30/03/2026
ช่อง Business Insider มันจะมีคอนเทนต์ที่ชื่อ So Expensive
เป็นการเอาของ มาอธิบายว่าทำไม ของชิ้นนี้ถึงมีราคามันถีงแรงนักหนา
อย่างตอนล่าสุดเค้าหยิบเรื่อง Pantone มาเล่าในเชิงลึก
ว่าทำไมสมุดไกด์สี pantone ถึงมีราคาสูง ถ้าเทียบกับหนังสืออื่นๆ เพราะมีราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน
สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องสิ่งพิมพ์ และไม่เข้าใจว่า Pantone คืออะไร
Pantone คือมาตรฐานระบบสีสากลที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อให้การสื่อสารเรื่องสีระหว่าง ผู้ออกแบบ ช่างพิมพ์ และเจ้าของงาน ตรงกัน 100%
ยกตัวอย่าง เช่น เวลาเราบอกเพื่อนว่าอยากได้ป้ายสีแดง
เพื่อนแต่ละคนจะนึกถึงสีแดงไม่เหมือนกัน บางคนนึกถึงแดงสด แดงส้ม หรือแดงเลือดหมู Pantone เลยทำหน้าที่เป็นพจนานุกรมสี ที่มีตัวเลขกำกับไว้ เช่น ถ้าคุณบอกว่า "เอาสีแดงเบอร์ 186C" ทุกคนที่มีสมุด Pantone เปิดไปดูและเห็นสีแดงเฉดเดียวกันเป๊ะ ทันที ไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ไหนของโลกนี้
ย้อนกลับไปยุค 1950s การสั่งพิมพ์สีให้เหมือนกันทั่วโลกยังเป็นเรื่องยาก เช่น กล่องฟิล์ม Kodak ที่แต่ละโรงพิมพ์พิมพ์สีเหลืองออกมาไม่เท่ากัน
เลยมักทำให้คนสับสนได้ง่ายๆ Larry Herbert แกเลยคิดค้นระบบ Pantone Matching System (PMS) ขึ้นมา
***งั้นเราสามารถใช้ Pantone Guide เป็นตัวเลือกให้โรงพิมพ์ๆ พิมพ์สีออกมาได้เป๊ะๆ เลยใช่ไหม? คำตอบคือ การพิมพ์ด้วยระบบปกติ (CMYK) ให้เหมือน Pantone เป๊ะ นั้นทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใช้สีของทาง Pantone
ระบบพิมพ์ทั่วไป (CMYK) คือการใช้จุดสีเล็กๆ 4 สี (ฟ้า, ชมพู, เหลือง, ดำ) มาพิมพ์ซ้อนกันเพื่อให้ตาเราหลอกว่าเป็นสีนั้นๆ ซึ่ง "ขอบเขตของสี" (Color Gamut) มันแคบครับ เพราะสี Pantone เป็นสีที่เกิดจากการผสมหมึกให้ได้เนื้อสีนั้นจริงๆ ก่อนจะปาดลงกระดาษ ทำให้สีมีความสด สว่าง และสม่ำเสมอ ซึ่ง CMYK ไม่สามารถผสมออกมาให้ "สด" เท่าได้ // หลายคนเข้าใจผิดในจุดนี้ รวมถึงผมด้วย
ถ้าคุณเดินไปโรงพิมพ์แล้วบอกว่า "อยากได้สีแดงเฉดเดียวกับ Pantone 186C แต่ผมไม่มีงบจ่ายค่าสีพิเศษ ช่วยพิมพ์ CMYK ให้หน่อย"
โรงพิมพ์จะทำสิ่งที่เรียกว่า "CMYK Bridge" คือการหาค่าสี CMYK ที่ใกล้ที่สุดมาให้ แต่เขาจะเตือนคุณทันทีว่า "มันจะไม่สดและไม่เป๊ะเท่าสีจริง" ดังนั้นการใช้สีเดียวกับ Pantone ให้ตรง 100% จำเป็นต้องสั่งซื้อหมึกพิมพ์สี Pantone เพื่อนำไปใส่เครื่องพิมพ์ ซึ่งราคาสูงกว่าหมึก CMYK ปกติพอสมควร
โอเค กลับมาที่เนื้อหาหลัก แล้วทำไม Pantone Guide ถึงมีราคาสูง
เรื่องนี้แบ่งหลักๆ ได้สองข้อครับ
1.ต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว
การทำสมุด Pantone 1 เล่ม ไม่เหมือนการพิมพ์หนังสือการ์ตูนหรือนิตยสารทั่วไป ในสมุด 1 เล่ม มีสีมากกว่า 2,000 เฉด แต่ละเฉดไม่ได้เกิดจากการพิมพ์ 4 สีผสมกัน (CMYK) แต่เกิดจากการผสมหมึกจริง แยกทีละกระป๋องตามสูตร แล้วปาดลงบนกระดาษทีละแถบเพื่อให้ได้สีที่แน่นและตรงที่สุด ทำให้ Pantone ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสีทุกล็อต โดยหากสีเพี้ยนเพียงนิดเดียว ล็อตนั้นต้องทิ้งทันที เพื่อให้มั่นใจว่าสมุดที่ขายในไทยกับที่ขายในอเมริกาจะเป็นสีเดียวกันเป๊ะ
ทำให้สมุดเล่มเล็กๆ อย่าง Pantone Formula Guide
ราคาเริ่มต้นประมาณ 8,000 - 10,000 บาท แต่ถ้าเป็นชุดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นหรือพลาสติก อาจพุ่งสูงถึง 300,000 บาท และที่สำคัญ กระดาษและหมึกในสมุดจะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา และแน่นอนว่าบริษัทเลยแนะนำให้ลูกค้าซื้อใหม่ทุก 12-18 เดือน...เพื่อความแม่นยำ
2.โมเดลธุรกิจแบบผูกขาด
Pantone เป็นเจ้าของ "ลิขสิทธิ์รหัสตัวเลข" (เช่น Pantone 18-3838) คุณไม่สามารถสร้างระบบสีอื่นมาเลียนแบบแล้วใช้รหัสเดียวกันได้ เมื่อแบรนด์ใหญ่ทั่วโลกใช้ระบบนี้ ดีไซน์เนอร์และโรงพิมพ์จึงไม่มีทางเลือก ต้องยอมจ่ายเพื่อให้งานออกมาตรงตามที่ลูกค้าต้องการ
ด้วยความที่ไม่มีคู่แข่ง ทำให้ฟันกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ
รายได้คาดการณ์ของ Pantone ปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 250 - 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9,000 - 18,000 ล้านบาท) โดยครึ่งนึงมาจากการขายสมุด Pantone ไกด์ และอีกครึ่งมาจากบริการดิจิทัลและลิขสิทธิ์ ทั้งค่าสมาชิกรายเดือนจากดีไซน์เนอร์ที่ต้องการใช้สีในโปรแกรม Adobe โดยค่าสมาชิก Pantone Connect ประมาณ $15/เดือน และการขายลิขสิทธิ์ เช่น การนำชื่อหรือสี Pantone ไปใช้ในสินค้า เช่น แก้วน้ำ, เคสมือถือ รองเท้า รวมถึงรับจ้างแบรนด์ใหญ่ๆ วิเคราะห์และออกแบบ "สีประจำแบรนด์" เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นั่นแหละพิมพ์มาตั้งยืดตั้งยาวจะบอกว่า ใครว่างๆ
แวะไปดูรายการ So Expensive ได้ ทำมา 6 Seasons แล้ว
ในยูทูบมีอยู่ 217 ตอน เค้าจะพาไปดูของแพงที่ว่าทำไมมันแพงเต็มไปหมด เปิด CC ซับไทยได้ แปะลิงก์ไว้ในเมนต์
#ดูTube