17/07/2026
ในยุคที่ AI กลายเป็นแกนหลักของธุรกิจ โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค "AI Native" อย่างเต็มรูปแบบ ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA (ประเทศไทย) ได้เผยทิศทางเทคโนโลยีระดับโลก และการจับมือครั้งสำคัญกับ AWS เพื่อพาลูกค้าองค์กรก้าวข้ามความเปลี่ยนแปลงนี้
[ขุมพลังระดับโลก สู่ความเข้าใจองค์กรไทย]
NTT DATA มีรากฐานแข็งแกร่งระดับโลกด้วยศูนย์ R&D ในญี่ปุ่นที่ผลิตมากกว่า 3,000 นวัตกรรมต่อปี สำหรับในไทย NTT DATA คือผู้นำอันดับหนึ่งด้าน IT Services แบบครบวงจร มีพนักงานกว่า 1,700 คน ดูแลลูกค้าระดับ Enterprise ครอบคลุมตั้งแต่ Business Consulting, Applications ไปจนถึงระบบธุรกิจ SAP และ Salesforce, Infrastructure, Cloud, Data Center และ Services โดยทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ช่วยเร่งเครื่อง Digital Transformation
[ก้าวสู่ "AI Factory" และการกำกับดูแลที่มั่นคง]
ปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้ลดต้นทุนการดำเนินงานระดับแกนหลัก ศักยภาพของ NTT DATA คือ "การให้คำปรึกษาตั้งแต่ Day 0" ช่วยค้นหา Use Case ที่เหมาะสม ออกแบบกรอบการทำงาน และเน้นเรื่อง AI Governance เพื่อป้องกันปัญหา "Shadow AI" ภายใต้โซลูชันครบวงจรที่เรียกว่า "AI Factory"
การลงทุนสร้าง Local Zone ของ AWS ในไทย ช่วยแก้ปัญหา Low Latency และข้อกำหนดการเก็บข้อมูลในประเทศ (Data Residency) ความร่วมมือนี้จึงเป็น Perfect Match ระหว่าง Cloud/AI ที่ล้ำสมัยของ AWS กับความเชี่ยวชาญของ NTT DATA ลูกค้าจะได้ประโยชน์จากโซลูชันแบบ Pay-as-you-go ที่ยืดหยุ่น ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ และปรับใช้ได้รวดเร็ว
[ยกระดับธุรกิจด้วย Agentic AI]
ปัจจุบันคือยุคของ "Agentic AI" หรือบริการตัวแทนอัจฉริยะที่ทำงานและสั่งการข้ามแอปพลิเคชันได้เอง เช่น Smart AI Agent platform ที่ช่วยวิเคราะห์ปัญหาและกระจายงานให้วิศวกรอัตโนมัติ ทำให้เกิด Mass Customization ในสเกลใหญ่และลดต้นทุนกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้เร็วที่สุด ได้แก่
- กลุ่มสถาบันการเงินและการประกันภัย (Banking & Insurance): กลุ่มที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสูง สามารถใช้ Agentic AI ในการยกระดับความปลอดภัย ตรวจจับทุจริต การตรวจสอบความถูกต้องของสัญญา และการจัดการงานเอกสารซับซ้อน ด้วยความแม่นยำ
- กลุ่มการผลิต (Manufacturing) ตัวเร่งสปีดสำคัญในการขับเคลื่อนที่จะช่วยเร่งกระบวนการผลิตและค้าปลีกให้ก้าวไปสู่ยุค Industry 5.0 ที่เน้นการทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานระหว่างมนุษย์และAI เพื่อบริหารจัดการ Supply Chain อัตโนมัติ คาดการณ์ความต้องการตลาด และจัดการคลังสินค้าได้อย่างแม่นยำ
- กลุ่มโทรคมนาคมและค้าปลีก (Telecom & Retail) พลิกโฉมการดูแลลูกค้ากลุ่ม B2C ไปอีกขั้น ด้วยระบบ Customer Service อัจฉริยะที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง สามารถวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาเทคนิคเบื้องต้น หรือประสานงานข้ามระบบเพื่อปิดเคสได้เองทันที
NTT DATA โดดเด่นด้วยกลยุทธ์ Global Quality, Local Delivery จากงบลงทุน AI ระดับโลก 4-5 พันล้านดอลลาร์ ผสานทีมงานในไทยกว่า 90% ที่เข้าใจระบบเดิม (Legacy) ของลูกค้า ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของความร่วมมือระหว่าง NTT DATA และ AWS คือความสำเร็จของลูกค้า ซึ่งวัดจากผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งการลดต้นทุนและการเติบโตของรายได้