TXEC Thailand Threat eXchange and Enhanced Cybersecurity
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน Threat Intelligence ระดับองค์กร ที่ออกแบบมาเพื่อ “บริบทของประเทศไทยโดยเฉพาะ”

🚀 อ่านได้ฟรีตอนนี้ 6 บทความพิเศษจาก TXECปกติบทความพวกนี้เป็นสิทธิ์เฉพาะสมาชิก TXEC แต่ตอนนี้เปิดให้ทุกคนอ่านฟรีแล้ว 6 เร...
10/09/2026

🚀 อ่านได้ฟรีตอนนี้ 6 บทความพิเศษจาก TXEC

ปกติบทความพวกนี้เป็นสิทธิ์เฉพาะสมาชิก TXEC แต่ตอนนี้เปิดให้ทุกคนอ่านฟรีแล้ว 6 เรื่อง เป็นเคสจริงและภัยไซเบอร์ที่ทีม TXEC วิเคราะห์เจาะลึก อ่านเข้าใจง่าย เอาไปใช้ได้จริง

รวมบทวิเคราะห์ จากทีม Threat Intelligence ที่ลงมือศึกษาเหตุการณ์และภัยคุกคามในบริบทไทยโดยตรง พร้อม IOC และ Detection Rule ที่นำไปใช้ได้จริงในงาน SOC และ Incident Response

🚨 กดอ่านบทความเต็มได้ที่แต่ละรูปเลย 🚨

1. IOC Sharing 92 รายการ
รวม IP และไฟล์อันตรายที่ต้องระวัง ดาวน์โหลดไปใช้ตรวจสอบระบบได้เลย

2. Aisuru Botnet
กล้องวงจรปิดหรือเราเตอร์ที่บ้านอาจถูกแฮกไปใช้ยิงเว็บไซต์คนอื่นแบบไม่รู้ตัว

3. ValleyRAT / Winos4.0
มัลแวร์ที่แอบฝังตัวลึกในเครื่อง แล้วปิดโปรแกรมแอนตี้ไวรัสจากด้านใน

4. LockBit 5.0 (ChoungDong Version)
แรนซัมแวร์เวอร์ชันใหม่ ไม่ได้แค่เข้ารหัสไฟล์เรียกค่าไถ่ แต่ลบข้อมูลทิ้งถาวร

5. ช่องโหว่ IDOR บน TSD Investor Portal
ช่องโหว่เล็กๆ จุดเดียว ทำให้ข้อมูลนักลงทุนกว่า 200,000 บัญชีรั่วไหล

6. Backdoor ที่ซ่อนตัวเป็น "404 Not Found"
เคสจริงในไทย แฮกเกอร์แอบฝังตัวอยู่ในเว็บนานหลายเดือนโดยไม่มีใครรู้

ใครอยากได้เนื้อหาแบบนี้ทุกเดือน สมัครสมาชิก TXEC ฟรีได้เลย
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register

#ภัยไซเบอร์ #

ทำไมหลายคนถึงไม่รู้จักคำว่า “Cybersecurity” ทั้งที่ใช้ Internet ทุกวัน ?ลองถามคนรอบตัวว่า “Cybersecurity คืออะไร?”คุณอาจ...
07/09/2026

ทำไมหลายคนถึงไม่รู้จักคำว่า “Cybersecurity”
ทั้งที่ใช้ Internet ทุกวัน ?
ลองถามคนรอบตัวว่า “Cybersecurity คืออะไร?”
คุณอาจพบว่าบางคนพอจะคุ้นกับคำนี้
บางคนรู้ว่าเกี่ยวกับ “ความปลอดภัยทางไซเบอร์”
แต่ก็มีอีกหลายคนที่...ไม่รู้จักคำนี้เลย
ทั้งที่ในแต่ละวัน เราแทบทุกคน
กำลังอยู่บนโลกดิจิทัล
📱 เล่น Social Media
💳 โอนเงินผ่าน Mobile Banking
🛒 ซื้อของออนไลน์
📧 ใช้ Email
☁️ เก็บข้อมูลไว้บน Cloud
🤖 ใช้ AI ในการทำงานและชีวิตประจำวัน
แล้วทำไมคำว่า Cybersecurity
ถึงยังไม่ใช่คำที่คนทั่วไปคุ้นเคย?
หนึ่งในเหตุผลอาจเป็นเพราะเราเคยมองว่า
Cybersecurity เป็นเรื่องของ “คนอื่น”
เป็นเรื่องของ IT
เป็นเรื่องของ Hacker
เป็นเรื่องของบริษัทขนาดใหญ่
หรือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิค
แต่ความจริงแล้ว Cybersecurity
อยู่ใกล้ตัวกว่านั้นมาก
เวลามี SMS ส่งลิงก์มาให้กด
เวลามีคนโทรมาขอ OTP
เวลามี Email แจ้งว่าบัญชีของเรากำลังจะถูกระงับ
เวลามีคนส่งข้อความมาขอยืมเงิน
หรือแม้แต่เวลาที่เราใช้รหัสผ่านเดียวกันกับทุกบัญชี
ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับ Cybersecurity
ปัญหาจึงอาจไม่ใช่ว่า
“คนทั่วไปไม่สนใจ Cybersecurity”
แต่เป็นเพราะ…พวกเขายังไม่รู้ว่า
Cybersecurity เกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเอง
และนี่คือเหตุผลที่การสร้าง
Cybersecurity Awareness จึงสำคัญ
เราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคน
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity
แต่ทุกคนควรมีความรู้พื้นฐานเพียงพอที่จะ
🔎 รู้จักความเสี่ยง
⚠️ สังเกตสิ่งผิดปกติ
🛡️ ป้องกันข้อมูลของตัวเอง
🧠 คิดก่อนคลิก ก่อนเชื่อ และก่อนแชร์
TXEC — รู้ก่อน รับมือก่อน 🛡️
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัย
คุกคามทางไซเบอร์สำหรับทุกองค์กร
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register



#รู้ก่อนรับมือก่อน

ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น อาจไม่ได้อยู่ในระบบของคุณ  แต่อยู่ใน “สิทธิ์การเข้าถึง” ที่คุณมอบให้ Supplier และ Third-partyแม้...
30/08/2026

ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น อาจไม่ได้อยู่
ในระบบของคุณ แต่อยู่ใน “สิทธิ์การเข้าถึง”
ที่คุณมอบให้ Supplier และ Third-party
แม้องค์กรจะมี Firewall, EDR หรือ SOC ที่แข็งแกร่ง
แต่ผู้โจมตีอาจเลือกเจาะผ่านคู่ค้า ผู้ให้บริการระบบ
Cloud บริษัท Outsource หรือบัญชี Vendor
ที่มีการป้องกันต่ำกว่า ก่อนใช้การเชื่อมต่อ
ที่ได้รับอนุญาตเข้ามายังระบบสำคัญขององค์กร
ความเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่
▪️ บัญชีของ Vendor ถูกขโมยหรือใช้รหัสผ่านร่วมกัน
▪️ กำหนดสิทธิ์เข้าถึงระบบมากเกินความจำเป็น
▪️ API หรือระบบเชื่อมต่อมีการตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัย
▪️ Software Update หรือ Service Provider ถูกโจมตีในห่วงโซ่อุปทาน
▪️ ไม่มีการติดตาม Log และพฤติกรรมของ Third-party อย่างต่อเนื่อง
▪️ ไม่มีเงื่อนไขแจ้งเหตุการณ์หรือแผนตอบสนองร่วมกันอย่างชัดเจน
การบริหาร Third-party Cyber Risk
จึงไม่ควรจบเพียงการตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา
แต่ต้องครอบคลุมตลอดอายุการใช้งาน
ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การกำหนดสิทธิ์
แบบ Least Privilege การบังคับใช้ MFA
การแยกส่วนระบบ การติดตามพฤติกรรม ไปจนถึง
การยกเลิกสิทธิ์ทันทีเมื่อสิ้นสุดการให้บริการ
เพราะในโลกที่ทุกระบบเชื่อมต่อกัน
ความปลอดภัยขององค์กร ขึ้นอยู่กับ
ความปลอดภัยของทุกฝ่ายในห่วงโซ่เดียวกัน
รู้ก่อน มองเห็นความเสี่ยงก่อน
และรับมือได้ก่อนเกิดผลกระทบ
TXEC — รู้ก่อน รับมือก่อน 🛡️
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัย
คุกคามทางไซเบอร์สำหรับทุกองค์กร
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register



#รู้ก่อนรับมือก่อน

มี SOC แล้ว เหตุใดยังต้องมี Threat Intelligence?เพราะ SOC และ Threat Intelligence ทำหน้าที่ต่างกัน แต่ต้องทำงานร่วมกันSO...
24/08/2026

มี SOC แล้ว เหตุใดยังต้องมี Threat Intelligence?
เพราะ SOC และ Threat Intelligence
ทำหน้าที่ต่างกัน แต่ต้องทำงานร่วมกัน
SOC ช่วยเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนอง
ต่อเหตุการณ์จากข้อมูลภายในองค์กร เช่น
SIEM, EDR, Firewall, Cloud และ Network Logs
ขณะที่ Threat Intelligence ช่วยเพิ่ม
“บริบท” ให้กับสิ่งที่ SOC ตรวจพบว่า
▪️ IP, Domain หรือ File Hash ที่พบเกี่ยวข้อง
กับภัยคุกคามใด
▪️ เป็น Indicator ที่ยังใช้งานอยู่หรือเป็นข้อมูลเก่า
▪️ เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ระบบ หรือพื้นที่
ขององค์กรหรือไม่
▪️ ผู้โจมตีใช้เทคนิคใด และอาจดำเนินการขั้นตอนใดต่อ
Threat Intelligence จึงช่วยให้ SOC สามารถ
1. คัดกรอง Alert ได้แม่นยำขึ้น
ลด False Positive และช่วยให้นักวิเคราะห์
ตัดสินใจจากบริบท ไม่ใช่เพียง Indicator รายการเดียว
2. จัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง
เลือกตรวจสอบภัยที่เกี่ยวข้องกับระบบสำคัญ
และสถานการณ์ขององค์กรจริง
3. ทำ Threat Hunting เชิงรุก
นำข้อมูล Tactics, Techniques and Procedures
หรือ TTPs ไปค้นหาร่องรอยและพัฒนากฎตรวจจับเพิ่มเติม
4. ปรับปรุง Detection และ Response
ประยุกต์ใช้กับ SIEM Rule, EDR Detection,
Blocking Policy, Hunting Query และ
Incident Response Playbook
อย่างไรก็ตาม การนำ Threat Feed
จำนวนมากเข้า SIEM ไม่ได้หมายความว่า
องค์กรมี Threat Intelligence ที่มีประสิทธิภาพ
ข้อมูลที่นำมาใช้ควรผ่านการประเมินเรื่อง
ความน่าเชื่อถือ ความใหม่ ระดับความเชื่อมั่น
ความเกี่ยวข้องกับองค์กร และต้องสามารถ
นำไปดำเนินการต่อได้จริง
SOC ช่วยบอกว่า “เกิดอะไรขึ้น”
ส่วน Threat Intelligence ช่วยอธิบายว่า
“เหตุการณ์นั้นหมายถึงอะไร และควรรับมืออย่างไร”
ดังนั้น การมี SOC ไม่ได้ลดความจำเป็น
ของ Threat Intelligence แต่ช่วยให้ข้อมูล
ภัยคุกคามถูกนำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่การคัดกรอง Alert การค้นหาภัยเชิงรุก
ไปจนถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์
TXEC — รู้ก่อน รับมือก่อน 🛡️
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับทุกองค์กร
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register
แหล่งที่มา :
NIST SP 800-150 — Cyber Threat Information Sharing
NIST SP 800-61 Rev. 3 — Incident Response
MITRE ATT&CK — Adversary Tactics and Techniques

#รู้ก่อนรับมือก่อน




🚨 ตรวจพบ IOC ต้องดำเนินการอย่างไรต่อ?การตรวจพบ Indicator of Compromise (IOC) เช่น IP Address, Domain, URL, File Hash หรื...
17/08/2026

🚨 ตรวจพบ IOC ต้องดำเนินการอย่างไรต่อ?
การตรวจพบ Indicator of Compromise (IOC)
เช่น IP Address, Domain, URL, File Hash
หรือบัญชีผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม
ยังไม่สามารถยืนยันได้ทันทีว่าระบบถูกโจมตีสำเร็จ
องค์กรควรตรวจสอบบริบท ลด False Positive
และค้นหาร่องรอยเพิ่มเติมก่อนสรุปเหตุการณ์
โดย CISA แนะนำให้ค้นหา IOC ทั้งในข้อมูล
เครือข่ายและอุปกรณ์ปลายทาง พร้อมประเมินผล
ร่วมกับพฤติกรรมผิดปกติอื่น ๆ
1. 🔎 ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ IOC
ยืนยันว่า IOC มาจากแหล่งใด มีช่วงเวลา
ใช้งานเมื่อใด และเกี่ยวข้องกับแคมเปญ
หรือกลุ่มผู้โจมตีใด เพราะ IP, Domain
หรือ Cloud Infrastructure บางรายการ
อาจถูกใช้งานร่วมกับบริการปกติได้
2. 🗂️ ค้นหา IOC ย้อนหลังทั่วทั้งองค์กร
ตรวจสอบข้อมูลจาก
🌐 DNS, Proxy และ Firewall Log
📧 Email Gateway และ Secure Web Gateway
🖥️ EDR, Antivirus และ Endpoint Log
🔐 Authentication, VPN และ Cloud Audit Log
📊 SIEM และระบบเฝ้าระวังอื่น ๆ
ควรค้นหาทั้ง IOC โดยตรงและพฤติกรรม
ที่เกิดขึ้นก่อน–หลังเวลาที่ตรวจพบ
3. 🖥️ ตรวจสอบระบบและบัญชีที่เกี่ยวข้อง
ระบุว่า IOC ปรากฏบนอุปกรณ์ใด บัญชีใด
และระบบใด พร้อมตรวจสอบ Process, File,
Scheduled Task, Registry, Network
Connection และการล็อกอินที่ผิดปกติ
4. ⚖️ ประเมินว่าเป็น False Positive หรือเหตุการณ์จริง
การพบการเชื่อมต่อเพียงครั้งเดียวอาจยัง
ไม่เพียงพอ ควรตรวจสอบร่วมกับเวลาที่เกิด
เหตุการณ์ ทิศทางการเชื่อมต่อ ปริมาณข้อมูล
พอร์ตที่ใช้ และพฤติกรรมของผู้ใช้งานหรือระบบ
5. 🛡️ กักกันระบบเมื่อพบความเสี่ยง
หากพบหลักฐานสนับสนุนว่าอุปกรณ์อาจ
ถูกบุกรุก ให้แยกเครื่องออกจากเครือข่าย
จำกัดการสื่อสาร หรือระงับบัญชีที่เกี่ยวข้อง
โดยหลีกเลี่ยงการลบไฟล์หรือปิดระบบ
ก่อนเก็บหลักฐานที่จำเป็น
6. 🧾 เก็บและรักษาหลักฐาน
บันทึกเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง Log, Memory,
File Hash, Network Connection และ
Timeline ของเหตุการณ์ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์
และตรวจสอบขอบเขตความเสียหาย
7. 🔍 ค้นหาขอบเขตการโจมตีเพิ่มเติม
อย่าหยุดเพียงการบล็อก IOC เดิม เพราะผู้
โจมตีอาจเปลี่ยน IP, Domain หรือไฟล์ได้
ควรค้นหา TTP และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง
เช่น
- Persistence
- Credential Access
- Lateral Movement
- Data Exfiltration
8. 🔧 ดำเนินการ Containment และ
Remediation
อาจประกอบด้วยการบล็อก IOC
ลบ Persistence ปิดช่องโหว่ ติดตั้งแพตช์
ยกเลิก Session และเปลี่ยน Credentials
โดยเฉพาะบัญชีที่มีสิทธิ์สูง
9. 👁️ เฝ้าระวังหลังแก้ไข
สร้าง Detection Rule หรือ Watchlist
สำหรับ IOC และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง
พร้อมติดตามว่ามีการเชื่อมต่อซ้ำหรือ
มีรูปแบบการโจมตีใหม่เกิดขึ้นหรือไม่
10. 📋 บันทึกและแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็น
จัดทำ Incident Timeline ระบบที่ได้รับ
ผลกระทบ การดำเนินการ และผลการตรวจสอบ
พร้อมแบ่งปัน IOC ที่ผ่านการยืนยันให้ทีมภายใน
คู่ค้า หรือเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม
โดยไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกินความจำเป็น
⚠️ ข้อควรระวังจาก TXEC
การบล็อก IOC ไม่เท่ากับการกำจัดผู้โจมตีออกจากระบบ
CISA เตือนว่า การลบไฟล์หรือบล็อก Indicator
โดยไม่ตรวจสอบว่าเข้ามาได้อย่างไร อาจเปิด
โอกาสให้ผู้โจมตียังคงรักษาการเข้าถึงระบบผ่าน
ช่องทางอื่นได้
ดังนั้น การตอบสนองควรครอบคลุมทั้ง
🔎 การยืนยันเหตุการณ์
🛡️ การควบคุมความเสียหาย
🧹 การกำจัดต้นเหตุ
🔄 การกู้คืนระบบ
📈 การปรับปรุงระบบตรวจจับ
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง Incident Response ของ NIST
TXEC — รู้ก่อน รับมือก่อน 🛡️
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับทุกองค์กร
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register
📚 แหล่งอ้างอิงแบบย่อ:
CISA — Technical Approaches to Uncovering and Remediating Malicious Activity
NIST — SP 800-61 Rev. 3











📋 Checklist สำหรับตรวจสอบระบบ หลังมีประกาศช่องโหว่ร้ายแรงเมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับ Criticalองค์กรไม่ควรพิจารณาเพียง...
10/08/2026

📋 Checklist สำหรับตรวจสอบระบบ
หลังมีประกาศช่องโหว่ร้ายแรง
เมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับ Critical
องค์กรไม่ควรพิจารณาเพียงคะแนน CVSS
แต่ควรตรวจสอบด้วยว่า ช่องโหว่นั้น
กระทบระบบใด เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตหรือไม่
และมีหลักฐานว่าถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้วหรือยัง
โดย CISA แนะนำให้ใช้รายการ Known Exploited
Vulnerabilities หรือ KEV เป็นข้อมูลสำคัญ
ในการจัดลำดับความเร่งด่วนในการแก้ไข
📝 TXEC จึงมี Checklist ที่องค์กรควรดำเนินการ
และ ตรวจสอบระบบ หลังมีประกาศช่องโหว่ร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม NIST ระบุว่ากระบวนการ Patch
Management ควรครอบคลุมการระบุ
จัดลำดับความสำคัญ ติดตั้ง และตรวจสอบ
ผลของแพตช์ทั่วทั้งองค์กร ไม่ใช่จบเพียงแค่
การกดอัปเดตระบบเพียงอย่างเดียว
📌 ข้อควรระวังจาก TXEC
“แพตช์สำเร็จ” ไม่ได้หมายความว่า
“ระบบไม่เคยถูกโจมตี” หากช่องโหว่ถูกเปิดเผย
ต่อสาธารณะมาระยะหนึ่ง หรือมีหลักฐานการโจมตีจริง
องค์กรควรดำเนินการ Threat Hunting และ
Incident Investigation ควบคู่กับการแก้ไขช่องโหว่
🔐 TXEC — รู้ก่อน รับมือก่อน
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม
ทางไซเบอร์สำหรับทุกองค์กร
📚🙌 อยากอ่านบทความ Exclusive แบบนี้
เพียงสมัครสมาชิก TXEC เพื่อเข้าถึง Incident Summary,
Threat Intelligence และบทวิเคราะห์เชิงเทคนิค
สำหรับองค์กรในบริบทประเทศไทย
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register




แหล่งอ้างอิง: CISA Known Exploited Vulnerabilities
Catalog และ NIST SP 800-40 Rev. 4: Guide to
Enterprise Patch Management Planning

🚨 พบการจดโดเมนเลียนแบบแบรนด์เพิ่มขึ้น องค์กรควรตรวจสอบอะไร ?โดเมนปลอมที่มีชื่อคล้ายเว็บไซต์จริงกำลังถูกนำมาใช้เป็นโครงสร...
07/08/2026

🚨 พบการจดโดเมนเลียนแบบแบรนด์เพิ่มขึ้น
องค์กรควรตรวจสอบอะไร ?
โดเมนปลอมที่มีชื่อคล้ายเว็บไซต์จริง
กำลังถูกนำมาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ของการโจมตีแบบ Phishing
การขโมยบัญชีผู้ใช้งาน การหลอกชำระเงิน
และการแพร่กระจายมัลแวร์
📊 รายงาน Phishing Landscape 2025 ซึ่ง
วิเคราะห์รายงาน Phishing เกือบ 4 ล้านรายการ
ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2024 ถึงเมษายน 2025
พบว่า มีโดเมนมากกว่า 1.5 ล้านชื่อ ถูกนำไปใช้
ในการโจมตีแบบ Phishing เพิ่มขึ้นประมาณ 38%
จากปีก่อนหน้า และประมาณ 77% ของโดเมน
เหล่านี้ถูกจดขึ้นโดยผู้ไม่ประสงค์ดีโดยตรง
ไม่ใช่เว็บไซต์ปกติที่ถูกแฮ็กภายหลัง
ขณะเดียวกัน Infoblox รายงานว่า จากโดเมน
ที่เพิ่งถูกตรวจพบกว่า 100.8 ล้านชื่อ
ในช่วงเวลา12 เดือน มีประมาณ 25.1% ถูกจัดว่า
เป็นโดเมนอันตรายหรือน่าสงสัย สะท้อนให้เห็น
ว่าผู้โจมตีกำลังสร้างและหมุนเวียนโดเมน
จำนวนมากเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับ
🔎 รูปแบบโดเมนเลียนแบบที่องค์กรควรเฝ้าระวัง
ผู้โจมตีอาจสร้างชื่อโดเมนให้ใกล้เคียงกับแบรนด์จริง
เช่น
▪️สลับหรือตัดตัวอักษร
เช่น sosecure เป็น sosecuure
▪️ใช้อักขระที่มองคล้ายกัน เช่น ตัวอักษร o กับเลข 0
▪️เพิ่มคำที่สร้างความน่าเชื่อถือ เช่น login, secure,
support, invoice หรือ verify
▪️เปลี่ยนนามสกุลโดเมน เช่น จาก .com เป็น .net,
.co หรือ TLD อื่น
▪️ใช้ Internationalized Domain Name หรือ
อักขระต่างภาษาให้ดูเหมือนชื่อแบรนด์จริง
▪️นำโดเมนเก่าที่หมดอายุและเคยได้รับความ
น่าเชื่อถือกลับมาใช้โจมตี
CISA ระบุว่าโดเมนที่มีลักษณะคล้ายของจริง
สามารถถูกใช้สำหรับ Phishing, Drive-by
Compromise, การส่งมัลแวร์ และ
เป็นช่องทาง Command and Control ได้
🛡️องค์กรควรตรวจสอบอะไรทันที
1. ตรวจหาโดเมนที่มีชื่อคล้ายแบรนด์
ค้นหาชื่อบริษัท ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้บริหาร และ
คำที่เกี่ยวข้องกับบริการขององค์กร ร่วมกับการ
สะกดผิด การสลับตัวอักษร และนามสกุลโดเมนอื่น
2. ตรวจสอบวันที่จดทะเบียนและอายุโดเมน
โดเมนที่เพิ่งจดใหม่ก่อนเริ่มแคมเปญ Phishing
ไม่นานถือเป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
แต่ไม่ควรตัดสินจากอายุโดเมนเพียงอย่างเดียว
3. ตรวจสอบ DNS และโครงสร้างพื้นฐาน
พิจารณา A, AAAA, CNAME, Name Server
และ IP Address ที่โดเมนชี้ไป รวมถึงตรวจว่า
หลายโดเมนต้องสงสัยใช้ Hosting, Registrar
หรือโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันหรือไม่
4. ตรวจสอบ MX Record
แม้เว็บไซต์ยังไม่มีเนื้อหา แต่หากมีการตั้งค่า
MX Record โดเมนนั้นอาจถูกเตรียมไว้สำหรับ
ส่งอีเมลปลอม อย่างไรก็ตาม การมี MX Record
เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันเจตนาร้ายได้
เพราะผู้ให้บริการบางรายอาจสร้างค่าเหล่านี้
เป็นค่าเริ่มต้น
5. ตรวจสอบใบรับรอง TLS
การมี HTTPS หรือรูปแม่กุญแจไม่ได้หมายความว่า
เว็บไซต์ปลอดภัย ควรติดตาม Certificate
Transparency Log เพื่อค้นหาใบรับรองใหม่
ที่ออกให้กับโดเมนซึ่งมีชื่อแบรนด์ขององค์กร
6. ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์อย่างปลอดภัย
ตรวจหาโลโก้ แบบฟอร์ม Login ช่องกรอกข้อมูล
บัตรเครดิต ข้อมูลติดต่อ QR Code และข้อความ
ที่เลียนแบบเว็บไซต์จริง โดยไม่เปิดผ่านเครื่อง
ใช้งานทั่วไปหรือกรอกข้อมูลใด ๆ ลงไป
7. ตรวจสอบ Log ภายในองค์กร
ค้นหาใน DNS Log, Proxy, Firewall,
Secure Web Gateway, Email Gateway
และ Endpoint ว่ามีพนักงานหรือระบบใด
เคยติดต่อกับโดเมนต้องสงสัยหรือไม่
8. ตรวจสอบการปลอมแปลงอีเมล
ตรวจสอบว่าองค์กรตั้งค่า SPF, DKIM และ
DMARC สำหรับโดเมนจริงอย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะ DMARC Policy และการติดตาม
รายงาน เพื่อช่วยลดการปลอมแปลงอีเมล
จากโดเมนขององค์กร
⚠️ เมื่อพบโดเมนต้องสงสัย ควรดำเนินการอย่างไร
▪️บันทึกหลักฐาน เช่น URL, Screenshot,
DNS Record, Certificate และเวลาที่ตรวจพบ
▪️บล็อก Domain และ URL ผ่าน DNS Filtering,
Email Gateway, Proxy และ Endpoint
▪️ตรวจสอบย้อนหลังว่ามีผู้ใช้งานเข้าถึง
หรือ กรอกข้อมูลหรือไม่
▪️หากพบการกรอก Credentials ให้เปลี่ยนรหัสผ่าน
ยกเลิก Session และตรวจสอบ MFA ทันที
▪️แจ้ง Registrar, Hosting Provider, Certificate
Authority หรือ แพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
เพื่อขอระงับบริการ
▪️ประสานฝ่ายกฎหมายและเจ้าของ
เครื่องหมายการค้าสำหรับกระบวนการ Takedown
▪️แจ้งเตือนพนักงาน ลูกค้า และ Partner
ผ่านช่องทางทางการขององค์กร
▪️ส่งต่อข้อมูล Indicators of Compromise
เพื่อช่วยให้องค์กรอื่นตรวจจับและป้องกันได้เร็วขึ้น
CISA แนะนำให้ใช้ URL หรือ DNS Filtering
เพื่อจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์อันตราย แต่ระบุว่า
การเพิ่มBlocklist ด้วยตนเองเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
เพราะผู้โจมตีสามารถสร้าง URL และโดเมนใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
📌 ข้อควรระวังจาก TXEC
โดเมนที่ยังไม่มีหน้าเว็บไซต์ หรือยังไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ
ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง ผู้โจมตีอาจ
จดโดเมนทิ้งไว้ก่อนเปิดใช้งานจริง หรือ เปิดให้
เฉพาะเหยื่อ ประเทศ อุปกรณ์ และช่วงเวลาที่กำหนด
องค์กรจึงควรเปลี่ยนจากการรอให้ลูกค้ารายงาน
เว็บไซต์ปลอม มาเป็นการติดตาม Digital Footprint
และ Lookalike Domain อย่างต่อเนื่อง
เพราะยิ่งตรวจพบโดเมนเลียนแบบได้เร็วเท่าใด
ก็ยิ่งลดโอกาสที่โดเมนนั้นจะถูกใช้หลอกพนักงาน
ลูกค้า และคู่ค้าขององค์กรได้มากขึ้น
🔐 TXEC — รู้ก่อน รับมือก่อน
ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม
ทางไซเบอร์สำหรับทุกองค์กร
📚🙌 อยากอ่านบทความ Exclusive แบบนี้
เพียงสมัครสมาชิก TXEC เพื่อเข้าถึง Incident Summary,
Threat Intelligence และบทวิเคราะห์เชิงเทคนิค
สำหรับองค์กรในบริบทประเทศไทย
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register






แหล่งที่มาอ้างอิง :
Interisle Phishing Landscape 2025,
Infoblox 2025 DNS Threat Landscape Report
และ CISA MITRE ATT&CK T1583.001

🔎 มาวิเคราะห์เหตุการณ์ข้อมูลนักลงทุนกว่า 200,000 ราย รั่วไหลเหตุการณ์ครั้งนี้มีต้นเหตุจากช่องโหว่ IDOR หรือการตรวจสอบสิท...
04/08/2026

🔎 มาวิเคราะห์เหตุการณ์ข้อมูลนักลงทุนกว่า 200,000 ราย รั่วไหล

เหตุการณ์ครั้งนี้มีต้นเหตุจากช่องโหว่ IDOR หรือการตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนค่า User ID ในคำขอ และเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานรายอื่นได้

แม้ข้อมูลพอร์ตการลงทุนและประวัติการทำธุรกรรมจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลอาจถูกนำไปใช้ต่อยอดในการทำ Phishing หรือ Social Engineering ที่แอบอ้างเป็น TSD และบริษัทหลักทรัพย์ได้อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้น

บทความนี้ TXEC จะพาไปวิเคราะห์:

• ช่องโหว่ IDOR คืออะไร? และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
• ข้อมูลประเภทใดได้รับผลกระทบ
• เหตุใด Automated Scanner อาจตรวจไม่พบ
• นักลงทุนและองค์กรควรรับมืออย่างไร

⏳ เปิดให้อ่านฟรีในช่วงเวลาจำกัด
ก่อนสงวนเนื้อหาฉบับเต็มสำหรับสมาชิก TXEC เท่านั้น

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่
https://txec.sosecure.co.th/th/articles/TSD-Investor-Portal-Leaking-Data

อยากอ่านบทความ Exclusive แบบนี้ 🙌
สมัครสมาชิก TXEC เพื่อเข้าถึง Incident Summary, Threat Intelligence และบทวิเคราะห์เชิงเทคนิคสำหรับองค์กรในบริบทประเทศไทย

👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register

#การลงทุน #ข้อมูลรั่วไหล #รู้ก่อนรับมือก่อน

03/08/2026

ไม่ได้เข้าร่วม แต่อยากมีส่วนร่วมด้วย 🙌
SOSECURE มอบโอกาสสุดพิเศษ พร้อมสนับสนุนคนไทย
จัดแคมเปญ Thai Cyber Boost 60/40 🇹🇭
พบกับโปรโมชั่นครั้งใหญ่ ลดเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา !!
ใน Cyberdemy ( powered by SOSECURE )
ไม่จำกัดหลักสูตรการเรียนรู้ ลด 60% ทุกคอร์สเรียน !!
ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาทักษะได้ตามเป้าหมายของตนเอง
[ Click Here >> https://cyberdemy.co/courses ]
SOSECURE สนับสนุนส่วนลดสูงสุด 60%
ผู้เรียนชำระเพียง 40%
อัปสกิลก่อน ได้เปรียบก่อน
🔥 รีบคว้าโอกาสก่อนจะหมดสิทธ์
ระยะเวลาแคมเปญสิ้นสุด 30 ก.ย. 2026 เท่านั้น !!
Tel : 02-511-2422
LINE :
Website : [www.sosecure.co.th](http://www.sosecure.co.th/)
#ไทยช่วยไทย

#คอร์สออนไลน์
#เรียนCybersecurity
#ย้ายสายงาน #เรียนCybersecurity
#คนทั่วไป #เปลี่ยนสายงาน #อัปสกิล

🔴 พบช่องโหว่ CVE-2026-43503 บน Linux Kernelเปิดทางยกระดับสิทธิ์เป็น Root ผ่าน Cloned Packetsมีการเปิดเผยช่องโหว่ความรุนแ...
31/07/2026

🔴 พบช่องโหว่ CVE-2026-43503
บน Linux Kernelเปิดทางยกระดับสิทธิ์
เป็น Root ผ่าน Cloned Packets
มีการเปิดเผยช่องโหว่ความรุนแรงสูง
CVE-2026-43503 ใน Linux Kernel
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการหน่วยความจำ
ของแพ็กเก็ตแบบแบ่งปันและโคลน
หรือ Cloned Socket Buffers (skb)
ช่องโหว่นี้อาจเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานที่
มีสิทธิ์ระดับต่ำดัดแปลงข้อมูลในหน่วย
ความจำที่เชื่อมโยงกับไฟล์สำคัญ
จนนำไปสู่การ ยกระดับสิทธิ์เป็น Root
และอาจใช้หลบหนีจาก Container ได้
ในบางเงื่อนไข
นักวิจัยจาก JFrog Security Research
เรียกช่องโหว่รูปแบบนี้ว่า DirtyClone
และจัดให้อยู่ในกลุ่มเทคนิค DirtyFrag
🔍 ช่องโหว่เกิดขึ้นได้อย่างไร
Linux Kernel ใช้โครงสร้าง `sk_buff` หรือ `skb`
เพื่อจัดเก็บและประมวลผลแพ็กเก็ตเครือข่าย
โดยบางกรณี Kernel จะโคลนแพ็กเก็ตหรือ
ย้าย Fragment ระหว่าง Socket Buffer
ข้อบกพร่องเกิดขึ้นเมื่อสถานะของ
Shared Fragment ไม่ถูกส่งต่ออย่างถูกต้อง
ทำให้ Kernel เข้าใจผิดว่าหน่วยความจำ
ที่ใช้ร่วมกันสามารถแก้ไขได้อย่างปลอดภัย
ผู้โจมตีจึงอาจสร้างเงื่อนไขให้ข้อมูลจาก
แพ็กเก็ตถูกเขียนทับลงบน Page Cache
ที่เชื่อมโยงกับไฟล์ในระบบ
⚠️ จากสิทธิ์ระดับต่ำสู่ Root
หากผู้โจมตีควบคุมตำแหน่งและข้อมูล
ที่ถูกเขียนได้สำเร็จ อาจนำไปใช้แก้ไขไฟล์
ที่เกี่ยวข้องกับการยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ์
หรือ Process ที่ทำงานด้วยสิทธิ์สูง
JFrog ระบุว่าช่องโหว่นี้สามารถนำไปใช้โจมตี
แบบ Local Privilege Escalation ได้จริง
และประเมินความรุนแรงที่ CVSS 8.8
📌 ไม่ใช่ Remote Root โดยตรง
ผู้โจมตีต้องมีความสามารถในการ
รันโค้ดภายในระบบก่อน เช่น
▪️ มีบัญชีผู้ใช้ระดับต่ำ
▪️ เข้าควบคุม Application หรือ Service ได้แล้ว
▪️ รันโค้ดภายใน Container
▪️ ใช้ช่องโหว่อื่นเป็นจุดเริ่มต้นของ Attack Chain
ดังนั้น CVE-2026-43503 มีแนวโน้ม
ถูกใช้เป็นขั้นตอนยกระดับสิทธิ์ต่อจาก
การโจมตีอื่น มากกว่าจะเป็นช่องโหว่
ที่โจมตีจากอินเทอร์เน็ตแล้วได้สิทธิ์ Root ทันที
🖥️ ระบบที่ควรเร่งตรวจสอบ
▪️ Linux Server ที่มีผู้ใช้งานหลายราย
▪️ Container Host และ Kubernetes
▪️ CI/CD Runner และระบบ Build
▪️ Cloud Workload ที่เปิดใช้ User Namespace
▪️ Hosting และ Development Server
▪️ ระบบที่ยังไม่ได้อัปเดต Kernel Security Patch
สถานะผลกระทบขึ้นอยู่กับ Kernel และแพตช์
ที่แต่ละ Distribution นำไปใช้ จึงไม่ควร
ตรวจสอบจากหมายเลข Kernel เพียงอย่างเดียว
🛡️ แนวทางรับมือ
✅ อัปเดต Kernel Security Patch จากผู้จัดจำหน่าย
✅ Reboot ระบบหลังติดตั้งแพตช์
✅ ตรวจสอบ Kernel Runtime ที่กำลังใช้งานจริง
✅ หลีกเลี่ยง Privileged Container
✅ จำกัด Linux Capabilities โดยเฉพาะ `CAP_NET_ADMIN`
✅ ทบทวนการใช้งาน Unprivileged User Namespace
✅ ใช้ Seccomp, AppArmor หรือ SELinux
✅ เฝ้าระวัง Process ที่เปลี่ยนเป็น UID 0 หรือมีการแก้ไขไฟล์ระบบผิดปกติ
🔎 มุมมองจาก TXEC
CVE-2026-43503 แสดงให้เห็นว่า
Attack Surface ของ Linux ไม่ได้
อยู่เฉพาะ Service ที่เปิดรับการเชื่อมต่อ
จากภายนอก แต่ยังรวมถึงกลไกภายใน
Kernel ด้าน Network และ
Memory Management
แม้เป็น Local Attack ผู้โจมตีก็อาจใช้สิทธิ์
ระดับต่ำจากบัญชีรั่วไหล ช่องโหว่อื่น
หรือ Workload ภายใน Container
เพื่อยกระดับสิทธิ์และเข้าควบคุมระบบได้
องค์กรที่ใช้งาน Cloud, Container,
Shared Hosting และ CI/CD จึงควร
ตรวจสอบ Kernel Advisory อัปเดตและ
Reboot ระบบ พร้อมจำกัดสิทธิ์ของ Container
และ User Namespace โดยเร็ว
📩 ติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม
👉 ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นสมาชิก
https://txec.sosecure.co.th/register
☎️ 02-511-2422
📧 [[email protected]](mailto:[email protected])
🌐 txec.sosecure.co.th
แหล่งอ้างอิง :
JFrog Security Research
NIST National Vulnerability Database
Ubuntu Security
Red Hat Security
Linux Kernel CVE Database





ที่อยู่

410, 34 ถนนรัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ TXEC โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์