BT Beartai แบไต๋

BT Beartai แบไต๋ BT beartai …มากกว่าไอที

BT beartai สารพัดเรื่องราวข่าวสารเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ข่าวสารสดใหม่ร้อน ๆ ส่งตรงถึงหน้าจอคุณ

ติดต่อโฆษณา ดูรายละเอียดได้ที่เว็บแบไต๋ครับ https://bt.th/contact

ถ้าคุณไถฟีด TikTok, Facebook Reels หรือ YouTube Shorts แล้วเจอละครสั้นแนวตั้งที่เล่าเรื่องราวดึงดูดใจชวนฝัน ทำนองว่าพระเ...
09/05/2026

ถ้าคุณไถฟีด TikTok, Facebook Reels หรือ YouTube Shorts แล้วเจอละครสั้นแนวตั้งที่เล่าเรื่องราวดึงดูดใจชวนฝัน ทำนองว่าพระเอกตัวจริงโผล่มาตอนจบ หรือ นางเอกที่เข้าไปอยู่ในโลกของละครที่ตัวเองเป็นคนเขียน ให้รู้ไว้ว่าคุณกำลังอยู่ในวงจรของละครสั้นหรือละครแนวตั้งในอุตสาหกรรมไมโครดราม่าของจีน
แม้ว่าจีนจะออกมาตรการปรามเนื้อหาชวนเพ้อฝันเหล่านี้ไปแล้วก็ตาม สุดท้ายก็ต้องมาดูกันว่าเนื้อหาที่จะผ่านมาให้เราเห็นจะยังถูกจริตอยู่ไหม แต่ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องนั้น คุณอาจจะต้องประหลาดใจมากขึ้นถ้าได้เห็นว่าละครสั้นจำนวนมากที่จะได้เห็นตั้งแต่ปีนี้ไม่ใช่คนแสดงและไม่ใช้คนผลิต นั่นเพราะอุตสาหกรรมนี้กำลังจะเปลี่ยนไปด้วย AI
อุตสาหกรรมบันเทิงระดับหมื่นล้านที่จีนกำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ด้วยการใช้ AI ผลิตแบบ 100% จนก้าวเข้าสู่ยุคที่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีคนแสดงอีกต่อไป เมื่อปริมาณมาพร้อมคุณภาพที่ AI สั่งได้ ข้อมูลจากสื่อเทคโนโลยีจีน 36kr เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมามีละครสั้นที่สร้างด้วย AI ถูกปล่อยออกมาสู่แพลตฟอร์มต่าง ๆ สูงถึง 470 เรื่องต่อวัน ถามว่าทำไมต้องเยอะและออกมาเร็วขนาดนั้น ?
คำตอบคือ Algorithm Speed ในโลกของวิดีโอสั้น คอนเทนต์จะถูกย่อยสลายเร็วมาก ผู้ผลิตจึงต้องอัดฉีดเรื่องใหม่ ๆ เข้าไปในระบบตลอดเวลาเพื่อให้ AI ของแพลตฟอร์มจับคู่กับผู้ชมที่กระหายคอนเทนต์ใหม่
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Vigloo บริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์จากเกาหลีใต้ที่กำลังปรับตัวตามโมเดลจีน พวกเขาตัดสินใจทุ่มงบประมาณกว่า 30% ไปกับการพัฒนากระบวนการทำงานด้วย AI ผลลัพธ์ที่ได้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม
จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 3 เดือน (รวมการเตรียมงาน ถ่ายทำ และตัดต่อ) ลดเหลือเพียง 1 เดือน ต้นทุนลดลงเหลือเพียง 20% (1 ใน 5) ของการผลิตรูปแบบเดิม การใช้ AI Agent ทำหน้าที่เขียนบท ช่วยให้บริษัทสามารถทดลองแนวเรื่องที่หลากหลายได้โดยไม่ต้องกลัวขาดทุน หากเรื่องไหนไม่รุ่งก็แค่ลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ แต่ถ้าเรื่องไหนเป็นที่นิยมขึ้นมา กำไรที่ได้จะมหาศาลเมื่อเทียบกับต้นทุนที่จ่ายไป
แม้จะเป็นเหมือนมีแค่ข้อดี แต่เหรียญก็มีสองมุมเสมอ ความสำเร็จที่รวดเร็วนี้กำลังเดินมาถึงจุดสะดุด เมื่อนักแสดงรู้สึกว่าตัวตนของพวกเขาถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกรณีพิพาทของ Nadou Pro
ที่ถูกดาราชื่อดังหลายคนออกมาโต้แย้งและแสดงความไม่พอใจเรื่องการนำภาพลักษณ์ไปใส่ในฐานข้อมูล AI Talent สิ่งนี้ทำให้หน่วยงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (CAC) ต้องเร่งร่างกฎหมายกำกับดูแล โดยเน้นไปที่การระบุชัดเจนว่าคอนเทนต์ใดสร้างโดย AI (Watermarking) หรือการทำสัญญาลิขสิทธิ์ใบหน้าและเสียงที่ครอบคลุมถึงโลกดิจิทัล รวมไปถึงการป้องกันการใช้ AI สร้างเนื้อหาที่บิดเบือนหรือผิดจริยธรรม

อ่านต่อใต้คอมเมนต์

ที่มา : South China Morning Post, Reuters

#ละครสั้นจีน #ซีรีส์แนวตั้ง

08/05/2026

คนอเมริกัน ตั้งคำถาม VS คนไทย ยอมรับชะตากรรม

08/05/2026

สหรัฐฯ ปล่อยไฟล์ข้อมูล UFO/UAP ตั้งแต่ปี 1947 ให้ชมได้ฟรี ซึ่งยังไม่มีหลักฐานของมนุษย์ต่างดาวชัดเจน และเคสส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่จะมีการอัปเดตข้อมูลใหม่เป็นระยะ

ลองขับ ORA 5 EV ราคา 6 แสน จบมั้ย ?BT beartai ได้มีโอกาสไปลองขับ ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าตัวใหม่จากทาง GWM ซึ่งในครั้งนี้ได...
08/05/2026

ลองขับ ORA 5 EV ราคา 6 แสน จบมั้ย ?

BT beartai ได้มีโอกาสไปลองขับ ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าตัวใหม่จากทาง GWM ซึ่งในครั้งนี้ได้ใช้เส้นทาง การทดสอบจาก GWM สวนหลวง ไปจนถึง จ. เพชรบุรี โดยมีระยะไป-กลับรวมทั้งหมดราว 300 กม.

ซึ่งพอได้มานั่งหลังพวงมาลัยจริง ๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้กับ ORA 5 EV นั่นคือความกว้างขวางที่ต้องบอกว่าเกิน ความคาดหมายทีเดียว ด้วยระยะฐานล้อที่ยาว ทำให้พื้นที่วางขาด้านหลังนั้นเหลือเฟือ ส่วนในด้านดีไซน์ก็ชัดเจนว่าพยายามฉีกกฎเดิม ๆ ของ SUV ให้ดูมีความเป็นไลฟ์สไตล์ที่ดูสนุกสนานมากขึ้น

พอก้าวเข้ามาภายในรถก็จะเจอกับความโปร่งสบายที่น่าสนใจ และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ที่รอบนี้ลื่นไหล และดูเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมมาก พร้อมสั่งงานด้วยเสียง หรือการนำทางผ่าน Maps ก็ทำได้ แบบสบาย ๆ และยังมีกิมมิกเล็ก ๆ อย่างช่องเก็บความเย็น 3.2 ลิตร ตรงคอนโซลกลาง ที่ทำให้การขับแบบเดินทางไกล มีความหมายขึ้นมาอีกนิด เพราะเราสามารถหยิบเครื่องดื่มเย็น ๆ มาดื่มเติมความสดชื่นได้ตลอดทาง รวมไปถึง Wireless Charger 50W ที่ชาร์จเร็วพอจะทำให้แบตฯ มือถือเต็มได้จริงแบบรวดเร็วทันใจ

สำหรับรุ่น Ultra ทั้ง EV และ HEV นั้นจะได้ลำโพงจาก Amor ถึง 9 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าให้มาเยอะพอที่จะสร้างมิติเสียงที่โอบล้อมได้รอบทิศทาง ฟิลลิ่งของเสียงจะออกแนวใสเคลียร์ ฟังสนุก เบสมาเป็นลูกแบบพอดี ๆ เหมาะมากกับการเปิดเพลย์ลิสต์ยาว ๆ ฟังเพลิน ๆ ระหว่างขับได้เลย และในรุ่น Pro ก็ให้ลำโพงมา 6 ตำแหน่ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และยังคงความคมชัดตามมาตรฐาน GWM ครับ

อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ คือกล้องรอบคันแบบ 360 องศา อันนี้บอกเลยว่าใช้งานได้จริง และดีเลยทีเดียว ช่วยได้มากเวลาต้องเข้าช่องจอดตามสถานที่ต่าง ๆ หรือซอยแคบ ๆ หรือแม้แต่ทางที่ยากต่อการมองเห็น ซึ่งจะทำให้เราเห็นรถได้ทั้งคันแบบรอบด้าน และสามารถกะวงเลี้ยวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ส่วนในเรื่องระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (ACC) ก็ทำงานได้เนียนขึ้น แถมยังช่วยลดความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี ในส่วนของฟีลลิงขณะขับนั้นด้วยระยะทางกว่า 300 กม. ที่ฝ่าทั้งทางโค้ง ทั้งรถติด ถือว่าทำได้ดีเป็นที่ประทับใจ ในหลาย ๆ จุด เพราะด้วยตัวช่วงล่างใหม่และการปรับปรุงทำให้ความรู้สึกในการขับขี่นั้นดีขึ้น ขับสบายไม่โยนตัว รองรับการขับขี่บนท้องถนนได้หลากหลายรูปแบบ

มาถึงส่วนหัวใจหลักของ ORA 5 EV กันบ้าง ทาง GWM ได้เลือกใช้ Lithium-ion (LFP) ขนาด 58.3 kWh ที่มีระยะทางวิ่งได้ถึง 520 กม. ตามมาตรฐาน แบบ NEDC พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ที่ให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร และรองรับการชาร์จไฟกระแสตรง (DC) ได้สูงสุดถึง 120 kW

โดยในจังหวะที่ทาง BT beartai ได้เลี้ยวเข้าไปยืดเส้นยืดสาย สั่งกาแฟ ได้ทดลองชาร์จไฟเวลาประมาณ 20 นาที ปริมาณแบตเตอรี่ที่มีอยู่จาก 40% ก็พุ่งไปแต่ที่ 80% ได้เลย แทบไม่ต้องนั่งรอนานก็พร้อมเดินทางไปต่อได้แบบสบาย ๆ

อ่านต่อใต้คอมเมนต์

วงการสายวัดสุขภาพอาจจะมีบัลลังก์สั่น ! หลังจากที่กระแส Whoop มาแรงไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้กระ...
08/05/2026

วงการสายวัดสุขภาพอาจจะมีบัลลังก์สั่น ! หลังจากที่กระแส Whoop มาแรงไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้กระทั่งศิลปินดาราทั่วโลกเองก็ยังใช้กัน ด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบเข้าข้อ
แต่การมาของ Fitbit Air ของ Google ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมาถือเป็นการท้าชนกับ Whoop โดยตรงเลยทีเดียว สำหรับสาย Minimalist ที่เน้นเก็บ Data แต่ไม่ชอบหน้าจอ และที่สำคัญมีจุดเด่นใหม่ ๆ ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ Fitbit Air จะมาแรงแซงโค้งได้ เพราะอะไร ? บทความนี้ BT จะรวบรวมมาให้เห็นภาพกัน
เริ่มจากการพามารู้จักกับ “Google Fitbit Air” ตัวนี้กันก่อน ว่าง่าย ๆ ก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ติดตามสุขภาพอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถอดหน้าจอออกทั้งหมด เน้นความเบาบาง และใส่ความอัจฉริยะของ AI มาเสริมให้ฟังก์ชันการดูแลสุขภาพโดดเด่นและหลากหลายที่สุดที่เคยมีมา

ดีไซน์เพื่อสายคลีน เบา กะทัดรัด แต่ฟังก์ชันเยอะ

ตัวสายรัดมีน้ำหนักที่เบาให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่ ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเปล่าเพียง 5.2 กรัม และเมื่อรวมสายรัดจะมีน้ำหนักเพียง 12 กรัม เท่านั้น ตัวเรือนทำจากโพลีคาร์บอเนตรีไซเคิล และพลาสติก PBT ตัวสายเป็นวัสดุสิ่งทอ (Textile) พร้อมตัวล็อกสายสเตนเลส
ถึงจะบางเบาแต่ใส่ตัวเซนเซอร์มาแน่น ๆ เพื่อการตรวจวัดที่ครอบคุม โดยจะมีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ Optical, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 3 แกน (Accelerometer) และ Gyroscope, เซนเซอร์ Red และ Infrared สำหรับวัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2), เซนเซอร์วัดอุณหภูมิอุปกรณ์ สามารถกันน้ำได้ในระดับ 5 ATM ซึ่งกันน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร

ฟีเจอร์สุขภาพล้ำกว่า แม่นยำกว่า

สิ่งที่ทำให้ Fitbit Air แตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Whoop คือการนำเทคโนโลยี Gemini มาใช้เพื่อให้คำแนะนำส่วนบุคคลเกี่ยวกับการออกกำลังกาย การฟื้นฟู และการวิเคราะห์การนอนหลับ และที่สำคัญเขาการันตีความแม่นยำ เพราะ Google ใช้โมเดล Machine Learning รุ่นใหม่ล่าสุดที่เคลมว่ามีความแม่นยำมากกว่าเดิมถึง 15% โดยเฉพาะในการคำนวณคะแนนการนอน (Sleep Score) ที่จะช่วยสะท้อนถึงการฟื้นฟูร่างกายของเราได้ดีกว่าเดิม
แม้จะไม่มีหน้าจอ แต่ Fitbit Air จะทำงานตลอดเวลาอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะคอยติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง, ตรวจจับสัญญาณภาวะหัวใจล้มเหลว (AFib) และวิเคราะห์ช่วงการนอน (Sleep Stages) อย่างละเอียด มีระบบจดจำกิจกรรมอัตโนมัติสำหรับกีฬาพื้นฐาน เช่น วิ่ง, เดิน, ปั่นจักรยาน หรือการพายเรือ โดยที่เราไม่ต้องกดปุ่มเริ่มให้วุ่นวาย

รุ่นพิเศษมาพร้อมสายรัดที่อัปเกรดกว่า

นอกจากรุ่นปกติแล้ว Google ยังได้เปิดตัวรุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับซูเปอร์สตาร์ดังของ NBA อย่าง สตีเฟน เคอร์รี (Stephen Curry) ซึ่งในรุ่นนี้จะมีการอัปเกรดวัสดุสายรัดให้มีพื้นผิวภายในแบบยกสูง (Raised Interior Print) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดการสะสมของเหงื่อ และมีการเคลือบสารกันน้ำพิเศษเพิ่มเติมเพื่อความทนทานขั้นสุด
สายสุขภาพที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วสนใจอยากได้มาใช้ ราคาของ Fitbit Air สำหรับรุ่นปกติอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 3,200 บาท) และรุ่น Stephen Curry 130 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,190 บาท) จ่ายครั้งเดียวจบ ซึ่งถือว่าถูกกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันมาก โดยจะเริ่มวางจำหน่าย 26 พฤษภาคม 2026 มาพร้อมโปรพิเศษที่ให้ Google Health Premium ไปใช้งาน 3 เดือนแบบฟรี ๆ เลย

อ่านต่อใต้คอมเมนต์

ที่มา : Google Health, Engadget , Vinaspot , Wired

เครื่องมือ AI อาจกลายเป็นจุดกำเนิดสงครามใหม่ ๆ ที่หลายคนคาดไม่ถึง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘The Pentag...
08/05/2026

เครื่องมือ AI อาจกลายเป็นจุดกำเนิดสงครามใหม่ ๆ ที่หลายคนคาดไม่ถึง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘The Pentagon’ เตรียมร่วมมือ 8 บริษัทเทคฯ ยกระดับเครื่องมือสงคราม AI และแต่งตั้งให้เป็น ‘อุปกรณ์ปฏิบัติงานอย่างถูกกฎหมาย’ (Lawful operational use)

8 บริษัทเทคฯ มีบริษัทอะไรบ้าง ?

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารของ Anthropic เคยมีการคาดเดาว่ากองทัพสหรัฐฯ อาจจะเอา AI ไปทำเป็นอาวุธ/เครื่องมือ AI เพื่อทำสงคราม และก็กลายเป็นว่ามันเป็นเรื่องจริง แถมยังยังดีลกับ 8 บริษัทเทคฯ ใหญ่ ไม่ใช่แค่บริษัทเดียวไม่ว่าจะเป็น Google, OpenAI, Amazon, Microsoft, SpaceX, Oracle, NVIDIA และบริษัทสตาร์ตอัป Reflection รวมเป็น 8 บริษัท

ดีลครั้งนี้จะพัฒนาอะไรบ้าง ?

ข้อตกลงของการดีลครั้งนี้ ทางกระทรวงกลาโหมได้ออกมาพูดว่า “ข้อตกลงจะเป็นการเร่งพัฒนากองทัพสหรัฐฯ ให้เป็นกองกำลังที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก” ทั้งยังได้ย้ำว่าที่เลือกหลาย ๆ บริษัทก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ‘Vendor lock’ หรือการที่ต้องพึ่งพาบริษัท AI บริษัทเดียวมากเกินไป

โดยเชื่อว่าการเข้าถึงขีดความสามารถ AI ที่หลากหลายจะช่วยให้เหล่านักรบมีเครื่องมือที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่และปกป้องประเทศชาติ ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรกว่าหนึ่งล้านคนใช้งานแพลตฟอร์ม AI ของกองทัพที่ช่วยลดระยะเวลาทำงานจากหลักเดือนเหลือเพียงไม่กี่วัน

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับ Anthropic เริ่มสั่นคลอนหลังจากซีอีโอแสดงความกังวลเรื่องการนำ AI ไปใช้สอดแนมหรือสร้างอาวุธสงครามอัตโนมัติ จนนำไปสู่การขึ้นทะเบียนเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานและเกิดการฟ้องร้องคัดค้าน ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้เปิดโอกาสให้บริษัทอื่นเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดย OpenAI ได้เซ็นสัญญาใหม่กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ขณะที่ Google เตรียมนำ Gemini มาใช้ในงานระดับชั้นความลับเป็นครั้งแรกท่ามกลางการคัดค้านจากพนักงานบางส่วน

อ่านต่อใต้คอมเมนต์

#กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ #ทรัมป์

07/05/2026

การรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน

HUAWEI เปิดตัว Watch KIDS X1 Pro สมาร์ตวอตช์เด็กสุดล้ำ วิดีโอคอลได้ ถึงเวลาโคนันยอดนักสืบจิ๋ว !ในงาน HUAWEI Innovative P...
07/05/2026

HUAWEI เปิดตัว Watch KIDS X1 Pro สมาร์ตวอตช์เด็กสุดล้ำ วิดีโอคอลได้ ถึงเวลาโคนันยอดนักสืบจิ๋ว !

ในงาน HUAWEI Innovative Product Launch หนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือการเปิดตัว HUAWEI Watch KIDS X1 Pro สมาร์ตวอตช์สำหรับเด็กที่มาพร้อมดีไซน์และนวัตกรรมที่ก้าวไปอีกขั้น

HUAWEI Watch KIDS X1 Pro สเปก

ความน่าสนใจที่สุดของรุ่นนี้คือตัวเรือนแบบ Detachable Display ที่ผู้ใช้งานสามารถยกหน้าจอขึ้นตั้งฉากกับตัวสาย เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่หลากหลาย

Video Call & Selfie มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 MP เลนส์มุมกว้างถึง 110 องศา ช่วยให้การสื่อสารเห็นภาพชัดเจนและเก็บภาพได้กว้างขึ้น

หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว สีสันสดใสและคมกริบ รองรับระบบระบุพิกัดเฉพาะของ HUAWEI ที่ช่วยเสริมความแม่นยำให้กับ GPS ทำให้ผู้ปกครองสามารถติดตามตำแหน่งได้แม่นยำขึ้น

สามารถรองรับการเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนได้ทั้งระบบ iOS และ Android

ราคา HUAWEI Watch KIDS X1 Series

HUAWEI Watch KIDS X1 ราคาประมาณ 9,500 บาท
HUAWEI Watch KIDS X1 Pro ราคาประมาณ 13,500 บาท

ไวรัสฮันตา คืออะไร ? วิธีการป้องกันเบื้องต้น หลังคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญ 3 รายแม้ยังไม่ได้พบเชื้อในไทย แต่ก็ถือว่าเป็นอีก...
07/05/2026

ไวรัสฮันตา คืออะไร ? วิธีการป้องกันเบื้องต้น หลังคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญ 3 ราย

แม้ยังไม่ได้พบเชื้อในไทย แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไวรัสที่น่ากลัว หลังองค์การอนามัยโลกพบเชื้อไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางจากอาร์เจนตินามุ่งหน้าสู่ประเทศเคปเวิร์ด ในทวีปแอฟริกา คร่าชีวิตคนบนเรือสำราญ 3 ราย

ไวรัสฮันตา คืออะไร ?

ไวรัสฮันตา คือไวรัสที่เป็นเชื้อแฝงตัวอยู่ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ ‘หนู’ ความน่ากลัวอยู่ที่ตัวหนูเองจะไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ แต่พวกมันจะปล่อยเชื้อออกมาผ่านทางปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย

เมื่อสิ่งเหล่านี้แห้งกลายเป็นผงปนเปื้อนไปกับฝุ่นละอองในอากาศ หากเราเผลอสูดหายใจเข้าไปเพียงครั้งเดียว เชื้อจะตรงเข้าโจมตีระบบอวัยวะภายในทันที

ไวรัสฮันตา อันตรายมั้ย ?

โดยทั่วไปไวรัสฮันตาจะก่อโรคใน 2 รูปแบบหลัก คือ

กลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (HPS) : เชื้อจะเข้าทำลายปอด ทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำและระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40%
กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับโรคไต (HFRS) : เชื้อจะส่งผลต่อระบบเลือดและไต ทำให้ความดันโลหิตต่ำและไตวายเฉียบพลัน

ไวรัสฮันตา ติดต่อทางไหนได้อีก ?
จุดสำคัญที่ต้องย้ำคือ ไวรัสฮันตาไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนเป็นหลัก แต่เป็นการติดต่อจากสัตว์สู่คนผ่านทาง :
การสูดดม : การหายใจเอาละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อจากมูลหนูเข้าสู่ปอด
การสัมผัสโดยตรง : เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล หรือการขยี้ตาและสัมผัสจมูกหลังหยิบจับสิ่งของที่มีเชื้อ
พื้นที่เสี่ยง : สถานที่ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบ้านร้างที่มีหนูทำรัง

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีรายงานว่าไวรัสฮันตาสายพันธุ์ Andes สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในอัตราที่ต่ำ และติดต่อในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดและเป็นเวลานาน เช่น คนรัก หรือคนในครอบครัว ซึ่งจะเริ่มติดต่อในช่วงเริ่มต้นของไวรัส ซึ่งติดได้ง่ายกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีโอกาสติดต่อจากคนสู่คนได้น้อยมาก

วิธีป้องกันเชื้อไวรัสฮันตา

อ่านต่อใต้คอมเมนต์

ที่มา : who, nih.dmsc, pidst, cdc

#ไวรัสฮันตา #ไวรัสระบาด #ไวรัสระบาดบนเรือสำราญ

07/05/2026

ข่าวจริงไม่ลือ ! เอกนิติยัน “คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียน 25 พฤษภาคมนี้แน่นอน เตรียมใช้สิทธิ 1 มิถุนายน แบ่ง 2 เฟส เฟสละ 2 เดือน รอเข้า ครม. อย่างเป็นทางการ 19 พฤษภาคมนี้

Samsung มูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นเบอร์ 2 ในเอเชียล่าสุดหุ้น Samsung Electronics พุ่งสูงขึ้นกว่า 15% ส...
07/05/2026

Samsung มูลค่าบริษัททะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นเบอร์ 2 ในเอเชีย

ล่าสุดหุ้น Samsung Electronics พุ่งสูงขึ้นกว่า 15% ส่งผลให้มูลค่าบริษัทตามราคาตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ สำเร็จ โดยราคาหุ้นล่าสุดยังขยับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ และเป็นการเพิ่มขึ้นในวันเดียวที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งถือเป็นบริษัทแห่งที่สองในเอเชียต่อจาก TSMC ที่ทำสถิตินี้ได้

ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่ Samsung ทำกำไรพุ่งขึ้นกว่า 8 เท่า อยู่ที่ 57.2 ล้านล้านวอน ซึ่งกำไรเพียงไตรมาสเดียวนี้ สูงกว่ากำไรทั้งปีในปี 2025 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Apple กำลังเจรจากับ Samsung และ Intel ให้เป็นผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพา TSMC เพียงเจ้าเดียว ข่าวนี้ส่งผลบวกไปทั้งอุตสาหกรรมจนทำให้หุ้นของ SK Hynix พุ่งตามไปด้วย และดันให้ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (Kospi) ทะลุ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก
ด้านนักวิเคราะห์มองว่าปัจจุบันชิป DRAM และ NAND ที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากระบบ AI ที่ต้องการหน่วยความจำมหาศาล สวนทางกับการสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ ต้องใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะเริ่มเดินเครื่องได้จริง ๆ

ส่งผลให้ในช่วง 1-2 ปีนี้ Samsung จะยังคงทำกำไรได้ดีจากราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้น แม้ช่วงก่อนหน้านี้ Samsung จะตามหลัง SK Hynix ในตลาดชิปความจำความเร็วสูง (HBM) แต่ล่าสุด Samsung ได้ประกาศว่าเป็นรายแรกที่เริ่มผลิตชิป 'HBM4' รุ่นที่ 6 ในปริมาณที่มากขึ้น และได้เริ่มส่งมอบให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยชิปตัวนี้จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA ที่มีชื่อว่า 'Vera Rubin' ซึ่งจะใช้ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้ ในฝั่งนักลงทุนยังคลายความกังวลเรื่องการแข่งขัน เพราะปัจจุบันกำไรจาก DRAM ก็เริ่มกลับมาแซงหน้าชิป HBM แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมธุรกิจของ Samsung ในระยะยาว

ที่มา : cnbc

ที่อยู่

บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ชั้น 6 ตึก Pegasus True Digital Park 101 ถนนสุขุมวิท 101/1
Bangkok
10260

เบอร์โทรศัพท์

+66858482253

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BT Beartai แบไต๋ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BT Beartai แบไต๋:

แชร์