04/07/2026
✅️ AptX Lossless with Sony Xperia 1VIII
#กระทู้นี้เป็น คหสต ตามความเข้าใจของผมนะครับ ถ้าเพื่อนๆมีอะไรแนะนำ หรือข้อมูลที่เพิ่มเติมรบกวนคอมเมนต์เพิ่มเติมไว้ได้เลย และถ้ามีอะไรผิดพลาด หรือตกหล่นต้องขออภัยกันไว้ก่อนครับ
☑️ มือถือที่รองรับ Snapdragon Sound ที่สามารถฟังแบบ Aptx Lossless ได้โดยที่ในหน้า Website Snapdragon ได้ขึ้นประกาศเอาไว้ ตามลิสต์ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ เช่น
▫️Asus ROG Phone 9 Pro ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Asus Zenfone 12 Ultra ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Sharp Aquos R11 ( Snapdragon 8s Gen4 )
▫️Sharp Aquos ( Snapdragon 7s Gen 3 )
▫️Vivo iQOO Z11 Turbu ( Snapdragon 8 Gen 5 )
▫️Vivo iQOO 15 Ultra ( Snapdragon 8 Gen 5 )
▫️Nubia RedMagic 11 Air ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Nubia Z80 Ultra ( Snapdragon 8 Elite Gen 5 )
▫️Xiaomi 15 Ultra ( Snapdragon 8 Elite )
▫️Xiaomi 17 Ultra ( Snapdragon 8 Elite Gen 5 )
▫️Sony Xperia 1 VII ( Snapdragon 8 Elite)
▫️Sony Xperia 1 VIII ( Snapdragon 8 Elite Gen 5 )
🔹️มาเข้าเรื่องครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นความแตกต่างในการออกแบบ User Interface UI และการพัฒนาซอฟต์แวร์ของแต่ละแบรนด์ครับ ในแง่ของฮาร์ดแวร์ ทั้ง Xiaomi 17 Ultra และ Sony Xperia 1 VIII และค่ายอื่นๆตามที่ผมได้ลิสต์มาให้ดู ว่ามันรองรับเทคโนโลยี Snapdragon Sound และส่งสัญญาณแบบ aptX Lossless ได้จริง
🔹️ แต่วิธีที่ระบบแต่ละค่าย จะทำงานและแสดงผลในเมนูนั้นต่างกันจากโครงสร้างดั้งเดิมของตัว Codec เอง
ซึ่งตามที่ผมเข้าใจ AptX Lossless ไม่ใช่ Codec เดี่ยวๆ แต่เป็น โปรไฟล์ที่สูงขึ้นมาอีกขึ้นที่เป็นซับเซ็ต
อยู่ภายใต้ aptX Adaptive ครับ
🔹️การทำงานของ aptX Adaptive คือการสวิงและปรับบิตเรตแบบอัตโนมัติ Dynamic เมื่อเราเชื่อมต่อกับหูฟังที่รองรับ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คลื่นสัญญาณรบกวนต่ำ และไฟล์เพลงต้นฉบับมีรายละเอียดสูงพอ ระบบจะดันแบนด์วิดท์ขึ้นไปแตะระดับ Lossless (~1.2 Mbps) ให้เองโดยที่ไม่ต้องตัดการเชื่อมต่อเพื่อสลับ Codec ใหม่
🔹️แล้วทำไมหน้าตาเมนูถึงทำมาไม่เหมือนกัน?
☑️ Sony Xperia 1 VIII ทำไมไม่มีให้เลือก , Xperia 1 VIII เน้นทำงานเบื้องหลังอัตโนมัติ ซึ่งถูกรวมไว้ใน aptX Adaptive โดยสามารถใช้ Aptx Lossless ได้ตั้งแต่ Xperia 1 VII แล้ว
▫️ตั้งแต่ Sony Xperia 1 IV เริ่มอัพเดตให้รองรับฟังแบบ Snapdragon Sound ได้เป็นรุ่นแรก แต่แรกๆยังคงรองรับได้แค่ 24 bit 48/96 kHz และ รุ่นต่อมา Xperia 1 V , 1 VI ก็ยังคงรองรับ Snapdragon Sound บิตเรตเท่านี้ ( ผมขอเรียกว่า Snapdragon Sound Gen แรก 🤭 )
▫️พอมาถึงรุ่น Xperia 1 VII ก็สามารถเข้าไปเลือก เป็นแบบ 24bit / 44.1 kHz ได้ ซึ่งมันสอดคล้องกับทั้งมือถือ และ หูฟังที่ออกมาใช้คุณสมบัติ Aptx Lossless ได้ ถ้าหูฟังที่บอกว่า Support Aptx Lossless ก็จะสามารถเลือกค่านี้ได้ และขึ้นเป็นค่านี้ตลอดการเชื่อมต่อ เช่น
⭐️ B&W PI8
⭐️ Cambridge M100 , A100
⭐️ Earfun Air Pro4+
⭐️ Soundpeats Air5 Pro+
⭐️ SennHeiser MT4
⭐️ Acoustune HSX1001 JIN
⭐️ Denon Pearl Pro
☑️
▫️ส่วนหูฟัง TWS ที่รองรับ Snapdragon Sound แต่ไม่รองรับ Aptx Lossless พวกนี้เวลาฟังจะขึ้น Snapdragon Sound เหมือนกัน แต่ค่าบิทเรทจะถูกฟิกอยู่ที่ 24 bit 48/96khz เท่านั้น ไม่สามารถเลือกเป็น 44.1kHz ( ที่ผมเรียกว่า Snapdragon Sound Gen1 )้ เช่น
⭐️ Noble Falcon Max
⭐️ Noble Fokus Prestige Encore
⭐️ Noble Audio Osprey
⭐️ Noble Fokus Triump
⭐️ Earfun Air Pro 3
⭐️ Audio Technica MK1 & MK2
⭐️ SennHeiser MT3
⭐️ Denon Pearl
☑️ ส่วน มือถือXiaomi 17 Ultra น่าจะเปิดให้ตั้งค่าเชิงลึก แยกเป็น aptX Lossless ออกมาผู้ใช้สามารถกดตั้งค่าเพื่อบังคับ ได้ แต่ถ้าเข้าไปในโหมด Developer แล้วไปดูค่า มันก็คือค่า 24 bit 44.1 kHz นั่นเองครับตอนที่มันเชื่อมต่อหูฟัง ที่รองรับ Aptx Lossless
☑️ Sony มักจะยึดโครงสร้างซอฟต์แวร์ที่ใกล้เคียงกับ Pure Android จึงไม่มีการรื้อ UI เพื่อดึงส่วนขยายนี้ออกมา ในหน้า Developer Options จะมีให้เลือกแค่ aptX Adaptive โดยหากเข้าไปเช็กในหน้า Bluetooth Audio Codec ระบบจะติ๊กเลือกที่ Codec Adaptive เอาไว้ครับ
( สาเหตุที่มักจะไปตกอยู่ที่ Adaptive เป็นเพราะ aptX Lossless เป็นส่วนขยายที่ซ้อนอยู่ข้างในเทคโนโลยีนี้อีกที โดยมันจะสลับไปส่งสัญญาณแบบ Lossless ให้อัตโนมัติเมื่อคลื่นสัญญาณนิ่งพอ และจะปรับลดบิตเรตลงมาเป็น Adaptive ทั่วไปเมื่อเจอพื้นที่ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นครับ )
▫️ซึ่งถ้าเงื่อนไขการฟัง ณ ขณะนั้นครบถ้วน มันก็จะขยับไปทำงานแบบ Lossless ให้เองอยู่ดี นอกจากนี้ Sony ยังเป็นเจ้าของและตั้งใจผลักดัน Codec LDAC ของตัวเองเป็นหลัก จึงไม่ได้เน้นสร้างเมนูพิเศษเพื่อชูจุดขายให้กับฝั่ง Qualcomm ( อันนี้ผมคิดเองนะ 🤭 )
▫️ส่วน UI Hyper OS ของ Xiaomi มีการดัดแปลงระบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานสาย Tech และ Audiophile ทางค่ายตั้งใจไปดึง API ของโปรไฟล์ Lossless ที่ซ่อนอยู่ออกมาทำเป็นเมนูแยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถบังคับหรือจัดลำดับความสำคัญ ของการทำงานได้ ซึ่งให้ผลทางจิตวิทยาที่ดีกว่า เพราะผู้ใช้งานจะสามารถยืนยันให้มั่นใจได้ด้วยตาตัวเองว่าระบบกำลังพยายามเข้ารหัสแบบ Lossless อยู่
☑️ อย่างที่ผมเกริ่นไว้ ว่าส่วนสำคัญสำหรับการรีดประสิทธิภาพ ต่อให้ระบบจะมีหรือไม่มีเมนูให้กดบังคับแบบ Xiaomi ก็สามารถสังเกตุได้จากค่าในโหมด Developer และ ในตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้ แบรนด์ที่ดึงเมนู aptX Lossless ออกมาให้กดเลือกแยกต่างหากแบบ Xiaomi นั้น แทบจะไม่มีเลยครับ
▫️แบรนด์อื่นๆ ที่ได้รับอนุญาต Snapdragon Sound Aptx Lossless แบบครบวงจร เช่น ASUS ROG Phone , Zenfone , Vivo , iQOO , Motorola หรือ Nubia Redmagic ล้วนใช้วิธีเดียวกับ Sony ทั้งหมด คือซ่อนโปรไฟล์ Lossless เอาไว้ภายใต้ชื่อ aptX Adaptive ในหน้า Developer Options แล้วปล่อยให้ระบบสวิงบิตเรตแบบอัตโนมัติ
☑️ ส่วนทางฝั่ง Samsung ต่อให้ใช้รุ่นท็อปสุดอย่าง Galaxy S26 Ultra ก็จะไม่มีตัวเลือก aptX Lossless หรือ aptX Adaptive ให้ใช้งานเลยครับ เพราะทางแบรนด์เลือกที่จะไม่จ่ายค่าไลเซนส์ส่วนนี้ให้ Qualcomm และ ดึงผู้ใช้ให้ไปใช้ Samsung Seamless Codec (SSC) ที่ทำงานได้เต็ประสิทธิภาพเมื่อจับคู่กับหูฟังตระกูล Galaxy Buds แทน
☑️ ก่อนไป อยากให้เพื่อนๆที่ถือ Sony Xperia 1 VIII แล้วเชือมต่อมือถือ ที่บอกว่ารองรับ Aptx Lossless แต่เมื่อเข้าไปเลือกค่าได้แค่ 24 bit 48/96 kHz ลองรีสตาร์ทเครื่อง แล้วกลับเข้าไปเลือกอีกทีครับ เช่นตอนต่อ PI8 ของผมก็เคยเป็นเหมือนกัน
#ไฟล์เพลงที่ทดสอบ ใช้ฟังผ่าน Apple Music และ ไฟล์เพลง Hi-Res DSD , ISO ในเครื่องฟังผ่าน USB Audio Pro แบบ Direct