05/07/2026
} ผลกระทบของ แพลตฟอร์มดิจิทัล (Food Delivery และ E-Commerce)
ที่มีต่อผู้ประกอบการร้านค้าในประเทศไทย แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นแค่ช่องทางการขาย แต่กลายเป็นผู้กำหนด “ทำเล” และ “โอกาสในการมองเห็น” ผ่านระบบอัลกอริทึม ซึ่งทำให้ร้านค้าต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มสูงและเสียอำนาจต่อรอง ร้านค้าต้องจ่ายค่า GP สูงถึง 25-35% ทำให้กำไรสุทธิต่อจานเหลือเพียงน้อยนิด (5-15 บาท) หรือบางครั้งขาดทุนเพื่อรักษาความนิยม
แพลตฟอร์มรายใหญ่ (Shopee, TikTok Shop) ดาหน้าปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชัน รวมถึงค่าโฆษณาที่จำเป็นเพื่อให้สินค้าปรากฏต่อลูกค้า จึงมีการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มสัญชาติไทย เช่น Gen, ไทยๆ, ไทย และ พันทิป Mall ซึ่งพยายามลดภาระ GP ให้ผู้ประกอบการ แต่ยังต้องอาศัยเวลาในการสร้างฐานผู้ใช้และระบบนิเวศให้แข็งแกร่ง
อะไรคือความเสี่ยงของการใช้แพลตฟอร์มเดียว
1. ขาดอำนาจต่อรอง: ยิ่งธุรกิจพึ่งพาแพลตฟอร์มมากเท่าไหร่ อำนาจในการต่อรองของผู้ประกอบการก็จะยิ่งลดน้อยลงเท่านั้น
2. การถูกควบคุมด้วยอัลกอริทึม: แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นผู้กำหนด “ทำเล” และ “การมองเห็น” ของร้านค้าบนโลกออนไลน์ หากอัลกอริทึมปรับเปลี่ยนหรือร้านค้าไม่สามารถทำตามเงื่อนไข (เช่น การจ่ายค่าโฆษณา) ร้านค้าอาจถูกลดอันดับหรือหายไปจากระบบ ทำให้ยอดขายกระทบโดยตรง
3. ภาวะพึ่งพาจนยากจะถอนตัว: การนำธุรกิจเข้าไปอยู่บนระบบนิเวศ (Ecosystem) ของแพลตฟอร์มเพียงแห่งเดียว ทำให้ร้านค้าไม่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าที่แท้จริงได้ ทำให้เกิดความไม่สมดุลของข้อมูล และทำให้ธุรกิจอยู่ในสภาวะที่ยากจะถอนตัวออกจากระบบ
4. ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่คาดการณ์ไม่ได้: ร้านค้ามักเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากทั้งค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทำให้กำไรสุทธิต่อออเดอร์เหลือน้อยมากหรือบางครั้งถึงขั้นขาดทุนเพื่อแลกกับยอดขายและการมองเห็น
_________________________________________________
ค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ตาม Link ของ Youtuber สายผู้ประกอบการได้ที่ Link ใต้โพ้สท์ - สู้ต่อไปผู้ประกอบการไทย อย่าให้แพลตฟอร์มต่างชาติทำให้เศรษฐกิจเหือดแห้งเพราะรายได้ไหลออกนอกประเทศ