GBL by LEAD Business Institute

GBL by LEAD Business Institute Global Business Leaders (GBL) Program is intended to develop and skill up true global business leaders for the current business revolution.

📌 การอยู่รอดขององค์กร ความสำเร็จของงานในยุค VUCA “การร่วมมือ” คือ Key Success Factor ที่สำคัญหลักสูตรการร่วมมืออย่างชาญฉ...
03/03/2022

📌 การอยู่รอดขององค์กร ความสำเร็จของงานในยุค VUCA “การร่วมมือ” คือ Key Success Factor ที่สำคัญ
หลักสูตรการร่วมมืออย่างชาญฉลาด (Smart Collaboration) หลักสูตรออนไลน์ 100% ที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ร่วม เรียนรู้ ฝึกฝน และตรวจสอบ องค์ประกอบและทักษะสำคัญในการสร้างความร่วมมือให้ประสบผลสำเร็จทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จริง
🎓 ผลลัพธ์ของหลักสูตรนี้ (Key Results) ผู้เข้าอบรมทุกท่านจะได้
“เรียนรู้” เนื้อหา ปรับ Mindset สำคัญของการร่วมมือ
“ฝึกฝน” ทักษะการสร้างความร่วมมืออย่างชาญฉลาด
“ตรวจสอบ” การรับรู้และเข้าใจจากการนำไปปฏิบัติจริง
🎯 หลักสูตรนี้เหมาะกับ:
พนักงานทั่วไป – ผู้จัดการ (Officer – Manager)
📅 กำหนดการ:
ขั้นตอนที่ 1 – เรียนรู้: ระหว่างวันที่ 10 – 17 พฤษภาคม 2565 (ผ่านระบบ e-Learning ของสถาบันฯ)
ขั้นตอนที่ 2 – ฝึกฝน: วันที่ 18 พฤษภาคม 2565 เวลา 13.00 – 16.00 น. (Workshop ผ่าน Zoom)
ขั้นตแนที่ 3 - ตรวจสอบ: วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 – 12.00 น. (Workshop ผ่าน Zoom)
หากท่านสนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://docs.google.com/.../1ApcvR9bgwRtByymWbLs8FWa.../edit
สามารถสอบถามและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Inbox หรือติดต่อ
คุณณัฐวุฒิ (โอ๊ต) | 📞 โทร. 089-816-7412
คุณสุพิชา (มุก) | 📞 โทร. 061-265-1499

📢 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptions องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Up...
09/07/2021

📢 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptions องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Upskill และ Reskill บุคลากรเพื่อความอยู่รอดขององค์กร
LEAD Business ขอนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ในยุค Next Normal ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Result-oriented) วัดผลได้จริง ในรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์แบบ Solution-based ด้วยขั้นตอน ดังต่อไปนี้
🔹 ขั้นตอนที่ 1 (เลือก) : เลือกหัวข้อวิชาที่มีความสำคัญในการทำงานในยุค Next Normal
🔹 ขั้นตอนที่ 2 (เรียนรู้) : เรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหาผ่านระบบ LMS ไม่เกิน 45 นาที
🔹 ขั้นตอนที่ 3 (ฝึกฝน) : ฝึกฝนและพัฒนาทักษะด้วยวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์
🔹 ขั้นตอนที่ 4 (ตรวจสอบ) : ตรวจสอบความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข
🔹 ขั้นตอนที่ 5 (วัดผล) : วัดผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavioral Changes) จากคนรอบข้าง (Optional)
หากหน่วยงานของท่านกำลังมองหาแนวทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ช่วยยกระดับและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง สามารถติดต่อ สอบถาม หรือขอคำปรึกษาได้จากช่องทาง ดังต่อไปนี้
📨 e-mail: [email protected]
📞 Tel.0-2651-8291-2
------------------------------------------------

www.leadbusinessinstitute.com

📢 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุค Disruptions องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง Upskill และ Reskill บุคลากรเพื่อความอยู่รอดขององค์กร

LEAD Business ขอนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ในยุค Next Normal ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Result-oriented) วัดผลได้จริง ในรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์แบบ Solution-based ด้วยขั้นตอน ดังต่อไปนี้

🔹 ขั้นตอนที่ 1 (เลือก) : เลือกหัวข้อวิชาที่มีความสำคัญในการทำงานในยุค Next Normal
🔹 ขั้นตอนที่ 2 (เรียนรู้) : เรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหาผ่านระบบ LMS ไม่เกิน 45 นาที
🔹 ขั้นตอนที่ 3 (ฝึกฝน) : ฝึกฝนและพัฒนาทักษะด้วยวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์
🔹 ขั้นตอนที่ 4 (ตรวจสอบ) : ตรวจสอบความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข
🔹 ขั้นตอนที่ 5 (วัดผล) : วัดผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavioral Changes) จากคนรอบข้าง (Optional)

หากหน่วยงานของท่านกำลังมองหาแนวทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ช่วยยกระดับและพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง สามารถติดต่อ สอบถาม หรือขอคำปรึกษาได้จากช่องทาง ดังต่อไปนี้

📨 e-mail: [email protected]
📞 Tel.0-2651-8291-2
------------------------------------------------

www.leadbusinessinstitute.com

NICE Framework กรอบแนวคิดในการพัฒนาคนด้าน Cybersecurityภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ทุกวันนี้มีหลากหลายและล้ำหน้ามากขึ้น องค์กรจ...
22/06/2021

NICE Framework กรอบแนวคิดในการพัฒนาคนด้าน Cybersecurity
ภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ทุกวันนี้มีหลากหลายและล้ำหน้ามากขึ้น องค์กรจะต้องบริหารจัดการบุคลากรทางด้านไซเบอร์อย่างไร เพื่อรับมือกับภัยคุกคามเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ… “NICE Framework” คือ กรอบแนวคิดที่จะไขข้อสงสัยการบริหารจัดการบุคลากรทางด้านไซเบอร์ขององค์กร
NICE หรือ National Initiative for Cybersecurity Education เป็นแนวคิดที่ริเริ่มมาจากหน่วยงาน NIST หรือ National Institute of Standards and Technology ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา NICE เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างระบบเครือข่าย และส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศที่มีความเข้มแข็งให้กับการพัฒนากำลังคน การฝึกอบรม และการศึกษาในด้าน Cybersecurity โดยมีวิสัยทัศน์ในการสร้างมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity เพื่อป้องกันประเทศให้พ้นจากภัยคุกคาม รวมถึงสามารถแข่งขันได้ในเชิงเศรษฐกิจ NICE Framework อธิบายถึงหลักการ และแนวทางในการพัฒนากระบวนการ และวิธีปฏิบัติ เพื่อ “สรรหา คัดเลือก พัฒนา รวมถึงรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร” ซึ่งแนวทางการพัฒนานั้นอาศัยองค์ประกอบหลักดังนี้ คือ
1. กลุ่มงาน (Categories) หมายถึง กลุ่มงานหลักที่ครอบคลุมงานทางด้าน Cybersecurity ขององค์กร เช่น กลุ่มงานกับกับดูแล (Oversee and Govern – OV)
2. สายงานความเชี่ยวชาญ (Specialty Areas) หมายถึง ขอบเขตความเชี่ยวชาญจำเพาะที่เกี่ยวข้องกันในแต่ละกลุ่มงานหลักของด้าน Cybersecurity เช่น กลุ่มงานกับกับดูแล (Oversee and Govern – OV) จะมีงานตามความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย งานด้านการให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Legal Advice and Advocacy - LGA) งานบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Management - MGT) และ งานนโยบายและการวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning and Policy – SPP)
3. บทบาทหน้าที่ (Work Roles) หรือตำแหน่งงานตามความเชี่ยวชาญ เช่น ตำแหน่งผู้จัดการการรักษาความปลอดภัยระบบข้อมูลสารสนเทศ (Information Systems Security Manager) เป็นตำแหน่งงานที่อยู่ภายใต้ความเชี่ยวชาญของงานบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Management - MGT)
4. งาน (Task) หมายถึง ภาระหน้าที่ที่แต่ละตำแหน่งงานจะต้องรับผิดชอบ เช่น ภาระหน้าที่ที่ผู้จัดการการรักษาความปลอดภัยระบบข้อมูลสารสนเทศ (Information Systems Security Manager) จะต้องรับผิดชอบ ได้แก่ การบริหารจัดการงบประมาณในการจัดทำโครงการให้มีประสิทธิภาพ การให้คำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารในประเด็นระดับความเสี่ยง และความปลอดภัยของระบบข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น
5. ความรู้ ทักษะและความสามารถ (Knowledge Skill และ Ability) ที่จำเป็นต้องใช้ในตำแหน่งงานนั้นๆ ประกอบด้วย
- ความรู้ (Knowledge) คือ ชุดข้อมูลที่นำไปประยุกต์ใช้โดยตรงกับงานในแต่ละตำแหน่ง
- ทักษะ (Skill) คือ ความสามารถที่สังเกตเห็นได้จากการฝึกปฏิบัติในสิ่งที่ได้เรียนรู้มา
- ความสามารถ (Ability) คือ ความสามารถในการแสดงพฤติกรรมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ในแต่ละองค์ประกอบของ NICE Framework ล้วนต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ในบทความถัดไปจะเป็นการลงรายละเอียดแนะนำวิธีการนำกรอบแนวคิดนี้ไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการบุคลากรทางด้านไซเบอร์ขององค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

วันนี้ เวลา 10.30 – 12.00 น.ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar ผ่าน Facebook Live ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลก...
15/06/2021

วันนี้ เวลา 10.30 – 12.00 น.
ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar
ผ่าน Facebook Live
ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Digital Business in the Next Normal VS Cybersecurity)”

จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ จำกัด
..

📍ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar
จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ จำกัด
📍ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Digital Business in the Next Normal VS Cybersecurity)”
.
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564
เวลา 10.30 – 12.00 น. (1 ชั่วโมง 30 นาที)
ผ่าน Facebook Live
ท่านสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ ด้วยการสแกน QR Code หรือคลิกที่ Link ด้านล่าง เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
https://docs.google.com/forms/d/1yez-oPc34Qu63nAktnVz5417gktlaaj_0lp8KUd8P00/viewform?edit_requested=true
หัวข้อการเสวนา:
🔹Module 1: ฉากทัศน์การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันสู่ Next Normal โดย
• ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (Thailand), Sea Group

🔹Module 2: ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cyber Security) กุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย
• พลโท ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ลธ. กมช.)
• ดร.เจน จูฑา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
• คุณพรพรหม ประภากิตติกุล Chief Information Security Officer (CISO) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
📨หลังจากลงทะเบียน ท่านจะได้รับอีเมลตอบกลับ เพื่อแจ้ง Link ในการเข้าร่วมกิจกรรม (หากท่านไม่พบอีเมลตอบกลับ กรุณาตรวจสอบใน Junk Email)
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถติดต่อ
คุณณัฐวุฒิ จารุนานันท์
Mobile : +66 89 816 7412
Email : [email protected] ..

📍ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ ...
31/05/2021

📍ขอเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Free Webinar
จัดโดย สถาบัน ลีด บิซิเนส (LEAD Business Institute) ร่วมกับ บริษัท ลีด ไซเบอร์ จำกัด
📍ใน หัวข้อ “การทำธุรกิจยุคดิจิทัลกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Digital Business in the Next Normal VS Cybersecurity)”
.
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564
เวลา 10.30 – 12.00 น. (1 ชั่วโมง 30 นาที)
ผ่าน Facebook Live
ท่านสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ ด้วยการสแกน QR Code หรือคลิกที่ Link ด้านล่าง เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
https://docs.google.com/forms/d/1yez-oPc34Qu63nAktnVz5417gktlaaj_0lp8KUd8P00/viewform?edit_requested=true
หัวข้อการเสวนา:
🔹Module 1: ฉากทัศน์การทำธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบันสู่ Next Normal โดย
• ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (Thailand), Sea Group

🔹Module 2: ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cyber Security) กุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย
• พลโท ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ลธ. กมช.)
• ดร.เจน จูฑา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
• คุณพรพรหม ประภากิตติกุล Chief Information Security Officer (CISO) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
📨หลังจากลงทะเบียน ท่านจะได้รับอีเมลตอบกลับ เพื่อแจ้ง Link ในการเข้าร่วมกิจกรรม (หากท่านไม่พบอีเมลตอบกลับ กรุณาตรวจสอบใน Junk Email)
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถติดต่อ
คุณณัฐวุฒิ จารุนานันท์
Mobile : +66 89 816 7412
Email : [email protected] ..

📍ไม่ว่าระบบป้องกันภัยทาง Cyber จะเข้มแข็งขนาดไหน แต่หากขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจต่อระบบ Cyber Security ก็เปล่าปร...
20/05/2021

📍ไม่ว่าระบบป้องกันภัยทาง Cyber จะเข้มแข็งขนาดไหน แต่หากขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจต่อระบบ Cyber Security ก็เปล่าประโยชน์

การที่องค์กรลงทุนไปกับระบบรักษาความปลอดภัยด้าน IT โดยมุ่งหวังที่จะแลกมาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อทำให้ระบบมีความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่จะต้องรู้ไว้คือเหล่า Hacker จะไม่เสียเวลาไปกับการเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความซับซ้อนและแน่นหนาขององค์กรโดยตรง นั่นหมายถึงพวก Hacker จะหาช่องทางอื่นๆ แทน และจุดอ่อนที่ล่อตาล่อใจก็คือบุคลากรที่ไม่มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับ Cyber Security นั่นเอง

Cybint องค์กรระดับโลกที่ให้การศึกษาเกี่ยวกับ Cyber Security ได้ประเมินไว้ว่า ในสหรัฐอเมริกา 95% ของการโจมตีทาง Cyber เป็นผลมาจากความผิดพลาดของมนุษย์ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรจึงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องทำ ซึ่งแนวทางสำหรับองค์กรคือ

1️⃣ ติดอาวุธให้พนักงานตั้งแต่วันเริ่มงาน
องค์กรควรมีแผนฝึกอบรมด้าน Cyber Security ให้กับพนักงานใหม่ทุกแผนก สิ่งที่พนักงานควรรู้ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายขององค์กรเกี่ยวกับการแชร์พาสเวิร์ด มาตรการการรักษาความปลอดภัยทั่วไป การใช้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-factor Authentication) ไปจนถึงวิธีการที่ผู้ไม่หวังดีชอบใช้ล้วงข้อมูลของเรา เช่น Phishing หรือการหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวที่แฝงอยู่ในรูปแบบของอีเมล Web Browser หรือแม้กระทั่ง Facebook เพื่อให้พนักงานตระหนักรู้และระวังตัว

2️⃣ ฝึกประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปด้วย Simulation
เมื่อพนักงานได้เรียนรู้หลักการและวิธีการต่างๆ ของ Hacker แล้ว การจำลองสถานการณ์การโจมตีทาง Cyber ให้พนักงานได้ฝึกแก้ปัญหา จะช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำ และที่สำคัญคือการให้ Feedback ในทางบวก เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับภัยคุกคามทาง Cyber อย่างแข็งขัน และให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกคนที่ไม่ใช่แค่ฝ่าย IT เท่านั้น

3️⃣ กำหนดแผนฝึกอบรมที่ชัดเจนสำหรับ Cyber Security
องค์กรจะต้องเห็นถึงความจำเป็นของการกำหนดแผนฝึกอบรมพนักงานอย่างชัดเจนและจริงจัง ตั้งแต่พนักงานเริ่มเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ไปจนถึงวันสุดท้ายที่อยู่กับองค์กร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อองค์กร
ไม่ว่าองค์กรจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหรือปริมาณมากขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่อาจรอดพ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ หากบุคลากรยังขาดความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับ Cyber Security ก็เปรียบเสมือนการมีอาวุธแต่ใช้ไม่เป็น ดังนั้นองค์กรในปัจจุบันจะต้องคำนึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อภัยคุกคามทาง Cyber ทุกรูปแบบ..

📍ไม่ว่าระบบป้องกันภัยทาง Cyber จะเข้มแข็งขนาดไหน แต่หากขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจต่อระบบ Cyber Security ก็เปล่าประโยชน์

การที่องค์กรลงทุนไปกับระบบรักษาความปลอดภัยด้าน IT โดยมุ่งหวังที่จะแลกมาด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อทำให้ระบบมีความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่จะต้องรู้ไว้คือเหล่า Hacker จะไม่เสียเวลาไปกับการเจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความซับซ้อนและแน่นหนาขององค์กรโดยตรง นั่นหมายถึงพวก Hacker จะหาช่องทางอื่นๆ แทน และจุดอ่อนที่ล่อตาล่อใจก็คือบุคลากรที่ไม่มีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับ Cyber Security นั่นเอง

Cybint องค์กรระดับโลกที่ให้การศึกษาเกี่ยวกับ Cyber Security ได้ประเมินไว้ว่า ในสหรัฐอเมริกา 95% ของการโจมตีทาง Cyber เป็นผลมาจากความผิดพลาดของมนุษย์ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรจึงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องทำ ซึ่งแนวทางสำหรับองค์กรคือ

1️⃣ ติดอาวุธให้พนักงานตั้งแต่วันเริ่มงาน
องค์กรควรมีแผนฝึกอบรมด้าน Cyber Security ให้กับพนักงานใหม่ทุกแผนก สิ่งที่พนักงานควรรู้ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายขององค์กรเกี่ยวกับการแชร์พาสเวิร์ด มาตรการการรักษาความปลอดภัยทั่วไป การใช้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-factor Authentication) ไปจนถึงวิธีการที่ผู้ไม่หวังดีชอบใช้ล้วงข้อมูลของเรา เช่น Phishing หรือการหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวที่แฝงอยู่ในรูปแบบของอีเมล Web Browser หรือแม้กระทั่ง Facebook เพื่อให้พนักงานตระหนักรู้และระวังตัว

2️⃣ ฝึกประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปด้วย Simulation
เมื่อพนักงานได้เรียนรู้หลักการและวิธีการต่างๆ ของ Hacker แล้ว การจำลองสถานการณ์การโจมตีทาง Cyber ให้พนักงานได้ฝึกแก้ปัญหา จะช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำ และที่สำคัญคือการให้ Feedback ในทางบวก เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับภัยคุกคามทาง Cyber อย่างแข็งขัน และให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกคนที่ไม่ใช่แค่ฝ่าย IT เท่านั้น

3️⃣ กำหนดแผนฝึกอบรมที่ชัดเจนสำหรับ Cyber Security
องค์กรจะต้องเห็นถึงความจำเป็นของการกำหนดแผนฝึกอบรมพนักงานอย่างชัดเจนและจริงจัง ตั้งแต่พนักงานเริ่มเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ไปจนถึงวันสุดท้ายที่อยู่กับองค์กร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อองค์กร
ไม่ว่าองค์กรจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหรือปริมาณมากขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่อาจรอดพ้นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ หากบุคลากรยังขาดความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับ Cyber Security ก็เปรียบเสมือนการมีอาวุธแต่ใช้ไม่เป็น ดังนั้นองค์กรในปัจจุบันจะต้องคำนึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้ทันต่อภัยคุกคามทาง Cyber ทุกรูปแบบ..
เขียน และเรียบเรียงโดย LEAD Cyber Team..
แหล่งที่มา:
https://www.hackread.com/employee-training-key-to-keeping-enterprise-safe/..

🔸หลายๆ องค์กร อาจจะคิดว่าซื้อระบบ IT Security หลายๆ ตัวมาติดตั้งแล้ว จะทำให้ระบบมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่มันอาจไม่ได้เป็...
17/05/2021

🔸หลายๆ องค์กร อาจจะคิดว่าซื้อระบบ IT Security หลายๆ ตัวมาติดตั้งแล้ว จะทำให้ระบบมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่มันอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น
บริษัทชั้นนำด้านการวิจัยและให้คำปรึกษาของสหรัฐอเมริกาอย่าง Gartner ได้ให้ข้อมูลว่าในปี 2021 นี้องค์กรต่างๆ มีแนวโน้มที่จะลงทุนสูงกว่าเดิมมากเพื่อติดตั้งระบบ IT Security สิ่งที่ควรคำนึงไม่ใช่จำนวน แต่มันคือ ประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่วางระบบแล้ว ทุกอย่างจะจบและปลอดภัย สบายใจ โดยไม่ได้มีการตรวจสอบว่าระบบนั้นใช้การได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ สุดท้ายก็กลายเป็นช่องโหว่ให้บรรดา Hacker ทั้งหลาย

หลายองค์กรเสียทั้งเวลา และเม็ดเงินไปกับการเลือก Supplier ที่จะมาติดตั้งระบบความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ IT ในองค์กร แต่พอเอาเข้าจริงแล้วซอฟแวร์หรือระบบรักษาความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็น Anti-virus Anti-malware หรือเครือข่ายส่วนบุคคล VPN นั้นไม่ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเกิดจากการตั้งค่าที่ไม่หมาะสม
สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ NIST ในสหรัฐอเมริกา ก็ได้ออกข้อกำหนดที่เป็นแนวทางชื่อว่า NIST SP 800-137 พร้อมอธิบายถึงหลักในการควบคุมความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสำหรับทุกระบบข้อมูลของรัฐบาลกลาง เพื่อให้องค์กรต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการจัดการระบบความปลอดภัยได้ แต่ก็มีเพียงไม่กี่ % ที่นำไปปรับใช้ นอกเหนือจากทำตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือแล้ว อีกส่วนสำคัญก็คือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่าย IT ในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบความปลอดภัย

องค์กรเองอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดซะใหม่ .... การเสียเงินมากมายไปกับการเน้นซื้อระบบ IT Security จำนวนมากนั้นอาจจะไม่ใช่คำตอบ ..
เขียน และเรียบเรียงโดย LEAD Cyber Team..
แหล่งที่มา:
https://www.securityweek.com/todays-security-trap-increasing-spending-not-efficacy..

🏥แม้กระทั่งช่วงสงคราม ยังมีข้อตกลงให้ละเว้นการโจมตีโรงพยาบาล แต่ Hacker ยุคปัจจุบันไม่ได้มีศีลธรรมขนาดนั้นโรงพยาบาลเป็นส...
15/05/2021

🏥แม้กระทั่งช่วงสงคราม ยังมีข้อตกลงให้ละเว้นการโจมตีโรงพยาบาล แต่ Hacker ยุคปัจจุบันไม่ได้มีศีลธรรมขนาดนั้น
โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ใช้รักษาชีวิตคนและควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แต่เหล่าผู้ไม่หวังดีทาง Cyber ไม่ได้คิดเช่นนั้น โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมามีเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นสองเหตุการณ์กับโรงพยาบาลและเครือข่ายประสานงานปลูกถ่ายอวัยวะในสหรัฐอเมริกา
Scripps Health โรงพยาบาลในเมือง ซานติอาโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกโจมตีระบบควบคุมอุปกรณ์ IT ที่รวมไปถึงอุปกรณ์พยุงชีพสำคัญๆ มากมาย ส่งผลให้โรงพยาบาลไม่สามารถใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้ และนี่เป็นอีกครั้งที่เป็นการโจมตีด้วย Ransomware ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบ Software ประสงค์ร้ายที่ทำหน้าที่ปิดกั้นไมให้ผู้ใช้งานเข้าถึงระบบสั่งการต่างๆ และอาจมีการดึงข้อมูลสำคัญออกไปใช้ประโยชน์ในทางผิดกฎหมาย เหตุการณ์นี้ทำให้โรงพยาบาลต้องรีบแก้ปัญหาด้วยการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติไปยังโรงพยาบาลในเครือ และโชคดีที่ผู้ป่วยที่ได้รับการส่งตัวนั้นปลอดภัยทุกคน
อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ Midwest Transplant Network ในเมืองแคนซัส รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประสานงานระหว่างผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะและผู้บริจาคอวัยวะ โดย Midwest Transplant Network ถูกผู้ไม่หวังดีเจาะเข้าระบบฐานข้อมูล ที่เก็บข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประวัติสุขภาพผู้ป่วยและผู้บริจาคอวัยวะจำนวนมาก มีรายงานว่า ข้อมูลสำคัญของทั้งผู้ป่วยและผู้บริจาคอวัยวะ จำนวนมากถึง 17,000 คน ได้รั่วไหลออกไป เลยทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อเจ้าของข้อมูลเหล่านั้น
ขนาดโรงพยาบาล หรือสถานที่ให้บริการทางการแพทย์ยังไม่รอดพ้นจากผเหล่า Hacker อุตสาหกรรมอื่นๆ ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าองค์กรในอุตสาหกรรมไหนก็ควรตระหนักถึงความอันตรายของภัยคุกคามทาง Cyber และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

🏥แม้กระทั่งช่วงสงคราม ยังมีข้อตกลงให้ละเว้นการโจมตีโรงพยาบาล แต่ Hacker ยุคปัจจุบันไม่ได้มีศีลธรรมขนาดนั้น
โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ใช้รักษาชีวิตคนและควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แต่เหล่าผู้ไม่หวังดีทาง Cyber ไม่ได้คิดเช่นนั้น โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมามีเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นสองเหตุการณ์กับโรงพยาบาลและเครือข่ายประสานงานปลูกถ่ายอวัยวะในสหรัฐอเมริกา
Scripps Health โรงพยาบาลในเมือง ซานติอาโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกโจมตีระบบควบคุมอุปกรณ์ IT ที่รวมไปถึงอุปกรณ์พยุงชีพสำคัญๆ มากมาย ส่งผลให้โรงพยาบาลไม่สามารถใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้ และนี่เป็นอีกครั้งที่เป็นการโจมตีด้วย Ransomware ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบ Software ประสงค์ร้ายที่ทำหน้าที่ปิดกั้นไมให้ผู้ใช้งานเข้าถึงระบบสั่งการต่างๆ และอาจมีการดึงข้อมูลสำคัญออกไปใช้ประโยชน์ในทางผิดกฎหมาย เหตุการณ์นี้ทำให้โรงพยาบาลต้องรีบแก้ปัญหาด้วยการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติไปยังโรงพยาบาลในเครือ และโชคดีที่ผู้ป่วยที่ได้รับการส่งตัวนั้นปลอดภัยทุกคน
อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ Midwest Transplant Network ในเมืองแคนซัส รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประสานงานระหว่างผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะและผู้บริจาคอวัยวะ โดย Midwest Transplant Network ถูกผู้ไม่หวังดีเจาะเข้าระบบฐานข้อมูล ที่เก็บข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประวัติสุขภาพผู้ป่วยและผู้บริจาคอวัยวะจำนวนมาก มีรายงานว่า ข้อมูลสำคัญของทั้งผู้ป่วยและผู้บริจาคอวัยวะ จำนวนมากถึง 17,000 คน ได้รั่วไหลออกไป เลยทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อเจ้าของข้อมูลเหล่านั้น
ขนาดโรงพยาบาล หรือสถานที่ให้บริการทางการแพทย์ยังไม่รอดพ้นจากผเหล่า Hacker อุตสาหกรรมอื่นๆ ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าองค์กรในอุตสาหกรรมไหนก็ควรตระหนักถึงความอันตรายของภัยคุกคามทาง Cyber และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์..
เขียน และเรียบเรียงโดย LEAD Cyber Team..
แหล่งที่มา:
https://www.cyberscoop.com/cybercriminals-ransomware-health-care-scripps/..

⚠️Cyber Attack ภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อวงการน้ำมันโลก เกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาจริง...
12/05/2021

⚠️Cyber Attack ภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อวงการน้ำมันโลก เกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา
จริงอยู่ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ความทันสมัยของเทคโนโลยีอาจตามมาด้วยภัยอันตรายและความเสี่ยงที่เราต้องรับมือ
นอกจากการโจมตีทางไซเบอร์จะเกิดขึ้นในระดับบุคคลแล้ว องค์กรธุรกิจก็ไม่อาจรอดพ้นจากภัยอันตรายนี้ อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับ Colonial Pipeline ในสหรัฐอเมริกา
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา เกิดการโจมตีทางไซเบอร์กับบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงาน อย่างบริษัทขนส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาอย่าง Colonial Pipeline ซึ่งมีการขนส่งน้ำมันตกวันละ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีเส้นทางการขนส่งนับตั้งแต่ทางตอนใต้ไปจนถึงตะวันออกของอเมริกา คิดเป็นระยะทาง 8,850 กิโลเมตร การโจมตีครั้งนี้เป็นการปิดกั้นการเข้าถึงระบบขนส่งน้ำมันของ Colonial Pipeline ทำให้บริษัทไม่สามารถขนส่งน้ำมันไปยังที่ต่างๆ ได้ โดยผู้ไม่หวังดีต้องการเรียกค่าไถ่เพื่อแลกกับการเปิดให้บริษัทสามารถเข้าถึงระบบขนส่งน้ำมันได้ดังเดิม เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง เนื่องจากท่อขนส่งน้ำมันของ Colonial Pipeline ถือเป็นท่อหลักของประเทศที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของอเมริกา และการขาดแคลนน้ำมันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบความปลอดภัยในโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมพลังงานในสหรัฐอเมริกา
จากเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงอันตรายของการถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งในระดับบุคคลและองค์กรธุรกิจที่แม้กระทั่งองค์กรชั้นนำต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ยังไม่อาจรอดพ้นจากภัยคุกคามนี้ได้ และเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของ Cyber Security ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะองค์กรที่มีฐานข้อมูลสำคัญมากมายและมีมูลค่าสูง
🔷คำถามสำคัญขององค์กรในปัจจุบัน คือ องค์กรจะวางแผนรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ทั้งในทางธุรกิจและการบริหารทรัพยากรบุคคล?.....................................
เขียน และเรียบเรียงโดย LEAD Cyber Team

แหล่งข้อมูล
https://intellectualpoint.com/5-reasons-why-cybersecurity-is-important-now-more-than-ever/
https://www.reuters.com/technology/colonial-pipeline-halts-all-pipeline-operations-after-cybersecurity-attack-2021-05-08/

🔴“Reed Hastings” The Master of Adaptation🔴ในตอนนี้ ทุกคนในองค์กรจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่เสมอและปรับตัวให้ทัน เพื่อรับมือกับ...
23/09/2020

🔴“Reed Hastings” The Master of Adaptation🔴
ในตอนนี้ ทุกคนในองค์กรจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่เสมอและปรับตัวให้ทัน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งยากเกินจะคาดเดา และผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้องค์กรอยู่รอดนั้นคือ “ผู้นำ” ขององค์กรนั่นเอง ดังนั้นสถาบันฯ อยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับผู้นำแห่งยุค ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการปรับตัว และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับผู้นำคนอื่นๆ ได้ ในยุคปัจจุบัน ไปทำความรู้จักบุคคลผู้นั้นกันเลยครับ
การมีผู้นำในองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอด ชื่อผู้นำที่โดดเด่นขึ้นมาก็คือ Reed Hastings หัวเรือใหญ่ของบริษัท Netflix ผู้ให้บริการด้าน VDO Streaming ชื่อดัง Hastings มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการให้บริการที่ดีกว่าในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบวีดิโอให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยไม่ยึดติดกับการทำธุรกิจแบบเดิมที่เคยสร้างกำไรให้เขาเป็นกอบเป็นกำ
ยุคแรกของ Netflix และอุปสรรคที่พบเจอ
แรกเริ่ม Netflix ดำเนินธุรกิจด้วยการให้บริการ DVD-by-mail หรือปล่อยเช่าแผ่นดีวีดี โดยส่งไปตามที่พักอาศัยของลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิก ในปี 2553 โมเดลธุรกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จมาก ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Blockbuster ผู้ให้บริการเช่าแผนดีวีดีภาพยนตร์และวิดีโอเกมประสบกับภาวะล้มละลาย เนื่องจากไม่สามารถสู้กลยุทธ์ของ Netflix ที่คิดค่าบริการแบบคงที่ (Flat Fee) โดยไม่จำกัดจำนวนดีวีดีได้
ในปีต่อมา Netflix ยังคงปรับปรุงและพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยเปิดบริการด้าน Online Video Streaming แต่ก็ยังประสบปัญหา สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า เนื่องจาก Netflix มีการคิดค่าบริการสูงขึ้นถึง 60% คิดเป็น 16 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับแพ็คเกจสั่งดีวีดีหนึ่งแผ่นต่อครั้ง พร้อมกับ Internet-Streaming ซึ่งจากเดิมมีค่าบริการเพียง 10 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนั้น Netflix ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจราต่อรองกับธุรกิจกับเจ้าของค่ายหนังต่างๆ เนื่องจาก ณ ขณะนั้น Netflix ไม่มีข้อเสนออะไรที่น่าดึงดูด จึงนำไปสู่การคิดค่าบริการที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้านั่นเอง
🔴การนำของ Reed Hastings สู่โมเดลธุรกิจใหม่
Reed Hastings เห็นว่าถึงเวลาที่องค์กรจะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ด้วยการก้าวข้ามศักยภาพเดิมที่มีอยู่ และพัฒนาตนเองโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นที่หนึ่งในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบ Online Streaming โดยในตลาด คู่แข่งที่สำคัญคือบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการและผลิตคอนเทนท์ในสหรัฐอเมริกาอย่าง HBO ซึ่ง Hastings ปรับตัวโดยตัดสินใจผลิตคอนเทนท์ของตัวเองขึ้นมา โดยนำเสนอคอนเทนท์ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมผู้บริโภคให้มากที่สุด คอนเทนท์ดังกล่าวรวมไปถึง ละครซีรีส์ โดยในปี 2556 มีซีรีส์ที่ถูกนำมาต่อยอดและสร้างใหม่หลายเรื่องด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นผลงานคุณภาพ เช่น “Arrested Development” “Orange is the New Black” และ “House of Cards” ทั้ง 3 เรื่องนั้น เข้าชิงรางวัล Emmy Awards ทั้งหมด 14 ประเภท โดย House of Cards คว้าไปถึง 3 รางวัล และถึงแม้ว่าเงินลงทุนในการผลิตคอนเทนท์นั้นจะสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 2 ซีซั่นแรกของ House of Cards แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก
ความสำเร็จของ Netflix แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Reed Hastings ในฐานะของผู้นำที่มีความพยายามอันไม่ลดละที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กล้าตัดสินใจ กล้าเสี่ยง ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับองค์กร Start-up เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว Reed Hastings ยังคงใช้ทักษะเหล่านั้นในการบริหาร Netflix ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นองค์กรมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ผู้บริหารบางคน อาจมัวสนใจแต่เรื่องของกำไรขาดทุนจนลืมพัฒนาทักษะที่จะส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคที่มีความไม่แน่นอนในทุกๆ ด้าน
ยิ่งปรับ ยิ่งได้เปรียบ เป็นคำสำคัญที่ผู้คนในองค์กร โดยเฉพาะผู้นำในองค์กร ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อเตือนใจว่าในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดังเช่น การเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งชี้ให้เห็นว่าการเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
------------------------------------------------

www.leadbusinessinstitute.com

🔴“Reed Hastings” The Master of Adaptation🔴
ในตอนนี้ ทุกคนในองค์กรจำเป็นต้องตื่นตัวอยู่เสมอและปรับตัวให้ทัน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งยากเกินจะคาดเดา และผู้ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้องค์กรอยู่รอดนั้นคือ “ผู้นำ” ขององค์กรนั่นเอง ดังนั้นสถาบันฯ อยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับผู้นำแห่งยุค ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการปรับตัว และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับผู้นำคนอื่นๆ ได้ ในยุคปัจจุบัน ไปทำความรู้จักบุคคลผู้นั้นกันเลยครับ

การมีผู้นำในองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอด ชื่อผู้นำที่โดดเด่นขึ้นมาก็คือ Reed Hastings หัวเรือใหญ่ของบริษัท Netflix ผู้ให้บริการด้าน VDO Streaming ชื่อดัง Hastings มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการให้บริการที่ดีกว่าในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบวีดิโอให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ โดยไม่ยึดติดกับการทำธุรกิจแบบเดิมที่เคยสร้างกำไรให้เขาเป็นกอบเป็นกำ
ยุคแรกของ Netflix และอุปสรรคที่พบเจอ

แรกเริ่ม Netflix ดำเนินธุรกิจด้วยการให้บริการ DVD-by-mail หรือปล่อยเช่าแผ่นดีวีดี โดยส่งไปตามที่พักอาศัยของลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิก ในปี 2553 โมเดลธุรกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จมาก ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Blockbuster ผู้ให้บริการเช่าแผนดีวีดีภาพยนตร์และวิดีโอเกมประสบกับภาวะล้มละลาย เนื่องจากไม่สามารถสู้กลยุทธ์ของ Netflix ที่คิดค่าบริการแบบคงที่ (Flat Fee) โดยไม่จำกัดจำนวนดีวีดีได้
ในปีต่อมา Netflix ยังคงปรับปรุงและพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยเปิดบริการด้าน Online Video Streaming แต่ก็ยังประสบปัญหา สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้า เนื่องจาก Netflix มีการคิดค่าบริการสูงขึ้นถึง 60% คิดเป็น 16 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับแพ็คเกจสั่งดีวีดีหนึ่งแผ่นต่อครั้ง พร้อมกับ Internet-Streaming ซึ่งจากเดิมมีค่าบริการเพียง 10 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนั้น Netflix ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจราต่อรองกับธุรกิจกับเจ้าของค่ายหนังต่างๆ เนื่องจาก ณ ขณะนั้น Netflix ไม่มีข้อเสนออะไรที่น่าดึงดูด จึงนำไปสู่การคิดค่าบริการที่สร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้านั่นเอง

🔴การนำของ Reed Hastings สู่โมเดลธุรกิจใหม่
Reed Hastings เห็นว่าถึงเวลาที่องค์กรจะต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง ด้วยการก้าวข้ามศักยภาพเดิมที่มีอยู่ และพัฒนาตนเองโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นที่หนึ่งในด้านการนำเสนอคอนเทนท์รูปแบบ Online Streaming โดยในตลาด คู่แข่งที่สำคัญคือบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการและผลิตคอนเทนท์ในสหรัฐอเมริกาอย่าง HBO ซึ่ง Hastings ปรับตัวโดยตัดสินใจผลิตคอนเทนท์ของตัวเองขึ้นมา โดยนำเสนอคอนเทนท์ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมผู้บริโภคให้มากที่สุด คอนเทนท์ดังกล่าวรวมไปถึง ละครซีรีส์ โดยในปี 2556 มีซีรีส์ที่ถูกนำมาต่อยอดและสร้างใหม่หลายเรื่องด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นผลงานคุณภาพ เช่น “Arrested Development” “Orange is the New Black” และ “House of Cards” ทั้ง 3 เรื่องนั้น เข้าชิงรางวัล Emmy Awards ทั้งหมด 14 ประเภท โดย House of Cards คว้าไปถึง 3 รางวัล และถึงแม้ว่าเงินลงทุนในการผลิตคอนเทนท์นั้นจะสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์ สำหรับ 2 ซีซั่นแรกของ House of Cards แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างมาก

ความสำเร็จของ Netflix แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Reed Hastings ในฐานะของผู้นำที่มีความพยายามอันไม่ลดละที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ กล้าตัดสินใจ กล้าเสี่ยง ซึ่งบางคนอาจคิดว่าเป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับองค์กร Start-up เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว Reed Hastings ยังคงใช้ทักษะเหล่านั้นในการบริหาร Netflix ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นองค์กรมหาชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ผู้บริหารบางคน อาจมัวสนใจแต่เรื่องของกำไรขาดทุนจนลืมพัฒนาทักษะที่จะส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคที่มีความไม่แน่นอนในทุกๆ ด้าน

ยิ่งปรับ ยิ่งได้เปรียบ เป็นคำสำคัญที่ผู้คนในองค์กร โดยเฉพาะผู้นำในองค์กร ต้องพึงระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อเตือนใจว่าในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดังเช่น การเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งชี้ให้เห็นว่าการเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการปรับตัวนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
------------------------------------------------

www.leadbusinessinstitute.com

ที่อยู่

Ratchadamri
Bangkok
10330

เบอร์โทรศัพท์

026518291-4

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GBL by LEAD Business Instituteผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์