26/10/2026
HOME BREWER "POUR OVER" SERIES
ดริปไป เข้าใจไป
เริ่มดริปกาแฟที่บ้าน ต้องซื้ออะไรบ้าง ☕
ผมเรียงของที่ต้องมีให้ครบ
พร้อมบอกว่าชิ้นไหนทุ่มได้ต้องทุ่ม
ชิ้นไหนยังไม่ต้อง เพื่อให้งบบานครับ
1. ดริปเปอร์ (Dripper)
รูปทรง วัสดุ ราคา มีให้เลือกเยอะจนงง เรื่องนี้ขอเก็บไว้เล่ายาวๆ อีกโพสต์
(กดติดตามก่อนน้า 😊)
ถ้าเพิ่งเริ่มผมเชียร์ "HARIO V60" พลาสติกก่อนเลว ราคาไม่แรง หลักร้อย
และมีสูตรกับวิธีเทน้ำให้ทำตามเยอะมาก ชงแล้วติดตรงไหนก็มีเพื่อนคอยให้คำปรึกษาเยอะที่สุดครับ
2. กระดาษกรอง (Paper Filter)
ซื้อให้ตรงรุ่นกับดริปเปอร์ แค่นั้นพอ
ผมแนะนำแบบสีขาวนะ กระดาษสีน้ำตาลบางรุ่นมีกลิ่นกระดาษแรง
ก่อนชงให้เทน้ำร้อนล้างกระดาษแล้วเททิ้ง ไล่กลิ่นกระดาษ และอุ่นดริปเปอร์ไปในตัว
3. ตาชั่ง (Digital Scale)
อยากชงให้อร่อยเท่าเดิมได้ทุกครั้ง
เราต้องควบคุมได้ว่าใส่อะไรไปเท่าไหร่
หรือตามสูตรใคร สัดส่วนก็ต้องเป๊ะ
ควรซื้อเอาแบบอ่านละเอียดได้ 0.1 กรัม และมีจับเวลาในตัว จะสะดวกสุด
ราคามีตั้งแต่หลักร้อยต้น จนยันหลายพัน
เรื่องความนิ่ง ความแม่นยำ ความทน
ตามราคาครับผม
4. เครื่องบด (Coffee Grinder)
ถ้าให้ผมเลือกจ่ายหนักแค่ชิ้นเดียว
ผมบอกเลยว่า "ทุ่ม" ให้ชิ้นนี้ดลยครับ
บดสดก่อนชงเก็บกลิ่นได้ดีกว่ากาแฟบด
เพราะคุณภาพของเฟืองบด ส่งผลต่อผงกาแฟที่เราจะเอามาดริป แล้วมันก็ส่งผลถึงเรื่องกลิ่น และรสชาติครับ
เครื่องบดมือ ผมอยากให้เริ่มที่หลักพันต้นๆ ตัวที่อยากแนะนำก็มีเช่น "Mischief M40" และ "Timemore C3" ตัวยอดฮิต สุดคุ้ม
5. กาคอหงส์ (Gooseneck Kettle)
กาคอหงส์ช่วยให้เราคุมจุดที่เทน้ำ
ในเรื่องปริมาณ และแรงน้ำได้ง่ายขึ้น
เลือกขนาดที่ใส่น้ำแล้วยังเหลือที่ว่าง จะได้ไม่ต้องเติมจนปริ่มแล้วเทไม่ถนัด
ควรมีความจุประมาณ 300 มล. ขึ้นไป
ราคามีตั้งแต่ร้อยต้นๆ ยันหลายพัน
หรือจะลงทุนทีเดียวเป็นแบบกาที่ต้มไก้ในตัว แบบตั้งอุณหภูมิด้วยก็เยี่ยมเลยครับ
6. แก้วหรือเซิร์ฟเวอร์
(Cup or Coffee Server)
ชงกินคนเดียว ดริปลงแก้วเลยก็ได้
ขอแค่แก้วจุพอและวางดริปเปอร์ได้นิ่ง
เซิร์ฟเวอร์จะมีประโยชน์ตอนดริปปริมาณเยอะ เทหลายแก้ว
สี วัสดุ การออกแบบ มีผลต่อการดื่ม
การรับรู้กลิ่น เหมือนกันนะ
ของครบแล้ว เหลือแค่เมล็ดที่ชอบ
กับน้ำสะอาด เท่านี้ก็พร้อมแล้วละครับ
ตอนต่อไปผมจะมาเล่าเรื่อง "ดริปเปอร์"
ว่ามันมีกี่วัสดุ กี่แบบ เลือกยังไงดีกันครับ
ติดตามกันด้วยน้าาา
#กาแฟ