Murph-Tech ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Murph-Tech, บริษัทคอมพิวเตอร์, Bangkok.

คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เมิร์ฟ เทคโนโลยี จำกัด (Murph Technology Co., Ltd.)ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัยต่อ...
24/10/2025

คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เมิร์ฟ เทคโนโลยี จำกัด (Murph Technology Co., Ltd.)

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัย
ต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

OpenAI เปิดตัว "ChatGPT Atlas" เบราว์เซอร์ใหม่ที่ผสาน AI เข้ากับการท่องเว็บโดยตรงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญจาก OpenAI ...
22/10/2025

OpenAI เปิดตัว "ChatGPT Atlas" เบราว์เซอร์ใหม่ที่ผสาน AI เข้ากับการท่องเว็บโดยตรง

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญจาก OpenAI ในชื่อ "ChatGPT Atlas" ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์สำหรับ macOS ที่สร้างขึ้นโดยมี ChatGPT ผสานรวมเป็นแกนหลัก

นี่คือการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่เปลี่ยนจากการใช้ AI เป็น "เครื่องมือ" ในหน้าต่างแชท ไปสู่การเป็น "ผู้ช่วย" (Assistant) ที่ทำงานร่วมกับการท่องเว็บของผู้ใช้ตลอดเวลา

ฟีเจอร์สำคัญของ ChatGPT Atlas:

Smarter Search: รวมการค้นหาเว็บ (Links, Images, Videos) และการตอบคำถามโดย ChatGPT ไว้ในที่เดียว

Ask ChatGPT Sidebar: ผู้ใช้สามารถเปิด Sidebar บนหน้าเว็บใดก็ได้ เพื่อสั่งให้ AI สรุปเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล หรือทำงานอื่นๆ โดยไม่ต้องสลับหน้าต่าง

In-line Writing Help: สามารถเรียกใช้ ChatGPT เพื่อช่วยเขียนหรือแก้ไขข้อความได้โดยตรงในช่องกรอกข้อความ (Form Field) บนเว็บไซต์ต่างๆ

Browser Memories: Atlas สามารถจดจำรายละเอียดจากการท่องเว็บของผู้ใช้ (หากเปิดใช้งาน) เพื่อให้คำตอบในอนาคตมีความแม่นยำและมีบริบทมากขึ้น เช่น การช่วยค้นหาหน้าเว็บที่เคยอ่านไปแล้ว

ฟีเจอร์ที่น่าจับตามองที่สุด: "Agent Mode" (Preview) สำหรับผู้ใช้ Plus, Pro และ Business, Atlas ได้นำเสนอ "Agent Mode" ซึ่งเป็นความสามารถให้ AI ทำงานที่ซับซ้อนแบบ end-to-end แทนผู้ใช้ได้ เช่น การสั่งให้ AI "ค้นหาแผนการทำอาหาร, สร้างรายการส่วนผสม, และเพิ่มสินค้าลงในตะกร้าสำหรับสั่งซื้อ" โดยผู้ใช้ยังคงเป็นผู้ควบคุมและสามารถหยุดการทำงานได้ตลอดเวลา

มุมมองด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว (Privacy & Data): Murph Technology ขอย้ำถึงประเด็นการควบคุมข้อมูลที่ OpenAI ระบุไว้:

Agent Mode Boundaries: "Agent Mode" ถูกจำกัดไม่ให้เข้าถึงระบบไฟล์ในเครื่อง (File System), ไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์หรือติดตั้ง Extensions, และไม่สามารถเข้าถึงรหัสผ่านที่บันทึกไว้ (Saved Passwords) หรือข้อมูล Autofill

Data Training (Default): โดยค่าเริ่มต้น เนื้อหาการท่องเว็บของผู้ใช้จะไม่ถูกนำไปใช้ในการเทรนโมเดล (Train Models)

Opt-in Control: ผู้ใช้สามารถเลือก "Opt-in" เพื่ออนุญาตให้ AI เรียนรู้จากข้อมูลการท่องเว็บได้ในส่วนการตั้งค่า

การเปิดตัว Atlas ถือเป็นก้าวสำคัญที่ AI จะเข้ามามีบทบาทในการท่องเว็บเชิงรุกมากขึ้น องค์กรควรเริ่มศึกษาและวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเบราว์เซอร์ในอนาคตอันใกล้นี้

เตือนภัย APT: "PassiveNeuron" ใช้มัลแวร์ขั้นสูง "Neursite" และ "NeuralExecutor" โจมตีเซิร์ฟเวอร์Murph Technology (Murpht...
22/10/2025

เตือนภัย APT: "PassiveNeuron" ใช้มัลแวร์ขั้นสูง "Neursite" และ "NeuralExecutor" โจมตีเซิร์ฟเวอร์

Murph Technology (Murphtech) ขอเน้นย้ำถึงการตรวจพบแคมเปญจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ระดับสูง (APT) ในชื่อ "PassiveNeuron" ซึ่งกำลังมุ่งเป้าโจมตีองค์กรภาครัฐ การเงิน และอุตสาหกรรม ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา

ยุทธวิธีการโจมตีที่ซับซ้อน:
แคมเปญนี้แสดงถึงความซับซ้อนในระดับสูง โดยผู้โจมตีมุ่งเน้นการบุกรุกไปที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น Microsoft SQL Server) เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเจาะเข้าสู่เครือข่ายขององค์กร

เครื่องมือมัลแวร์ที่ใช้:
ผู้โจมตีใช้ชุดมัลแวร์ที่สร้างขึ้นเองโดยเฉพาะเพื่อการซ่อนตัวและปฏิบัติการระยะไกล ได้แก่:

1.Neursite: Backdoor แบบโมดูลาร์ (Modular Backdoor) ที่เขียนด้วย C++ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลระบบ จัดการโปรเซส และทำหน้าที่เป็น Proxy เพื่อเคลื่อนไหวภายในเครือข่าย (Lateral Movement)

2.NeuralExecutor: Implant ที่เขียนด้วย .NET ใช้สำหรับดาวน์โหลด Payload เพิ่มเติมและสั่งการผ่านช่องทางต่างๆ (TCP, HTTP/HTTPS, WebSockets)

เทคนิคการซ่อนตัว:
ผู้โจมตีใช้เทคนิค "Dead Drop Resolver" โดยในมัลแวร์เวอร์ชันล่าสุดที่พบ จะมีการเข้าไปดึงที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 Server) จาก Repository บน GitHub แทนที่จะฝังที่อยู่ไว้ในโค้ดโดยตรง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
นอกจากนี้ ยังพบการใช้ Cobalt Strike ร่วมด้วยหลังจากที่บุกรุกระบบได้สำเร็จ เพื่อขยายผลการโจมตีและขโมยข้อมูล

คำแนะนำจาก Murph Technology:
การโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่เซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง องค์กรต้องเสริมความแข็งแกร่งให้กับการป้องกันเซิร์ฟเวอร์ ตรวจสอบช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ (เช่น MS SQL) และใช้โซลูชันการตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคาม (EDR/XDR) เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมที่น่าสงสัยภายในเครือข่าย

ที่มา: https://thehackernews.com/2025/10/researchers-identify-passiveneuron-apt.html

Mustang Panda เผยแพร่มัลแวร์ SnakeDisk ผ่าน USBกลุ่มแฮกเกอร์ Mustang Panda หรือที่รู้จักกันในชื่อ RedDelta และ TA416 ซึ่...
30/09/2025

Mustang Panda เผยแพร่มัลแวร์ SnakeDisk ผ่าน USB

กลุ่มแฮกเกอร์ Mustang Panda หรือที่รู้จักกันในชื่อ RedDelta และ TA416 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรัฐหนุนหลัง ได้ใช้มัลแวร์ SnakeDisk ที่แพร่กระจายผ่าน USB ในการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจารกรรมข้อมูล การโจมตีเริ่มต้นจากการใช้ USB Drive ที่ติดมัลแวร์ ซึ่งนำไปสู่การติดตั้ง Backdoor ที่ได้รับการอัปเดตอย่าง ToneShell ToneShell มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลระบบ, ขโมยข้อมูลรับรอง, บันทึกการกดแป้นพิมพ์ และควบคุมระบบจากระยะไกล เพื่อขโมยข้อมูลลับและรักษาการเข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมผู้โจมตีและเป้าหมาย

- ชื่อกลุ่ม/มัลแวร์: Mustang Panda (หรือรู้จักในชื่อ RedDelta, TA416, Earth Lusca, LuminousMoth, APT40 รวมถึง HIVE-0154 จากการวิเคราะห์ของ IBM X-Force), มัลแวร์ SnakeDisk (มัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่าน USB), ToneShell (Backdoor ที่ได้รับการอัปเดต)
- ที่มา/ความเกี่ยวข้อง: กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีรัฐหนุนหลัง มักมุ่งเน้นการจารกรรมข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มนี้มีประวัติการโจมตีที่หลากหลายและใช้เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเอง
- วัตถุประสงค์หลัก: การจารกรรมข้อมูลทางการเมืองและเศรษฐกิจ, การเข้าถึงระบบอย่างต่อเนื่อง, การขโมยข้อมูลรับรอง, การควบคุมระบบจากระยะไกล
- เป้าหมายหลัก (Victimology): หน่วยงานรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงบางหน่วยงานในยุโรปที่ทำงานกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ลำดับขั้นและเทคนิคการโจมตี

(อธิบายขั้นตอนการโจมตีโดยละเอียดตามกรอบ MITRE ATT&CK® โดยใช้หัวข้อย่อยเพื่อแบ่งหมวดหมู่)

การเข้าถึงเบื้องต้น (Initial Access)
- T1200 - Hardware Additions: ผู้โจมตีใช้ malicious USB devices เป็นช่องทางหลักในการแพร่กระจายมัลแวร์ SnakeDisk ซึ่งเมื่อเหยื่อเสียบ USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ จะมีไฟล์ LNK ที่ปลอมแปลงเป็นโฟลเดอร์ล่อให้คลิก
- T1566.002 - Phishing: Vishing: (ตามรายงานของ IBM X-Force และ Google TAG ซึ่งเป็นเทคนิคทั่วไปของ Mustang Panda) กลุ่มนี้ยังใช้การหลอกลวงทางเสียง (vishing) โดยปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ IT เพื่อหลอกให้เหยื่อทำตามคำสั่ง ซึ่งอาจรวมถึงการอนุมัติแอปพลิเคชันอันตราย

การเรียกใช้งาน (Ex*****on)
- T1204.002 - User Ex*****on: Malicious File: เหยื่อถูกหลอกให้คลิกไฟล์ LNK ที่ปลอมแปลงเป็นโฟลเดอร์ ซึ่งจะเรียกใช้สคริปต์ PowerShell ที่ซับซ้อน (obfuscated PowerShell script)
- T1059.001 - Command and Scripting Interpreter: PowerShell: สคริปต์ PowerShell ที่ถูกเรียกใช้งาน จะทำการดึงและรันไฟล์ DLL ที่เป็นอันตราย (.NET DLL) เพื่อดำเนินการติดตั้งมัลแวร์ต่อไป

การสร้างความคงอยู่ (Persistence)

- T1543.003 - Create or Modify System Process: Windows Service: สคริปต์ PowerShell และ DLL จะสร้าง Scheduled Task เพื่อให้มัลแวร์สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ระบบเริ่มทำงาน

การหลบหลีกการตรวจจับ (Defense Evasion)

- T1036.005 - Masquerading: Match Legitimate Name or Location: ไฟล์ LNK ถูกปลอมแปลงเป็นโฟลเดอร์เพื่อหลอกผู้ใช้
- T1027 - Obfuscated Files or Information: สคริปต์ PowerShell ถูกทำให้ซับซ้อน (obfuscated) เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากโปรแกรมป้องกันไวรัส
- T1553.002 - Code Signing: Code Signing: มัลแวร์อาจใช้ใบรับรอง Code Signing ที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและหลบเลี่ยงการตรวจจับ

การเข้าถึงข้อมูลประจำตัว (Credential Access)
- ไม่มีระบุไว้ในรายงาน

การรวบรวมข้อมูล (Collection)

- T1005 - Data from Local System: มัลแวร์ SnakeDisk ถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลจากระบบภายในของเหยื่อ ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารสำคัญและข้อมูลที่เป็นความลับ

การควบคุมและสั่งการ (Command and Control - C2
)
- T1071.001 - Application Layer Protocol: Web Protocols (HTTP): มัลแวร์ SnakeDisk ใช้โครงสร้างพื้นฐาน C2 แบบ HTTP เพื่อติดต่อกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี

การขโมยข้อมูลออกไป (Exfiltration)

- T1041 - Exfiltration Over C2 Channel: ข้อมูลที่ถูกรวบรวมจะถูกส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ C2 ของผู้โจมตีผ่านช่องทาง HTTP

ข้อแนะนำเชิงป้องกันและรับมือ

- การป้องกันเชิงรุก (Proactive Defense)
ห้ามเสียบอุปกรณ์ USB ที่ไม่รู้จักเข้ากับคอมพิวเตอร์ขององค์กรโดยเด็ดขาด
อบรมพนักงานให้ตระหนักถึงภัยคุกคามจากการหลอกลวงทางเสียง (vishing) และ
อีเมลฟิชชิง และวิธีการระบุไฟล์หรือลิงก์ที่น่าสงสัย
บังคับใช้การควบคุมอุปกรณ์ (device control) เพื่อจำกัดการใช้งานอุปกรณ์ USB ที่ไม่ได้รับอนุญาต
ใช้ Application Whitelisting เพื่ออนุญาตให้เฉพาะแอปพลิเคชันที่เชื่อถือได้เท่านั้นที่สามารถทำงานได้
ใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) ที่ป้องกันการหลอกลวง (phishing-resistant MFA) สำหรับบัญชีสำคัญทั้งหมด

- การตรวจจับ (Detection)
เฝ้าระวังกิจกรรมที่ผิดปกติของ PowerShell และการสร้าง Scheduled Task โดยไม่ได้รับอนุญาต
ติดตั้งและอัปเดตระบบ Endpoint Detection and Response (EDR) และโปรแกรมป้องกันไวรัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อตรวจจับและบล็อกมัลแวร์และพฤติกรรมที่เป็นอันตราย
ตรวจสอบบันทึกการเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อหาการสื่อสารไปยังโดเมนหรือ IP Address ที่ไม่คุ้นเคย

- การรับมือ (Response)
หากสงสัยว่ามีการติดมัลแวร์ ให้แยกเครื่องที่ติดเชื้อออกจากเครือข่ายทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของมัลแวร์
ดำเนินการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ (forensic analysis) เพื่อระบุขอบเขตของการบุกรุกและกำจัดมัลแวร์ทั้งหมด
เปลี่ยนข้อมูลรับรอง (passwords) ของบัญชีที่อาจได้รับผลกระทบ

อ้างอิง: https://thehackernews.com/2025/09/mustang-panda-deploys-snakedisk-usb.html

ขอแนะนำ Kaspersky Next: เกราะป้องกันอัจฉริยะที่เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณค้นพบนิยามใหม่ของความปลอดภัยทางไซเบอร์กับ Kas...
26/09/2025

ขอแนะนำ Kaspersky Next: เกราะป้องกันอัจฉริยะที่เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณ

ค้นพบนิยามใหม่ของความปลอดภัยทางไซเบอร์กับ Kaspersky Next กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อมอบการป้องกันที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้สำหรับธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าคุณจะต้องการเพียงการป้องกันปลายทาง (Endpoint) ที่แข็งแกร่ง หรือเทคโนโลยีการตรวจจับและตอบสนองขั้นสูง Kaspersky Next ก็พร้อมจะเติบโตและปรับขีดความสามารถไปพร้อมกับคุณได้อย่างง่ายดาย

ทำไมต้องเลือก Kaspersky Next?

ป้องกันอย่างเหนือชั้นด้วยรากฐานที่ได้รับความไว้วางใจ:Kaspersky Next ต่อยอดจากโซลูชัน Endpoint ที่ดีที่สุด ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับต้นๆ จากการทดสอบโดยหน่วยงานอิสระมานานกว่าทศวรรษ การป้องกันแบบอัตโนมัติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเราจะช่วยลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ทีมรักษาความปลอดภัยของคุณต้องวิเคราะห์ ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ: เราใช้เทคโนโลยี AI หลายระดับ ทั้งอัลกอริทึมเชิงคาดการณ์, Neural Networks และแบบจำลองทางสถิติ เพื่อเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการตรวจจับภัยคุกคาม เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และปรับปรุงเวลาเฉลี่ยในการตรวจจับ (MTTD) และเวลาเฉลี่ยในการตอบสนอง (MTTR) ให้ดียิ่งขึ้น
ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญระดับโลก: Kaspersky Next ถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษและความเชี่ยวชาญของทีมรักษาความปลอดภัยระดับโลกของเรา ผู้เชี่ยวชาญของเราทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ
ความปลอดภัยที่ยืดหยุ่นและเติบโตไปพร้อมกับคุณ: Kaspersky Next ปกป้องธุรกิจทุกขนาด เมื่อความต้องการของคุณเพิ่มขึ้น คุณสามารถปรับเปลี่ยนจากโซลูชันป้องกันปลายทางพื้นฐานไปสู่โซลูชันระดับสูงสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่มีในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างง่ายดาย

---

ค้นพบโซลูชันที่ใช่สำหรับคุณ

Kaspersky Next แบ่งออกเป็นระดับต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละองค์กรโดยเฉพาะ:

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Optimum มอบความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างประสิทธิภาพและราคาที่เข้าถึงได้

EDR Optimum: เสริมความแข็งแกร่งให้กับการป้องกัน Endpoint (EPP) ด้วยฟังก์ชัน EDR ที่จำเป็น ทำให้การมองเห็นภัยคุกคาม, การสืบสวน และการตอบสนองเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
XDR Optimum: ยกระดับการป้องกันให้ครอบคลุมมากกว่าแค่ Endpoint ด้วยเครื่องมือตรวจจับและตอบสนองที่ใช้งานง่าย พร้อมแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน
MXDR Optimum: รับการป้องกันขั้นสูงสุดด้วยเทคโนโลยี XDR ที่จำเป็นซึ่งบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Kaspersky ป็นวิธีที่รวดเร็วและคุ้มค่าที่สุดในการรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานของคุณด้วยการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่มีการจัดการเต็มรูปแบบ

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprises):

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Expert มอบการควบคุมและความสามารถขั้นสูงสำหรับทีมรักษาความปลอดภัยหรือศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC)

EDR Expert: โซลูชัน EDR อันทรงพลังที่ทำงานร่วมกับ EPP เพื่อสกัดกั้นการโจมตีจำนวนมากและตรวจจับภัยคุกคามที่ซับซ้อน [cite: 24] [cite_start]พร้อมเครื่องมือสนับสนุนการสืบสวนเชิงรุกและการตามล่าภัยคุกคาม (Threat Hunting)
XDR Expert:โซลูชันระดับสูงสุดที่มอบการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดให้แก่ทีม SOC ของคุณได้อย่างสมบูรณ์ ให้ทัศนวิสัยที่ครอบคลุม, การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และระบบอัตโนมัติผ่านแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งจาก Endpoint, เครือข่าย และคลาวด์

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในระยะใด Kaspersky Next พร้อมมอบการป้องกันที่ปรับเปลี่ยนได้และแข็งแกร่งเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย ติดต่อเราวันนี้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมและยกระดับความปลอดภัยของคุณไปอีกขั้น

📢 ประกาศสำคัญสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ทุกท่าน!คุณทราบหรือไม่? คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติได้ออก"ประกา...
17/09/2025

📢 ประกาศสำคัญสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ทุกท่าน!

คุณทราบหรือไม่? คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติได้ออก

"ประกาศเรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ พ.ศ. ๒๕๖๘" ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

สิ่งที่คุณต้องรู้:

ครอบคลุมทุกหน่วยงาน: แม้ว่าประกาศนี้จะบังคับใช้กับหน่วยงานรัฐและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ แต่ก็ส่งเสริมให้หน่วยงานเอกชนทุกแห่งนำมาตรฐานนี้ไปปรับใช้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ

ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค: มาตรฐานนี้ครอบคลุมตั้งแต่การกำกับดูแล, นโยบาย, การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยของ Web Server และ Database Server

ต้องประเมินตนเอง: หน่วยงานจะต้องประเมินความปลอดภัยของเว็บไซต์ตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

เว็บไซต์ของคุณเปรียบเสมือน "ประตูหน้าบ้าน" ของธุรกิจในโลกออนไลน์ จากสถิติปี 2566-2567 พบว่าภัยคุกคามกว่า 44% เกิดขึ้นกับเว็บไซต์โดยตรง การลงทุนกับ Cybersecurity จึงไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย" แต่คือ "การลงทุน" เพื่อปกป้องชื่อเสียง ข้อมูลลูกค้า และความต่อเนื่องของธุรกิจ

ประเด็นทางเทคนิคสำคัญที่ถูกระบุในมาตรฐานฯ:

- การออกแบบสถาปัตยกรรมที่มั่นคงปลอดภัย (Secure Architecture): กำหนดให้มีการวาง Web Server และ Database Server ร่วมกับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่น Firewall, Web Application Firewall (WAF) และระบบตรวจจับ/ป้องกันการบุกรุก (IDS/IPS)

- การทำให้ระบบแข็งแกร่ง (System Hardening): ต้องมีการตั้งค่าเพื่อเสริมความปลอดภัยในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ (Operating System), ซอฟต์แวร์ Web Server, ระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ไปจนถึงระบบฐานข้อมูล (Database)

- การเข้ารหัสและการยืนยันตัวตน (Encryption & Authentication): บังคับใช้ HTTPS (SSL/TLS) เพื่อความปลอดภัยในการสื่อสาร และพิจารณาใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงระบบ

- การพัฒนาที่ปลอดภัย (Secure Development): แนะนำให้ใช้หลักการ DevSecOps ในการพัฒนา และพิจารณาปัจจัยเสี่ยงตามมาตรฐานสากลอย่าง OWASP Top 10

การเฝ้าระวังและรับมือขั้นสูง (Advanced Detection & Response): สำหรับหน่วยงานที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง อาจพิจารณาใช้ระบบ SIEM (Security Information and Event Management) และ XDR (Extended Detection and Response) เพื่อการตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามเชิงลึก

การปรับปรุงและดูแลรักษาระบบทั้งหมดนี้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานฯ ต้องใช้ทั้งเวลา ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ให้ Murph Technology Co., Ltd ดูแลความซับซ้อนทางเทคนิคเหล่านี้
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:
ทัก Inbox
Email : [email protected]
Line ID:
#พรบไซเบอร์ #มาตรฐานความปลอดภัยเว็บไซต์ #ปกป้องธุรกิจ #พรบไซเบอร์

หมดกังวล! อุณหภูมิห้องไม่ได้มาตรฐาน จัดการได้อยู่หมัด 24 ชม.​​เคยไหม? กังวลว่าอุณหภูมิในห้องเย็นจะแกว่งจนสินค้าเสียหาย.....
04/09/2025

หมดกังวล! อุณหภูมิห้องไม่ได้มาตรฐาน จัดการได้อยู่หมัด 24 ชม.

​เคยไหม? กังวลว่าอุณหภูมิในห้องเย็นจะแกว่งจนสินค้าเสียหาย... ต้องคอยให้คนเดินจดอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา? 😥
​ปัญหานี้จะหมดไป! ขอแนะนำ "ระบบตรวจวัดอุณหภูมิห้องเย็นอัจฉริยะ" ที่จะเปลี่ยนการดูแลสต็อกสินค้าของคุณให้เป็นเรื่องง่ายและแม่นยำกว่าเดิม!

​✨ ทำไมต้องใช้ระบบของเรา?
​📊 ดูอุณหภูมิแบบ Real-Time: ตรวจสอบอุณหภูมิปัจจุบันของห้องเย็นทุกสาขาได้ทันทีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
​📲 แจ้งเตือนความผิดปกติผ่าน LINE ทันที: หมดห่วงเรื่องความเย็นตกหรือสูงเกินไป ระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนเข้าไลน์คุณทันทีเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ
​📉 ตั้งค่าอุณหภูมิได้เอง: กำหนดช่วงอุณหภูมิสูงสุด-ต่ำสุด (Min/Max) ที่ต้องการควบคุมได้ด้วยตัวคุณเอง
​📑 เรียกดูรายงานย้อนหลัง: สามารถดูข้อมูลอุณหภูมิย้อนหลังเป็นกราฟและตาราง พร้อมดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF เพื่อทำรายงานได้ง่ายๆ
​🏭 รองรับหลายสาขา: เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีห้องเย็นหรือคลังสินค้าหลายแห่ง สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้จากหน้าจอเดียว

​ลดความเสี่ยงสินค้าเสียหาย ประหยัดเวลาและแรงงาน เพิ่มมาตรฐานให้ธุรกิจของคุณ (รองรับมาตรฐาน GMP/HACCP/ISO)

​📞 สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:
ทัก Inbox
Email : [email protected]
Line ID:
​ #ระบบตรวจวัดอุณหภูมิ #ห้องเย็น #แจ้งเตือนผ่านไลน์ #ควบคุมอุณหภูมิ #คลังสินค้า #เทคโนโลยี #ควบคุมคุณภาพ

พบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวแรกของโลก: "PromptLock"PromptLock: มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI​บร...
03/09/2025

พบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตัวแรกของโลก: "PromptLock"

PromptLock: มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
​บริษัท ESET ได้ค้นพบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่ชื่อ PromptLock ซึ่งใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำงาน
​วิธีการทำงาน: PromptLock ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แบบ open-weight ชื่อ gpt-oss:20b ที่พัฒนาโดย OpenAI และทำงานบนเครื่องของเหยื่อผ่าน Ollama API เพื่อสร้างสคริปต์ Lua ที่เป็นอันตรายแบบเรียลไทม์

​เป้าหมาย: สคริปต์ Lua ที่สร้างขึ้นสามารถใช้เพื่อค้นหาและตรวจสอบไฟล์, ขโมยข้อมูลที่เลือกไว้, และเข้ารหัสไฟล์เป้าหมาย มัลแวร์นี้สามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows, Linux, และ macOS

​ความซับซ้อนในการตรวจจับ: การที่มัลแวร์ใช้ AI สร้างสคริปต์ขึ้นมาใหม่ในแต่ละครั้ง ทำให้ตัวบ่งชี้การบุกรุก (Indicators of Compromise หรือ IoCs) มีความหลากหลายและแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับระบบป้องกันและนักวิเคราะห์ความปลอดภัย
​สถานะปัจจุบัน: PromptLock ยังคงเป็นเพียงแนวคิดที่สาธิต (Proof-of-Concept) ยังไม่ถูกนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง แต่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่อาชญากรไซเบอร์จะใช้ AI ในการสร้างมัลแวร์ที่ตรวจจับได้ยากขึ้น

​ผลกระทบในวงกว้าง: การเกิดขึ้นของมัลแวร์นี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า AI กำลังทำให้การสร้างและพัฒนาแคมเปญโจมตีทางไซเบอร์เป็นเรื่องง่ายขึ้น แม้แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค
​การโจมตี AI ที่เพิ่มขึ้น

​Anthropic: บริษัท Anthropic ได้สั่งแบนบัญชีของแฮกเกอร์ที่ใช้ AI แชทบอท Claude ในการขโมยข้อมูลและสร้างมัลแวร์เรียกค่าไถ่หลายสายพันธุ์
​ช่องโหว่: โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) จำนวนมาก เช่น Amazon Q, Microsoft GitHub Copilot, และ OpenAI ChatGPT กำลังเผชิญกับช่องโหว่จากการโจมตีแบบ Prompt Injection ซึ่งอาจทำให้ AI เปิดเผยข้อมูล, ขโมยข้อมูล, หรือรันโค้ดที่เป็นอันตราย
​PROMISQROUTE: มีการค้นพบการโจมตีใหม่ชื่อ PROMISQROUTE ที่ใช้เทคนิคการหลอกล่อให้ AI ส่งคำสั่งไปยังโมเดลที่เก่ากว่าและมีความปลอดภัยน้อยกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงระบบป้องกันและสร้างผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้

อ้างอิง : https://thehackernews.com/2025/08/someone-created-first-ai-powered.html?m=1&fbclid=IwVERFWAMlAZlleHRuA2FlbQIxMAABHk1ckxjr5BohFgSlCftZAhPffLUuJeOQWvTp2-fD0nZYSdIO12S6hWB568l__aem_aALQQ-WeoDGyw9ECe6m2tw

30/07/2025

Kaspersky Next EDR: Choosing Your Tier

Whether you need foundational protection, enhanced performance, or expert-level EDR capabilities, Kaspersky Next EDR offers solutions tailored to all your security needs. Kaspersky Next is described as your new security bedrock, delivering real-time protection, threat visibility, and investigation and response capabilities through progressive tiers that respond to your specific needs and available resources

ทีมงาน Murph Tech ขอส่งกำลังใจและความขอบคุณถึงพี่น้องทหารไทยทุกนาย ขอบคุณสำหรับความเสียสละ ขอให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่...
24/07/2025

ทีมงาน Murph Tech ขอส่งกำลังใจและความขอบคุณถึงพี่น้องทหารไทยทุกนาย ขอบคุณสำหรับความเสียสละ ขอให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย
#กำลังใจทหารไทย #ขอบคุณที่ปกป้องเรา

อัปเดตด่วน! ‼️ ภัยคุกคามไซเบอร์ในไทยปี 2568 รุนแรงและใกล้ตัวกว่าที่คิด!รู้หรือไม่? ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของกา...
19/07/2025

อัปเดตด่วน! ‼️ ภัยคุกคามไซเบอร์ในไทยปี 2568 รุนแรงและใกล้ตัวกว่าที่คิด!
รู้หรือไม่? ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ โดยมีสถิติสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 70% 📈 นี่คือภัยคุกคามล่าสุดที่ทุกคนและทุกองค์กรต้องจับตา:
1️⃣ AI และ Deepfake ในการโจมตี: มิจฉาชีพใช้ AI สร้างอีเมลฟิชชิ่ง หรือข้อความหลอกลวงได้แนบเนียนสุดๆ สามารถเลียนแบบภาษาของเพื่อนหรือเจ้านายคุณได้เลย!
2️⃣ การโจมตีผ่าน API: แอปพลิเคชันที่เราใช้เชื่อมต่อกันมากมาย กลายเป็นช่องโหว่ใหม่ให้แฮกเกอร์เจาะเข้าถึงข้อมูลหลังบ้านได้อย่างง่ายดาย
3️⃣ แรนซัมแวร์ (Ransomware) โหดขึ้น: ไม่ใช่แค่ล็อกไฟล์เรียกเงิน แต่เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการทำลายระบบให้เสียหายทั้งหมด ขัดขวางการทำธุรกิจให้หยุดชะงัก
4️⃣ ภัยจากอุปกรณ์ IoT: Router Wi-Fi, กล้องวงจรปิด, หรืออุปกรณ์ Smart Home ที่ไม่ได้อัปเดต อาจกลายเป็นทางเข้าของแฮกเกอร์สู่เครือข่ายทั้งหมดของคุณ
เราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร?
🛡️ Zero Trust: อย่าไว้ใจใครง่ายๆ ตรวจสอบทุกครั้งที่เข้าถึงข้อมูล
🧠 สร้างความตระหนักรู้: สอนคนในทีมให้รู้ทันกลโกงใหม่ๆ
🔄 อัปเดตเสมอ: หมั่นอัปเดตระบบและซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
💾 สำรองข้อมูล: Backup ข้อมูลสำคัญไว้เสมอ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
องค์กรของคุณเจอภัยคุกคามแบบไหนบ่อยที่สุด? มาแชร์กันในคอมเมนต์ 👇
อย่าลืมแชร์โพสต์นี้เพื่อช่วยกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น!

อ้างอิง :
https://www.bangkokpost.com/business/general/2963743/cyber-attack-surge-plunges-thailand-into-security-crisis https://en.moneyandbanking.co.th/2025/156517/ https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1190117 https://www.nationthailand.com/business/tech/40052717
https://www.ncsa.or.th/policy/threat-statistics/ https://www.thnca.or.th/our-services/cybersecurity-knowledge-sharing/cks-1-2568/ https://www.sosecure.co.th/th/activity/cyber-security-2025
https://thai-safetywiki.com/อัพเดทปี-2025-ความปลอดภัยทา/

#ภัยไซเบอร์2568 #เตือนภัยออนไลน์ #ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ #ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล

"Delete" ไม่พอ! ลบข้อมูลให้สิ้นซากตามมาตรฐานสากล NIST 800-88 ป้องกันธุรกิจฝ่าฝืน PDPAพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ...
19/07/2025

"Delete" ไม่พอ! ลบข้อมูลให้สิ้นซากตามมาตรฐานสากล NIST 800-88 ป้องกันธุรกิจฝ่าฝืน PDPA

พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ไม่ใช่แค่เรื่องของการ "ขอความยินยอม" แต่ยังรวมถึง "การลบทำลาย" ข้อมูลเมื่อหมดความจำเป็นอีกด้วย
คุณทราบหรือไม่ว่าข้อมูลลูกค้าเก่า, ข้อมูลผู้สมัครงาน, หรือข้อมูลโครงการที่สิ้นสุดไปแล้ว หากยังคงจัดเก็บไว้ อาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ทางกฎหมายที่สร้างความเสี่ยงให้องค์กรของคุณถูกปรับสูงสุดถึงหลักล้านบาท!
ตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ. PDPA เจ้าของข้อมูลมีสิทธิสั่งให้คุณลบหรือทำลายข้อมูลของพวกเขา และองค์กรของคุณก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามทันทีในกรณีที่:
- ข้อมูลนั้น หมดความจำเป็น ในการเก็บรักษาแล้ว
- เจ้าของข้อมูล ถอนความยินยอม
- ข้อมูลถูกเก็บรวบรวมมาอย่าง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การลบข้อมูลที่ไม่ผ่านมาตรฐาน คือความเสี่ยง
การกด "Delete" หรือล้างข้อมูลจาก Recycle Bin ไม่ใช่วิธีการที่ปลอดภัย ข้อมูลเหล่านั้นยังคงสามารถถูกกู้คืนได้ และที่สำคัญคือ ไม่มีหลักฐานการทำลายที่ตรวจสอบได้ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะปกป้ององค์กรของคุณจากการตรวจสอบตามกฎหมาย PDPA

บริการ Data Erasure ระดับสากล โดย Murph Technology
จะดีกว่าไหม? หากเปลี่ยนเรื่องท้าทายทางกฎหมายที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย ด้วยบริการจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
บริษัท Murph Technology Co., Ltd. ขอนำเสนอบริการ Data Erasure Service ที่ช่วยให้องค์กรของคุณปฏิบัติตาม พ.ร.บ. PDPA ได้อย่างสมบูรณ์แบบและมั่นใจสูงสุด
ทำไมต้องเลือกใช้บริการ Data Erasure จาก Murph Technology?

✅ ได้มาตรฐานสากล NIST 800-88: เราใช้วิธีการลบข้อมูล (Data Sanitization) ตามมาตรฐาน NIST 800-88 (National Institute of Standards and Technology) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกที่หน่วยงานภาครัฐและองค์กรชั้นนำทั่วโลกให้การยอมรับ การันตีว่าข้อมูลจะถูกทำลายอย่างสิ้นซากและไม่สามารถกู้คืนได้อย่างถาวร
✅ มีรายงานการทำลายข้อมูล (Report & Certificate): หลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ท่านจะได้รับ รายงานการทำลายข้อมูลฉบับสมบูรณ์ พร้อม "ใบรับรองการทำลายข้อมูล" (Certificate of Destruction) ที่ระบุรายละเอียดสำคัญครบถ้วน ใช้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ สำหรับการ Audit หรือการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล
✅ สอดคล้องกับ PDPA 100%: รายงานและใบรับรองของเรา คือเครื่องมือยืนยันว่าองค์กรของคุณได้ปฏิบัติตาม "สิทธิในการขอให้ลบข้อมูล" ของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA อย่างถูกต้องครบถ้วน
✅ ครอบคลุมทุกอุปกรณ์: บริการของเราครอบคลุมสื่อบันทึกข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดไดรฟ์ (HDD), โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ในคอมพิวเตอร์, เซิร์ฟเวอร์, ไปจนถึงอุปกรณ์พกพาต่างๆ

อย่าปล่อยให้ข้อมูลเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน มาสร้างความเสียหายให้ชื่อเสียงของบริษัทคุณปกป้ององค์กรของคุณด้วยมาตรฐานสูงสุดวันนี้! ติดต่อ Murph Technology Co., Ltd. เพื่อขอรับคำปรึกษาและประเมินบริการ Data Erasure ฟรี!

📧 อีเมล: [email protected]
Line Official :
Murph Technology Co., Ltd. - ลบข้อมูลตามมาตรฐานสากล พร้อมรายงานพิสูจน์ได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลในยุค PDPA

#ลบข้อมูลถาวร
#ทำลายข้อมูล

#พรบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล



#ใบรับรองการทำลายข้อมูล

#ความปลอดภัยข้อมูล


#ธุรกิจไทย

ที่อยู่

Bangkok
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66865889024

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Murph-Techผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์