21/08/2016
เทคโนโลยีในการทำ Virtualization มีมา 10 กว่าปีแล้ว ฝ่ายไอทีที่เคยทำระบบดังกล่าว เชื่อว่าจะเห็นประโยชน์อันมหาศาลของมัน และคงไม่มีใครอยากจะกลับไปทำ Server บนเครื่อง Server จริงๆแบบ Physical Server อีก แต่คนที่ยังไม่เคยทำ ก็คงมีคำถามมากมาย และไม่กล้าที่จะปรับเปลี่ยนระบบให้เข้าสู่ Virtualization เสียที ถึงแม้จะได้ยินได้ฟังมามากมายแล้วก็ตาม
การทำ Virtualization ก็คือการแบ่ง Server จริง (Physical Server) ออกเป็น Server เทียม (Virtual Server) ย่อยๆหลายๆตัว โดย Server เทียมแต่ละตัวสามารถกำหนดขนาดของ CPU, RAM, Hard Disk, Network ได้ตามต้องการ โดยแบ่งออกไปใช้จาก Server จริง โดยที่ Server เทียมแต่ละตัวสามารถมีระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมของตนเอง แยกจาก Server เทียมตัวอื่นๆ
ลักษณะของ Server เทียมที่ปรากฏอยู่บน Server จริง จะอยู่ในรูปของไฟล์ใน Hard Disk ซึ่งสามารถคัดลอก ทำสำเนาเก็บไว้ หรือโยกย้ายไปยัง Server จริงตัวอื่นๆได้โดยง่าย
ประโยชน์ข้อแรกที่เห็นได้ชัดคือการลดต้นทุน แต่เดิมคุณอาจต้องซื้อ Server จริงหลายๆตัว โดยที่แต่ละตัวทำหน้าที่เฉพาะด้าน และมักใช้งานจาก Server จริงได้ไม่เต็มที่ คุณเคยเห็น Server ที่ใช้ CPU 100% ตลอดเวลาไหม Server ส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็น มักจะใช้ CPU เพียง 5-15% โดยเฉลี่ยเท่านั้น การทำ Server เทียมหลายๆตัวภายใน Server จริงตัวเดียว จะเพิ่มการใช้ประโยชน์จาก CPU ราคาแพงของคุณให้คุ้มค่า โดยปกติจะทำให้การใข้ประโยชน์จาก CPU ให้ขึ้นไปได้ถึง 60-80% เลยทีเดียว
Server กินไฟพอๆกับแอร์ตัวนึงเลยครับ และโดยปกติแล้วมักต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย การลดจำนวน Server จริงได้ นอกจากจะช่วยประหยัดค่า Server แล้วยังสามารถช่วยลดค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องไปได้อีกมาก
ประโยชน์ข้อต่อมาคือการเพิ่ม Server ในระบบ หรือการปรับเปลี่ยนขนาดของ Server สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นเมื่อก่อน การเพิ่ม Server หรือการปรับเปลี่ยนเพิ่มลด CPU, RAM, Hard Disk ฯลฯ คงต้องใช้เวลานานหลายวัน ต้องมีการวางแผนการสั่งของ และการติดตั้งล่วงหน้าพอสมควร แต่ด้วยเทคโนโลยี Virtualization เราสามารถเพิ่ม Server และปรับเปลี่ยนขนาดได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ความง่ายและรวดเร็วในการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ทำให้คุณสามารถเลือกใช้ทรัพยากรของ Server จริงที่มีอยู่ให้เหมาะสม เท่ากับที่ต้องการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้อง “เผื่อ” ขนาดของ CPU, RAM, Hard Disk ที่มีราคาแพงไว้เหมือนแต่ก่อน
ความสามารถในการแยก Server เทียมออกไปได้หลายๆตัว ทำให้เราสามารถแยกประเภทการทำงาน ออกไปยัง Server แต่ละตัวได้ ไม่จำเป็นต้องเอาหน้าที่หลายๆอย่างมารวมกันเหมือนเมื่อก่อน อย่างเช่นอาจแยกเป็น Server สำหรับฝ่ายบัญชี, Server สำหรับ E-Mail, Server สำหรับระบบลงเวลาฝ่าย HR ฯลฯ เมื่อ Server ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา ก็จะไม่ทำให้ตัวอื่นมีปัญหาตามไปด้วย
เทคโนโลยี Virtualization ทำให้การทำระบบ Backup หรือการทำ Disaster Recovery สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบดังกล่าวเมื่อ Server เสียหรือเกิดปัญหาขึ้น Server อีกตัวจะขึ้นมาทำงานแทนได้ทันที ทำให้การทำงานไม่ติดขัด สามารถทำงานได้ตลอดเวลา ถ้าเราใช้ Server จริงในการทำระบบดังกล่าว เราต้องมี Server ราคาแพงที่เหมือนกันถึงสองตัว โดยได้ใช้จริงเพียงตัวเดียวเท่านั้น อีกตัวหนึ่ง Standby ไว้เฉยๆ แต่ถ้าใช้เทคโนโลยี Virtualization เราสามารถใช้ Server เทียมอีกตัวแต่เป็นตัวเล็กๆ เพื่อทำหน้าที่ Standby ไว้เท่านั้น และเมื่อเกิดเหตุจำเป็นขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้และเพิ่มขนาดที่ต้องการได้ทันที ถ้าในองค์กรของเรามี Server หลายๆตัว การทำ Disaster Recovery จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากเลยทีเดียว
ปัจจุบัน หลายๆองค์กร มักจะนิยมทำระบบ Disaster Recovery โดยเช่า Cloud Server ตัวเล็กๆไว้นอกองค์กร โดยเสียค่าเช่ารายเดือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และพร้อมขยายขนาดได้ทันที เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น
เทคโนโลยีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือการโอนย้าย Server จากเครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่ง (Server Migration) เมื่อ Server จริงที่ใช้อยู่มีปัญหา หรือต้องการย้ายไปยังเครื่อง Server จริงตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เราสามารถย้าย Server เทียม จาก Server จริงตัวเก่า ไปยัง Server จริงตัวใหม่ได้ทันทีโดยง่าย และทำให้การโอนย้าย (Migration) ที่เป็นเรื่องใหญ่ และเคยเป็นฝันร้ายของฝ่ายไอทีในอดีต หมดไปในทันที
ความง่ายในการโอนย้าย Server เทียมของเราเพื่อไปใช้งานบน Server จริงที่ต้องการ จะทำให้เราเริ่มนึกถึงการเคลื่อนย้าย Server ของเราบางส่วน หรือทั้งหมดไปอยู่บน Cloud ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำและดูแลห้องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ Server ของเราสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่อีกด้วย
เมื่อคุณได้ทำและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี Virtualization นี้แล้ว คุณจะเข้าใจได้ไม่ยากว่า มันเชื่อมต่อกับ Cloud อย่างไร และทำไม Cloud จึงเป็นสิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างแท้จริง !