03/05/2026
5 สัญญาณว่าเริ่มมี Dead Stock
หลายบริษัทคิดว่า
Dead Stock คือของที่ “เก่าแล้ว” อย่างเดียว
แต่ความจริง
Dead Stock คือของที่ยังนอนอยู่ในคลัง
กินเงินสด
กินพื้นที่
กินแรงงาน
แต่แทบไม่ช่วยสร้างยอดขายกลับมา
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ
มันมักไม่ได้เกิดขึ้นแบบเสียงดัง
แต่มันค่อย ๆ สะสมเงียบ ๆ
จนวันหนึ่งคุณเริ่มรู้สึกว่า
คลังแน่นขึ้น
เงินสดตึงขึ้น
ของบางตัวขาด แต่บางตัวกลับล้น
และทีมเริ่มตอบไม่ได้ว่าของไหนควรเก็บ ของไหนควรรีบเคลียร์
ในแนวทางของ JOSTECH ฝั่ง JOSIMS มีเครื่องมืออย่าง Inventory Turnover, ABC Analysis, Maximum, Minimum/Safety Stock และ ROP จุดสั่งซื้อ ขณะที่ฝั่ง JOSWMS มีรายงาน การเคลื่อนไหวสินค้า, สินค้าคงเหลือ, ระยะเวลาการจัดเก็บสินค้ากลุ่ม ABC, จำนวนสินค้ากลุ่ม ABC, ต้นทุนจัดเก็บต่อพาเลท/ต่อกลุ่ม และ การใช้พื้นที่จัดเก็บ ซึ่งทั้งหมดช่วยให้มองเห็นสัญญาณของ Dead Stock ได้ชัดขึ้น ไม่ใช่รอจนคลังเต็มแล้วค่อยรู้ตัว
1) ของยังอยู่ตัวเดิม แม้ผ่านหลายรอบขายไปแล้ว
นี่คือสัญญาณแรกที่ชัดที่สุด
ถ้าของบางตัว
ยังคงวางอยู่ตำแหน่งเดิม
ผ่านไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
ทั้งที่ธุรกิจมีการขายต่อเนื่อง
แปลว่าของตัวนั้นเริ่มมีปัญหาแล้ว
ตัวอย่าง
สินค้าบาง SKU รับเข้าเมื่อต้นไตรมาส
พอปลายไตรมาสยังอยู่เกือบเท่าเดิม
ทั้งที่ระหว่างนั้นธุรกิจขายของกลุ่มเดียวกันไปเรื่อย ๆ
แบบนี้ต้องเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า
ของตัวนี้ “ขายช้า”
หรือกำลังเริ่ม “ไม่เดิน” แล้ว
แนวทางแก้ไข
เริ่มดู รายงานการเคลื่อนไหวสินค้า และ ระยะเวลาการจัดเก็บสินค้ากลุ่ม ABC เพื่อแยกให้ชัดว่าอะไรแค่หมุนช้า และอะไรเริ่มนอนนิ่งจริง ๆ
2) ของบางตัวมีคงเหลือเยอะ แต่แทบไม่มีการเบิกออก
หลายบริษัทมองแค่ยอดคงเหลือ
แล้วรู้สึกว่า “ยังมีของอยู่เยอะ ดีแล้ว”
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ
มันถูกเบิกออกจริงแค่ไหน
ถ้ามี stock เยอะ
แต่ movement ออกน้อยมาก
นั่นคือสัญญาณเตือนของ Dead Stock
ตัวอย่าง
สินค้า A เหลือ 800 ชิ้น
แต่ย้อนหลัง 60 วัน เบิกออกไปแค่ 20 ชิ้น
ในขณะที่สินค้า B เหลือ 120 ชิ้น แต่เบิกออกต่อเนื่องทุกสัปดาห์
ตัวที่น่ากังวลจริง
ไม่ใช่ตัวที่เหลือน้อย
แต่คือตัวที่เหลือเยอะและแทบไม่ขยับ
แนวทางแก้ไข
อย่าดูแค่ยอดคงเหลือ
ต้องดูคู่กับ การเคลื่อนไหวรับเข้า-จ่ายออกสินค้า และ Inventory Turnover ด้วย เพื่อรู้ว่าของกำลังหมุนหรือกำลังนอน
3) ของกลุ่มขายช้า เริ่มกินพื้นที่มากกว่าของทำเงิน
Dead Stock ไม่ได้กินแค่เงิน
แต่มันกินพื้นที่ที่มีค่ามากที่สุดในคลังด้วย
ถ้าของที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว
เริ่มกินชั้นวางดี ๆ
กินพื้นที่หน้าหยิบ
หรือกินพื้นที่หลักของคลัง
นั่นคือสัญญาณที่ธุรกิจเริ่มเสียสมดุลแล้ว
ตัวอย่าง
สินค้าขายดีต้องถูกย้ายไปอยู่ด้านใน
เพราะโซนหยิบดี ๆ ถูกใช้กับของที่นาน ๆ ขายที
ผลคือของทำเงินหยิบยากขึ้น
แต่ของไม่เดินกลับอยู่สบายที่สุดในคลัง
แนวทางแก้ไข
ใช้ ABC Analysis แยกตัวทำยอดออกจากตัวหมุนช้า แล้วดู รายงานการใช้พื้นที่จัดเก็บ ควบคู่กัน เพื่อให้พื้นที่ดีอยู่กับของที่สร้างยอดจริง ไม่ใช่ของที่กำลังกินพื้นที่เฉย ๆ
4) เริ่มมีของบางตัวที่ซื้อซ้ำ แต่ของเก่ายังไม่ออก
อันนี้เป็นสัญญาณที่หลายที่มองข้ามมาก
ธุรกิจบางแห่งยังซื้อของเข้ามาเพิ่ม
ทั้งที่ของล็อตเก่าหรือของเดิมยังค้างอยู่
ถ้าเกิดแบบนี้ซ้ำ ๆ
มีโอกาสสูงมากที่ของบางส่วนกำลังกลายเป็น Dead Stock
ตัวอย่าง
ทีมซื้อเห็นว่าของกลุ่มนี้ “ควรมีไว้”
เลยสั่งเพิ่มอีก
แต่ของเก่าที่อยู่ในคลังยังไม่ได้ถูกใช้จริงตามที่คิด
สุดท้าย stock โตขึ้น
แต่การหมุนจริงไม่ได้โตตาม
แนวทางแก้ไข
กลับมาทบทวน Maximum, Minimum/Safety Stock และ ROP จุดสั่งซื้อ ว่าตั้งตามการใช้จริงหรือยัง หรือยังใช้ความรู้สึกนำอยู่
5) ทีมตอบไม่ได้ว่าของตัวไหนควรรีบระบายก่อน
เมื่อไรที่ถามทีมว่า
ตัวไหนนอนนานที่สุด
ตัวไหนหมุนช้าที่สุด
ตัวไหนควรหยุดซื้อก่อน
ตัวไหนควรทำโปรระบาย
ตัวไหนควรย้ายออกจากพื้นที่หลัก
แล้วไม่มีใครตอบได้ชัด
นั่นคืออีกหนึ่งสัญญาณของ Dead Stock เช่นกัน
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่ามีของค้าง
แต่อยู่ที่ธุรกิจยัง “มองไม่เห็น” ว่าตัวไหนคือของค้างตัวจริง
ตัวอย่าง
ผู้บริหารถามว่าทำไมคลังแน่น
ทีมตอบได้แค่ว่า “ของเยอะ”
แต่ไม่มีข้อมูลบอกว่าของเยอะเพราะตัวไหน
กลุ่มไหน
และนานแค่ไหนแล้ว
แนวทางแก้ไข
เริ่มจากใช้ รายงานจำนวนสินค้ากลุ่ม ABC, ระยะเวลาการจัดเก็บสินค้ากลุ่ม ABC, และ สินค้าคงเหลือในคลัง เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องเคลียร์ของค้างไม่ใช่การเดาอีกต่อไป
สรุปแบบตรงที่สุด
5 สัญญาณว่าเริ่มมี Dead Stock
คือ
ของยังอยู่ตัวเดิมผ่านหลายรอบขาย
คงเหลือเยอะ แต่แทบไม่มีการเบิกออก
ของหมุนช้ากินพื้นที่มากกว่าของทำเงิน
ซื้อเพิ่มทั้งที่ของเก่ายังไม่ออก
ทีมตอบไม่ได้ว่าตัวไหนควรรีบระบายก่อน
Dead Stock ไม่ได้เริ่มจากของที่ “เก่ามาก” เสมอไป
แต่มันเริ่มจากของที่ “เริ่มไม่เดิน”
แล้วไม่มีใครจับสัญญาณได้เร็วพอ
ดังนั้น
ถ้าไม่อยากให้คลังเต็ม เงินจม และพื้นที่ดีถูกใช้ผิดงาน
อย่ารอถามแค่ว่า
“ของหมดหรือยัง”
แต่ต้องเริ่มถามเพิ่มว่า
“ของตัวไหนกำลังไม่เดินอยู่เงียบ ๆ”
เพราะหลายครั้ง
การรู้ Dead Stock ให้เร็ว
สำคัญกว่าการไประบายของตอนมันสายไปแล้ว
สนใจติดต่อ 094-9541945
Line: SURASAK-JOS