PR Media 360 www.prmedia360.com
PR Media 360 focus on Digital Marketing, Web Applications and Mobile Applications.

We believe that good products and services deserve better visibilities and good management of its database. Experienced IT and Online Marketers with more than 10 years of experiences.

07/04/2026

Facebook > facebook.com/MarketThinkTH Twitter > twitter.com/MarketThinkTH IG > instagram.com/marketthinkth/ Blockdit > blockdit.com/marketthinkth

07/02/2025

จากข่าวสารปัจจุบันสองเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน คือ เรื่องที่มีเด็กนักเรียนโดนติวเตอร์ข่มขืน กับเรื่องแก็งค์โอริโอ สะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก

เอาเรื่องแก็งค์โอริโอก่อน เมื่อเช้า คุณกัน จอมพลังได้พูดคุยกับคุณแม่ของน้องคนนึงในแก็งค์ ได้ข้อมูลมาว่า ครูที่สอนน้องตอน ป.1 ไม่รักและออกจะรังเกียจที่น้องอาจจะไม่ได้มีพรสวรรค์ทางการเรียน เรื่องนี้ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปตอนตัวเองเรียน ม.ปลาย ผมได้รับฟังปัญหาของเพื่อนที่อาจจะมีผลการเรียนไม่ค่อยดีนัก ตอนที่ได้ไปเข้าค่าย รด. ที่เขาชนไก่ด้วยกัน ทำให้รู้ว่า จริงๆแล้วนักเรียนที่ผลการเรียนไม่ค่อยดีจำนวนมาก ที่รักเรียนใฝ่เรียน แต่อาจารย์เหมารวมพวกเขาไปกับพวกเด็กเกเร ที่ก่อความวุ่นวายในโรงเรียน ทำให้ไม่ใส่ใจสอนพวกเขา แถมยังดูถูกว่าเป็นเด็กห้องท้ายด้วย นอกจากจะไม่ใส่ใจคนกลุ่มนี้ ยังเทความสนใจไปให้กับพวกนักเรียนที่เรียนดี ตอนนั้นผมยังเคยเข้าไปเล่าให้ครูฟังเรื่องนี้ และขอร้องให้พวกเขาดูแลเพื่อนๆที่อาจจะเรียนไม่ค่อยเก่งนักเลย อยากจะให้คนที่เป็นครูเมตตากับเด็กที่อาจจะเข็นยากหน่อย อย่างน้อยยอมรับเขา เพราะไม่มีใครอยากอยู่ในที่ที่เขาโดนดุ โดนดูถูกตลอดเวลาหรอกครับ นี่ต่างหากที่เป็นต้นเหตุของเด็กเกเร ที่อาจจะติดเกมติดเพื่อน เพราะเขาได้รับการยอมรับในที่นั่นครับ

แล้วเด็กที่เรียนเก่งล่ะ ก็มีอีกปัญหานึงคือ รู้แต่สิ่งที่จะทำให้สอบได้คะแนนดี แต่ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ เด็กที่ยอมให้ติวเตอร์ข่มขืน เพียงเพราะต้องการเรียนให้จบ จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ อันนี้ทำให้ผมสงสัยในวิจารณญาณของน้องจริงๆ ว่าน้องชั่งน้ำหนักยังไง เพราะความจริงแล้ว ต่อให้ถ้าไม่ได้โดนข่มขืนจะเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เรายังยอมให้ใครข่มขืนไม่ได้ด้วย หนำซ้ำเราต้องเอาผิดที่เขาเหยียดหยามความเป็นมนุษย์ของเรา แต่นี่กลับทนให้เขาทำได้ ถ้าความจริงเป็นเช่นนั้นมันก็น่าห่วงนะครับ ว่าระบบการศึกษาไทยเรา ผลิตเยาวชนที่มีความสามารถในการคิดไตร่ตรอง ได้เพียงพอกับการเอาตัวรอดไหม เราต้องปรับเปลี่ยนอะไร เด็กถึงเอาตัวรอดได้ นี่ผมกำลังพูดถึงเด็กที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย อายุ 17-18 ปีนะครับ

วิธีวัดผลง่ายๆ ถ้าเด็กคนนึงอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอ เขาจะเอาตัวรอดได้ไหม อันนี้บอกเลยว่าน่าห่วงมาก

ข่าวเด็กอายุ 16 ปีเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัวว่าข้อมูลของเราจะหลุดไปถึงผู้ไม่หวังดีหรือไม่ บางคนก็ค...
02/02/2025

ข่าวเด็กอายุ 16 ปีเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัวว่าข้อมูลของเราจะหลุดไปถึงผู้ไม่หวังดีหรือไม่ บางคนก็คิดไปว่าเด็กอายุแค่นี้ทำไมสามารถเจาะระบบราชการ เข้าถึงข้อมูลที่มีความอ่อนไหวได้ ระบบราชการเราความปลอดภัยไม่ดีพอหรือไม่ ผมคิดว่ามีส่วนจริงครับ แต่ผมยังคิดว่า เขาน่าจะได้ "กุญแจ" มาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มีข้าราชการท่านไหน เอาชีวิตการงานมาเสี่ยงกับเด็กอายุเท่านี้ โดยการเต็มใจให้กุญแจแน่นอนครับ ทีนี้เขาเข้าได้อย่างไร วันนี้ผมจะมาเล่า "โอกาส" ที่คนๆนึงจะเข้าระบบได้นะครับ

ก่อนอื่นเลย เมื่อเราจะเข้าระบบไหน เราต้องเข้าใจ องค์ประกอบก่อน ว่าเราต้องการสิ่งใดบ้างในการเข้าระบบ สมมติว่า ระบบทะเบียนราษฎร์เข้าถึงได้ผ่าน Web Browser (Edge / Chrome / Opera / อื่นๆ) องค์ประกอบก็คือ User Name / Password / Address สามอย่าง ดูสิว่าเราจะได้สามอย่างนี้มาได้อย่างไร บางคนอาจจะรู้สึกว่า รู้อย่างเดียวก็เข้าไม่ได้ แต่ถ้าเขาค่อยๆเก็บล่ะ มาดูว่าเขาจะได้ข้อมูลเหล่านี้มายังไง

1. กล้อง - ทั้งกล้องมือถือ กล้องวงจรปิด ที่ทุกวันนี้เต็มไปหมด สมมติในสถานที่ราชการ ผมแกล้งทำเป็นเล่นมือถือ แต่ถ่ายภาพเอาไว้ ถ่ายวิดีโอเอาไว้ อาจจะไม่จำเป็นต้องถ่ายตรงๆ อาจจะถ่ายผ่านกระจก ผมก็มีโอกาสที่จะเห็นขั้นตอนการพิมพ์ เห็น Address เห็น Username และอาจจะสามารถดูจากมือที่กด เดา Password ได้ กล้องผมยังไม่อันตรายเท่า คนที่ดูกล้องวงจรปิด ภาพที่ชัดระบบ 4K ต่อให้ Zoom เข้าไปยังไง ก็ยังชัดเห็นรูขุมขน คนที่มีหน้าที่ดูกล้องอยู่ตลอดเวลา มักไม่ได้รับการใส่ใจ ถ้าเขาให้ญาติหรือคนอื่นเข้ามาที่ห้องปฏิบัติการล่ะ

2. เครื่องคอมพิวเตอร์ - ข้าราชการบางท่านใช้ Notebook ในการทำงาน บางครั้งก็เอาเครื่องกลับไปทำงานที่บ้าน ถ้าสมมติมีเด็กขอยืมใช้เครื่องล่ะ ระบบจดจำ Password ของ Web Browser ทำให้เมื่อเข้าไปที่ระบบ จะสามารถกดปุ่มเข้าได้เลยโดยไม่ต้องใส่ Password บางคนอาจจะถาม เขาเข้าระบบจากเครื่องนั้นเหรอ ผมตอบเลยว่าไม่จำเป็นครับ คือ กล่อง Password เนี่ย ถ้ามี Password ใส่อยู่แล้ว เพียงแค่เราใช้ระบบ Inspect เข้าไปเปลี่ยน Type ของกล่อง จาก Password เป็น Text เราจะสามารถมองเห็น Password ได้อย่างชัดเจน ซึ่งผมจะไม่ลงรายละเอียดนครับ

3. การใช้ Password ชุดเดียวกัน บางครั้ง เด็กอาจจะขอเข้าเกม หรือเข้าเครื่องเพื่ออ้างว่าเข้าเล่นเกม แล้วเขาอาจจะลองใช้ Password ตัวเดียวกัน เข้าระบบได้ อีกอย่างบางคนใช้ Password ที่ง่ายเกินไป เดาได้ บางคนแปะ Password ไว้ที่โต๊ะด้วยซ้ำ

4. พนักงานของบริษัทที่สร้างระบบ - เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีพนักงานเข้าออกเป็นประจำ พนักงานบางคนอาจจะทิ้งบางอย่างไว้ในระบบ เพื่อให้ตัวเองสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลได้ เมื่อเข้าฐานข้อมูลได้ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างได้

เรื่องที่เด็กคนนี้ใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อแฮกทุกอย่างโดยที่ตัวเองเริ่มต้นจากการไม่รู้อะไร ผมบอกเลยว่าทำได้ยากมากๆ โอกาสน่าจะเป็นสิ่งที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น หรือวิธีอื่นๆที่เกิดจากความมักง่ายของคนมากกว่าครับ

19/11/2024

ราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมาย “Empathy” คือ “ความร่วมรู้สึก” เป็นความสามารถในการเข้าใจหรือรู้สึกถึงสิ่งที่บุคคลอื่นกำลังประสบภายในกรอบอ้างอิงของบุคคลนั้น ๆ ⁣

ในแง่ขององค์กร “Empathy” เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีคุณภาพ แต่บางครั้งความหมายของคำว่า Empathy ถูกเข้าใจผิดจนทำให้เกิดพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อวัฒนธรรมองค์กร วันนี้ A Cup of Culture อยากชวนมาดูกันว่า Empathy คืออะไรและอะไรที่ไม่ใช่!? และคำนี้ส่งผลอย่างไรต่อวัฒนธรรมองค์กร⁣

…………………..⁣

🟧 Empathy ในองค์กรคืออะไร?⁣

“ความร่วมรู้สึก” หรือคำที่เราคุ้นชินคือ “ความเห็นอกเห็นใจ” ไม่ใช่แค่การรู้สึกสงสารผู้อื่น แต่คือการเชื่อมต่อ เข้าใจ และซัพพอร์ตสนับสนุนในทางบวก มีลักษณะสำคัญ ดังนี้:⁣

▪️ การอยู่กับปัจจุบัน: ความเห็นอกเห็นใจคือการให้ความสนใจและอยู่ในสถานการณ์นั้นอย่างเต็มที่ ในวัฒนธรรมองค์กร ผู้นำที่มีความใส่ใจต่อพนักงานเมื่อพวกเขาแสดงออก จะช่วยสร้างความไว้วางใจและกำลังใจที่ดี⁣

▪️ การฟังอย่างตั้งใจ: การฟังที่ลึกซึ้งไปกว่าคำพูด ช่วยให้เข้าใจอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ การฟังอย่างตั้งใจส่งเสริมให้เกิดการสื่อสารที่เปิดกว้างและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในวัฒนธรรมองค์กร⁣

▪️ การให้การสนับสนุนที่เหมาะสม: การถามว่าคนอื่นต้องการการสนับสนุนแบบไหน คือการแสดงความเห็นอกเห็นใจที่แท้จริง ซึ่งช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและได้รับการเคารพในวัฒนธรรมองค์กร⁣

▪️ การเปิดพื้นที่ให้แสดงอารมณ์: สร้างบรรยากาศที่พนักงานรู้สึกปลอดภัยในการแสดงอารมณ์โดยไม่ถูกตัดสิน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในทีม⁣

▪️ การเปิดใจและการเปิดโอกาส: ความเห็นอกเห็นใจรวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในวัฒนธรรมองค์กร ผู้นำที่แบ่งปันความท้าทายของตนช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการสนทนาที่มีความหมาย⁣

อ่านฉบับเต็มต่อได้ที่ ➾⁣ brightsidepeople.com/empathy-ในองค์กรคืออะไร-และอะไ/



A Cup of Culture⁣
────⁣

#วัฒนธรรมองค์กร⁣



==================⁣
ติดต่อสอบถามและพูดคุยกับที่ปรึกษาในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร⁣
📞: 0939322445 📧: [email protected]
(คุณเจตน์ Business Development Manager)⁣


ภาพที่อธิบายการทำงานของรถ Hybrid รถไฟฟ้าอย่างง่าย
22/10/2024

ภาพที่อธิบายการทำงานของรถ Hybrid รถไฟฟ้าอย่างง่าย

HEV, PHEV และ BEV เป็นยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ที่มีระดับการใช้ไฟฟ้าแตกต่างกัน

ต่อไปนี้คือภาพรวมโดยย่อของแต่ละประเภท พร้อมด้วยเทคโนโลยี ข้อดีและข้อเสีย:

1. HEV (ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด):
- เทคโนโลยี: รวมเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) กับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดเล็ก
- ข้อดี:
- ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงดีขึ้นเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป
- ระบบเบรกแบบสร้างพลังงานใหม่ช่วยชาร์จแบตเตอรี่
- ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางเนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่แต่เพียงอย่างเดียว
- ข้อเสีย:
- ระยะทางจำกัดเมื่อใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
- ต้นทุนสูงกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป

2. PHEV (ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด):
- เทคโนโลยี: รวม ICE เข้ากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าซึ่งสามารถชาร์จจากแหล่งพลังงานภายนอกได้
- ข้อดี:
- ระยะทางที่ใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวยาวนานขึ้น ลดความต้องการเชื้อเพลิง
- ปล่อยมลพิษน้อยลงและประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นเมื่อขับขี่ในโหมดไฟฟ้า
- ความยืดหยุ่นในการใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและการเผาไหม้
- ข้อเสีย:
- ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าเนื่องจากแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่กว่า
- โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่จำกัดอาจส่งผลต่อความสะดวกสบาย

3. BEV (ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่):
- เทคโนโลยี: พึ่งพาเฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
- ข้อดี:
- ปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ต้นทุนการดำเนินงานต่ำลงเนื่องจากการบำรุงรักษาที่น้อยลงและไม่ต้องใช้น้ำมันเบนซิน
- ศักยภาพในการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนในการชาร์จ
- ข้อเสีย:
- ระยะทางขับขี่จำกัดเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบดั้งเดิม
- เวลาในการชาร์จนานกว่าเมื่อเทียบกับการเติมน้ำมันในรถยนต์แบบดั้งเดิม
- ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่มีอยู่

คนที่ทำงานบริษัทคงเคยได้ยินระบบการวัดประสิทธิภาพการทำงานที่เรียกว่า KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator แปลเป็นไทยคือ...
16/10/2024

คนที่ทำงานบริษัทคงเคยได้ยินระบบการวัดประสิทธิภาพการทำงานที่เรียกว่า KPI ย่อมาจาก Key Performance Indicator แปลเป็นไทยคือดัชนีชี้วัดความสำเร็จ โดยจะมีการตกลงระหว่างองค์กรกับพนักงานไว้ก่อนว่า KPI ของแต่ละคนคืออะไร เช่น KPI ของฝ่ายขายคือ จำนวนหรือรายได้ที่ขายได้ เรียกกันง่ายๆว่าเป้าหมายที่บริษัทคาดหวังจากพนักงานของตัวเองก็ได้ การกำหนด KPI จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พนักงานในองค์กรเข้าใจความคาดหวังที่บริษัทมีให้ และทำงานสอดคล้องไปตามนั้นนั่นเอง

ถึงแม้ว่าระบบ KPI จะถูกใช้ในองค์กรอย่างแพร่หลาย แต่ระบบก็มีจุดที่ต้องระวัง การกำหนด KPI ให้แต่ละคนหรือแต่ละฝ่ายอาจจะทำให้คนๆนั้นหรือฝ่ายนั้นเพิกเฉยต่อภาพรวมขององค์กร และมุ่งทำเป้าในส่วนของตัวเองอย่างเดียว เช่น ถ้า KPI ของฝ่ายจัดซื้อคือ การลดต้นทุนลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ฝ่ายจัดซื้ออาจจะตัดสินใจซื้อของที่มีคุณภาพด้อยลง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงนั้นไม่ได้เป็น KPI ของตน เป็นต้น ดังนั้นการใช้ระบบ KPI จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์กรเป็นสำคัญ ซึ่งมีเทคนิกที่จะทำให้ KPI มีความยืดโยงกับองค์กรดังนี้

1. กำนหดเป้าหมายของทีม - แทนที่จะเน้นที่ตัวบุคคล ให้เน้นที่ทีมมากกว่า
2. กำหนดเป้าหมายร่วมกับทีมอื่น - เพิ่มส่วน KPI ที่มีร่วมกันของหลายๆทีม
3. ทำสัดส่วน KPI ที่เน้นทีมมาก่อน - แทนที่จะให้ความสำคัญกับ KPI บุคคล KPI องค์กรมาก่อน ตามด้วย KPI ของทีมและ KPI บุคคลเป็นลำดับสุดท้าย
4. มอง KPI เป็นภาพใหญ่ - ให้ KPI ของทีมและบุคคลมีความสอดรับ ส่งเสริมกัน
5. เปืดรับฟัง feedback จากสมาชิกในทีม และปรับ KPI ให้มีความเหมาะสม
6. ปรับโฟกัสให้กับเหล่าผู้จัดการ - ให้ยืดโยงกับเป้าหมายหลักขององค์กรมากกว่าทีม ทีมมากกว่าตัวบุคคล สื่อสารกับลูกทีมอย่างโปร่งใส
7. ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมีอ - เช่น ระบบจัดการโครงการ ระบบติดตามการทำงาน ระบบติดตามพฤติกรรมพนักงาน

ยิ่งในยุคที่การทำงานมีหลากหลาย ทำงานจากที่บ้าน ทำงานที่หน้างาน ทำงานที่ออฟฟิศ ทำงานนอกเวลา การร่วมมือกันของคนในทีมก็ยิ่งท้าทายความสามารถในการจัดการของทีมบริหาร การใช้ระบบ KPI ก็ยิ่งต้องพิถึพิถันกันมากขึ้น เพื่อให้มันสะท้อนกับเป้าหมายที่แท้จริงขององค์กร

อยากให้ลูกเรียนเขียนโปรแกรมควรเริ่มต้นอย่างไร - ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้เป็นยุคไอที ที่เทคโนโลยีรันทุกวงการ การเรียนรู้เกี่...
26/09/2024

อยากให้ลูกเรียนเขียนโปรแกรมควรเริ่มต้นอย่างไร - ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้เป็นยุคไอที ที่เทคโนโลยีรันทุกวงการ การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีจะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเด็กๆมาก โดยเฉพาะการเรียนเขียนโปรแกรม นอกจากจะทำให้เข้าใจกระบวนการทำงานของคอมพิวเตอร์แล้ว ยังฝึกการลำดับความคิดแก้ปัญหาอีกด้วย

ทีนี้ในแต่ละช่วงอายุ ควรฝึกฝนอย่างไร

อายุ 5-7 ปี - เป็นช่วงอายุที่เด็กๆจะเรียนรู้จากรูปภาพ สีสันและการเคลื่อนไหว ควรให้เด็กได้เรียนรู้การจัดระเบียบความคิด ผ่านเกมปริศนา ถ้าจะเริ่มเรียนรู้การสร้างโปรแกรม Scratch Jr. ถือเป็นแอพที่ดี เหมาะสมกับเด็กวัยนี้

อายุ 8-10 ปี - ควรเริ่มหัดเรียนรู้การแก้ปัญหาแบบมีระเบียบวิธี มีโครงสร้าง ควรเริ่มเรียนรู้ว่า "ทำไม" สิ่งต่างๆถึงเกิดขึ้น เริ่มเรียนรู้วิธีคิดของคอมพิวเตอร์ แอพที่น่าสนใจคือ Scratch ที่สามารถฝึกขั้นตอนรูปแบบการเขียนโปรแกรมได้ดี

อายุ 11 ปีขึ้นไป - เรียนรู้เข้าใจระเบียบวิธีแก้ปัญหาแบบอัลกอริทึม เรียนรู้ในการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา เข้าใจขั้นตอนโดยละเอียดว่าคอมพิวเตอร์ เน็ตเวิร์กและส่วนประกอบทำงานอย่างไร แอพที่น่าสนใจคือ Python ซึ่งจะสามารถใช้ฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้แนวทางนี้เป็นไกด์คร่าวๆ และลองสังเกตพัฒนาการของลูกดูนะครับ

เขียนโดย Admin อดีตผู้แทนเยาวชนไทย คอมพิวเตอร์โอลิมปิก

วันนี้เรามาดูคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจอีก 1 ตัวนั่นก็คือ ต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ หรือ Customer Acquisition Cost (CAC) ห...
23/09/2024

วันนี้เรามาดูคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจอีก 1 ตัวนั่นก็คือ ต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ หรือ Customer Acquisition Cost (CAC) หมายถึง รายจ่ายเฉลี่ยต่อการได้มาซึ่งลูกค้า 1 คน มักคำนวณเป็นรายปี คือ ค่าใช้จ่ายของบริษัทซึ่งรวมถึง เงินเดือน ค่าโฆษณา ค่าใช้จ่ายอื่นๆ หารด้วยจำนวนลูกค้าที่ได้มาใหม่ทั้งปี ง่ายๆคือจะได้ลูกค้ามา 1 คน เราต้องจ่ายเท่าไหร่

สำหรับแอพปริเคชันบนมือถือ เรามักจะใช้คำเรียก CAC ว่า Cost Per Active-user หรือ CPA ก็คือรายจ่ายเฉลี่ยต่อผู้เข้าใช้ระบบใหม่ 1 คน ซึ่งสำหรับการเผยแพร่แอพหรือเกมบนมือถือ จะมีบริการที่เป็นที่นิยมที่เรียกว่า User Acquisition หรือ UA ที่ผู้ให้บริการ จะทำการให้ User ให้กับแอพหรือเกม ตามคุณลักษณะของแอพหรือเกมนั้นๆ โดยจะได้รับค่าตอบแทนต่อผู้ใช้ที่ใช้งานต่อเนื่องเกินระยะเวลาที่ตกลงกัน (เช่น 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน) หรือที่เรียกว่า ผู้ใช้ที่ใช้งานต่อเนื่อง (Active User)

CAC นั้นจะทำให้เราพอรู้ต้นทุนของการได้ลูกค้า 1 คน ซึ่งจะใช้เปรียบเทียบกับอีกค่านึง นั่นก็คือ LTV หรือ Lifetime Value ก็คือ รายได้ที่เราจะได้เฉลี่ยต่อลูกค้า 1 คนที่มาใช้บริการ

บริษัทจะสามารถทำธุรกิจต่อไปได้ ถ้า LTV มากกว่า CAC นั่นก็คือ รายได้มากกว่ารายจ่ายนั่นเอง

21/09/2024
20/09/2024

สรุปแนวคิด 4E ที่ต่อยอดจาก 4P ไอเดียเพิ่ม Value added ให้สินค้า
#การตลาด

ที่อยู่

Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PR Media 360ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์