25/09/2026
🤖 เมื่อ “ตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์” กำลังถือกุญแจเข้าถึงข้อมูลองค์กรของคุณ... 🌐
คุณเคยสงสัยไหมว่า…
ในขณะที่เรากำลังทำงานหรือใช้งานระบบอยู่นี้ มี “Non-Human Identity (NHI)” หรือตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์กำลังเข้าถึงข้อมูลอยู่เบื้องหลัง?
วันนี้ Identity Security ไม่ได้ครอบคลุมแค่ “คน” อีกต่อไป
เพราะ AI Agent, Coding Assistant, RPA Bot, Script, API Key และ Service Account ต่างกำลังวิ่งเข้าออกระบบองค์กรตลอด 24 ชั่วโมง
⚠️ ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร?
บอทและ AI มักเข้าถึงระบบโดย ใช้ Credential หรือ Token ของพนักงาน
ทำให้ระบบ Identity แบบเดิมมองเห็นเพียงแค่ "พนักงานบัญชีคนเดิมกำลัง Login เข้ามา" ทั้งที่ความจริง สิ่งที่กำลังทำงานอยู่คือโปรแกรมหรือสคริปต์อัตโนมัติ!
ถ้าระบบไม่สามารถแยกแยะได้ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า “ใคร” คือผู้รับผิดชอบที่แท้จริงเมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล
🛡️ WuThreat เข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างไร?
WuThreat (WEB-ITDR) พัฒนาแนวทาง Non-Human Access Governance เพื่อดูแลการเข้าถึงที่ไม่ใช่มนุษย์โดยเฉพาะ ด้วยหลักการ 4 ขั้นตอน:
1. Identify (ระบุตัวตน): วิเคราะห์สัญญาณหลายมิติ (Network, Application, Device/Runtime, Interaction และ Identity) เพื่อแยกการเข้าถึงของมนุษย์ออกจากระบบอัตโนมัติ
2. Attribute (ระบุผู้รับผิดชอบ): เชื่อมโยงบอทหรือสคริปต์นั้นกลับไปหาพนักงานหรือแผนกที่เป็นเจ้าของ ว่าใครเป็นคนอนุมัติ และใช้งานเพื่ออะไร
3. Authorise (กำหนดขอบเขต): กำหนด Scope การเข้าถึงของสคริปต์/AI อย่างชัดเจน หากพยายามเข้าถึงนอกขอบเขต ระบบจะบล็อกหรือแจ้งเตือนทันที
4. Monitor & Act (เฝ้าระวัง continuous): ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของระบบอัตโนมัติเดิม และตรวจหาบอทแปลกปลอม (External Automation/Credential Stuffing) ที่พยายามแฝงตัวเข้ามา
เพราะการเข้าถึงแบบอัตโนมัติไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป (Non-human != Malicious) องค์กรไม่จำเป็นต้องบล็อกบอทหรือ AI ทั้งหมด แต่ต้องมี Register & Scope เพื่อควบคุมได้อย่างมั่นใจ!
พร้อมยกระดับ Identity Security ให้ครอบคลุมทั้ง Human & Non-Human แล้วหรือยัง?