19/06/2016
How to Start a Startup
ในทัศนะของ Paul Graham แห่งวงการ Startup ที่ Anna Vital นักสร้าง Infographic ระดับโลก ได้สรุปความเอาไว้ และภาพโดย cheatography.com
คุณจะสร้างบริษัท Startup ของคุณได้อย่างไร
• Live in the future.
พูดง่ายๆ แต่อาจจะทำได้ยากซักหน่อย คือการมีวิสัยทัศน์ มองไปในอนาคต ลองเปิดรับข้อมูลให้มาก เปิดตาและเปิดใจให้กว้าง ศึกษาความสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจต่างๆ ลองมองสิ่งที่ Startup ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกทำกัน อย่างเช่นสิ่งที่ Elon Musk ทำคือ การทำเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในสายตาของคนทั่วไปให้เป็นจริงขึ้นมา นั่นคือโครงการ SpaceX ที่สร้างโดยพื้นฐานที่คิดว่าใครๆ ก็อยากไปเที่ยวดาวอังคาร แต่ใครจะคิดล่ะว่ามันจะเป็นจริงได้ ถ้าไม่ใช่ฝีมือของ Nasa แต่นั่นอาจจะต้องอาศัยความบ้าบิ่นอยู่มากสักหน่อย หรือแม้แต่รถพลังไฟฟ้าที่มาแก้ปัญหาเรื่องราคาของเชื้อเพลิงและมลพิษอย่าง Tesla
• See what is missing in the world.
ลองมองว่าอะไรมันขาดหายไปในโลกใบนี้บ้าง อะไรที่จะมาช่วยปัญหาให้กับผู้คน ที่ถ้ามีแล้วชีวิตจะดีขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น อย่าง Airbnb ที่ทำให้เราเหมือนนอนบ้านเพื่อนได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องจ่ายแพงแบบนอนโรงแรม หรือจะให้ง่ายหน่อยก็คือการเดินตามรอยความสำเร็จในระดับโลกที่ยังขาดหายในบ้านเราอย่าง Grab ที่มองเผินๆ คล้ายกับความสำเร็จของ Uber ในการหารถแท๊กซี่โดยสาร แต่วิธีการแก้ปัญหาต่างกัน โดย Uber เลือกที่จะแก้ปัญหาโดยให้คนทั่วไปใครก็ได้ สมัครมาทำหน้าที่คนขับรถ ส่วน Grab นั้นดึงเอา Taxi ที่มีอยู่แล้วมากมายในบ้านเรา มาจัดระบบให้เรียกใช้ผ่าน App ซึ่งปลอดภัยและแก้ปัญหาในการถูก Taxi ปฏิเสธ ซึ่งอาจจะเหมาะกับบ้านเรามากกว่า Uber ทางฝั่งอเมริกา
• Write it down.
เมื่อได้ไอเดียที่คุณคิดว่ามันน่าจะใช้ได้แล้ว ให้เขียนมันออกมา ไม่ว่าคุณจะฉลาดแค่ไหน แต่คุณไม่สามารถจดจำทุกอย่างได้ทั้งหมด คุณต้องเขียนออกมาทุกอย่างทั้งรายละเอียด และภาพรวมของสิ่งที่คุณจะทำออกมา ทั้งข้อมูลที่ได้จากการสังเกตุการณ์ของคุณ สิ่งที่ไปทำ research หาข้อมูลจากที่ต่างๆ หรือ Feedback จากการไปคุยกับผู้คน ลองแชร์ไอเดียกับเพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือสัมภาษณ์คนที่คุณคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ และเขียนมันออกมาให้ชัดเจน
• Make a prototype
เมื่อคุณตกผลึกจากไอเดีย จากการหาข้อมูล ค้นคว้า สัมภาษณ์ คุยกับผู้คนแล้ว ก็ทำไอเดียนั้นออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบเวอร์ชั่นแรก คุณอาจจะต้องดีไซน์เพียงเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และใช้งานได้ง่ายๆ หรือเขียนโปรแกรมมันขึ้นมาให้ใช้งานได้ในเบื้องต้น
• Show the prototype to 100 people
ถึงคราวที่คุณจะต้องออกจาก Comfort Zone ขั้นตอนนี้แล้ว คุณจะต้องทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบกับคนอย่างน้อย 100 คนเพื่อให้ได้ ผลตอบรับต่างๆ ความรู้สึกที่เขามีต่อผลิตภัณฑ์ของคุณ ทั้งคนที่คุณรู้จัก และคนแปลกหน้า ทำไมต้อง 100 คนน่ะหรอ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มากพอและเชื่อถือได้ว่าไอเดียของคุณมันไปต่อได้จริงๆ หรือไม่น่ะซิ
• Iterate
ทำข้อข้างบนวนไป... โอกาสที่ไอเดียแรกของคุณมันจะใช่ก็เป็นไปได้นะ แต่ก็น้อยเต็มที ถ้าไอเดียแรกของคุณยังไม่ใช่ ก็ปรับมันให้เข้าที่ หาข้อมูลเพิ่มเติม ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คุยกับผู้คนให้มากขึ้น ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ และอะไรที่เป็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ของคุณที่จะทำให้คนตั้งตารอใช้ ซึ่งกว่าจะได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์นั้น คุณอาจจะต้องทำซ้ำข้อข้างบน เรียนรู้ และปรับผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ซ้ำไปมาจนมาดีพอที่มันจะถูกปล่อยสู่ตลาดได้จริงๆ
• Find a co-founder
เมื่อผลิตภัณฑ์ต้นแบบของคุณเริ่มชัดเจน เป็นรูปเป็นร่างแล้วล่ะก็ หาคนร่วมอุดมการณ์ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ที่มีความสนใจและหลงใหลในไอเดียและผลิตภัณฑ์ของคุณมากพอที่จะร่วมหัวจมท้ายไปกับคุณในโปรเจคต์นี้ มาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Startup ด้วยกันกับคุณ
• Register your business.
เมื่อมีสัญญาณชัดเจนแล้วว่าไอเดียคุณมันใช้ได้ ผลิตภัณฑ์คุณน่าจะเวิร์ค และหาผู้ร่วมก่อตั้งได้แล้วล่ะก็ ขั้นถัดไปคือจดทะเบียนบริษัท และแบ่งหุ้นให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นและพึงพอใจกับทุกฝ่าย โดยคุณยังกุมบังเหียนหลักของโปรเจกต์นี้อยู่
• Look for funding and build version one.
หาเงินลงทุนก้อนแรกพร้อมทั้งสร้างผลิตภัณฑ์จริงขึ้นมา นอกจากคุณมีทุนรอนมากพอที่จะไม่ต้องพึ่งพานักลงทุน โดยระหว่างที่หานักลงทุนคุณก็ต้องลงมือสร้างผลิตภัณฑ์จริงเวอร์ชั่นแรกไปด้วย เพราะไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะหานักลงทุนที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของคุณได้เมื่อไหร่
• Launch
เปิดตัวผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด อย่ามัวรีรอเพราะความไม่สมบูรณ์เล็กๆ น้อยๆ ของผลิตภัณฑ์ ไม่ต้องใช้เวลาเป็นปีเพื่อที่จะรอให้มัน perfect ถ้าฟังก์ชั่นการใช้งานหลักของคุณมันดีพอ launch เลย อย่างอื่นค่อยๆ ทำให้มันสมบูรณ์ที่หลัง
• Follow up with users.
ติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้อย่างใกล้ชิด พวกเขาลองใช้ครั้งเดียวแล้วเลิกหรือเปล่า กลับมาใช้ใหม่อีกหรือไม่ หาสาเหตุให้ได้ว่าทำไมผู้ใช้ถึงไม่กลับมาใช้อีกครั้ง
• Launch again.
ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นจาก Feedback ของลูกค้า และนำผลิตภัณฑ์เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่นั้นเข้าสู่ตลาด ติดตามสัญญาณที่ดี หรือสิ่งที่จะต้องแก้ไขจากผู้ใช้ และทำมันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าผู้ใช้จะรักมัน
• Get to 1,000 users.
ปรับปรุงผลิตภัณฑ์จนได้ผู้ใช้ถาวร 1,000 คนแรก คุณต้องใช้ข้อมูลจากหนึ่งพันคนแรกให้คุ้มค่าที่สุด ติดตามและจับตาดูอย่างละเอียด ว่าอะไรคือจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ของคุณที่ต้องปรับปรุง อะไรคือจุดแข็งที่ต้องทำให้ดีขึ้น
• Grow.
สร้างความเติบโต Paul Graham เจ้าพ่อแห่งวงการ Startup แนะนำว่าธุรกิจคุณควรจะโตอย่างน้อย 5% ต่อสัปดาห์ ถ้าคุณรักษาอัตราการเติบโตของผู้ใช้ได้ในระดับนี้ภายใน 4 ปี ผลิตภัณฑ์คุณจะมีผู้ใช้ถึง 25 ล้านคน และ Startup ระดับ Unicorn อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วในตอนนี้
• Success
สร้างความสำเร็จ ถ้าขั้นตอนข้างบนทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่น หรือว่ามีอุปสรรคแต่คุณสามารถแก้ปัญหา ล้มแล้วลุก ผ่านมันมาได้ทุก Step แล้วล่ะก็ การนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้น หรือการถูกซื้อหรือควบรวมกิจการกับบริษัทระดับใหญ่ยักษ์ของโลก ไม่ใช่เรื่องยาก
แน่นอนว่าอัตราความสำเร็จจาก Step ข้างต้น ตั้งแต่เริ่มมีไอเดีย สร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หานักลงทุน เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ใช้หลงรักผลิตภัณฑ์ของคุณ จนไปถึงการสร้างความเติบโตให้ได้ในระดับ 5% สัปดาห์ มีเพียงไม่ถึง 10% ของบริษัท Startup ที่จะไปถึงเป้าหมาย แต่ความสำเร็จนั้นมันช่างยิ่งใหญ่และท้าทาย ถึงแม้ความสำเร็จนั้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก สำคัญที่คุณได้เริ่มลงมือทำ และได้เรียนรู้จากมันให้มากที่สุด เพื่อที่คุณจะได้ใกล้เป้าหมายไปอีกขั้น ถ้าคุณอดทนและพยายามมากพอแล้วล่ะก็ ไม่ว่าความสำเร็จในระดับไหนมันก็น่าภูมิใจแทบทั้งสิ้น Disrupt ขอเป็นกำลังใจให้ชาว Startup ทุกท่านค่ะ
Credit:
http://fundersandfounders.com/how-to-start-a-startup/
http://paulgraham.com/start.html
Photo: https://www.cheatography.com/cheatography/cheat-sheets/how-to-fly-your-startup