31/05/2026
ยุคที่ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ผู้คนไม่ได้ใช้ AI เพียงเพื่อค้นหาข้อมูลทั่วไป แต่เริ่มใช้ช่วยคิดงาน วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนชีวิต หรือแม้แต่ถามเรื่องส่วนตัวมากขึ้น
คำถามในใจผู้ใช้จึงไม่ใช่แค่ "AI ช่วยอะไรเราได้บ้าง" แต่เริ่มกลายเป็น "AI รู้จักเรามากเกินไปหรือเปล่า"
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น หลังมีรายงานว่า OpenAI เปิดใช้ Marketing Cookies เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ ChatGPT แบบฟรีบางกลุ่มเพื่อโปรโมตบริการบนแพลตฟอร์มอื่น แม้บริษัทจะระบุว่าไม่ได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์โฆษณาก็ตาม
📌📌 AI เริ่มแตะเรื่อง Cookies และ Tracking
เดิมทีผู้คนมักมอง AI เป็นพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นการคุยโดยตรง ไม่ใช่การเลื่อนฟีดหรือกดไลก์ แต่เมื่อแพลตฟอร์ม AI เริ่มนำระบบ Ads, Cookies และ Tracking เข้ามาเกี่ยวข้อง ความรู้สึกของผู้ใช้อาจเปลี่ยนไปทันที
เนื่องจากข้อมูลจากการคุยกับ AI สะท้อนความสนใจ ปัญหา หรือเป้าหมายส่วนตัวได้ลึกกว่าการคลิกโฆษณาทั่วไป ต่อให้แพลตฟอร์มไม่ได้แชร์บทสนทนาโดยตรง แต่การใช้ Cookies หรือ Identifiers เพื่อทำตลาด ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้ตั้งคำถามว่า ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ลึกซึ้งถึงขั้นไหน
📌📌เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้กับ AI โดยไม่ได้รับอนุญาต
ความกังวลเรื่อง AI Privacy ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนแพลตฟอร์ม AI เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่สะท้อนว่าข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว
▪️เทคโนโลยีจดจำใบหน้า: มีกรณีที่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบตรวจจับและจดจำใบหน้า รวบรวมรูปภาพจากโซเชียลมีเดียไปสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของภาพ จนถูกหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศสั่งปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาล
▪️แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่: เคยถูกร้องเรียนเรื่องการนำข้อมูลและรูปภาพของผู้ใช้บริการไปฝึกฝน AI ของบริษัท โดยอ้างฐานประโยชน์อันชอบธรรมแทนการขอความยินยอมอย่างชัดเจน (opt-in) นำไปสู่คำถามว่าแพลตฟอร์มควรนำข้อมูลผู้ใช้ไปพัฒนา AI ได้ไกลแค่ไหน
▪️การใช้งานในระดับองค์กร: มีกรณีที่พนักงานนำ Source Code และข้อมูลลับภายในองค์กรไปใส่ในระบบ Generative AI สาธารณะเพื่อให้ช่วยตรวจทานงาน จนทำให้ข้อมูลรั่วไหลและหลายบริษัทต้องออกคำสั่งจำกัดการใช้งานภายในองค์กรทันที
เคสเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้าน AI Privacy ไม่ได้เกิดจากตัว AI เท่านั้น แต่เกิดจากวิธีที่แพลตฟอร์ม แบรนด์ และบุคลากรนำข้อมูลไปใช้งานด้วย
📌📌เพราะแบรนด์ต้องโปร่งใส
สำหรับนักการตลาด AI ช่วยให้แคมเปญแม่นยำขึ้น ทั้งการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ทำ Personalization และวัดผลอย่างละเอียด แต่ในยุค AI Marketing ความแม่นยำอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะโฆษณาที่ตรงใจเกินไปโดยไม่รู้ที่มาของข้อมูล อาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ากำลังถูก ‘คุกคาม’ มากกว่า ‘เข้าใจ’
แบรนด์จึงต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่า เก็บข้อมูลอะไร นำไปใช้ทำอะไร นานแค่ไหน และผู้ใช้จะปฏิเสธหรือจัดการข้อมูลได้อย่างไร เพราะความโปร่งใสนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์โดยตรง
📌📌Trust จะกลายเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์
เพื่อป้องกันความเสี่ยง แบรนด์ควรจัดทำแนวปฏิบัติการใช้ AI (AI Governance) ที่ชัดเจน เช่น
▪️ห้ามใส่ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าใน AI สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
▪️แยกประเภทข้อมูลที่ยอมรับให้ใช้กับ AI ได้อย่างชัดเจน
▪️ขอความยินยอมอย่างโปร่งใส และมีระบบยกเลิก (opt-out) ที่ง่าย
▪️อบรมทีม Marketing, Sales และ Customer Service ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว
ในอนาคต แบรนด์ไม่ได้แข่งกันแค่ใครมี Data มากกว่า หรือทำ Personalization ได้แม่นยำกว่า แต่แข่งกันว่าใครจะทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยได้มากกว่ากัน
Privacy ในยุค AI Marketing จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายหรือเทคนิค แต่เป็นเรื่องของความเชื่อใจโดยตรง แบรนด์ที่ใช้ AI อย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเคารพข้อมูลลูกค้า จะได้เปรียบกว่าแบรนด์ที่มอง Data เป็นเพียงเครื่องมือยิงโฆษณาให้แม่นยำขึ้นเท่านั้น
⸻
สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจด้วยนวัตกรรม AI จาก Data Wow ติดต่อเราได้ที่
🔹Website: https://go.wow.th/home
🔹Call: 02-024-5560
🔹Line: