Sertis Sertis is ASEAN’s leading provider of data and AI solutions and a member firm of Andersen Consulting.

With 10+ years of experience and over 400 successful enterprise engagements, we drive AI innovation and deliver measurable results across industries. At Sertis, we are driven by the belief that data holds the power to transform businesses. As a leading data and AI solutions provider, our mission is to enable organizations across industries to make smarter, faster, and more impactful decisions. Wit

h our expertise in advanced analytics, machine learning, and artificial intelligence, we help companies unlock the full potential of their data, turning complex challenges into powerful opportunities for growth and innovation. Founded in 2014, Sertis is headquartered in Bangkok, Thailand, and serves clients globally, offering end-to-end data solutions tailored to meet the unique needs of each business. Our dedicated team of data scientists, AI experts, and engineers work closely with clients to integrate cutting-edge technologies into their operations, driving efficiency, improving customer experiences, and uncovering new revenue streams. At Sertis, we specialize in:

• AI and Machine Learning: Leveraging predictive analytics and machine learning algorithms to provide actionable insights.
• Data Engineering: Building scalable data infrastructures that support real-time decision-making and analytics.
• Computer Vision: Using state-of-the-art AI to analyze images and videos, revolutionizing industries such as retail, healthcare, and transportation.
• Natural Language Processing (NLP): Enhancing customer engagement through automated solutions that understand and respond to human language.
• Data-Driven Business Strategies: Aligning data initiatives with business goals to create measurable impact.

Anthropic เปิดตัว Claude Fable 5 โมเดล Mythos รุ่นแรกที่คนทั่วไปใช้ได้ถ้าใครติดตามวงการ AI มาสักพัก น่าจะรู้จัก Claude M...
12/06/2026

Anthropic เปิดตัว Claude Fable 5 โมเดล Mythos รุ่นแรกที่คนทั่วไปใช้ได้

ถ้าใครติดตามวงการ AI มาสักพัก น่าจะรู้จัก Claude Mythos Preview ที่ถูกล็อคไว้ให้เฉพาะองค์กรที่ผ่านการคัดเลือกใน Project Glasswing เพราะ Anthropic มองว่าความสามารถของโมเดล โดยเฉพาะด้าน cybersecurity ยังมีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะเปิดให้ใช้งานทั่วไป

แต่เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน Anthropic เปิดตัว Claude Fable 5 อย่างเป็นทางการ โมเดล Mythos-class รุ่นแรกที่เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้าถึงได้ พร้อมระบบควบคุมความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

ไฮไลต์ที่น่าสนใจของการเปิดตัวครั้งนี้
- ประสิทธิภาพเหนือกว่าทุกโมเดลก่อนหน้าที่ Anthropic เคยปล่อยออกมา โดยเก่งด้าน coding, research, vision และ long-horizon agentic task (งานหลายขั้นตอนต่อเนื่อง) โดยเฉพาะ
- มี Safety Layer ป้องกัน โดยหากผู้ใช้ถามเรื่อง cybersecurity, biology, chemistry ระบบจะ fallback ไปใช้ Opus 4.8 แทน ทำให้ข้อมูลที่มีความเสี่ยงหรืออันตรายถูก block ออกไป
- ราคา API = $10 / 1M input tokens, $50 / 1M output tokens ถูกกว่า Mythos Preview กว่าครึ่ง
- ผู้ใช้ Pro/Max/Team/Enterprise ใช้ได้เลยฟรีถึง 22 มิ.ย. หลังจากนั้นจะเป็น usage credits

นอกจากนี้ Anthropic ยังเปิดตัว Claude Mythos พร้อมกันแต่ยังคงให้สิทธิ์เฉพาะ Partner เดิมจาก Project Glasswing partners อย่าง AWS, Apple, Microsoft, CrowdStrike ฯลฯ เท่านั้น โดยแจ้งว่าใน Model นี้ยังไม่มี safety filter อัพเดตเพิ่มเติม

สรุปคือ สิ่งที่น่าสนใจของรอบนี้อาจไม่ใช่แค่ Anthropic เปิดตัวโมเดลใหม่ แต่เป็นวิธีที่บริษัทเลือกนำโมเดลระดับ frontier ออกสู่ตลาด แทนที่จะเปิดทุก capability พร้อมกัน Anthropic เลือกแยกการเข้าถึงตามระดับความเสี่ยงและรูปแบบการใช้งาน เปิดบางส่วนให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึง ขณะที่บางความสามารถยังคงอยู่ภายใต้โปรแกรมที่มีการควบคุมมากกว่า

นี่อาจเป็นสัญญาณว่าในยุคถัดไป ความได้เปรียบของ AI จะไม่ได้อยู่แค่ที่ model capability แต่อยู่ที่การทำให้โมเดลถูกใช้งานได้จริงในวงกว้างด้วย

ที่มา : https://www.anthropic.com/news/claude-fable-5-mythos-5
พูดคุยกับเราเพิ่มเติม : https://bit.ly/4aIEk5w

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท เซอร์ทิส จำ...
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท เซอร์ทิส จำกัด

ถ้าถามว่าอีก 3 ปีข้างหน้า องค์กรแบบไหนจะได้เปรียบ คำตอบอาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI แต่เป็นองค์กรที่นำ AI ไปใช้ได้ดีเพราะทุกว...
09/06/2026

ถ้าถามว่าอีก 3 ปีข้างหน้า องค์กรแบบไหนจะได้เปรียบ คำตอบอาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI แต่เป็นองค์กรที่นำ AI ไปใช้ได้ดี

เพราะทุกวันนี้ AI ไม่ใช่สิ่งที่เข้าถึงยากอีกต่อไป หลายองค์กรสามารถเข้าถึง AI tools โมเดลเดียวกันได้ ความแตกต่างจึงอยู่ที่ความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดผล

คุณธี ธัชกรณ์ วชิรมน CEO ของ Sertis มองว่าในอีก 3 ปี เส้นแบ่งนี้จะยิ่งชัดขึ้น องค์กรที่แค่มี AI กับองค์กรที่ใช้ AI เป็น จะเริ่มห่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ในท้ายที่สุด สิ่งที่สร้างความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวโมเดล แต่อยู่ที่ความพร้อมของทั้งองค์กร ตั้งแต่ข้อมูล บุคลากร ไปจนถึงกระบวนการทำงานที่เอื้อต่อการนำ AI ไปใช้

ตลอดหลายปี Sertis ได้ทำงานร่วมกับองค์กรชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อวางรากฐานเหล่านี้ให้พร้อม ตั้งแต่การกำหนดกลยุทธ์ การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการนำไปใช้จริง เพื่อทำให้การลงทุนด้าน AI สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ในระยะยาว

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ที่: https://bit.ly/4v1tTCv
ค้นหาโอกาสใหม่ด้วย AI กับ Sertis : https://bit.ly/4vADTlZ

วันนี้ การสร้าง AI Agent สักตัวอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับองค์กรอีกต่อไปแล้วแต่คำถามที่ยากกว่าคือ ถ้ามีหลาย Agent หลายระ...
14/05/2026

วันนี้ การสร้าง AI Agent สักตัวอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับองค์กรอีกต่อไปแล้ว
แต่คำถามที่ยากกว่าคือ ถ้ามีหลาย Agent หลายระบบ หลายชุดข้อมูล และหลาย workflow อยู่ในองค์กร เราจะทำให้ทุกอย่างทำงานร่วมกันได้จริงได้อย่างไร?
นี่คือโจทย์ที่หลายองค์กรกำลังเจอในช่วงต่อไปของ AI
เพราะ AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำงานแทนคนเป็นเรื่อง ๆ อีกแล้ว
แต่กำลังขยับไปสู่การเป็น “ระบบ” ที่ต้องเชื่อมกับข้อมูล ระบบหลังบ้าน วิธีทำงานของทีม และกติกาการใช้งานที่ชัดเจน เป็นสาเหตุให้หลายโปรเจกต์เริ่มช้าลง
ไม่ใช่เพราะองค์กรไม่มีไอเดีย แต่เพราะการพา AI จาก Pilot ไปสู่การใช้งานจริง ต้องใช้ความเชี่ยวชาญที่ลึกขึ้น เฉพาะทางขึ้น และต้องเข้ามาถูกจังหวะ
ที่ Sertis เรามองว่า Professional Services ไม่ใช่แค่การเพิ่มคนเข้าไปในโปรเจกต์
แต่คือการเติมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Data เข้าไปช่วยทีมในจุดที่สำคัญที่สุด
📍วาง architecture ให้พร้อมตั้งแต่ต้น
📍เชื่อมข้อมูลให้ใช้ได้จริง
📍พัฒนาโมเดลให้พร้อมใช้งาน
📍วาง governance เพื่อให้ AI ทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในระยะยาว
อนาคตของ Enterprise AI อาจไม่ได้เป็นขององค์กรที่ทดลองเยอะที่สุด
แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นระบบที่ต่อยอดได้จริง และเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ
อ่านบทความเต็ม 👉 https://bit.ly/4diwtME
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาวิธีพา AI จาก Pilot ไปสู่การใช้งานจริง Sertis พร้อมช่วยเสริมทีมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และ Data ในจังหวะที่เหมาะกับโปรเจกต์ของคุณ
พูดคุยกับเราได้ที่ https://bit.ly/4uMxLqu

Agentic AI ในองค์กร: ก้าวต่อไปของระบบอัตโนมัติที่ไม่ได้แค่ “ทำตามคำสั่ง”Agentic AI กำลังกลายเป็นอีกขั้นสำคัญของการนำ AI ...
31/03/2026

Agentic AI ในองค์กร: ก้าวต่อไปของระบบอัตโนมัติที่ไม่ได้แค่ “ทำตามคำสั่ง”
Agentic AI กำลังกลายเป็นอีกขั้นสำคัญของการนำ AI มาใช้ในองค์กร ไม่ใช่แค่ระบบที่รอรับคำสั่งแล้วค่อยตอบกลับ แต่เป็นระบบที่สามารถเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เอง เลือกใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง วางแผนหลายขั้นตอน และปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ สิ่งนี้ทำให้ Agentic AI ต่างจากระบบอัตโนมัติแบบเดิม, แพลตฟอร์ม ERP หรือแม้แต่โมเดลพยากรณ์ขั้นสูง เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแค่บางงานหรือบางจุดของกระบวนการเท่านั้น แต่เปิดทางให้องค์กรกลับมาคิดใหม่ได้ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ต้นจนจบ ศักยภาพของมันชัดเจนมาก ทั้งในแง่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การสร้างรูปแบบบริการใหม่ และการเร่งความเร็วของนวัตกรรมภายในองค์กร
แต่การจะเปลี่ยนศักยภาพนั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์จริง ไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีเทคโนโลยีอย่างเดียว องค์กรยังต้องมีความชัดเจนในการออกแบบ มีวินัยในการลงมือทำ และเข้าใจข้อจำกัดในการใช้งานจริงอย่างรอบด้านด้วย
เริ่มต้นจากความชัดเจน ไม่ใช่เริ่มจากความตื่นเต้น
สิ่งแรกที่องค์กรต้องมี คือความชัดเจนว่ากำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร ต้องการผลลัพธ์แบบไหน และอะไรคือคำว่า “สำเร็จ” ในเชิงการปฏิบัติงานจริง หลายองค์กรยังประเมินความซับซ้อนของการนำ autonomous agents ไปใช้ในระบบจริงต่ำเกินไป เพราะเมื่อ AI เริ่มมีสิทธิ์ตัดสินใจหรือสั่งงานหลายขั้นตอน ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เช่น เลือกลำดับงานผิด ไปเร่งสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก หรือสร้างความผิดพลาดต่อเนื่องเมื่อเชื่อมต่อกับ API, RPA bot หรือระบบเก่าที่องค์กรใช้อยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องอย่าง guardrails, observability และ fallback path ที่ควบคุมได้ จึงไม่ใช่ของเสริม แต่เป็นสิ่งที่ต้องมีตั้งแต่ต้น
องค์กรไม่ควรมอง Agentic AI เป็นแค่ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” แต่ควรมองว่าเป็นระบบซอฟต์แวร์แบบกระจายที่มีพฤติกรรมเชิงความน่าจะเป็น หมายความว่ามันมีความสามารถสูงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์แบบคงที่ 100% ทุกครั้ง การเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่แรก จะช่วยลดโอกาสที่โครงการจะจบลงแค่ในระดับเดโม ใช้งบเกินจำเป็น หรือไปติดเรื่อง governance จนผู้บริหารไม่กล้าผลักดันต่อ
Agentic AI ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เทคโนโลยี แต่คือการออกแบบกระบวนการใหม่
การนำ Agentic AI ไปใช้ให้ได้ผล มักเริ่มจากทีมข้ามสายงานที่มีเจ้าภาพชัดเจน คนที่ดูแลเรื่องนี้ต้องเข้าใจทั้งกระบวนการธุรกิจ ผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ และข้อจำกัดด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
เพราะสุดท้ายแล้ว Agentic AI ไม่ได้เป็นเพียงการทดลองเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการกลับมาออกแบบวิธีทำงานใหม่ทั้งระบบ
ฝั่งธุรกิจต้องตอบให้ได้ว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร ขอบเขตการตัดสินใจของ AI อยู่ตรงไหน และความเสี่ยงระดับไหนที่องค์กรรับได้ ฝั่งเทคโนโลยีต้องมองให้ครบทั้งเรื่องข้อมูล ความพร้อมของระบบ และจุดเชื่อมต่อที่จำเป็น ส่วนฝั่งปฏิบัติการต้องวางเส้นทางการ escalations และ human-in-the-loop ให้ชัด ว่าเมื่อไร AI ควรเดินต่อเอง และเมื่อไรควรส่งต่อให้คนเข้ามาตัดสินใจ ถ้าสามส่วนนี้ไม่เดินไปด้วยกัน สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ proof of concept ที่ดูดีในห้องประชุม แต่พอเจอเงื่อนไขจริงในการทำงานกลับใช้งานต่อไม่ได้
แต่ละพาร์ตเนอร์มีบทบาทไม่เหมือนกัน
ในระบบนิเวศของ Agentic AI ผู้เล่นแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ต่างกันชัดเจน Hyperscalers เป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้การใช้งานในระดับองค์กรเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น foundation models, orchestration frameworks, vector databases หรือระบบ monitoring ต่าง ๆ
Consultants มีบทบาทในการแปลงความต้องการทางธุรกิจให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมช่วยวางเรื่อง governance, security และ ROI ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ค่อยมาแก้ทีหลัง
ส่วน vendors โดยเฉพาะผู้ที่มี agent platform หรือโซลูชันเฉพาะทาง อาจช่วยให้องค์กรไปถึงจุดใช้งานจริงได้เร็วขึ้น แต่ก็ต้องประเมินให้รอบว่าแพลตฟอร์มนั้นมีความพร้อมแค่ไหน ขยายต่อได้หรือไม่ และมีความเสี่ยงเรื่อง lock-in มากน้อยเพียงใด
ในทางปฏิบัติ องค์กรควรประเมินพาร์ตเนอร์อย่างน้อย 4 เรื่องหลัก ได้แก่ ความยืดหยุ่นในการเลือกโมเดล, ความลึกของการเชื่อมต่อระบบ, ความโปร่งใสด้านต้นทุน และความสามารถในการรองรับการใช้งานจริงในระดับ production
ถ้าอยากให้ Agentic AI สร้างผลลัพธ์จริง องค์กรต้องคิดให้ครบมากกว่าแค่เรื่อง AI
Agentic AI มีศักยภาพมากพอที่จะเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กรได้จริง แต่สิ่งที่จะชี้ขาดว่าโครงการจะสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่แค่ความสามารถของโมเดล แต่คือการออกแบบระบบให้เหมาะกับโลกการทำงานจริง
องค์กรที่ทำได้ดีมักไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่เริ่มจากคำถามว่า “กระบวนการไหนควรถูกออกแบบใหม่ และเราจะควบคุมมันอย่างไรให้ใช้งานได้จริงในระยะยาว”
เพราะในท้ายที่สุด Agentic AI ที่สร้างคุณค่าได้จริง ไม่ใช่ระบบที่ดูฉลาดที่สุดในเดโม แต่คือระบบที่ทำงานได้จริง เชื่อถือได้ และพาองค์กรไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง

เรียนรู้ว่า Sertis ช่วยดุแล Enterprise ได้อย่างไร ติดต่อเราได้ที่ >> https://bit.ly/4m51gk7

ขอบคุณผู้เข้าร่วมจาก Sasin Turbo Program ที่มาเยี่ยมชม Sertis และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องอนาคตของ AI ในภาคธุรกิจในการบ...
23/03/2026

ขอบคุณผู้เข้าร่วมจาก Sasin Turbo Program ที่มาเยี่ยมชม Sertis และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องอนาคตของ AI ในภาคธุรกิจ
ในการบรรยายครั้งนี้ Aubin Samacoits, Chief AI Officer at Sertis ได้ชวนมองให้ลึกกว่าคำถามว่า “องค์กรควรใช้ AI หรือไม่” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “จะใช้ AI อย่างไรให้สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง” เพราะวันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยตอบหรือช่วยเขียนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่องค์กรคิด ตัดสินใจ และขับเคลื่อนงาน
เราได้เรียบเรียงประเด็นสำคัญจากการพูดคุยครั้งนี้ไว้ในบทความล่าสุดของ Sertis อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: https://bit.ly/4rMMGPi
หากสนใจพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงในองค์กร ติดต่อเราได้ที่: https://bit.ly/4s7FM7L

เมื่อพูดถึง AI ในโรงพยาบาล หลายคนมักถามว่า AI จะมาแทนแพทย์หรือไม่แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ AI จะช่วยลดภาระงาน และคืนเว...
20/03/2026

เมื่อพูดถึง AI ในโรงพยาบาล หลายคนมักถามว่า AI จะมาแทนแพทย์หรือไม่
แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ AI จะช่วยลดภาระงาน และคืนเวลาให้บุคลากรทางการแพทย์กลับไปดูแลผู้ป่วยได้อย่างไร
วันนี้ ความท้าทายของโรงพยาบาลไม่ใช่การขาดข้อมูล
แต่คือการมีข้อมูลจำนวนมากกระจายอยู่หลายระบบ หลายทีม และหลายขั้นตอนการทำงาน
ขณะเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ยังต้องใช้เวลาไปกับงานเอกสารและงานธุรการอีกไม่น้อย
AI จึงไม่ได้มีบทบาทเพื่อแทนที่คน แต่เพื่อช่วยลดงานซ้ำซ้อน เข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น และสนับสนุนการทำงานให้คล่องตัวมากขึ้น
นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญจากการบรรยายในโครงการ Digital Transformation in Healthcare โดย คุณที ธัชกรณ์ วชิรมน CEO จาก Sertis
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
https://bit.ly/40Mv8Ia
เรียนรู้เพิ่มเติมว่า AI ช่วยพัฒนางานสาธารณสุขได้อย่างไร
ติดต่อเรา: https://bit.ly/4sTTBHk

26/02/2026

เบื้องหลังโปรเจกต์ AI เค้าคิดและตัดสินใจกันยังไงนะ?

วันนี้พี่น็อต Director of Engineering ของ Sertis หนึ่งในคนเก่งที่อยู่เบื้องหลังหลายโปรเจกต์ของเรา จะมาแชร์ tech insight ในฐานะหัวหน้าทีมเทคให้พวกเราฟังกัน

ถ้าอยากรู้ว่า Tech Leader เค้าคิดและวางแผนกันแบบไหน ติดตามได้ในวิดีโอนี้เลย

ติดต่อ Sertis เพิ่มเติม: https://bit.ly/4tX0Yzj

24 กุมภาพันธ์ 2026 กลายเป็นอีกวันใหญ่ของวงการเทค เมื่อ Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp ประก...
25/02/2026

24 กุมภาพันธ์ 2026 กลายเป็นอีกวันใหญ่ของวงการเทค เมื่อ Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp ประกาศดีลจัดซื้อชิป AI จาก Advanced Micro Devices หรือ AMD โดยหลายสื่อประเมินว่ามูลค่าดีลนี้อาจสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดีลนี้รองรับกำลังประมวลผลรวมประมาณ 6 กิกะวัตต์ (GW) สำหรับ Data Center ของ Meta ในอีกหลายปีข้างหน้า พร้อมสิทธิซื้อหุ้น AMD เพิ่มได้ในอนาคตสูงสุด 10% ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา
ตลาดหุ้นก็ตอบรับกับข่าวนี้ทันที หุ้น AMD ดีดตัวขึ้นแรงหลังข่าวออกมา และหลายฝ่ายเริ่มมองว่านี่อาจเป็นอีกก้าวสำคัญของ AMD ในตลาดชิป AI ที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าอยู่ใต้เงาของ NVIDIA มาอย่างยาวนาน
นอกจากเรื่องหุ้นแล้ว สิ่งที่หลายคนน่าจะสงสัยคือ “ดีลนี้เกี่ยวอะไรกับชีวิตประจำวันของพวกเราบ้าง?”
Meta ระบุว่าชิป AI รุ่นใหม่นี้จะถูกนำมาใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ “Personal Superintelligence” หรือ AI ที่เข้าใจผู้ใช้ลึกขึ้นกว่าเดิม ถ้าแปลให้เห็นภาพง่ายๆ คือ เราอาจเริ่มเห็น AI ใน WhatsApp หรือ Messenger ที่เข้าใจแชทได้ลึกซึ้งขึ้น ไม่ใช่แค่สรุปข้อความ แต่ช่วยดึงประเด็นสำคัญหรือสิ่งที่ต้องทำออกมาให้เลย รวมถึงช่วยร่างคำตอบหรือเสนอทางเลือกที่ตรงกับสถานการณ์มากกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่ง ชิปของ AMD รุ่นใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้เก่งเรื่อง “Inference” หรือ “การสร้างคำตอบของ AI” หากประสิทธิภาพดีขึ้นและต้นทุนลดลงจริง เราอาจเห็นฟีเจอร์ AI ตอบสนองไวขึ้น ใช้งานลื่นขึ้น และในระยะต่อไปบางความสามารถอาจทำงานบนมือถือหรืออุปกรณ์ของเราได้เองมากขึ้น แทนที่จะต้องส่งข้อมูลไปประมวลผลบน Cloud ตลอดเวลา
Meta เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลักดัน AI แบบ Open Source ผ่านโมเดลตระกูล Llama หากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานลดลง การพัฒนาและฝึกโมเดลขนาดใหญ่ก็อาจทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม โมเดลแบบเปิดจึงมีโอกาสพัฒนาเข้าใกล้ความสามารถของโมเดลเชิงพาณิชย์ เช่น ChatGPT หรือ Gemini มากขึ้นในอนาคต
สำหรับนักพัฒนาและสตาร์ทอัพ เรื่องนี้อาจหมายถึงการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับสูงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงเหมือนที่ผ่านมา และสามารถนำไปต่อยอดสร้างแอป แชตบอต หรือเครื่องมือด้าน SEO และ AI สำหรับธุรกิจได้ในต้นทุนที่จับต้องได้มากกว่าเดิม
สรุปคือที่ผ่านมา NVIDIA นำตลาดชิป AI อยู่ค่อนข้างมาก แต่ดีลนี้ทำให้ AMD ถูกมองว่าเข้ามาแข่งแบบจริงจังมากกว่าเดิม และเมื่อการแข่งขันแรงขึ้น ก็มีโอกาสที่ต้นทุนระบบ AI จะถูกกดลงตามไปด้วย ถ้าต้นทุนระบบ AI ลดลงจริง บริการ AI ต่างๆ ก็มีโอกาส “คุ้มค่ากว่าเดิม” ไม่ว่าจะเป็นค่าสมาชิก ค่า API หรือมีฟีเจอร์ดีๆ เปิดให้ใช้เยอะขึ้น
ส่วนการที่ Mark Zuckerberg ทำดีลระยะยาวพร้อมสิทธิถือหุ้นใน AMD ก็ไม่ได้เป็นแค่การสั่งซื้อชิป แต่สะท้อนถึงการวางหมากระยะยาวเพื่อสร้างรากฐาน AI ของตัวเอง เมื่อ Meta ดูแลทั้งแพลตฟอร์ม ผู้ใช้ และโครงสร้างพื้นฐานด้านชิปได้มากขึ้น การพัฒนา AI ก็มีแนวโน้มเดินหน้าเร็วกว่าเดิม หลายฝ่ายจึงมองว่า AI กำลังขยับเข้าใกล้การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบเดียวกับอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้า
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ข่าวนี้อาจยังไม่เห็นผลทันที แต่เป็นสัญญาณว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า AI ในแอปที่เราใช้ทุกวันอาจฉลาดกว่าเดิม ตอบสนองไวกว่าเดิม และคุ้มค่ากว่าเดิม ดีลระหว่าง Meta และ AMD จึงไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วไป แต่เป็นอีกก้าวสำคัญที่อาจส่งผลมาถึงหน้าจอมือถือของเราทุกคนในเร็วๆ นี้
อยากใช้ AI ในธุรกิจแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน คุยกับ Sertis ได้ที่: https://bit.ly/4qXDmb5

ที่อยู่

597/5 3rd Floor Suite 302 Sukhumvit Road, Wattana
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620011893

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sertisผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Sertis:

แชร์