สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBS

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBS สภาผู้ชมผู้ฟังรายการ ส.ส.ท.

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอสได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาคุณภาพรายการไตรมาสที่ 1/2569 เสร็จสิ้นแล้ว 5 ผ...
03/04/2026

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอสได้จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาคุณภาพรายการไตรมาสที่ 1/2569 เสร็จสิ้นแล้ว 5 ผลิตภัณฑ์/รายการ ดังนี้
กลุ่ม 1 VIPA APPLICATION
กลุ่ม 2 ข่าวค่ำ จันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-20.30 น.
กลุ่ม 3 วันใหม่วาไรตี้ จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-09.00 น.
กลุ่ม 4 รายการเด็ก เสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.00 -08.30 น.
กลุ่ม 5 รายการใหม่ เสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.00 -18.00 น.
ผลจากการรับฟังความคิดเห็นได้จัดส่งรายงานให้กับหน่วยงานภายในไทยพีบีเอสเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการให้บริการและการผลิตรายการของไทยพีบีเอสให้มีคุณภาพสอดคล้องกับประโยชน์สาธารณะและสังคมต่อไป
➡️ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa
#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคกลาง เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับชุมชนกับการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ภา...
22/12/2025

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคกลาง เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับชุมชนกับการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกิจกรรม “Climate change: สัมพันธภาพทางอำนาจในการจัดการทรัพยากรภายใต้วิกฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคกลาง จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสื่อสาธารณะ โดยประมวลสถานการณ์ ปัญหา วิพากษ์วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านเวทีเสวนาและการจัด Focus Group ในกิจกรรม “Climate change: สัมพันธภาพทางอำนาจในการจัดการทรัพยากรภายใต้วิกฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ””เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ พาราดิโซ เจเค ดีไซน์ จ.นครสวรรค์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40 คน
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวว่าการเปิดพื้นที่ทางปัญญาให้สังคมได้มีโอกาสตั้งคำถามต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะขณะที่ระบบทุนนิยมสามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาลแต่ก็สามารถสร้างบาดแผลให้กับระบบนิเวศด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากเราต้องการเปลี่ยนผ่านจาก "การเติบโตแบบมายา" ไปสู่ "ความยั่งยืนที่แท้จริง" ก็ต้องประมวลสถานการณ์ ทำความเข้าใจร่วมกันก่อนว่าการพัฒนาโดยไม่เคารพต่อขีดจำกัดของระบบนิเวศจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ต้องเปลี่ยนจากการ "บ่น" ไปสู่การ "สร้างสรรค์" พัฒนาข้อเสนอทางนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรมทางนิเวศ นโยบายที่เกิดขึ้นจะต้องไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้องเป็นการออกแบบใหม่ที่มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และต้องทำให้ข้อเสนอเชิงนโยบายเหล่านี้มีชีวิตและสามารถปฏิบัติได้จริงโดยการเชื่อมพลังทางสังคมกับสื่อสาธารณะ คือ ไทยพีบีเอส ให้ร่วมกันผลักดันนโยบาย และสร้างพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ในช่วงหนึ่งของกิจกรรม ได้เปิดให้มีการรับฟังสะท้อนเสียงจากคนในพื้นที่ เช่น คุณกรวุฒิ เกิดนาวี ชาวนาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สะท้อนถึงผลกระทบจากการเป็นพื้นที่น้ำท่วมอย่างยาวนาน,คุณสายบัว ขุนทด จังหวัดนครสวรรค์ สะท้อนปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน กรณีทุ่งเลี้ยงสัตว์อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้,คุณลลิตา สบายใจ เสียงสะท้อนจากกลุ่มป่าตะวันตก เล่าประสบการณ์การถูกรัฐประกาศให้เป็น “เขตห้ามล่าสัตว์ป่า” ส่งผลกระทบต่อวิถีการทำกิน เช่น การเก็บเห็ด การหาสมุนไพร การเก็บเศษไม้แห้งตามฤดูกาล,คุณกฤษฎา โพธิ์ศรี ผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและที่ทำกินจากโครงการเหมืองที่ไม่ได้รับการเยียวยา, คุณปรานิสา รุจจิเวทย์ สะท้อนปัญหาปัญหาการขอประทานบัตรเหมืองแร่ ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทั้งที่โครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนในวงกว้าง
ในวงเสวนาเรื่อง “ Climate Change: ความสัมพันธภาพทางอำนาจในการจัดการทรัพยากรภายใต้วิกฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” มีการบอกเล่าและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ภาคกลาง ภาพรวมสถานการณ์และการผลักดันให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการร่วมจัดการทรัพยากรจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยคุณสาคร สงมา ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม,คุณส.รัตนมณี พลกล้า ทนายมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน,คุณจีระศักดิ์ ตรีเดช นายกสมาคมเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเทือกเขาเพรชบูรณ์และผศ.ดร.วรวิทย์ นพแก้ว อาจารย์สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
ปิดท้ายกิจกรรมด้วยกิจกรรม การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ร่วมกันระดมความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมข้อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อโครงการที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน และคาดหวังให้ไทยพีบีเอสทำหน้าที่สื่อสาธารณะนำเสนอข้อเท็จจริงจากชุมชนสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง
➡️ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa
#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคตะวันตก สร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติ สร...
15/12/2025

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคตะวันตก สร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติ สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านกิจกรรม “เรียนรู้ กู้วิกฤต สู้ Climate Change”
สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคตะวันตก จัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายต่อสื่อสาธารณะ เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ธรรมชาติผ่าน 5 ฐานการเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์ให้ครอบครัวและเยาวชน ให้เห็นความสำคัญของการปรับตัวและเรียนรู้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่สามารถเริ่มต้นได้จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ในหัวข้อ “เรียนรู้ กู้วิกฤต สู้ Climate Change” เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ร้านไอน้ำคาเฟ่ แอนด์ บาร์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 40 คน
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวว่าการจัดกิจกรรมทำให้ครอบครัวได้ร่วมกันเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน พร้อมย้ำว่าสมาชิกสภาผู้ชมฯ เปรียบเสมือน "เซลส์แมน" ของ ไทยพีบีเอส ช่วยรับฟังเสียงของผู้ชมว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาหันมาดูไทยพีบีเอสมากขึ้น เพื่อปรับปรุงให้สื่อสาธารณะทำหน้าที่ตอบโจทย์ให้กับพื้นที่
ในการจัดกิจกรรมได้เปิดพื้นที่ให้สมาชิกในครอบครัว ได้ร่วมกันเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างระบบนิเวศท้องถิ่นกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศผ่าน 5 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่
(1)นิทรรศการไร่หมุนเวียน สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บางกลอย ในการจัดการทรัพยากร เพื่อลดความเสี่ยงจากความแปรปรวนของภูมิอากาศ ชี้ให้เห็นว่าระบบการผลิตแบบดั้งเดิมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร (เช่น การไม่ใช้ปุ๋ยเคมี การปลูกพืชตามฤดูกาล) นอกจากนี้ยังสะท้อนปัญหาความขัดแย้งและการเรียกร้องสิทธิ์รวมถึงการลดอคติต่อชาติพันธ์ในการทำไร่เลื่อนลอย
(2)ระบบนิเวศจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เรียนรู้การใช้แผนที่ชุมชนหรือจำลองระบบนิเวศ (ต้นน้ำ-คลอง-ลำ ปะโดง-ปากอ่าว) เพื่อศึกษาผลกระทบของน้ำขึ้นน้ำลงที่รุนแรงขึ้น (น้ำท่วม/น้ำเค็มรุก) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น ส่งกระทบต่อสัตว์น้ำ/พืช และเปรียบเทียบความแตกต่างของระบบนิเวศในอดีตกับปัจจุบัน
(3)ทำปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือน/ ความลับจากชันโรง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมลงมือทำปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือน การจัดการขยะอินทรีย์ เปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้กลายเป็น "ปุ๋ยหมักจากมูลไส้เดือน" ที่อุดมด้วยจุลินทรีย์และธาตุอาหารสำหรับพืช ซึ่งลดการฝังกลบ(ลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากขยะ) และลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองในการกำจัดขยะ โดยไส้เดือนจะกินเศษผักผลไม้และย่อยสลาย ทำให้เกิดปุ๋ยคุณภาพสูง ลดปัญหาขยะ และสร้างทรัพยากรกลับคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงการใช้แมลงผสมเกสร และรู้จัก “ชันโรง” แมลงที่เป็นตัวชี้วัดความปลอดภัยจากสารเคมี
(4)Design My Eco Bag การทำกระเป๋าด้วยเทคนิคการตอกลายจากวัสดุธรรมชาติ เน้นการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ลดขยะและ Carbon Footprint สร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจการบริโภคที่ยั่งยืน
(5)ศิลปะสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันวาดภาพ ปั้น หรือสร้างสรรค์งานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกและผลกระทบของ Climate Change ที่ตนเองประสบ สร้างพื้นที่การแสดงออกร่วมกันและเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน
ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อสื่อสาธารณะ โดยมีข้อเสนอให้ “ไทยพีบีเอส”ให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์และรายการ เพื่อสื่อสารกับผู้คนทุกเพศทุกวัย ให้เห็นความสำคัญของ “ครอบครัว” ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเรียนรู้และปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาวะอากาศของโลกที่มีความแปรปรวน หากทุกครอบครัวเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องใกล้ตัว ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนได้จากต้นทาง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
➡️ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa
#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคตะวันออกร่วมกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเตือนภัย แล...
22/10/2025

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคตะวันออกร่วมกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเตือนภัย และการรับมือกับภัยพิบัติ ผ่านประสบการณ์จริงจากพื้นที่ ในกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย “รู้สู้ภัย รวมใจเตือนภัยพิบัติ”
สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคตะวันออกร่วมกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดเวทีเพื่อสะท้อนภาพรวมสถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศไทย การวางแผนการรับมือรวมถึงความสำคัญของการสื่อสารข้อมูล นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในรูปแบบ Focus Group โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามหัวข้อสำคัญ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การสื่อสารแจ้งเตือนภัยพิบัติ กลุ่มที่ 2 การจัดการภัยพิบัติ กลุ่มที่ 3 การรับมือหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ Convention Hall 2 ไทยพีบีเอส
➡️อ่านต่อ : https://sapa.thaipbs.or.th/index.php/activity/news/151
➡️ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa
#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคเหนือ เปิดพื้นที่การเรียนรู้สร้างพลังบวก เชื่อมโยงผู้คนร่วมกันสร้างสังคมสุขภาพจิตด...
20/10/2025

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคเหนือ เปิดพื้นที่การเรียนรู้สร้างพลังบวก เชื่อมโยงผู้คนร่วมกันสร้างสังคมสุขภาพจิตดี ผ่านกิจกรรม “ฮีลใจกับไทยพีบีเอส ชวนคนไทยสร้างสุขภาพจิต”
สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคเหนือและเครือข่าย จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนสถานการณ์สุขภาพจิตในพื้นที่ สะท้อนปรากฏการณ์ต่าง ๆ ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนสร้างสังคมสุขภาพจิตดีร่วมกัน ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสื่อสาธารณะ ในหัวข้อ “ฮีลใจกับไทยพีบีเอส ชวนคนไทยสร้างสุขภาพจิต” เมื่อวันที่ 4-5 ตุลาคม 2568 ณ สำนักกิจกรรมกิ่งก้านใบ LearnScape อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคม โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาเมืองโรเซตโต รัฐเพนซิลวาเนีย หรือ Reseto Effect ที่เป็นที่รู้จักดีในแวดวงสุขภาพ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวอิตาลีที่อพยพมาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นช่างสกัดหิน ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก แต่ปรากฏว่าคนในชุมชมนี้กลับมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคความดันหรือโรคเรื้อรัง สถิติการฆ่าตัวตายและอัตราอาชญากรรมตํ่ามาก จึงมีการศึกษาว่าเป็นเพราะปัจจัยอะไร อัตราการสูบบุหรี่และดื่มสุราก็ไม่ได้น้อยไปกว่าชุมชนอื่น ๆ มีการศึกษาปัจจัยต่าง ๆ อยู่หลายปี กว่าจะสรุปได้ว่า ผู้คนในชุมชนนี้สุขภาพดีเพราะชุมชนดี เป็นสังคมเครือญาติ อยู่ร่วมกันแบบสังคมอบอุ่น ในหนึ่งครอบครัวมีสมาชิกจาก 3 รุ่น (Generation) อยู่ด้วยกัน เพื่อนบ้านที่รู้จักกันดีและช่วยเหลือกัน
“กรณีนี้ทำให้เห็นชัดว่า สุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขภาพสังคมไม่ได้แยกจากกัน ต้องดำเนินไปพร้อมกัน เราจะฟื้นฟูสุขภาพจิตโดยไม่สนใจมิติของชุมชนไม่ได้ จะดูแลสุขภาพจิตโดยไม่สนใจว่าสุขภาพกายเป็นอย่างไรก็ไม่ได้ ถ้าสุขภาพสังคมดี สุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายก็จะดีไปด้วย”ดร. นพ.โกมาตรกล่าว
นอกจากเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนยังมีกิจกรรมเพื่อบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพจิตให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น สปาสมุนไพรผ่อนคลายกาย-ใจ โดย ขอบป่าสคูล , 'ศิลปะด้านใน' หรือ Inner Art ชวนสัมผัสความงามและซึมซับพลังรอบตัวผ่านศิลปะ โดย กลุ่มที่หลบฝน , เรียนรู้ศิลปะ ปั้นดินฮีลใจ โดย Thummue studio (ธรรมมือสตูดิโอ) , กิจกรรม“อาบเสียง” บำบัด-ขจัดของเสียภายในด้วย 'เสียง' เยียวยา บำบัดจิตใจ โดย Art Home เป็นต้น
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังร่วมกันถอดบทเรียนสถานการณ์สุขภาพจิต และร่วมกันทำข้อเสนอโดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เด็กและเยาวชน,ครอบครัว, ชุมชน ,และนโยบายรัฐ และร่วมแลกเปลี่ยนกับตัวแทนคณะกรรมการนโยบาย และกรรมการบริหารของไทยพีบีเอส เพื่อร่วมกันเสนอแนะให้สื่อสาธารณะช่วยสื่อสารเนื้อหาประเด็นสุขภาพจิตเพื่อเป็นพื้นที่สร้างความหวัง สร้างความเข้าอกเข้าใจและลดความตึงเครียดในสังคม
นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.ด้านสร้างสรรค์เนื้อหา กล่าวว่า ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาสุขภาพจิตและออกแบบผังรายการให้ช่วยทำหน้าที่ “ฮีลใจ”ผู้คนในทุกช่วงวัย เช่น รายการวันใหม่วาไรตี้ จะมีคอลัมน์ “นครฮีลใจ” หรือหากเป็นผู้สูงอายุ ก็มีรายการลุยไม่รู้โรย รวมถึงรายการอื่น ๆ ที่มุ่งจะสร้างทั้งความสุขควบคู่ไปกับสาระ ไทยพีบีเอสยินดีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ชมผู้ฟังเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพรายการและการให้บริการของไทยพีบีเอสดียิ่งขึ้น และย้ำว่าอยากให้ทุกฝ่ายคิดว่าไทยพีบีเอสและผู้ชมทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน สามารถเสนอแนะและสื่อสารถึงไทยพีบีเอสได้เสมอ
➡️ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa
#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

สภาผู้ชมฯ ไทยพีบีเอส ภาคใต้ เปิดพื้นที่กลาง “โหม๋เรา เกลอใต้ รับมือโลกรวน”ระดมความคิดเห็นเสนอไทยพีบีเอส เร่งสื่อสารข้อมู...
17/10/2025

สภาผู้ชมฯ ไทยพีบีเอส ภาคใต้ เปิดพื้นที่กลาง “โหม๋เรา เกลอใต้ รับมือโลกรวน”ระดมความคิดเห็นเสนอไทยพีบีเอส เร่งสื่อสารข้อมูลภัยพิบัติให้ประชาชน “เข้าถึงง่าย-ใช้ประโยชน์เป็น”
สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภูมิภาคใต้ตอนบนและภูมิภาคใต้ตอนล่าง ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะ “โหม๋เรา เกลอใต้ รับมือโลกรวน” ณ โรงแรมกระบี่รอยัล จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการกำหนดนโยบายต่อสื่อสาธารณะ สร้างพื้นที่กลางในการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ในประเด็นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation) โดยมีตัวแทนจากภาคประชาชน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ และหน่วยงานรัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกว่า 50 คน
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวเปิดกิจกรรม โดยย้ำถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว และกำลังส่งผลต่อชีวิตผู้คน ทั้งภัยแล้ง น้ำหลาก และความไม่แน่นอนของฤดูกาล และยกตัวอย่างการคัดค้าน “โรงไฟฟ้าบ่อนอก ต.บ่อนอก อ.บ้านกรูด จ.ประจวบคีรีขันธ์” ว่าเป็นกระบวนการภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมในการปกป้องทรัพยากรและสิทธิชุมชน จึงขอให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ตนเอง มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนบทบาทสื่อสาธารณะในการนำเสนอทางเลือกและออกแบบในท่ามกลางภาวะโลกรวน
ในการปาฐกถา หัวข้อ “ภาคใต้ท่ามกลางโลกรวน: ความท้าทายและทางรอด” โดย นายเอกณัฐ บุญยัง ประธานเครือข่ายประชาสังคมจังหวัดกระบี่” ได้ย้ำว่าภาคใต้มีความหลากหลายของระบบนิเวศ มีทั้งนิเวศบนบก นิเวศชายฝั่ง และนิเวศทางทะเล ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คน และกำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะโลกรวน รวมถึงการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด จึงเห็นว่าชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดการระบบนิเวศ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างทางรอดของภาคใต้ในอนาคตผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่จากผลกระทบของภาวะโลกรวน ทั้งปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล หญ้าทะเลตายซึ่งกระทบต่อพะยูน รวมถึงการจัดการขยะและโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชน ที่สะท้อนถึงความจำเป็นของการสื่อสารและการจัดการอย่างมีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่น โดยมีการเสวนาในหัวข้อ “เสียงเราคนใต้: ทางรอดในยุคโลกรวน” ร่วมแลกเปลี่ยนโดย นายอภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ประสานงาน Beach for Life, นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท, นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่, นายอิทธิชัย ตันบุตร นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ และ ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมี โดยมี คุณณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินรายการ
ในกิจกรรมสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้เข้าร่วมได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ ชายหาดร้าวราน ทะเลเปลี่ยนไป, ชุมชนและท้องถิ่นรับมือโลกรวน และรู้รอดปลอดภัยรับมือโลกรวน เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอถึง Thai PBS ให้สื่อสาธารณะพัฒนาการสื่อสารข้อมูลด้านภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ประชาชน “เข้าถึงและใช้เป็น” สร้างความตระหนักโดยไม่ตระหนก พร้อมให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสะท้อนเสียงของตนเอง รวมถึงนำเสนอตัวอย่างและแนวทางการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนในรูปแบบที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและยั่งยืน
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa

#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคอีสาน เปิดพื้นที่ภาคประชาชนและเครือข่ายร่วมหาทางรอดโลกรวน ผ่านกิจกรรม “ลมหายใจฅนอี...
16/10/2025

สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคอีสาน เปิดพื้นที่ภาคประชาชนและเครือข่ายร่วมหาทางรอดโลกรวน ผ่านกิจกรรม “ลมหายใจฅนอีสาน”
สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ภาคอีสาน เปิดพื้นที่สร้างความตระหนักรู้และเตรียมพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( Climate Change Adaptation ) ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสื่อสาธารณะ ในหัวข้อ “ลมหายใจฅนอีสาน” เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ณ โรงแรมบายาสิตา มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 50 คน ร่วมกันสะท้อนสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และกำหนดแนวทางการสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ
ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารและพลังของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
เมื่อเทียบกับภาครัฐที่อำนาจออกกฎหมายบังคับใช้ หรือเอกชนที่มีเงินลงทุน ภาคประชาสังคมอาจจะไม่ได้มีอำนาจในลักษณะนั้น จึงต้องใช้ “การสื่อสาร” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยมี Thai PBS เป็นสื่อสาธารณะที่คอยนำเสนอข้อมูลจากภาคประชาสังคม
ภายในงานยังมีปาฐกถาและเสวนา “ทางรอดอีสานในภาวะ Climate change” โดยมี รศ.ดร.กิติโรจน์ หวันตาหลา ผู้อำนวยการศูนย์การจัดการคาร์บอนและสภาวะโลกร้อน,ดร. สมพันธ์ เตชะอธิก กรรมการสุขภาพแห่งชาติ และอนุกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7, คุณพัชราพร หีบแก้ว ภูคูณคำออร์แกนิคกรุ๊ป,คุณสมเจตน์ ไชยลาภ สมาชิกสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส และดร.ณัฐชนก พาละเอ็น นักวิชาการสิ่งแวดล้อมระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 10 (ขอนแก่น) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาวะโลกร้อน, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5, มลพิษทางน้ำ สาเหตุของปัญหา แนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในรูปแบบสภากาแฟ ( World Café) ให้ผู้เข้ากิจกรรมได้เล่าประสบการณ์เฉพาะบุคคล เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ ประสบการณ์การปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ และข้อเสนอแนะต่อสื่อสาธารณะว่าควรจะนำเสนอเนื้อหาของรายการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างไร เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักถึงปัญหาและสร้าง “ทางรอด” ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ให้สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์โลกรวนต่อไปได้
➡️ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa

#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

ไทยพีบีเอส จัดประชุมใหญ่สภาผู้ชมผู้ฟังรายการ รุ่น 7 ปี 68 ฉายภาพผลิตภัณฑ์และบริการเด่น 5 กลุ่ม "ข่าว - รายการ - ดิจิทัล ...
08/07/2025

ไทยพีบีเอส จัดประชุมใหญ่สภาผู้ชมผู้ฟังรายการ รุ่น 7 ปี 68 ฉายภาพผลิตภัณฑ์และบริการเด่น 5 กลุ่ม "ข่าว - รายการ - ดิจิทัล - พลังพลเมือง - เด็ก" เน้นการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพรายการ สนองประโยชน์สาธารณะ พร้อมเปิดโอกาสผู้อำนวยการคนใหม่ พบสภาผู้ชมฯ ครั้งแรก
อ่านต่อ➡️ https://sapa.thaipbs.or.th/index.php/activity/news/150
➡️ สามารถติดตามข่าวสารของสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ไทยพีบีเอส ได้ที่ www.thaipbs.or.th/Sapa
#สภาผู้ชมฯไทยพีบีเอส

ที่อยู่

145 ถ. วิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

02-790-2412-3

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBSผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBS:

แชร์