนที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังตั้งเป้าสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีการบิน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาระบบกำกับดูแลที่ทันสมัย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน

แผนพัฒนาฉบับใหม่นี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินจีน พร้อมรองรับการเติบโตของการค้า การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ในระยะยาว อีกทั้งยังสะท้อนบทบาทของจีนในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินของโลกในทศวรรษหน้า

's 15th Five-Year Plan for Civil Aviation Development envisions that by 2030, the country's aviation industry will lead in achieving world-class standards in safety, service capability and infrastructure, with significant breakthroughs in technological innovation, green and low-carbon development, and governance capacity.

Source:China Xinhua economy

จีนกำลังเร่งเปลี่ยนโครงสร้างการส่งออกจากการพึ่งพาสินค้าอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยหุ่นยนต์ ผ...
07/08/2026

จีนกำลังเร่งเปลี่ยนโครงสร้างการส่งออกจากการพึ่งพาสินค้าอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยหุ่นยนต์ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมด้านเภสัชกรรม กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตด้านการส่งออก ท่ามกลางยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

การเติบโตของสินค้ากลุ่มใหม่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของภาคการผลิตจีนที่กำลังยกระดับจากการเป็นฐานการผลิตต้นทุนต่ำ สู่การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ เทคโนโลยี AI และยาชีวภาพ ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีอัตราการเติบโตสูง

แนวโน้มดังกล่าวยังสอดคล้องกับการผลักดันของจีนในการพัฒนา "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม แทนการแข่งขันด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว

การขยายตัวของการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพการค้าระหว่างประเทศของจีน แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว.

Robots, AI-related products and innovative drugs are emerging as new drivers of China's export growth, as the country expands into higher-value industries driven by innovation xhtxs.cn/bd6D

06/08/2026

การเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Kimi K3 ของบริษัท Moonshot AI จากจีน กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก หลังแสดงศักยภาพการประมวลผลที่ทัดเทียมกับโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐ แม้จะพัฒนาภายใต้ข้อจำกัดจากมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงก็ตาม

จุดเด่นของ Kimi K3 คือการบรรลุประสิทธิภาพระดับแนวหน้าด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมาก ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อแนวคิดที่ว่า การลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูลและชิปประมวลผลเพียงอย่างเดียว จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความเป็นผู้นำในยุค AI

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ทั่วโลกเผชิญแรงขาย เนื่องจากตลาดประเมินใหม่ว่า ความได้เปรียบในการแข่งขันอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชิปหรือขนาดการลงทุนอีกต่อไป หากแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนาอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้ทรัพยากรน้อยกว่า

ความสำเร็จของ Moonshot AI สะท้อนแนวโน้มใหม่ของการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ควบคู่ไปกับฮาร์ดแวร์ ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างโมเดลโอเพนซอร์สกับโมเดลเชิงพาณิชย์แบบปิดแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ
พัฒนาการดังกล่าวยังอาจเร่งให้เกิดการกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ระดับสูง โดยเปิดทางให้บริษัทสตาร์ทอัพ มหาวิทยาลัย และประเทศกำลังพัฒนาสามารถนำโมเดล AI ที่มีศักยภาพระดับโลกไปต่อยอดได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสัญญาใช้งานที่มีต้นทุนสูงจากผู้ให้บริการรายใหญ่

หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป อุตสาหกรรม AI โลกอาจเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันด้วยขนาดของเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถในการสร้างนวัตกรรมที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของเศรษฐกิจดิจิทัลโลกในระยะยาว

A new AI model from China has just challenged the foundational economics of the tech industry. Moonshot’s Kimi K3, developed under the strict chip embargo, performs on par with the best US systems but at a fraction of the cost. This breakthrough sparked a massive selloff in global chip stocks, as investors realized that "raw spending" on data centers may not guarantee dominance. By focusing on more efficient algorithms rather than just more chips, Moonshot has narrowed the gap between open-source and proprietary AI, resulting in a democratization of the technology that will allow startups and smaller nations to build on world-class "brains" without being locked into expensive contracts.

Source:China daily

นครเซินเจิ้นยังคงตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของจีน หลังสำนักงานศุลกากรเซินเจิ้นเปิดเผยว่า มูลค่าการนำเ...
06/08/2026

นครเซินเจิ้นยังคงตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของจีน หลังสำนักงานศุลกากรเซินเจิ้นเปิดเผยว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวมในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 2.88 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังคงครองอันดับหนึ่งในบรรดาเมืองต่าง ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่

ในด้านการส่งออก มีมูลค่า 1.51 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15.5% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 1.37 ล้านล้านหยวน เติบโตถึง 59.8% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของทั้งภาคการผลิตและความต้องการนำเข้าวัตถุดิบ เทคโนโลยี และสินค้าขั้นกลางเพื่อรองรับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการค้าต่างประเทศของเซินเจิ้น โดยมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวม 1.7 ล้านล้านหยวน สูงที่สุดของประเทศ คิดเป็น 59.1% ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของเมือง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจจีนไปสู่การผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

ขณะเดียวกัน การส่งออกอุปกรณ์อัจฉริยะเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printer) กล้องดิจิทัล และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกรวม 15.24 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 92.3% จากปีก่อน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เซินเจิ้นไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของโลกอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีอัจฉริยะและนวัตกรรมขั้นสูงของจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศและเสริมความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

According to Shenzhen Customs in south China, ’s total import and export volume reached 2.88 trillion yuan in the first half of this year, up 33% year-on-year and retaining the top ranking among Chinese mainland cities. Exports stood at 1.51 trillion yuan, up 15.5% year-on-year, while imports hit 1.37 trillion yuan, up 59.8% year-on-year.

High-tech products registered imports and exports worth 1.7 trillion yuan, ranking first nationwide and making up 59.1% of Shenzhen’s total foreign trade volume. Exports of intelligent equipment represented by printers, digital cameras and industrial reached 15.24 billion yuan, surging 92.3% year-on-year.

Source:Economic dairy China

ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างจีนและประเทศในแอฟริกากำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพ...
05/08/2026

ความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างจีนและประเทศในแอฟริกากำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และการกำกับดูแลเทคโนโลยีระดับโลก สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล

ในการลงนามจัดตั้งองค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลก (World Artificial Intelligence Cooperation Organization) เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลแห่งแรกของโลกที่อุทิศให้กับความร่วมมือด้าน AI โดยเฉพาะ มีประเทศผู้ร่วมก่อตั้งทั้งหมด 29 ประเทศ ในจำนวนนี้เป็นประเทศจากทวีปแอฟริกาถึง 10 ประเทศ หรือประมาณหนึ่งในสามของสมาชิกทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของความร่วมมือจีน-แอฟริกาในด้าน AI ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ในการประชุมสุดยอดความร่วมมือจีน-แอฟริกา (FOCAC) ที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี 2024 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศแผนจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับแอฟริกา พร้อมผลักดันโครงการสาธิตด้านดิจิทัล 20 โครงการ เพื่อร่วมรับมือกับการปฏิวัติเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก

ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จีนได้เปิดใช้งานสายเคเบิลใต้น้ำ 2Africa ส่วนตะวันออกในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยสายเคเบิลความยาวประมาณ 45,000 กิโลเมตร เชื่อมต่อกว่า 30 ประเทศในแอฟริกา เอเชีย และยุโรป ให้บริการสื่อสารระหว่างประเทศที่มีความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และรองรับประชากรราว 3,000 ล้านคน เมื่อโครงการแล้วเสร็จเต็มรูปแบบ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการรับส่งข้อมูลและยกระดับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วทั้งทวีปแอฟริกา

ในด้านการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยี ระยะที่สองของศูนย์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงแห่งซิมบับเว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน ได้ส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 โดยใช้แพลตฟอร์มการประมวลผลจากหัวเว่ย เพื่อสนับสนุนการวิจัยขั้นสูงและการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

ขณะเดียวกัน จีนและ 26 ประเทศในแอฟริกาได้ร่วมประกาศแผนปฏิบัติการความร่วมมือและการพัฒนาด้านดิจิทัลจีน-แอฟริกา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 โดยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของแอฟริกา 1,000 คนภายในสามปี นอกจากนี้ จีนยังประกาศว่าจะมอบโอกาสการฝึกอบรมและสัมมนาด้าน AI จำนวน 5,000 โอกาสแก่ประเทศกำลังพัฒนาในช่วงห้าปีข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้าน AI ในระดับสากล

นอกจากความร่วมมือเชิงปฏิบัติแล้ว จีนยังผลักดันการกำกับดูแล AI ในเวทีโลก โดยเสนอข้อริเริ่มการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์โลก (Global AI Governance Initiative) ตั้งแต่ปี 2023 ภายใต้หลักการพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ส่งเสริมการหารือ การมีส่วนร่วม และการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งได้รับการตอบรับจากหลายประเทศ และมีส่วนช่วยสร้างฉันทามติในการกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ของโลกในอนาคต

Among the 29 founding member countries that signed the agreement on the establishment of the World Artificial Intelligence Cooperation Organization – the first intergovernmental international organization dedicated exclusively to – on July 16, Africa stands out with 10 seats, accounting for about one-third of the total. This reflects the fruitful outcome of - cooperation in the field of AI in recent years.

At the 2024 Beijing Summit of the Forum on China-Africa Cooperation, President pledged to "build with Africa a digital technology cooperation center and initiate 20 digital demonstration projects so as to embrace together the latest round of technological revolution and industrial transformation."

On November 7, 2025, the eastern segment of China Mobile's 2Africa submarine cable was officially activated in 's capital Nairobi. With a total length of about 45,000 kilometers, the 2Africa cable runs along the African coastline and connects over 30 countries and regions across Africa, Asia and Europe, providing high-quality, low-latency and reliable international communications services to an estimated 3 billion people along its route. Once fully operational, it will reduce data transmission costs across Africa and boost regional online connectivity.

In August 2025, the second phase of the Zimbabwe Center for High Performance Computing, built with Chinese assistance, was handed over to . The computing platform provided by China's Huawei delivers powerful support for local cutting-edge scientific research and high-level talent development.

On talent cultivation, in July 2024, China and 26 African countries jointly issued the Action Plan for China-Africa Digital Cooperation and Development, explicitly committing to train 1,000 digital technology professionals for Africa over the following three years. On July 17, it was announced that in the next five years, China will provide developing countries with 5,000 opportunities in AI training and seminar programs, continuously contributing to global AI capacity-building.

As practical China-Africa AI cooperation deepens, consensus on improving global governance is also growing. In October 2023, China took the lead in issuing the Global AI Governance Initiative, establishing the principle of developing AI for good. Guided by the principles of extensive consultation, joint contribution, and shared benefits, this initiative has garnered broad international support and response by building cooperative consensus for global AI development.

Source:Xi's moment

05/08/2026

นครโบราณลี่เจียง มณฑลยูนนาน กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมจีนผ่านประสบการณ์เชิงลึก โดยเฉพาะการเข้าร่วมเวิร์กช็อปทำอาหารท้องถิ่น ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ทั้งวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ มากกว่าการเดินชมแหล่งท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีน ที่หันมาเน้นการสร้าง "ประสบการณ์" (Experience Economy) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยว โดยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรม อาหารพื้นเมือง และกิจกรรมเชิงปฏิบัติ ช่วยยืดระยะเวลาการเข้าพักของนักท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบนี้กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่นในหลายพื้นที่ของจีน โดยเฉพาะมณฑลยูนนาน ซึ่งมีความหลากหลายของชาติพันธุ์ อาหาร และประเพณี ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างและมีความหมายมากยิ่งขึ้น

Source:CCTV+

ที่อยู่

164 Petkasem 67 Road
Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Economy Of Chinaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์