26/02/2026
มันไม่ได้เอาไว้หา ref ทำงานหรอ 😂
SOCIETY: ‘Pinterest’ กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เมื่อแพลตฟอร์มอื่น Toxic เกินไปวัยรุ่น Gen Z จึงหนีมาเล่น Pinterest
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ มีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่ยังคงเป็นที่นิยมและบางส่วนผู้ใช้งานลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น Tumblr, Facebook หรือ Instagram แต่นอกจากนี้ก็ยังมี ‘Pinterest’ ที่เคยถูกพูดถึงว่าเป็นเพียงสมุดบันทึกของเหล่า Gen Y
แต่ในปี 2026 แอปพลิเคชัน Pinterest กลับเติบโตอย่างรวดเร็วและที่สำคัญคือปัจจุบันผู้ใช้งานมากกว่าครึ่งคือคน Gen Z ผู้เข้ามาเปลี่ยนแพลตฟอร์มของ Gen Y ให้กลายเป็นเครื่องมือในการ ‘Manifest’ หรือการจดจ่อเพื่อสร้างอนาคตในแบบที่ต้องการ
สาเหตุที่ Gen Z หันไปเล่น Pinterest แทนแพลตฟอร์มอื่นๆ เพราะพวกเขามองว่า แพลตฟอร์มอื่นๆ นั้นเต็มไปด้วย Toxic มีทั้งการโจมตี การเปรียบเทียบ และความคาดหวัง โดย ‘อันเดรอา มัลลาร์ด’ (Andréa Mallard) ตัวแทนจาก Pinterest ชี้ให้เห็นว่าโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์แบบ ‘Parasocial’ หรือความสัมพันธ์ข้างเดียว และยังทำให้เราคอยเฝ้าถามตัวเองว่า “สิ่งที่โพสต์ไปมันดีพอหรือยัง?” เพื่อรอรับการยอมรับจากคนแปลกหน้า แต่ Pinterest กลับออกแบบมาเพื่อความสร้างสรรค์มากกว่า
ในแง่ฟังก์ชันของ Pinterest ไม่มีใครต้องแสดงเพื่อเรียกยอดไลก์ เพราะแต่ละพินที่ถูกเลือกคือการตัดสินใจส่วนบุคคล มันเหมาะที่จะเป็นพื้นที่ที่รวบรวมไอเดียมากกว่า กลุ่ม Gen Z จึงใช้ Pinterset เป็นพื้นที่ที่เอาไว้ใช้ Manifest หรือดึงดูดเป้าหมายให้กลายเป็นจริง ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Vision Boards และถึงแม้ Pinterest จะเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่ Gen Z ก็เริ่มใช้แพลตฟอร์มนี้ในการสร้างชุมชนเล็กๆ เช่น การแชร์บอร์ดร่วมกับกลุ่มเพื่อน เพื่อจินตนาถึงเป้าหมายและค่านิยมบางอย่างร่วมกัน
นอกจากนี้ครีเอเตอร์อย่าง ‘เจสสิกา มอร์โรเบล’ (Jessica Morrobel) ยังให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ทุกครั้งที่เรากด ‘pin’ มันคือการตัดสินใจว่าเราต้องการอะไรเข้ามาในชีวิต ยิ่ง pin มากเท่าไหร่ ภาพของชีวิตที่อยากนำไปใช้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น เพราะ Pinterest ทำหน้าที่รวบรวมในสิ่งที่พวกเขา ‘อยากเป็น’ ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง
เบื้องหลังการทำงาน Pinterest นั้นมาจากวิสัยทัศน์ของ ‘บิล เรดี’ (Bill Ready) ซีอีโอผู้เชื่อว่าโซเชียลมีเดียไม่จำเป็นต้องอยู่ได้ด้วยความโกรธแค้นเสมอไป โดยเขาตั้งเป้าให้ Pinterest เป็นพื้นที่ห่างไกลจากความเป็นพิษ เพราะในขณะที่แพลตฟอร์มอื่นมักใช้ AI กระตุ้นให้เกิดเอนเกจเมนต์ผ่านความเกลียดชัง เพราะมันสร้างตัวเลขได้ง่ายกว่า แต่ Pinterest พยายามสร้างรูปแบบธุรกิจที่ใช้ ‘พลังบวก’ โดยปรับจูน AI ให้เน้นการดูแลสุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก นอกจากนี้ก็ยังมีการตั้งค่าบัญชีเด็กให้เป็นส่วนตัว และการเปิดให้ผู้ใช้งานจัดการกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้ด้วยตัวเอง
และเมื่อ Pinterest ขยับเข้าสู่โลกอีคอมเมิร์ซ พวกเขายังวางตำแหน่งตัวเองต่างจากเจ้าอื่น เพราะแทนที่จะกระตุ้นให้คนซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พวกเขากลับเน้นไปที่การตอบโจทย์ ‘ความตั้งใจซื้อ’ เพราะเมื่อผู้ใช้งานวางแผนชีวิตผ่านบอร์ดมาอย่างดีแล้ว สิ่งที่พวกเขาเลือกซื้อ จึงเป็นการเลือกที่ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วนั่นเอง