Security Pitch AI-Driven Secure Living Infrastructure

The only Security Innovation platform provider in Thailand that encompasses physical security, cybersecurity, personal data protection, and public safety.

หลายคนอาจมีภาพจำว่า Chief Information Security Officer หรือ CISO คือคนที่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอสีดำที่มีตัวเลขวิ่งไปมาตลอดเว...
31/05/2026

หลายคนอาจมีภาพจำว่า Chief Information Security Officer หรือ CISO คือคนที่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอสีดำที่มีตัวเลขวิ่งไปมาตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง ชีวิตการทำงานของ "ผู้นำด้านความปลอดภัย" มีมิติที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าเรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว เพราะพวกเขาต้องแบกรับความเสี่ยงและวางกลยุทธ์ความปลอดภัยของทั้งองค์กรไว้บนบ่า พร้อมกับการตัดสินใจเรื่องสำคัญที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและการขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ

บทความนี้จะพาคุณไปกะเทาะเปลือกชีวิต ในตอนแรก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงหน้าที่อันหลากหลาย ตั้งแต่การสื่อสารในห้องประชุมระดับบริหารไปจนถึงการรับมือกับภัยคุกคามที่คาดเดาไม่ได้ โดยเราคาดหวังว่าเนื้อหานี้จะช่วยให้ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องได้เกิดความเข้าใจในตัวตนของ CISO อันจะนำไปสู่การร่วมมือที่ราบรื่นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับใครที่กำลังมองตำแหน่ง CISO เป็นเป้าหมายในอาชีพ นี่คือโอกาสดีที่จะได้เตรียมความพร้อมและรับรู้ถึงความคาดหวังตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะก้าวไปสู่การเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ที่องค์กรรอคอยในการเติมเต็มประสิทธิภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยให้สมบูรณ์แบบครับ

อ่านบทความเต็มต่อได้ที่ลิงก์ใต้คอมเมนต์

🇹🇭🤝🏻🇸🇦 Security Pitch จับมือ Aljazeera Falcons บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ซาอุฯ ลงนาม MoU วางรากฐานความร่วมมือขยายศักยภาพ...
30/05/2026

🇹🇭🤝🏻🇸🇦 Security Pitch จับมือ Aljazeera Falcons บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ซาอุฯ ลงนาม MoU วางรากฐานความร่วมมือขยายศักยภาพเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัย

29 พฤษภาคม 2569 - นายปกรณ์ ทองจีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์ จำกัด (Security Pitch) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงปลอดภัยชั้นนำของประเทศไทย ลงนามความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ Mr. Naif Majdali ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลจาซีรา ฟอลคอนส์ จำกัด (Aljazeera Falcons LLC - JFCO) ประเทศซาอุดีอาระเบีย ผู้พัฒนาโซลูชันด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับข้อมูลภูมิสารสนเทศ (GeoAI) โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Osama Kokandy ประธาน สภาธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-ไทย ร่วมเป็นพยานในการลงนามความร่วมมือครั้งนี้

การลงนามความร่วมมือดังกล่าวเป็นการผลักดันการบูรณาการเทคโนโลยีที่เป็นความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายเพื่อยกระดับและต่อยอดเชิงธุรกิจในประเทศไทยและซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนการขยายศักยภาพของเทคโนโลยีไปสู่ประเทศอื่นๆ

นอกจากนี้ ผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีที่บริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์พัฒนาขึ้นและได้มีการนำไปใช้พัฒนาโครงการต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย ตลอดจนได้ร่วมกันวางแผนทิศทางการพัฒนาที่ในสอดคล้องกับความต้องการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของทั้งสองประเทศ

ภายหลังการหารือ H.E. Mr. Osama Kokandy และ Mr. Naif Majdali ได้เยี่ยมชมนวัตกรรมต่างๆ ที่บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนา ตลอดจนระบบภายในห้องศูนย์บัญชาการความมั่นคงปลอดภัยแบบบูรณาการ (Converged Security Operations Center- CSOC)

นายปกรณ์ ทองจีน เปิดเผยว่า “เราได้เดินทางไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสและศักยภาพในการเติบโตด้านเทคโนโลยี และได้มีการหารือด้านธุรกิจกับ JFCO มาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งที่เราได้มาพบกันที่ประเทศไทยและลงนามตกลงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบบูรณาการ (Converged Security) ฝีมือคนไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล ความร่วมมือนี้จะช่วยตอบโจทย์ในการสร้างระบบนิเวศเมืองอัจฉริยะที่ปลอดภัยและยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย”

[English]

Security Pitch Partners with Aljazeera Falcons, a leading provider of cutting-edge geospatial technology solutions across Saudi Arabia, Signing an MoU to Lay the Foundation for Expanding Security Technology Capabilities

29 May 2026 – Mr. Pakorn Thongjeen, CEO of Security Pitch Co., Ltd., Thailand’s premier security technology developer, officially signed a Memorandum of Understanding (MoU) with Mr. Naif Majdali, CEO of Aljazeera Falcons LLC (JFCO), Saudi Arabia. Aljazeera Falcons is a leading developer of Geographic Information Systems (GIS), Unmanned Aerial Vehicles (UAVs), and Geospatial Artificial Intelligence (GeoAI) solutions. The ceremony was highly honored by the presence of H.E. Mr. Osama Kokandy, Chairman of the Saudi-Thai Business Council, who stood as a witness to this landmark collaboration.

This strategic partnership aims to drive the integration of both companies’ core technological expertise to elevate and expand business operations in Thailand and Saudi Arabia, while also scaling these technological capabilities to other countries globally.

Furthermore, executives from both sides discussed the proven success of the technology developed by Security Pitch, which has already been deployed across various public and private sector projects in Thailand. They also co-mapped strategic development plans tailored to meet the continuously rising demand for advanced security solutions in both nations.

Following the discussions, H.E. Mr. Osama Kokandy and Mr. Naif Majdali toured the various innovations developed by the company, including a showcase of the internal systems of the Converged Security Operations Center (CSOC).

Mr. Pakorn Thongjeen stated, “We have traveled to Saudi Arabia multiple times as we clearly recognize the immense opportunities and growth potential in its technology sector. Through continuous business discussions with JFCO, this visit to Thailand presents an excellent opportunity to establish a concrete collaboration. This partnership proves that Thai-developed Converged Security technology and innovations meet rigorous international standards. Moreover, this cooperation will directly contribute to building safe and sustainable smart city ecosystems in the Middle East.”

29/05/2026

Read more about the trends in the article:

28/05/2026
28/05/2026

✨ ต้อนรับเปิดเทอมใหม่ด้วยความอุ่นใจ! 💕 กรมการขนส่งทางบก ชวนยึดหลักความปลอดภัย 3 ฝ่าย เพื่อดูแลลูกหลานของเราให้ไป-กลับโรงเรียนอย่างสวัสดิภาพ

🚌 พี่ๆ คนขับ: เช็กสภาพรถและอุปกรณ์ฉุกเฉินให้นิ่ง นับจำนวนเด็กทุกครั้งก่อน-หลังลงรถ ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
🎒 คุณพ่อคุณแม่: เลือกใช้รถรับส่งที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ส่งเองด้วยมอเตอร์ไซค์อย่าลืมสวมหมวกนิรภัย 100% และสอนลูกให้รู้วิธีบีบแตรเอาตัวรอด
👧🏻 เด็กๆ นักเรียน: ขึ้น-ลงรถอย่างเป็นระเบียบ ไม่ยื่นมือหรือหัวออกนอกรถ และถ้าติดในรถให้ตั้งสติแล้วกดแตรยาวๆ

ร่วมสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยไปด้วยกันนะครับ 💛
📱 พบรถรับส่งอันตราย แจ้งสายด่วน โทร. 1584 (ตลอด 24 ชม.)


#เปิดเทอมใหม่
#เดินทางอุ่นใจ
#ความปลอดภัยของเด็ก


#ให้ใจให้ทางให้ชีวิตให้ความสุข

28/05/2026

UPDATE: EssilorLuxottica เจ้าของ RayBan Oakley เลือกไทยขยายฐานผลิต AI Glasses

หลังเมื่อเดือนที่ผ่านมา ข่าวสะเทือนวงการ Retail และ Health Tech เมื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง EssilorLuxottica ประกาศปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ เข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญกับแว่นท็อปเจริญ (Top Charoen) เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

ล่าสุด BOI เปิดเกมรุก หนุนขยายลงทุน AI Glasses ในไทย พร้อมจีบบริษัทระดับโลกทุนฝรั่งเศส Airbus แบตเตอรี่ EV Cybersecurity เข้าไทยหลายราย

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ทีมไทยแลนด์ได้เข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ณ Le Cercle de l’Union Interalliée กรุง Paris เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุน ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่

โดยบริษัทแรกที่หารือคือ Airbus ผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ซึ่งดำเนินธุรกิจในไทยมากกว่า 40 ปี ครอบคลุมทั้งเครื่องบินพาณิชย์ เฮลิคอปเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบดาวเทียม และธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)

ล่าสุดบริษัทขยายกิจการในไทยเพื่อพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้ง Virtual Reality และ Augmented Reality รวมถึงสนับสนุนด้านวิศวกรรมและการพัฒนาบุคลากร โดยไทยจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการสำคัญของบริษัทนอกฝรั่งเศส และมีแผนเพิ่มวิศวกรเฉพาะทางจาก 160 คน เป็นกว่า 200 คน

รายต่อมาคือ EssilorLuxottica เจ้าของแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Ray-Ban, Oakley และ Varilux ซึ่งดำเนินกิจการในไทยเกือบ 40 ปี มีพนักงานกว่า 9,000 คน และมีเงินลงทุนสะสมกว่า 16,000 ล้านบาท

“ล่าสุดบริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนผลิต AI Glasses หรือแว่นตาอัจฉริยะในไทย ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแว่นตาไฮเอนด์ รองรับการใช้งาน AI ทั้งการแปลภาษา บันทึกภาพ ฟังเพลง และค้นหาข้อมูลผ่านคำสั่งเสียง ถือเป็นตลาดเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเติบโตทั่วโลก”

ด้าน Imerys ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูง ผู้ผลิตกราไฟต์และ Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ EV และระบบกักเก็บพลังงาน ได้หารือโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในไทย หลังรัฐบาลชูจุดแข็งไทยในฐานะฐานการผลิต EV ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค พร้อมเชิญชวนให้ลงทุนผลิตวัสดุขั้นสูง เพื่อเติมเต็มซัพพลายเชนแบตเตอรี่ EV ของไทยให้แข็งแกร่งและครบวงจรมากขึ้น

ขณะที่ Thales ผู้นำด้านเทคโนโลยีกลาโหม อวกาศ และ Cybersecurity ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ และระบบความปลอดภัยดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการยกระดับความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศ

ส่วน IN Groupe ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล หนังสือเดินทาง และบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ได้เสนอความร่วมมือพัฒนาระบบ Digital ID รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics เพื่อผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตและศูนย์ทดสอบระบบ Secure ID สำหรับประเทศในกลุ่ม CLMV และอาเซียน

การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของฝรั่งเศสมองไทยเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ของภูมิภาค ทั้งด้าน EV การบิน ดิจิทัล และเทคโนโลยีความมั่นคง โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของอาเซียน

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2564 - ไตรมาส 1 ปี 2569 มีโครงการจากฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,208 ล้านบาท โดยบริษัทฝรั่งเศสรายใหญ่ที่ลงทุนในไทยแล้ว ได้แก่ Safran, Michelin, TotalEnergies, Valeo, Faurecia และ Saint-Gobain สะท้อนความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการขยายความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคตต่อไป

ภาพ: PJ McDonnell / Shutterstock

28/05/2026

ยอดดาวน์โหลด DuckDuckGo พุ่ง 30% หลัง Google เปลี่ยนการค้นหาให้ AI ตอบแทน
หลายคนคงคุ้นเคยกับการกดค้นหาใน กูเกิล (Google) แล้วได้รายการลิงก์เว็บไซต์มาให้เลือกคลิก แต่หลังงาน Google I/O ปี 2569 ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของบริษัท กูเกิลประกาศว่า ระบบนั้นกำลังจะหมดไป แทนที่ด้วยเอไอที่จะ “ตอบ” แทนการ “แสดงลิงก์” โดยเอไอจะสรุปคำตอบให้เลย ทำงานแทนผู้ใช้ได้ และยังรันโปรแกรมเบื้องหลังโดยอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องสั่ง
ปัญหาที่ตามมาคือ ระบบใหม่นี้ไม่มีปุ่มให้ปิดเอไอ ใครที่อยากได้ผลการค้นหาแบบเดิมก็ทำไม่ได้อีกต่อไป มีรายงานว่า เอไอให้ข้อมูลผิดพลาดในหลายกรณี และการค้นหาคำง่ายๆ บางคำกลับให้ผลลัพธ์ที่ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากเจ้าของเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ว่าเมื่อเอไอสรุปคำตอบให้ผู้ใช้ได้เลย คนก็ไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บอีกทำให้กระทบกับรายได้โดยตรง
ผลที่ตามมาคือ ผู้ใช้จำนวนหนึ่งหันไปหา DuckDuckGo เสิร์ชเอนจิ้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะใช้เอไอหรือไม่
ตัวเลขที่ DuckDuckGo เปิดเผยระหว่างวันที่ 20 - 25 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่า ยอดดาวน์โหลดแอปในสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และพุ่งสูงสุดที่ 30.5% ในวันที่ 25 พฤษภาคม บน iPhone ตัวเลขสูงกว่านั้น โดยมีวันที่พุ่งไปถึง 69.9% ตัวเลขเหล่านี้ยืนอยู่ได้ 6 วันติดกัน แม้แต่ในช่วงวันหยุด Memorial Day ที่ปกติยอดผู้ใช้จะลดลง
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1235913
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจTech

28/05/2026

ประเทศไทยอาจพึ่ง “แรงงาน รปภ. ต้นทุนต่ำ” มานานกว่าที่คิด

Key Takeaways
• รปภ. มีรายได้เฉลี่ย 16,955 บาทต่อเดือน แต่เกือบครึ่งทำงานเกิน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยสูงถึง 11 ชั่วโมงต่อวัน
• กฎหมายใหม่ที่เริ่มใช้ 24 เม.ย. 2569 ทำให้ OT ของ รปภ. ชัดเจนขึ้น
• ความปลอดภัยกำลังกลายเป็นต้นทุนจริงของเศรษฐกิจเมือง ตั้งแต่คอนโด โรงแรม โรงงาน ไปจนถึงโลจิสติกส์
• หาก OT ถูกจ่ายจริง ต้นทุนของหลายธุรกิจอาจสูงขึ้น แต่รายได้และคุณภาพชีวิตของแรงงานบางส่วนก็อาจดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

⏰รายได้เฉลี่ยเกือบ 17,000 บาท…แต่แลกมากับชั่วโมงทำงานยาว

รู้หรือไม่ว่า จากฐานข้อมูลการสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากร โดยสำนักงานสถิติ พบว่า พนักงานรักษาความปลอดภัยมีรายได้เฉลี่ย 16,955 บาทต่อเดือน โดยแรงงานชายมีรายได้เฉลี่ย 17,310 บาท ขณะที่แรงงานหญิงอยู่ที่ 13,829 บาท

แม้รายได้เฉลี่ยอาจดูไม่ต่ำมากนักเมื่อเทียบกับแรงงานบริการบางกลุ่ม แต่เมื่อพิจารณาควบคู่กับชั่วโมงทำงาน จะพบว่า รายได้ส่วนหนึ่งเกิดจากการขยายเวลาการทำงาน มากกว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงาน

47.1% ของ รปภ. ทำงานเกิน 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
48.3% ทำงาน 40–49 ชั่วโมง
มีเพียง 3.1% ที่ทำงานต่ำกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เกือบครึ่งของแรงงาน รปภ. ไทย ทำงานเกินระดับมาตรฐานค่อนข้างมาก

หากคิดจากรายได้เฉลี่ยภายใต้เวลาทำงานมาตรฐานประมาณ 208 ชั่วโมงต่อเดือน (26 วัน * 8 ชม.) จะอยู่ราว 81 บาทต่อชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง เมื่อเวลาทำงานยาวขึ้น รายได้ต่อชั่วโมงที่แท้จริงจึงต่ำกว่านั้นอีก

ในทางเศรษฐศาสตร์แรงงาน ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มักสะท้อนระบบที่ยังแข่งขันผ่าน “ต้นทุนแรงงานต่ำ” มากกว่าการเพิ่มผลิตภาพผ่านเทคโนโลยีหรือการจัดการ

👮 รปภ. คือแรงงานที่ทำให้เมืองไม่เคยหลับ

กรุงเทพฯ มีสัดส่วนแรงงาน รปภ. สูงสุดที่ 18.7% รองลงมาคือ ภูเก็ต (5%) ชลบุรี (3.4%) ฉะเชิงเทรา (2.9%) นนทบุรี (2.7%) และสมุทรปราการ (2.7%)

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ รปภ. ไม่ได้กระจุกอยู่แค่เมืองเศรษฐกิจ ยังพบการกระจายตัวในจังหวัดชายแดนและพื้นที่ความมั่นคง เช่น ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และตาก

นั่นหมายความว่า ความปลอดภัยเป็นต้นทุนพื้นฐานของทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และความมั่นคงของประเทศไปพร้อมกัน

ในอีกความหมายหนึ่ง แรงงาน รปภ. กำลังทำหน้าที่คล้าย “urban security infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของเมืองสมัยใหม่ ดังนั้น เมื่อกฎหมาย OT ใหม่มีผล ต้นทุนที่เปลี่ยนไปจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัท รปภ. แต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เศรษฐกิจหลายประเภททั่วประเทศ

🏙️ รปภ. ไม่ได้อยู่แค่ “บริษัท รปภ.”

หลายคนอาจคิดว่า รปภ. ทำงานอยู่ในบริษัทรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ข้อมูลจริงพบว่า

• 22.8% อยู่ในบริษัทจัดหาแรงงาน
• 19.3% อยู่ในบริการรักษาความปลอดภัย
• 5.2% อยู่ในอสังหาริมทรัพย์
• 4.9% อยู่ในค้าปลีกและโรงแรม
• 4.1% อยู่ในโลจิสติกส์

รปภ. จำนวนมากไม่ได้ทำงานอยู่ใน “บริษัท รปภ.” เพียงอย่างเดียว โดยกว่า 4 ใน 10 ทำงานผ่านระบบจ้างเหมาหรือบริษัทจัดหาแรงงาน

ลักษณะดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรมนี้แข่งขันกันผ่านต้นทุนแรงงานเป็นสำคัญ ทำให้ชั่วโมงทำงานที่ยาวอาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมของแรงงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจของภาคบริการไทย

💰 เมื่อ OT เริ่มถูกตีมูลค่าใหม่

กฎหมายใหม่ที่เริ่มใช้ 24 เม.ย. 2569 กำหนดให้ รปภ. ที่ทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ต้องได้รับค่าล่วงเวลาอย่างน้อย 1.25 เท่า และวันหยุดสูงถึง 2.5 เท่า ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแรงงานกลุ่มนี้ เพราะที่ผ่านมา รปภ. จำนวนมากทำงานกะยาวโดยไม่ได้รับค่าล่วงเวลาอย่างชัดเจน

หากคิดจากรายได้เฉลี่ย 16,955 บาทต่อเดือน จะอยู่ที่ประมาณ 81 บาทต่อชั่วโมง และถ้าทำ OT วันละ 3 ชั่วโมง และทำงานวันเสาร์ซึ่งถือเป็นวันหยุดประมาณ 4 วันต่อเดือน รายได้ OT อาจเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน

• ค่าแรงเฉลี่ย ≈ 81 บาทต่อชั่วโมง
• OT วันทำงาน ≈ 101 บาทต่อชั่วโมง
• OT วันหยุด ≈ 202 บาทต่อชั่วโมง

นั่นหมายความว่า ในกรณีที่ยังทำ OT เท่าเดิม รายได้รวมอาจขยับจากประมาณ 17,000 บาท ไปใกล้ระดับ 26,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานเป็นอย่างยิ่ง

แน่นอนว่า ในทางปฏิบัติ นายจ้างบางส่วนอาจเลือกเพิ่มจำนวนพนักงาน ปรับรูปแบบการทำงานเป็น “เข้ากะ” แทน

แต่ไม่ว่าทางเลือกจะเป็นแบบไหน สิ่งที่กำลังเปลี่ยนคือ “เวลาทำงาน” ของแรงงานกลุ่มนี้ เริ่มมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

⚖️ประเทศไทยกำลังเริ่ม “จ่ายค่าความปลอดภัยตามจริง”

ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยคุ้นชินกับการมีแรงงานที่ทำงานยาว ค่าแรงไม่สูง และรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กฎหมาย OT ใหม่จึงไม่ใช่แค่เรื่องเพิ่มค่าแรง แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อแรงงาน

เมื่อ OT ถูกตีมูลค่าใหม่ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจึงอาจค่อย ๆ กระจายไปทั้งระบบ ตั้งแต่ค่าส่วนกลาง โรงแรม ห้าง โรงงาน โลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจบริการต่าง ๆ

หรืออาจพูดได้ว่า เรากำลังเริ่มจ่ายต้นทุนที่แท้จริงของความปลอดภัย

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่าต้นทุนคือ เศรษฐกิจไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แข่งขันด้วยค่าแรงต่ำ ไปสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ เทคโนโลยี และคุณภาพแรงงานมากขึ้นได้หรือไม่
เรื่องและภาพ: ทักษิณ แซ่เตียว Economist, Bnomics
════════════════
Making Economics Easy for Everyone
เปลี่ยนเรื่องเศรษฐกิจให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
════════════════
#เศรษฐกิจไทย #แรงงานไทย #รปภ #ธนาคารกรุงเทพ

ที่อยู่

ลาดพร้าว
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66622639368

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Security Pitchผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Security Pitch:

แชร์