04/06/2026
Fairlight Live Public Beta 3 พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ว
มาพร้อมการปรับปรุงฟีเจอร์และแก้ไขข้อบกพร่องหลายรายการ โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Fader Flip ที่ช่วยให้เฟดเดอร์สามารถควบคุมระดับสัญญาณส่งไปยัง Aux, Matrix และ Mix Minus ได้, ระบบ Auto Mixing สำหรับลดระดับเสียงของผู้ร่วมสนทนาโดยอัตโนมัติ (Automatic Ducking), รองรับ OSC (Open Sound Control) และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย
ฟีเจอร์ Fader Flip ใหม่ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดเฟดเดอร์ให้ควบคุมระดับ Send ของ Bus ต่างๆ เช่น Aux, Matrix และ Mix Minus ได้โดยตรง ทำให้ปรับระดับสัญญาณส่งผ่านเฟดเดอร์ได้สะดวก และสามารถสลับกลับมาใช้ควบคุมระดับเสียงของช่องสัญญาณ (Channel Volume) ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีแถวควบคุม Player/Recorder ใหม่ในหน้า Mixer ช่วยลดเวลาในการตั้งค่าระบบ เพราะสามารถสั่ง Arm ช่องสำหรับ Record หรือ Playback ได้จากหน้า Mixer โดยตรง พร้อมแสดงสถานะของแต่ละช่องให้เห็นได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดหน้าควบคุม Channel
อีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญคือ Auto Mixer ที่สามารถทำ Automatic Ducking ได้สูงสุด 8 ช่องสัญญาณ เหมาะสำหรับงาน Live Event เช่น การเสวนาหรือ Panel Discussion โดยสามารถกำหนดให้ผู้ร่วมเสวนาแต่ละคนอยู่คนละช่องสัญญาณ เมื่อมีผู้พูด ระบบจะลดระดับเสียงของช่องอื่นโดยอัตโนมัติเพื่อให้เสียงของผู้พูดมีความชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดน้ำหนักความสำคัญ (Weighting) ให้ช่องของพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการมีความโดดเด่นกว่าช่องอื่นได้ รวมถึงมีปุ่มสำหรับลดระดับเสียงทุกช่องพร้อมกันในคลิกเดียว
Fairlight Live Public Beta 3 ยังเพิ่มการรองรับ OSC (Open Sound Control) ทำให้สามารถควบคุมระดับเสียงสำหรับ Personal Monitoring, Metering, AFV Integration และ Talkback จากระยะไกลได้ นอกจากนี้ยังรองรับแอปพลิเคชันจากผู้พัฒนาภายนอก เช่น Mixing Station สำหรับควบคุมการมิกซ์ผ่านแท็บเล็ต และ Bitfocus Companion สำหรับสร้างระบบ Automation ในการควบคุมการมิกซ์สด โดยสามารถดูรายละเอียดการตั้งค่าเพิ่มเติมได้จาก Blackmagic Forum
อัปเดตนี้ยังเพิ่มการรองรับให้ช่องสัญญาณเสียงจาก ATEM Switcher แสดงผลในรูปแบบ Cluster ทำให้สามารถ Patch สัญญาณเสียงหลายช่องได้ด้วยจุดเชื่อมต่อเพียงจุดเดียว รวมถึงปรับปรุงการรองรับอุปกรณ์เสียงหลายตัวบนเครื่อง Mac เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกันระหว่าง ATEM Switcher และ Audio Interface จากผู้ผลิตรายอื่นได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มการรองรับไมโครโฟนในตัวของ Apple MacBook
ด้าน Workflow ยังได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างสร้าง Show ใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงหน้าต่างจัดการ Channels ใหม่ ที่ช่วยให้สามารถสร้างหลายช่องพร้อมกันได้ พร้อมรองรับการตั้งชื่อและกำหนดสีของแต่ละช่อง นอกจากนี้ยังสามารถ Copy/Paste จากเมนู Edit และ Duplicate ช่องสัญญาณข้างช่องที่เลือกไว้ได้ โดยคงรูปแบบการตั้งค่าเดิมทั้งหมด
สำหรับ Cue Player ระบบจะจดจำตำแหน่งล่าสุดที่โหลดไฟล์สื่อ ทำให้สามารถโหลดไฟล์เสียงหลายไฟล์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังเพิ่มการรองรับไฟล์ MP3 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงเสถียรภาพและประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของปลั๊กอิน StageVerb และระบบ Patching Matrix
Fairlight Live Public Beta 3 พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้ https://bmd.link/sL7uXb.