13/05/2026
“การลา” ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องรู้สึกผิด
ที่ LINE MAN Wongnai เราใช้นโยบาย Auto-Approval Leave
สำหรับการลาพักร้อนและลาป่วย
เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เริ่มต้นจาก “ความไว้ใจ” 💚
พนักงานออฟฟิศน่าจะเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน เวลาป่วยหรือมีธุระฉุกเฉิน สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การพัก แต่คือรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความขอลาหัวหน้า พร้อมคิดในหัวพันหมื่นเหตุผลจะอธิบายยังไงให้ดูสมเหตุสมผลพอที่จะได้รับการอนุมัติ
ทั้งที่ในความเป็นจริง การลาป่วยและวันลาพักร้อนคือ “สิทธิ์” ของพนักงาน แต่ในวัฒนธรรมการทำงานของหลายองค์กร สิทธิ์เหล่านี้กลับถูกทำให้รู้สึกเหมือนเป็นการขออนุญาตมากกว่า หลายคนจึงเลือกฝืนทำงานต่อ ทั้งที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่าไม่ไหวแล้ว
อย่างเคสของ LINE MAN Wongnai หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาปรับใช้นโยบายใหม่ “Auto-Approval Leave” สำหรับการลาพักร้อนและลาป่วย โดยเริ่มมีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
[ ลางานแบบใหม่แบบสับ ไม่ต้องรอใครรับทราบ ]
รูปแบบของระบบใหม่คือ เมื่อพนักงานส่งคำขอลา ระบบจะส่งแจ้งเตือนไปยังหัวหน้างานตามปกติ แต่หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ภายใน 1 วัน คำขอนั้นจะได้รับการอนุมัติโดยอัตโนมัติ โดยหัวหน้างานยังสามารถตรวจสอบหรือเพิกถอนในบางกรณีได้เหมือนเดิม
เบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงนี้มาจากข้อมูลภายในองค์กรที่พบว่า มากกว่า 99% ของคำขอลาทั้งหมด ได้รับการอนุมัติอยู่แล้ว ทำให้บริษัทมองว่า ขั้นตอนการรอกดอนุมัติ อาจเป็นเพียงกระบวนการที่ใช้เวลา แต่ไม่ได้เปลี่ยนผลลัพธ์จริง
สิ่งที่น่าสนใจคือ นโยบายนี้ไม่ได้สะท้อนแค่การลดงานเอกสารของฝ่าย HR หรือหัวหน้างานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดการบริหารคนที่ต่างจากเดิมพอสมควร เพราะองค์กรกำลังเปลี่ยนค่าเริ่มต้นจากเดิมที่ทุกอย่างต้องรอการอนุมัติ มาเป็นการ “เชื่อใจก่อน” เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นจริงๆ
แนวคิดลักษณะนี้เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในบริษัทเทคและองค์กรยุคใหม่ทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงหลังโควิดที่หลายองค์กรพบว่า การวัดประสิทธิภาพของพนักงานจากเวลาที่นั่งอยู่ในออฟฟิศ อาจไม่ตอบโจทย์โลกการทำงานอีกต่อไป
ในอดีต ระบบการขออนุมัติลามีเหตุผลรองรับชัดเจน เพราะหลายธุรกิจอยู่ในยุคอุตสาหกรรมที่การขาดคนเพียงหนึ่งตำแหน่ง อาจทำให้สายการผลิตหยุดทันที แต่ในปัจจุบัน งานจำนวนมากเริ่มขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์มากกว่าการอยู่ประจำที่
อีกด้านหนึ่ง ระบบลักษณะนี้ยังช่วยลดความกังวลล่วงหน้า ของพนักงาน หรือสิ่งที่หลายคนเผชิญทุกครั้งก่อนขอลา ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิด ความกลัวว่าจะถูกมองว่าไม่ทุ่มเท หรือกังวลว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ในการทำงาน
อย่างไรก็ตาม นโยบายแบบนี้ก็ไม่ได้ไม่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะในทีมขนาดเล็กหรือช่วงงานเร่งด่วนที่คนลาพร้อมกันอาจกระทบต่อทีมได้ รวมถึงในวัฒนธรรมการทำงานแบบไทยที่หลายคนยังมีความเกรงใจ สูง ต่อให้ระบบอนุมัติอัตโนมัติ บางคนก็อาจยังไม่กล้าใช้สิทธิ์ตัวเองเต็มที่อยู่ดี
แม้ LINE MAN Wongnai จะไม่ใช่บริษัทแรกที่ทดลองใช้แนวคิด Trust-based Leave แต่สำหรับบริบทขององค์กรไทย การประกาศใช้นโยบายลักษณะนี้อย่างจริงจัง ก็สะท้อนให้เห็นว่าหลายองค์กรเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับระบบเดิมๆ ที่ใช้ต่อกันมานานโดยไม่เคยถูกทบทวน
เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกนโยบายในองค์กรกำลังส่งข้อความบางอย่างเสมอ และบางครั้ง สิ่งที่พนักงานต้องการจากองค์กร อาจไม่ใช่แค่สวัสดิการที่มากขึ้น แต่คือความรู้สึกว่าองค์กรไว้ใจให้พวกเขาจัดการชีวิตตัวเองได้