MyListening แชร์รีวิวอุปกรณ์ Gadget ตามแบบฉบับของ User ใช้งานจริง บอกข้อดี ข้อเสียตามจริง ครับ
ส่วนใหญ่จะเป็น หูฟังไร้สาย 🤭

เพจนี้ทำขึ้นมาเพราะอยากที่จะแชร์ประสบการณ์การใช้งานสินค้าหรือ Gadget ต่างๆ ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร มีความแตกต่างกันอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ โดยเขียนประสบการณ์ที่ผมใช้จริง ในแบบของตัวเอง ในฐานะที่เป็น User ที่ได้ใช้งานจริงว่ามีข้อดีข้อเสียตรงไหน ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไป นำมาแชร์ให้กับเพื่อนๆที่สนใจ Gadget ตัวนั้น (ตอนนี้ยังมีแต่หูฟังนะครับ �)

รีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง หากมีตรงไหนที่เพื่อนๆเห็นไม่ตรงกันสามารถแนะนำพูดคุยแลกเปลี่ยน กันเข้ามาได้นะครับ ยินดีรับความคิดเห็นที่ต่างกันครับ

NOTHING EAR 3 a 🔰Phone 4 b▫️ได้มาละครับ ▫️อยากรู้ละ ว่าเบสจะเยอะขนาดไหน กับ Driver 12       mm ที่ทางค่ายใส่มาให้▫️ANC -...
07/08/2026

NOTHING EAR 3 a 🔰Phone 4 b

▫️ได้มาละครับ

▫️อยากรู้ละ ว่าเบสจะเยอะขนาดไหน กับ Driver 12

mm ที่ทางค่ายใส่มาให้

▫️ANC -45 db จะขนาดไหน

▫️Features สำคัญที่เพิ่มเข้ามาสำหรับรุ่นนี้ การอัด

เสียง , การสรุป จะทำได้ดีขนาดไหน เป็นสิ่งที่ต้องลอง

▫️ได้ Phone 4b มาด้วยถึงจะเป็น Snapdragon 6 แต่

จะได้ทดสอบดูเลยว่า การใช้ค่ายเดียวกันระหว่าง

TWS Ear 3a + มือถือของค่าย Phone 4b กับมือถือ

ค่ายอื่น Sony , Samsung , Oppo กับ Ear 3a จะต่าง

กันแค่ไหน

▫️ใครมีประสบการณ์ใช้แล้วเป็นยังไงบ้างมาบอกต่อ

✅️ SennHeiser Momentum True Wireless 5 ▫️น่าจะถึงคิวละสำหรับรุ่น 5 ▫️เปิดราคา 299 Eur เท่ากับราคาเปิดตัวรุ่น 4▫️อาจจะวาง...
05/08/2026

✅️ SennHeiser Momentum True Wireless 5

▫️น่าจะถึงคิวละสำหรับรุ่น 5
▫️เปิดราคา 299 Eur เท่ากับราคาเปิดตัวรุ่น 4
▫️อาจจะวางจำหน่าย วันที่ 19 AUG 2026 ส่วนในไทย
ต้องรอดูครับว่าจะมาเมื่อไหร่
▫️จะวางขายพร้อมกัน 5 สีทีเดียว Graphite , Creame ,
Copper , Denim และ Lavender
▫️Design ทั้งเคส และ ตัวหูฟังมีการออกแบบใหม่
▫️ส่วน Spec ต่างๆยังไม่มีหลุดออกมาชัดเจน ต้องมารอ
ดูว่า จะอัพเกรด เสียง , ANC , Mic และฟังก์ชั่นต่างๆ
ได้ดีมากน้แยแค่ไหน
▫️ส่วนตัว ที่ ชอบรุ่น 3 มาก แต่ข้ามรุ่น 4 มาดูกันครับว่า
รุ่น 5 จะถูกใจสาวกดันแค่ไหน 🤭

☑️ วันนี้มีโอกาสไปนั่งฟัง รายละเอียด ของทาง Nothing ในการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ รุ่นใหม่ 2ตัว คือ 📱 Nothing Phone ( 4b )🔸️ No...
03/08/2026

☑️ วันนี้มีโอกาสไปนั่งฟัง รายละเอียด ของทาง Nothing ในการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ รุ่นใหม่ 2ตัว คือ

📱 Nothing Phone ( 4b )
🔸️ Nothing Ear ( 3a )

▫️รู้สึกว่าทางค่ายก็ใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามาทั้งตัว มือถือ และ TWS ราคาก็จับต้องได้เห็นแล้วมันน่า....จริงๆ 🤭

🎁 #เพื่อนๆท่านไหนอยากได้กระเป๋าของทาง Nothing 2 ใบ ก็มาร่วมตอบคำถามกันนะครับ ที่ใต้กระทู้นี้

👉 พี่ขอมาพูดถึง NOTHING EAR 3a เป็นหลัก นะครับ
จาก รุ่นเดิมที่เปิดตัว ในปั 2024 มีอะไรอัพเกรดมาบ้าง

1️⃣ มาบอกใน Part ของ SPEC กันก่อน โทนเสียงมีการจูน ย่านเบส มาเยอะกว่า Nothing Ear ทุกซีรีส์เลยหละครับ ด้วยไดร์เวอร์ที่ทางค่ายใช้เป็นขนาด 12 mm

🔸️ เพื่อนๆสามารถดูจากกราฟในภาพที่พี่ถ่ายมาได้ ครับ

▫️Dynamic Driver 12 mm
▫️Codec SBC , AAC , LDAC
▫️เพิ่ม Advanced EQ Custom ให้ปรับได้ 8 ย่านความถี่
ในแอพ Nothing X
▫️เพิ่ม Spatial Audio เข้ามาละจากรุ่นเดิมที่ไม่มี
▫️ANC -45 db ตามสเป็ค ดีขึ้นประมาณ 17%
▫️Mic คุยมือถือ ข้างละ 3 ตัว โดยยังคงใช้เทคโนโลยี
ของทางค่ายเอง
▫️ใช้งานได้ 10 ชม ANC Off รวมเคสได้ 42 ชม
ANC ON รวมเคสใข้ได้ 20 - 25 ชม
▫️Fast Charge 5 นาที ใช้ได้ 1 ชม
▫️จุก ให้เพิ่มขนาด XS มาให้รวมเป็น 4 คู่
▫️บลูทูธ 6.0
▫️Dual Connection
▫️กันน้ำ กันฝุ่น IP54
▫️รองรับ Nothing X App
▫️ประกัน 1 ปี
▫️สีที่วางขาย Black , White , Yellow , Pink
▫️เปิดขายราคา 3,999 บาท วันที่ 4 - 10 AUG 26 ใน
Shopee ได้แพ็คเกจใช้งาน การบันทึก 3 เดือนฟรีด้วย

👉 จบ Part เรื่องสเป็คไปละ สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเจ้า Ear 3a มันคือฟีเจอร์ที่ใส่มาให้ใหม่ๆ ครับตามนี้

▫️Audio Snapshot เพิ่มหน่วยความจำแฟลช 32MB ในตัวหูฟัง สามารถ "แคปเสียง" หรือบันทึกเสียงรอบตัวย้อนหลังได้สูงสุด 30 วินาทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟน

▫️Call Recording รองรับการบันทึกเสียงการโทรหรือการประชุมผ่านคำสั่งบนก้านหูฟังได้ยาวนานสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง

▫️AI Integration ซิงก์ไฟล์เสียงเข้าแอป Nothing X เพื่อใช้ AI ช่วยถอดเสียง Transcription และสรุปใจความสำคัญ

👍จะเห็นได้ว่าหลังๆ แต่ละค่ายจะเน้นการใส่ AI เข้ามาที่ตัวหูฟัง ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆนะครับ ยิ่ง Nothing เปิดราคาไม่ถึง 4 พัน ค่ายอื่นๆที่ขายราคาแพงกว่านี้อาจต้องหันมามอง

🙏วันนี้ยังไม่ได้รับตัวหูฟังกลับมาเนื่องจาก ทางค่ายแจ้งว่าล่าช้า ติดอยู่ที่ศุลกากร เดี๋ยวได้ตัวหูฟังมาแล้ว แอดมิน และ Mod คงมาแชร์รีวิวหบังจากการใช้งานจริงกันนะครับ พี่มีถ่ายรูปภาพที่ทางทีมงาน Nothingเค๊าพรีเซนต์มาให้ดู สำหรับเพื่อนๆที่สนใจนะครับ



❔️คำถามสำหรับการร่วมกิจกรรมรับกระเป๋าของ Nothing 2 ใบ เป็นกระเป๋ากันน้ำ มีสายสะพาย

🔹️คำถามถามว่า ปัจจุบันทาง Nothing มีหูฟังที่ยังวางขายทั้งหมดกี่รุ่นครับ ตอบที่กระทู้ด้านล่าง

⭐️ VIAIM MEETUP in Thailand☕️ UN:HOUR CAFE ▫️31 JUL 26▫️ทาง Viaim Thailand ได้เชิญทั้งเหล่า YouTuber , KOL , สื่อ และ สม...
01/08/2026

⭐️ VIAIM MEETUP in Thailand
☕️ UN:HOUR CAFE ▫️31 JUL 26

▫️ทาง Viaim Thailand ได้เชิญทั้งเหล่า YouTuber , KOL , สื่อ และ สมาชิกกลุ่มหูฟังไร้สาย มาร่วมงานเปิดประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของทางค่าย ที่เริ่มวางขายในไทย รวมไปถึงรุ่นที่กำลังจะเปิดตัววางจำหน่ายในเร็วๆนี้ครับ

🔹️Viaim OpenNote ( วางจำหน่ายแล้ว )
🔸️Viaim Note Kit ( วางจำหน่ายแล้ว )
🔹️Viaim Recdot 2 ( วางขายช่วง September )
🔸️Viaim Speaker ( วางขายช่วง September )

▫️แน่นอนครับ ผลิตภัณฑ์ ของทางค่ายจะเน้นไปทางด้านแปลภาษา , มี AI ให้เลือกใช้หลายตัว , เน้นสรุปบันทึกการประชุม หรืออัดเสัยงที่ใช้ในการเรียน , อัดเสียงข้อความ และสรุปเป็นข้อความสำคัญ ผ่าน App

▫️โดยรุ่นใหม่ๆก็เน้น Upgrade Hardware มาดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมก่อนหน้า พร้อมทั้งจูนเสียงมาใหม่ โดยที่ยังมาพร้อม ANC , Mic ที่ยังคงใช้งานได้จริงที่ไม่ใช่แค่หูฟังแปลภาษา

🤭 แหมฟังผมเกริ่นแบบนี้เหมือนชมซะเหลือเกิน 🤭 แต่ยังไงเดี๋ยวต้องไปทดลองใช้จริงก่อนครับ ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง ซึ่งในงานแอดมิน , Mod และ สมาชิกกลุ่มหูฟังไร้สายมาร่วมงานกันด้วย พร้อมทั้งได้รับตัวหูฟังกลับมาด้วยครับ อีกสักพักคงจะได้มีรีวิวการใช้งานจริงออกมา สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ ฟังก์ชั่นของหูฟังค่ายนี้นะครับ

📷 สุดท้ายก็เก็บภาพในงานมาฝาก โดย Sony Xperia 1 VIII

✅️ Pentaconn Coreir Titanium Alloy ✅️▫️จุกซีรีส์ที่เป็นท่อโลหะ รุ่นที่ 4 ที่ทาง Pentaconn ที่เปิดตัววางขายออกมานะครับ ​ ...
24/07/2026

✅️ Pentaconn Coreir Titanium Alloy ✅️

▫️จุกซีรีส์ที่เป็นท่อโลหะ รุ่นที่ 4 ที่ทาง Pentaconn
ที่เปิดตัววางขายออกมานะครับ

​ #วัสดุและการออกแบบ

​▫️รุ่นนี้ใช้การออกแบบโครงสร้างแบบไฮบริด ที่ใช้วัสดุสองชนิดเข้าด้วยกัน โดยที่แกนท่อนำเสียงทำจาก ไทเทเนียมอัลลอย ซึ่งมีน้ำหนักเบา แข็ง และมีความหนาแน่นสูง ข้อดีคือมันช่วยรักษาทรงของท่อนำเสียงไม่ให้บี้แบนเวลาเรายัดหูฟังเข้าช่องหู และช่วยลดการสั่นของเสียงที่ไม่พึงประสงค์ คลื่นเสียงจึงเดินทางจากไดรเวอร์เข้าสู่แก้วหูได้ตรงโดยที่สูญเสียรายละเอียดน้อยที่สุด

​▫️ผิวด้านนอก หุ้มด้วยซิลิโคนเกรดพรีเมียมที่ให้ความนุ่ม ยึดเกาะกับผิวช่องหูได้ดี และช่วยซีลกันเสียงรบกวนภายนอกได้ค่อนข้างดีเลย

​🔹️การใช้แกนไทเทเนียมมาเป็นส่วนประกอบจะให้คาแรคเตอร์เสียงที่ต่างจากแกนทองเหลือง Brass อย่างชัดเจน โดยไทเทเนียมจะเน้นไปที่ความสะอาด ความแม่นยำ และดึงรายละเอียดเสียงให้มีความ Flat มากขึ้นครับ โดยที่

​🔸️ย่านเสียงต่ำ เสียงเบสจะมีความกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เท่าที่ได้ลองทดสอบใช้กับหูฟังไร้สายหลายๆตัว จะรู้สึกว่าการเก็บตัวของเบสทำได้รวดเร็ว หัวโน้ตมีความชัดเจนแต่จะได้แรงปะทะที่ดีขึ้น อาการเบสบวมหรือย้วยไปกวนย่านเสียงกลางจะหายไป นี่แหละที่เพื่อนๆหรือนักฟังหลายท่าน จะเรียกว่าเป็นเบสที่สะอาดและมีคุณภาพละมั้ง 🤭

​🔸️ย่านเสียงกลาง เสียงร้องและชิ้นดนตรีในย่านกลางจะมีความใสและเคลียร์ และ ฟังได้ถึงความชัดเจนมากขึ้น มากกว่าทั้งรุ่น Brass กับ Alloy ฟังแล้วจะรู้สึกถึงเสียงร้อง้ด่น และจะขยับขึ้นมาข้างหน้าเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและมีความสมจริงสูง เพื่อนๆที่ชอบฟังเสียงร้องแบบจริงจังจะต้องชอบจุกตัวนี้

​🔸️ย่านเสียงสูง น่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดของแกนไทเทเนียมครับ มันช่วยให้ปลายแหลมทอดตัวไปได้ไกลขึ้น ประกายเสียงมีความระยิบระยับและเปิดโปร่ง ใครชอบฟังรายละเอียดหยุมหยิม มันขับออกมาได้หมดจด โดยที่ยังคุมเสียงไม่ให้มีอาการบาดหูหรือเสียงเสียดเลย

​🔸มิติ และ️เวทีเสียงจะโปร่งและกว้างขึ้น การโฟกัสตำแหน่งชิ้นดนตรี นิ่งและแม่นยำขึ้นกว่าทั้ง จุก Brass , Alloy การแยกแยะชิ้นดนตรีซ้าย-ขวา และหน้า-หลังทำได้ดีขึ้นกว่าดิม

​🤔 จุดที่ควรระวัง เนื่องจากแกนกลางเป็นโลหะที่ไม่ยืดหยุ่น การเลือกไซส์จึงสำคัญ แนะนำให้เลือกไซส์ที่พอดีเป๊ะ หรือหากไม่แน่ใจอาจจะต้องลดไซส์ลงมาหนึ่ง
สเต็ปเพื่อป้องกันอาการอึดอัด หรือรู้สึกถึงแรงดัน ในช่องหูเวลาใส่นานๆ ครับ แต่ขนาดก็จะเท่ากับ Series Brass , Alloy ที่ออกมาก่อนหน้านี้

😪 และแน่นอน ราคาย่อมแรงกว่ารุ่นเดิมครับ สองรุ่นแรกเปิดตัวในไทยหกร้อยกว่าบาท ตัวนี้เปิดตัวด้วยราคา 890 บาท เพื่อนๆท่านไหนอยากหามาใช้หรือทดลอง สามารถไปที่ร้าน Zeazon Fortune Town , Soundproof Bros MBK 5 FL , Gadget By Me ครับ

🤝 ตอนนี้ Series จุกของทาง Pentaconn จะออกมา แล้ว 4 รุ่น โดยที่ 3 รุ่น จะใช้สำหรับหูฟัง IEM ซึ่งก็คือ

▫️Brass ทองเหลือง
▫️Alloy อลูมิเนียม
▫️Titanium ไททาเนียม

โดยจะมีรูปร่างและขนาดที่เท่ากัน ซึ่งก็สามารถนำไปใช้กับ TWS ได้แต่ต้องดูว่าสามารถปิดเคสได้หรือเปล่านะครับ ส่วนรุ่น ที่ทำออกมาสำหรับใช้กับ TWS นั้น แกนท่อนำเสียงจะสั้นกว่าทั้ง 3 รุ่น คือ

▫️Courier Mini Stanless Steel

⭐️ เพื่อนๆสามารถเลือกหามาใช้ให้แมชกับหูฟังที่ตัวเองมีอยู่ครับ

  Fusion G จุกอัพเกรดรุ่นล่าสุด ที่ทางค่าย Final Audio วางขาย ถือเป็นจุกหูฟังที่ต่างจาก Final Type E TWS ชัดเจน ถึงแม้รู...
12/07/2026

Fusion G จุกอัพเกรดรุ่นล่าสุด ที่ทางค่าย Final Audio วางขาย ถือเป็นจุกหูฟังที่ต่างจาก Final Type E TWS ชัดเจน ถึงแม้รูปร่างจะไม่ได้เปลี่ยนทรงไปมาก แต่วัสดุมีการเปลี่ยนไปครับ

▫️วัสดุของ Final Fusion G ใช้โครงสร้าง Triple Hybrid Structure ประกอบด้วยวัสดุ 3 ชนิด ได้แก่

1️⃣ Ultra-Density Foam โฟมความหนาแน่นสูง อยู่บริเวณส่วนครอบด้านนอก ช่วยเพิ่มการซีลและการกันเสียงรบกวน

2️⃣ Soft Silicone ซิลิโคนนุ่มช่วยให้สวมใส่สบาย ปรับตัวเข้ากับรูปหูได้ดี

3️⃣ High-Elastic Silicone Core แกนซิลิโคนความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้แกนไม่ยุบตัวง่าย และเปิดทางเดินเสียงได้เต็มที่ จึงไม่ทำให้เสียงอั้นเหมือนจุกโฟมทั่วไป

▫️ด้วยความที่เป็นโฟมไม่หนามากทำให้ไม่ต้องบีบก่อนใส่ แค่เสียบเหมือนจุกซิลิโคนทั่วไป แต่ห้ามทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้โฟมเสื่อมสภาพ ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดเท่านั้น หรือชุบน้ำเปล่าทำความสะอาดครับ

#ทีนี้เรามาดูคาแรกเตอร์เสียงของ Fusion G กัน

▫️จากการใช้งานจริง จุดเด่นไม่ได้ทำให้เสียงเปลี่ยนไปมาก แต่เป็นการ ยกระดับ เสียงเดิมของหูฟัง

⭐️ ย่านเบส ได้ความลงลึกขึ้น มีแรงปะทะมากขึ้น
กระชับและแน่นกว่าเดิม ด้วยความที่มันซีลหูดีขึ้นด้วย

⭐️ เสียงกลาง เสียงร้องจะมีความอิ่มขึ้น ถึงแม้ตัวจุกจะมีท่อนำเสียงที่กว้าง , ตำแหน่งนักร้องชัด รายละเอียดเสียงกลางยังคงชัดเจน รู้สึกถึงความเด่นของเสียงนักร้อง

⭐️ เสียงแหลม จะเปิดมากขึ้น ลดความคมของเสียงแหลมลงเล็กน้อย ทำให้ฟังสบายขึ้น

⭐️ เวทีเสียง ฉากหลังมันจะรู้สึกเงียบขึ้น การแยกแยะชิ้นดนตรีต่างๆทำได้ดีขึ้น , เวทีอาจไม่กว้างขึ้นมาก แต่โฟกัสของเสียงแม่นยำขึ้น

🔹️จุดที่สัมผัสได้อีกเรื่องของ Fusion G คือ การกันเสียงได้ดีกว่าจุกซิลิโคนทั่วไปอย่างชัดเจน และทำให้ช่วยเสริมประสิทธิภาพของ ANC เวลาเราเปิดใช้งาน



#ข้อสังเกตุ จุก Fusion G จะมีราคาที่สูงกว่า Final Type E for TWS และ Type E ตัว Normal นะครับ

🔶️ SYMBIO EARTIPS #จุกสีส้มๆที่สีบาดตามันเป็นยังไงหลังจากที่ได้ลอง ▫️จุกอัพเกรด ที่ออกแบบมาเป็นจุกไฮบริด Hybrid Eartips ...
09/07/2026

🔶️ SYMBIO EARTIPS

#จุกสีส้มๆที่สีบาดตามันเป็นยังไงหลังจากที่ได้ลอง

▫️จุกอัพเกรด ที่ออกแบบมาเป็นจุกไฮบริด Hybrid Eartips ที่นำข้อดีของวัสดุ 2 ชนิดมาผสมผสานกัน
​ผิวด้านนอกเป็นซิลิโคน ช่วยรักษารายละเอียดของเสียงแหลมและเสียงร้องเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ทำให้เสียงทึบหรือหม่นลงเหมือนการใช้จุกโฟมล้วน นอกจากนี้ยังทำความสะอาดได้ง่าย และ ลดอาการอึดอัดของช่องหู

▫️ส่วนด้านในเป็นเมมโมรี่โฟม โดยตัวโฟมจะทำหน้าที่ขยายตัวตามสรีระช่องหู ช่วยเพิ่มความแน่น และ แนบสนิท ดึงประสิทธิภาพเสียงเบสให้กระชับและลงลึกขึ้น พร้อมทั้งกันเสียงรบกวนภายนอก ได้ระดับนึง แต่เวลาใช้งานจริงเทียบไซส์ M เหมือนกันกับ Sony ตัว Symbio จะใส่ไม่แน่นมาก เหมือนจุก Sony

​▫️สำหรับคนที่ชอบคาแรคเตอร์เสียงแบบ Flat หรือเที่ยงตรง จุก Symbio ถือว่าตอบโจทย์ได้ค่อนข้างดีครับ เพราะตัวผิวด้านนอกที่เป็นซิลิโคนจะช่วยไม่ให้โทนเสียงถูกคัลเลอร์หรือไปกดทับย่านแหลมจนเกินไป ทำให้ได้เสียงที่บาลานซ์และเป็นธรรมชาติ

​▫️ด้วยความที่แกนในเป็นโฟมที่ขยายตัวให้แน่นกระชับ หากใช้ร่วมกับหูฟังที่มีระบบตัดเสียงรบกวน ANC อาจจะต้องเลือกไซส์ให้พอดีเป๊ะครับ เพราะถ้าฟิตเกินไป โฟมที่ขยายตัวบวกกับระบบ ANC อาจจะทำให้เกิดอาการอื้อหรือรู้สึกถึงแรงดันในหู

🤝 ผมทดลองเอามาจับคู่ กับ Sony WF-1000XM6
​จุก Symbio ยังคงรักษาสมดุลเสียงได้ดี เจ้าตัว WF-1000XM6 มีเนื้อเสียงที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การใช้จุก Symbio ที่ผิวนอกเป็นซิลิโคนจะช่วยไม่ให้เสียงแหลมถูกกุดหรือทึบลงไปเหมือนจุกโฟมล้วนๆ ทำให้คาแรคเตอร์เสียงยังคงมีความ Flat และเป็นธรรมชาติ ไม่โดนคัลเลอร์จนเสียอรรถรส

▫️เรื่องการตัดเสียงรบกวน จะเงียบพอๆกับจุกเดิม
​ส่วนเรื่องความอึดอัดและแรงดันในหูนั้น ตัว XM6 มีการจัดการเรื่องระบบระบายอากาศ ที่ทำได้ดีมาก ทำให้เวลาใส่แล้วไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงดัน อาการหูอื้อ แต่ด้วยความที่จุก Symbio จะขยายตัวจนแน่นกระชับเต็มช่องหู ความรู้สึกโปร่งสบายและไม่อื้อหูตรงนี้อาจจะลดลงไป หากเลือกไซส์ที่ฟิตเกินไป อาจจะทำให้กลับมารู้สึกอึดอัดเวลาเปิดโหมด ANC ได้ครับ

▫️เมื่อเทียบกับ จุกเดิมของ Sony ( Noise Isolation Earbud Tips ) ที่แถมมาในกล่อง ( ซึ่งจะใช้เป็นวัสดุโฟมผสมโพลียูรีเทน ) การเปลี่ยนมาใช้ Symbio จะให้ความรู้สึกเหมือนการ เปิดม่าน ให้กับเสียงของ WF-1000XM6 ขึ้นมาแต่ไม่ได้เยอะขนาด 40-50% แต่เราสามารถฟังเทียบออกได้โดยที่

🔹️เสียงแหลม มีความสว่าง และ ทอดยาวขึ้น
​จุกเดิมวัสดุโฟมล้วนของ Sony มีธรรมชาติที่ชอบดูดซับเสียงย่านความถี่สูง ทำให้ปลายแหลมแอบมนหรือทึบลงนิดหน่อย เพื่อแลกกับความสงัด ​ผิวซิลิโคนด้านนอกของ Symbio จะช่วยสะท้อนเสียงย่านแหลมให้ส่งตรงเข้าหูเต็มๆ คุณจะได้ยินรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น เสียงกรุ๊งกริ๊ง ปลายแฉ หรือเสียงลมหายใจของนักร้องที่ใสและเป็นประกายมากขึ้น โดยที่ยังคงความลื่นไหลไม่บาดหู

​🔹️เสียงกลางและเสียงร้อง จะรู้สึกเคลียร์ สะอาดขึ้น
​จุกเดิม บางครั้งมวลเบสที่หนาอาจจะไปกวนเสียงร้องนิดๆ ทำให้เสียงร้องดูหนานุ่ม หรือถอยไปครึ่งก้าว
​ตัว Symbio จะขจัดความขุ่นมัวตรงนี้ออกไป เสียงร้องจะลอยเด่นขึ้นมา มีความชัดเจน ใสสะอาด และ ตำแหน่งของนักร้องที่ขยับเข้ามาใกล้เวทีมากขึ้น ฟังเพลงเน้นเสียงร้องหรืออคูสติกได้เพราะขึ้นมาก

🔹️เบส กระชับ เก็บตัวไวขึ้น ​จุกเดิมให้ปริมาณมวลเบสที่ใหญ่และลงลึก แต่บางครั้งอาจจะรู้สึกว่าเบสอุ้มตัวนานหรือเก็บตัวช้าไปนิด , ​Symbio มวลเบสอาจจะไม่ได้ลูกหนาเท่าจุกเดิม แต่จะได้ ความกระชับ และ อิมแพค ที่พุ่งปะทะชัดเจนขึ้น หัวโน้ตเบสชัดเจนขึ้น ไม่ไปกวนย่านเสียงอื่น ทำให้ภาพรวมของเสียงดูบาลานซ์ดีขึ้น

​🔹️มิติและเวทีเสียง โปร่งขึ้นเล็กน้อย ​จุกเดิม ให้ความรู้สึกสงัดและทึบนิดๆ คล้ายอยู่ในห้องฟังเพลงขนาดเล็ก
​Symbio พอเสียงแหลมเปิดขึ้น เวทีเสียงด้านกว้างจะขยายออกไปอีกนิด ทำให้รู้สึกโปร่ง ไม่อุดอู้ แยกแยะตำแหน่งชิ้นดนตรีซ้าย-ขวาได้เด็ดขาดขึ้น

⭐️ สรุป การเปลี่ยนมาใช้ Symbio ถือว่าแก้จุดอ่อนเรื่องความหม่นทึบของจุกเดิม Sony ได้ตรงจุดมากๆ ครับ เสียงที่ได้จะมีความเที่ยงตรง บาลานซ์ดีขึ้น และดึงรายละเอียดออกมาได้ดีขึ้นกว่าจุกเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปลายแหลมก็ยังไม่เท่ากับ จุก Spiraldot FX12 ที่เขียนเอามาฟังก่อนหน้านี้

▫️คร่าวๆประมาณนี้ครับ เดี๋ยวถ้าได้มีโอกาสเทียบกับตัวอื่นจะมาลงเพิ่มเติมครับ

✅️ AptX Lossless with Sony Xperia 1VIII #กระทู้นี้เป็น คหสต ตามความเข้าใจของผมนะครับ ถ้าเพื่อนๆมีอะไรแนะนำ หรือข้อมูลที่...
04/07/2026

✅️ AptX Lossless with Sony Xperia 1VIII

#กระทู้นี้เป็น คหสต ตามความเข้าใจของผมนะครับ ถ้าเพื่อนๆมีอะไรแนะนำ หรือข้อมูลที่เพิ่มเติมรบกวนคอมเมนต์เพิ่มเติมไว้ได้เลย และถ้ามีอะไรผิดพลาด หรือตกหล่นต้องขออภัยกันไว้ก่อนครับ

☑️ มือถือที่รองรับ Snapdragon Sound ที่สามารถฟังแบบ Aptx Lossless ได้โดยที่ในหน้า Website Snapdragon ได้ขึ้นประกาศเอาไว้ ตามลิสต์ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ เช่น

▫️Asus ROG Phone 9 Pro ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Asus Zenfone 12 Ultra ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Sharp Aquos R11 ( Snapdragon 8s Gen4 )
▫️Sharp Aquos ( Snapdragon 7s Gen 3 )
▫️Vivo iQOO Z11 Turbu ( Snapdragon 8 Gen 5 )
▫️Vivo iQOO 15 Ultra ( Snapdragon 8 Gen 5 )
▫️Nubia RedMagic 11 Air ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Nubia Z80 Ultra ( Snapdragon 8 Elite Gen 5 )
▫️Xiaomi 15 Ultra ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Xiaomi 17 Ultra ( Snapdragon 8 Elite Gen 5 )
▫️Sony Xperia 1 VII ( Snapdragon 8 Elite)
▫️Sony Xperia 1 VIII ( Snapdragon 8 Elite Gen 5 )

🔹️มาเข้าเรื่องครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นความแตกต่างในการออกแบบ User Interface UI และการพัฒนาซอฟต์แวร์ของแต่ละแบรนด์ครับ ในแง่ของฮาร์ดแวร์ ทั้ง Xiaomi 17 Ultra และ Sony Xperia 1 VIII และค่ายอื่นๆตามที่ผมได้ลิสต์มาให้ดู ว่ามันรองรับเทคโนโลยี Snapdragon Sound และส่งสัญญาณแบบ aptX Lossless ได้จริง

🔹️ แต่วิธีที่ระบบแต่ละค่าย จะทำงานและแสดงผลในเมนูนั้นต่างกันจากโครงสร้างดั้งเดิมของตัว Codec เอง
​ซึ่งตามที่ผมเข้าใจ AptX Lossless ไม่ใช่ Codec เดี่ยวๆ แต่เป็น โปรไฟล์ที่สูงขึ้นมาอีกขึ้นที่เป็นซับเซ็ต
อยู่ภายใต้ aptX Adaptive ครับ

🔹️การทำงานของ aptX Adaptive คือการสวิงและปรับบิตเรตแบบอัตโนมัติ Dynamic เมื่อเราเชื่อมต่อกับหูฟังที่รองรับ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คลื่นสัญญาณรบกวนต่ำ และไฟล์เพลงต้นฉบับมีรายละเอียดสูงพอ ระบบจะดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปแตะระดับ Lossless (~1.2 Mbps) ให้เองโดยที่ไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อเพื่อสลับ Codec ใหม่

​🔹️แล้วทำไมหน้าตาเมนูถึงทำมาไม่เหมือนกัน?

☑️ Sony Xperia 1 VIII ทำไมไม่มีให้เลือก , Xperia 1 VIII เน้นทำงานเบื้องหลังอัตโนมัติ ซึ่งถูกรวมไว้ใน aptX Adaptive โดยสามารถใช้ Aptx Lossless ได้ตั้งแต่ Xperia 1 VII แล้ว

▫️ตั้งแต่ Sony Xperia 1 IV เริ่มอัพเดตให้รองรับฟังแบบ Snapdragon Sound ได้เป็นรุ่นแรก แต่แรกๆยังคงรองรับได้แค่ 24 bit 48/96 kHz และ รุ่นต่อมา Xperia 1 V , 1 VI ก็ยังคงรองรับ Snapdragon Sound บิตเรตเท่านี้ ( ผมขอเรียกว่า Snapdragon Sound Gen แรก 🤭 )

▫️พอมาถึงรุ่น Xperia 1 VII ก็สามารถเข้าไปเลือก เป็นแบบ 24bit / 44.1 kHz ได้ ซึ่งมันสอดคล้องกับทั้งมือถือ และ หูฟังที่ออกมาใช้คุณสมบัติ Aptx Lossless ได้ ถ้าหูฟังที่บอกว่า Support Aptx Lossless ก็จะสามารถเลือกค่านี้ได้ และขึ้นเป็นค่านี้ตลอดการเชื่อมต่อ เช่น

⭐️ B&W PI8
⭐️ Cambridge M100 , A100
⭐️ Earfun Air Pro4+
⭐️ Soundpeats Air5 Pro+
⭐️ SennHeiser MT4
⭐️ Acoustune HSX1001 JIN
⭐️ Denon Pearl Pro

☑️
▫️ส่วนหูฟัง TWS ที่รองรับ Snapdragon Sound แต่ไม่รองรับ Aptx Lossless พวกนี้เวลาฟังจะขึ้น Snapdragon Sound เหมือนกัน แต่ค่าบิทเรทจะถูกฟิกอยู่ที่ 24 bit 48/96khz เท่านั้น ไม่สามารถเลือกเป็น 44.1kHz ( ที่ผมเรียกว่า Snapdragon Sound Gen1 )้ เช่น

⭐️ Noble Falcon Max
⭐️ Noble Fokus Prestige Encore
⭐️ Noble Audio Osprey
⭐️ Noble Fokus Triump
⭐️ Earfun Air Pro 3
⭐️ Audio Technica MK1 & MK2
⭐️ SennHeiser MT3
⭐️ Denon Pearl

☑️ ส่วน มือถือXiaomi 17 Ultra น่าจะเปิดให้ตั้งค่าเชิงลึก แยกเป็น aptX Lossless ออกมาผู้ใช้สามารถกดตั้งค่าเพื่อบังคับ ได้ แต่ถ้าเข้าไปในโหมด Developer แล้วไปดูค่า มันก็คือค่า 24 bit 44.1 kHz นั่นเองครับตอนที่มันเชื่อมต่อหูฟัง ที่รองรับ Aptx Lossless

​☑️ Sony มักจะยึดโครงสร้างซอฟต์แวร์ที่ใกล้เคียงกับ Pure Android จึงไม่มีการรื้อ UI เพื่อดึงส่วนขยายนี้ออกมา ในหน้า Developer Options จะมีให้เลือกแค่ aptX Adaptive โดยหากเข้าไปเช็กในหน้า Bluetooth Audio Codec ระบบจะติ๊กเลือกที่ Codec Adaptive เอาไว้ครับ

( สาเหตุที่มักจะไปตกอยู่ที่ Adaptive เป็นเพราะ aptX Lossless เป็นส่วนขยายที่ซ้อนอยู่ข้างในเทคโนโลยีนี้อีกที โดยมันจะสลับไปส่งสัญญาณแบบ Lossless ให้อัตโนมัติเมื่อคลื่นสัญญาณนิ่งพอ และจะปรับลดบิตเรตลงมาเป็น Adaptive ทั่วไปเมื่อเจอพื้นที่ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นครับ )

▫️ซึ่งถ้าเงื่อนไขการฟัง ณ ขณะนั้นครบถ้วน มันก็จะขยับไปทำงานแบบ Lossless ให้เองอยู่ดี นอกจากนี้ Sony ยังเป็นเจ้าของและตั้งใจผลักดัน Codec LDAC ของตัวเองเป็นหลัก จึงไม่ได้เน้นสร้างเมนูพิเศษเพื่อชูจุดขายให้กับฝั่ง Qualcomm ( อันนี้ผมคิดเองนะ 🤭 )

▫️ส่วน UI Hyper OS ของ Xiaomi มีการดัดแปลงระบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานสาย Tech และ Audiophile ทางค่ายตั้งใจไปดึง API ของโปรไฟล์ Lossless ที่ซ่อนอยู่ออกมาทำเป็นเมนูแยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถบังคับหรือจัดลำดับความสำคัญ ของการทำงานได้ ซึ่งให้ผลทางจิตวิทยาที่ดีกว่า เพราะผู้ใช้งานจะสามารถยืนยันให้มั่นใจได้ด้วยตาตัวเองว่าระบบกำลังพยายามเข้ารหัสแบบ Lossless อยู่

​☑️ อย่างที่ผมเกริ่นไว้ ว่าส่วนสำคัญสำหรับการรีดประสิทธิภาพ ต่อให้ระบบจะมีหรือไม่มีเมนูให้กดบังคับแบบ Xiaomi ก็สามารถสังเกตุได้จากค่าในโหมด Developer และ ในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้ แบรนด์ที่ดึงเมนู aptX Lossless ออกมาให้กดเลือกแยกต่างหากแบบ Xiaomi นั้น แทบจะไม่มีเลยครับ

​▫️แบรนด์อื่นๆ ที่ได้รับอนุญาต Snapdragon Sound Aptx Lossless แบบครบวงจร เช่น ASUS ROG Phone , Zenfone , Vivo , iQOO , Motorola หรือ Nubia Redmagic ล้วนใช้วิธีเดียวกับ Sony ทั้งหมด คือซ่อนโปรไฟล์ Lossless เอาไว้ภายใต้ชื่อ aptX Adaptive ในหน้า Developer Options แล้วปล่อยให้ระบบสวิงบิตเรตแบบอัตโนมัติ

​☑️ ส่วนทางฝั่ง Samsung ต่อให้ใช้รุ่นท็อปสุดอย่าง Galaxy S26 Ultra ก็จะไม่มีตัวเลือก aptX Lossless หรือ aptX Adaptive ให้ใช้งานเลยครับ เพราะทางแบรนด์เลือกที่จะไม่จ่ายค่าไลเซนส์ส่วนนี้ให้ Qualcomm และ ดึงผู้ใช้ให้ไปใช้ Samsung Seamless Codec (SSC) ที่ทำงานได้เต็ประสิทธิภาพเมื่อจับคู่กับหูฟังตระกูล Galaxy Buds แทน

☑️ ก่อนไป อยากให้เพื่อนๆที่ถือ Sony Xperia 1 VIII แล้วเชือมต่อมือถือ ที่บอกว่ารองรับ Aptx Lossless แต่เมื่อเข้าไปเลือกค่าได้แค่ 24 bit 48/96 kHz ลองรีสตาร์ทเครื่อง แล้วกลับเข้าไปเลือกอีกทีครับ เช่นตอนต่อ PI8 ของผมก็เคยเป็นเหมือนกัน



#ไฟล์เพลงที่ทดสอบ ใช้ฟังผ่าน Apple Music และ ไฟล์เพลง Hi-Res DSD , ISO ในเครื่องฟังผ่าน USB Audio Pro แบบ Direct

  Freeclip 2 รุ่น Collector's Edition เปิดตัวในชื่อ Freeclip 2S โดยออกมาวางขาย 2 สี  Freeclip 2 รุ่น Collector's Edition...
02/07/2026

Freeclip 2 รุ่น Collector's Edition เปิดตัวในชื่อ Freeclip 2S โดยออกมาวางขาย 2 สี
Freeclip 2 รุ่น Collector's Edition เปิดตัวในชื่อ Freeclip 2S โดยออกมาวางขาย 2 สี

🔹️Deep Sea Blue
🔸️Pearl Silver

รูปร่างเคสเปลี่ยนกลับมาใช้แบบดีไซน์ทรงโดม ไม่เหลี่ยมเหมือน Freeclip2

▫️ใช้ Driver Diaphragm คู่ เพิ่มความคมชัดของเสียงขึ้นมาอีก โดยยังคงใช้ Chip Kirin NPU AI Gen 3 เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นจากเดิม 10เท่า ทำให้ประมวลผลสัญญานเสียงได้ดีขึ้นกว่าเดิม
▫️ยังคงใช้บลูทูธ 6.0 + Nearlink 2.0
▫️รองรับ Spatial Audio Head-tracked
▫️ควบคุมการสั่งงานด้วยท่าทาง
▫️Mic ลดเสียงรบกวนขณะโทรดีขึ้น โทรที่คมชัดขึ้น
▫️ใช้งานได้ 9 ชม รวมเคสชาร์จ 38 ชม
▫️กันน้ำ กันฝุ่น IP57
▫️Multipoint Connection
▫️และที่ขาดไม่ได้กับ TWS รุ่นใหม่ๆที่จะออกมาจะต้องมี AI มาให้ใช้ ( ต้องดูว่าจะทำได้ดีขนาดไหน ) มีการแปลอัจฉริยะ การควบคุมระดับเสียงอัจฉริยะพร้อมโหมดการปรับสามระดับ

▫️เพิ่มคุณสมบัติของกล้อง เพียงแค่แตะครั้งเดียว คุณก็สามารถบันทึกช่วงเวลาที่สวยงามได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้งานโทรศัพท์ให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดแอปกล้อง แล้วเลื่อนปุ่มควบคุมขึ้นลงเพื่อปรับโฟกัส หรือแตะสองครั้งเพื่อถ่ายภาพ หรือแม้แต่บันทึกวิดีโอ 😱 จ๊าบจริง

#รอดูกันว่าจะออกมาวางขายช่วงไหนนะครับ และจะมีราคาเป็นยังไง

☑️ HUAWEI FreeClip 2 รุ่น Collector's Edition เปิดตัวในประเทศจีนด้วยราคา 1499 หยวน หรือราวๆ 7,255 บาท และ เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นี้ครับ

👍เพิ่งได้จุกของ Pentaconn Courier Mini Stainless Steel  มาลองครับ ราคาเอาเรื่องทีเดียว แต่เสียงก็อัพได้สุดๆ PI8 , XM6 , ...
30/06/2026

👍เพิ่งได้จุกของ Pentaconn Courier Mini Stainless Steel มาลองครับ ราคาเอาเรื่องทีเดียว แต่เสียงก็อัพได้สุดๆ PI8 , XM6 , HSX1001 ของผมนี่เสียงจัดเต็มขึ้น

จุกหูฟัง COREIR เป็นจุกหูฟังระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยการฝัง ท่อโลหะ ไว้ด้านในครับ

▫️สำหรับรุ่น Mini Stainless Steel ทำจากวัสดุอะไร และทำไมถึงต้องทำรุ่น Mini ออกมาเพิ่มเติมเนื่องจากทางค่ายที่ได้ปล่อยออกมา 2 รุ่น คือ Brass กับ Alloy

🔹️ก่อนไปดูคุณสมบัติของมัน มาทำความรู้จักกับมันสักนิดครับ Pentaconn Courier เป็นแบรนด์สัญชาติ ญี่ปุ่น ภายใต้บริษัท Nippon DICS ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน คอนเนคเตอร์ และอุปกรณ์เสริมเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการออดิโอไฟล์ครับ

Courier Mini ​วัสดุที่ใช้ด้านนอกทำจาก ซิลิโคนเหลวเกรดการแพทย์ ที่มีความยืดหยุ่นและเกาะติดรูหูได้ดี ทีเดียว ( ผมใช้ขนาด MS ลองใส่ฟังทั้ง PI8 , XM6 มันฟิตติ้งดีที้ดียว ซีลช่องหูผมได้สนิท ยึดช่องหูได้ดีด้วยนะไม่หลุด ลองส่ายหัวแรงๆก็ยังอยู่ครับ )

▫️ส่วนแกนท่อนำเสียงด้านในทำจาก สแตนเลสสตีล แท้ ส่วนสาเหตุที่ว่า​ทำไมถึงทำรุ่น Mini ออกมา เนื่องจากว่า รุ่น COREIR ดั้งเดิมออกแบบมาสำหรับหูฟังมีสาย หรือ IEM ซึ่งแกนโลหะจะมีความยาว ทำให้เมื่อนำไปใส่กับหูฟังไร้สาย (TWS) จะติดปัญหา ปิดฝากล่องชาร์จไม่ได้หลายตัว ทางแบรนด์จึงแก้ปัญหาด้วยการออกรุ่น Mini ที่ลดความยาวของแกนโลหะลงถึง 87% เพื่อให้ใส่ในกล่องชาร์จได้พอดี โดยที่ยังคงข้อดีของแกนโลหะไว้ครับ

▫️ซึ่ง​การมีท่อโลหะด้านในช่วยรักษารูปทรงของท่อนำเสียงไม่ให้บีบตัวเวลาใส่เข้าไปในหู ซึ่งนอกจากจะส่งผ่านคลื่นเสียงได้สมบูรณ์แล้ว ยังช่วยลดความรู้สึกอื้อ แถมเวลาเอาไปใช้งานเปิดระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ยังช่วยซีลเสียงภายนอกได้ดียิ่งขึ้น

#เปรียบเทียบโทนเสียง ทั้ง 3 รุ่น

🆚 ️BRASS 🆚️ ALLOY 🆚️ STAINLESS STEEL 🆚️

▫️​สแตนเลสสตีลเป็นโลหะที่มีความแข็งแกร่งสูง และสะท้อนเสียงได้ดีมาก เมื่อเทียบกับวัสดุโลหะผสมอื่นๆ ของซีรีส์เดียวกัน จะให้คาแรคเตอร์เสียงในแต่ละย่านที่ได้แตกต่างกันออกไปครับ

ทองเหลือง

▫️เสียงโดยรวม ได้ความฟังสบาย อิมแพ็คเบสนุ่ม เสียงร้อง เสียงกลางมีความชัดเจน กังวาน แหลมมีความทอดตัวได้ไกล มิติเวทีทีเสียงเปิดมากที่สุด ได้รายละเอียด

อลูมิเนียม

▫️เสียงโดยรวม ได้เบสโน็ตชัดขึ้นกว่า Brass เก็บตัวไวเสียงกลาง เสียงร้องมีความอิ่มหนาขึ้น เสียงนักร้องขึ้นหน้ามาเล็กน้อย ยังได้ความโปร่ง แหลมยังคงมีความใสแต่ประกายจะน้อยกว่า Brass ฟังสนุก คึกคักขึ้น

STEEL

▫️ เสียงโดยรวม ได้ดีพเบสลงได้ลึกขึ้น หัวโน็ตชัดขึ้น เสียงกลาง เสียงร้องชัด มีความแม่นยำ แหลมยังได้ความสะอาด ใส รายละเอียดดี เป็นธรรมชาติ เวทีเสียงกว้างกว่าขึ้นกว่าเล็กน้อย

☑️ ดังนั้นถ้าจะมาตัว Stainless Steel

▫️ถ้าเพื่อนๆชอบคาแรคเตอร์เสียงที่มีความเที่ยงตรง ไม่เติมสีสันให้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม รุ่นนี้จะตอบโจทย์ที่สุดครับ แกนสแตนเลสจะช่วยจัดระเบียบให้เวทีเสียง กว้าง และ เป็นสามมิติมากขึ้น ชิ้นดนตรีแยกขาดจากกันเด็ดขาด เบสกระชับแน่น ลงได้ลึก แต่ไม่กวนย่านอื่น ได้ความสงัดและพื้นหลังที่เคลียร์สะอาดขึ้น


ที่อยู่

144/189 Connect 3 Kanchanapisek
Bangkok
10160

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MyListeningผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์