Global Byte ผู้จัดจำหน่าย Raspberry PI , Micro bit , Arduino , (SBC)
อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ในประเทศไทย

จำหน่ายสินค้า IOT ต่างๆ เช่น
Raspberry Pi
Arduino
Micro bit
Nvdia jetson
และอุปกรณ์เสริม
พร้อมทีมที่บริการให้คำปรึกษา
ของแท้ ร้อยเปอร์เซ็น สินค้าพร้อมส่ง*


*สินค้าบางตัวอาจหมดสต็อก รบกวนสอบถามก่อนสั่งซื้อ

ทุกคนรู้ว่าเล่นมือถือเยอะควรวางบ้างแต่ปัญหาคือ...**รู้ครับ แต่ยังไถต่อ**โปรเจกต์ **PolyMO** เลยไม่ใช้วิธีขึ้นข้อความว่า“...
10/09/2026

ทุกคนรู้ว่าเล่นมือถือเยอะควรวางบ้าง

แต่ปัญหาคือ...

**รู้ครับ แต่ยังไถต่อ**

โปรเจกต์ **PolyMO** เลยไม่ใช้วิธีขึ้นข้อความว่า
“วันนี้คุณใช้มือถือเกินเวลาที่กำหนดแล้ว”

แต่ใช้วิธีที่น่าจะสะเทือนใจกว่า

**ถ้าเรา Doomscroll นานเกินไป
สัตว์เลี้ยงดิจิทัลของเราจะเริ่มป่วย**

แล้วมันจะไม่ดีขึ้น
จนกว่าเราจะยอมวางมือถือ

---

🐣 **นี่ไม่ใช่แค่ App แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะจริงๆ**

ตัว PolyMO ใช้

**Waveshare ESP32-S3 Touch AMOLED 1.8 นิ้ว**

มีทั้ง

• จอ AMOLED 368 × 448
• Touchscreen
• Microphone
• Speaker
• ESP32-S3
• BLE สำหรับเชื่อม Android

แล้วใส่ทั้งหมดลงในเคส 3D Print

จึงกลายเป็น Gadget ขนาดเล็กที่ตั้งมองหน้าเราอยู่บนโต๊ะได้จริง

และที่สำคัญ

**ชีวิตของมันไม่ได้รันอยู่บนมือถือ**

เรื่องอย่าง

ความหิว
ความสุข
อายุ
สถานะป่วย
และการตาย

ถูกจำลองและบันทึกอยู่บน ESP32-S3 เอง

---

📱 **แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าเราไถมือถืออยู่?**

ตรงนี้ Android Phone จะเข้ามาช่วยครับ

App สามารถดู Screen Time และพฤติกรรมการใช้งานแอปที่กำหนดไว้

ถ้าเราใช้แอปนั้นต่อเนื่องเกิน Allowance

ข้อมูลจะถูกส่งไปหา PolyMO

จากสัตว์ที่ยังปกติดี
ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสถานะป่วย

และถ้ายังปล่อยให้ค่าพลังชีวิตลดลงเรื่อยๆ

สุดท้ายมันสามารถ **ตายจริงในระบบได้**

นี่คือการเอา Screen Time ที่ปกติเป็นแค่ตัวเลข

มาเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่เรารู้สึกผูกพันด้วย

---

🧠 **แต่มันไม่ได้ทำได้แค่ป่วย**

PolyMO ยังสามารถ **คุยกับเราได้**

เวลาพูดกับตัวมัน

เสียงจะถูกส่งผ่าน BLE ไปยังมือถือ

จากนั้นระบบบน Android ทำงานประมาณนี้

**Whisper

ฟังว่าเราพูดอะไร**

**Local LLM ผ่าน llama.cpp

คิดว่าจะตอบอะไร**

**Piper

สร้างเสียงตอบกลับ**

แล้วส่งเสียงนั้นกลับมาให้ Speaker ในตัว PolyMO พูดกับเรา

พูดง่ายๆ คือ

**ESP32-S3 เป็นร่างกาย
มือถือเป็นสมอง AI ที่ให้ยืมแรงประมวลผล**

---

🔔 **Notification ก็อ่านให้ได้**

Local Agent บนมือถือยังเข้าถึง Notification ที่ผู้ใช้อนุญาตได้

เราจึงสามารถถามสัตว์เลี้ยงว่า

มีอะไรเข้ามาบ้าง?

แล้วให้มัน

**สรุป Notification
หรืออ่านข้อความที่จำเป็น**

ให้ฟัง

โดยเราไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเอง

ซึ่งเข้ากับเป้าหมายของโปรเจกต์มาก

เพราะถ้าอยากลด Doomscroll
วิธีหนึ่งก็คือ...

**อย่าหยิบมือถือขึ้นมาตั้งแต่แรก**

---

🔐 **แล้วข้อมูลเสียงกับ AI ถูกส่งไปไหน?**

ตรงนี้เป็น Detail ที่ผมชอบมากครับ

ผู้สร้างออกแบบระบบให้ AI ทำงาน **On-device บน Android**

ไม่มี Account
ไม่มี AI Server ของโปรเจกต์
และ App ไม่ได้ขอ `INTERNET` Permission ด้วย

ตัว Repo ยังมี Test เช็ก Android Manifest

ถ้าวันหนึ่งมีคนเพิ่ม Internet Permission เข้าไป
Build สามารถถูกตั้งให้ Fail ได้

เพราะอุปกรณ์นี้

**ฟังเสียงเรา
อ่าน Notification
และเห็น Screen Time**

ผู้สร้างเลยตั้งใจให้ Privacy เป็นส่วนหนึ่งของ Architecture ตั้งแต่แรก

---

⚠️ **แต่ไม่ได้แปลว่า ESP32-S3 รัน LLM เองทั้งหมดนะ**

อันนี้ต้องแยกให้ชัดครับ

ตัว ESP32-S3 ดูแล

• หน้าจอ
• Touch
• Microphone / Speaker
• Simulation ของสัตว์
• สถานะชีวิต
• การเชื่อมต่อ BLE

ส่วน

**Whisper + LLM + Piper**

อยู่บน Android Phone

ดังนั้นถ้ามือถือไม่ได้เชื่อม

สัตว์ยังใช้ชีวิตของมันต่อได้
ยังหิว โต และเปลี่ยนสถานะได้ตามระบบ

แต่ความสามารถในการสนทนาจะหายไปชั่วคราว

---

💡 **สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ AI**

แต่เป็นวิธีที่โปรเจกต์นี้เปลี่ยน

**Digital Wellbeing จาก “ตัวเลข”
ให้กลายเป็น “ความรู้สึก”**

Screen Time ขึ้นว่า 4 ชั่วโมง
เราอาจกดปิดแล้วไถต่อ

แต่ถ้าตรงโต๊ะมีสัตว์ตัวเล็กๆ มองหน้าเรา
แล้วเริ่มป่วยเพราะเราไม่ยอมวางมือถือ...

อันนี้อาจรู้สึกต่างกันหน่อย

เป็นตัวอย่างสนุกๆ ของการเอา

**ESP32 + Android + Local AI + Behavioral Design**

มารวมเป็น Product Concept ที่ไม่ได้พยายามทำให้เราใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

แต่พยายามให้เรา
**รู้ว่าเมื่อไหร่ควรวางมันลง**

👉 อยากดูรายละเอียดโปรเจกต์เต็มๆ หรือหา ESP32 / Board ไปลองทำโปรเจกต์ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์: **brenpoly / PolyMO**
เครดิตข้อมูล: **Hackaday**

เห็นบอร์ดทรงนี้ครั้งแรก หลายคนน่าจะคิดว่าเป็น MCU Board ตัวเล็กๆ ทั่วไปแต่ **YuzukiNeko** เล่นอีกเกมครับ 👀เพราะในพื้นที่...
09/09/2026

เห็นบอร์ดทรงนี้ครั้งแรก หลายคนน่าจะคิดว่าเป็น MCU Board ตัวเล็กๆ ทั่วไป

แต่ **YuzukiNeko** เล่นอีกเกมครับ 👀

เพราะในพื้นที่ประมาณ **51 × 21 มม.** หรือใกล้เคียง Raspberry Pi Pico

มันยัดระบบที่สามารถ **Boot Linux** ลงไปได้

หัวใจคือ **Allwinner F101**
พร้อม CPU **T-Head C907 RISC-V สูงสุด 1.008 GHz**

---

⚙️ **ของที่อยู่บนบอร์ดมีอะไรบ้าง?**

YuzukiNeko มี

• Allwinner F101
• PSRAM 8MB หรือ 16MB
• NOR Flash 128 Mbit
• microSD สำหรับ Storage
• USB-C สำหรับไฟ ข้อมูล และ Programming
• GPIO สองแถว 20 Pin
• ADC / Power / Ground
• Audio Output และ GPIO เพิ่มด้านล่าง

ทั้งหมดอยู่บนบอร์ดขนาดที่ปกติเราคุ้นกับ Microcontroller

แต่ Architecture ข้างในเริ่มเข้าใกล้ **Linux SBC** มากกว่า

---

🐧 **แล้ว Linux ลงไปได้จริงแค่ไหน?**

ฝั่ง Software มีการเตรียม **Buildroot** สำหรับ YuzukiNeko ไว้แล้ว

มีทั้ง Configuration สำหรับ

• Boot จาก RAM
• สร้าง NOR Firmware
• Linux Kernel
• OpenSBI
• Root Filesystem

พูดง่ายๆ คือมันไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่า
“ชิปนี้น่าจะรัน Linux ได้นะ”

แต่เริ่มมีชุด Software สำหรับ Build ระบบขึ้นมาทดลองจริงแล้ว

และถ้าโปรเจกต์ไม่ต้องการ Linux

ตัว F101 ยังมีทางเลือกให้เล่น **Zephyr RTOS** ได้อีกด้วย

---

🖥️ **ตัวเล็ก แต่เรื่อง Display ไม่เล็ก**

อีกจุดที่น่าสนใจของ F101 คือมี Interface สำหรับงานหน้าจอหลายแบบ

เช่น

• MIPI DSI
• RGB
• LVDS

รวมถึงมี Hardware สำหรับงาน Image และ Video บางส่วนในตัว

เลยทำให้บอร์ดไซซ์เล็กแบบนี้เริ่มน่าสนใจกับงานอย่าง

**จอควบคุม
HMI ขนาดเล็ก
IoT Gateway
Embedded Linux Device
หรืออุปกรณ์ที่ต้องมี UI**

มากกว่าจะเป็นแค่บอร์ด Blink LED

---

🔧 **สาย Hardware ยังแกะต่อได้เต็มที่**

YuzukiNeko เป็นงาน **Open-source Hardware**

มีไฟล์ให้ศึกษาทั้ง

• Schematic
• PCB Layout
• Ge**er
• BOM
• 3D STEP

รวมถึง Source ฝั่ง Linux และ Buildroot

คนที่อยากศึกษา SBC ตั้งแต่ Hardware ไปจนถึง Boot Process จึงมีของให้ไล่ดูค่อนข้างครบ

---

⚠️ **แต่ RAM ยังอยู่ในโลก Embedded**

เห็นคำว่า Linux แล้วอย่าเพิ่งนึกภาพ Desktop PC นะครับ 😅

ตัวบอร์ดมี PSRAM เพียง **8MB หรือ 16MB**

ดังนั้นโจทย์ของมันคือ Linux แบบเล็กและเฉพาะทาง

เน้น Service หรือ Application ที่ควบคุม Resource ได้

มากกว่าการเอา Browser เต็มรูปแบบมาเปิดหลาย Tab

และอีกเรื่องที่ต้องแยกให้ชัดคือ

**ขนาดใกล้ Raspberry Pi Pico
ไม่ได้แปลว่าเป็น Drop-in Replacement ของ Pico**

การเลือก Pin และ Peripheral ยังต้องเช็กตาม Schematic ของ YuzukiNeko เอง

---

💡 **สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ**

หลายปีที่ผ่านมาเราคุ้นกับภาพว่า

บอร์ดไซซ์ Pico → MCU / RTOS

ส่วน

Linux → SBC ที่ใหญ่กว่า มี RAM เยอะกว่า และกินไฟมากกว่า

YuzukiNeko กำลังดันเส้นสองโลกนี้ให้เข้ามาใกล้กันอีกนิด

**Form Factor แบบ MCU
แต่ Software Stack เริ่มไปถึง Linux**

นี่แหละครับจุดที่น่าเอาไปต่อยอด

👉 อยากดูรายละเอียดข่าวเต็มๆ หรือหา Board ไปลอง Embedded Project ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์: **YuzukiHD / YuzukiNeko**
เครดิตข้อมูล: **CNX Software**

เคยอัดเสียงตัวเองแล้วคิดไหมครับว่าถ้าเสียงนี้...สูงขึ้นอีกหน่อยก้องขึ้นอีกนิดแล้วใส่ Echo เข้าไปมันจะออกมาเป็นยังไง? โปร...
09/09/2026

เคยอัดเสียงตัวเองแล้วคิดไหมครับว่า

ถ้าเสียงนี้...
สูงขึ้นอีกหน่อย
ก้องขึ้นอีกนิด
แล้วใส่ Echo เข้าไป

มันจะออกมาเป็นยังไง?

โปรเจกต์ **Voicebox FX** ของ Adafruit เลยจับไอเดียนี้มาทำเป็นเครื่องจริง

กดอัดเสียงเข้าไป

แล้วใช้ **Slider + K**b บนตัวเครื่อง** ปรับเสียงเล่นได้ทันที

ไม่ต้องเปิด DAW
ไม่ต้องเข้า App
ไม่ต้องลาก Effect บนคอม

ทุกอย่างเกิดขึ้นบนบอร์ด **RP2350 + CircuitPython**

---

⚙️ **Hardware ข้างในมีอะไรบ้าง?**

หัวใจของเครื่องคือ

**Adafruit Feather RP2350**

แล้วต่อกับ

• I²S Microphone
• I²S Amplifier
• Speaker
• Slider
• Rotary Potentiometer
• ปุ่ม Record / Playback
• NeoPixel สำหรับแสดงสถานะ
• แบตเตอรี่ LiPo 2200mAh
• เคส 3D Print

ทำออกมาเป็นอุปกรณ์พกพาที่ถือเล่นได้จริง

ไม่ใช่แค่วงจรทดลองบน Breadboard

---

🎙️ **เริ่มจากกด Record**

Voicebox FX สามารถอัดเสียงได้สูงสุดประมาณ **20 วินาที**

เสียงจาก Microphone จะเข้ามาผ่าน **I²S**

แล้ว RP2350 บันทึกออกมาเป็นไฟล์ WAV

ตาม Code ต้นฉบับตั้ง Sample Rate ไว้ที่

**16 kHz / Mono / 16-bit**

พออัดเสร็จ
ก็กดเล่นเสียงวน Loop ได้เลย

แล้วความสนุกค่อยเริ่มตรงนี้ครับ

---

🎛️ **ไม่ได้แค่ Playback แต่หมุนเสียงได้จริง**

ระหว่างที่เสียงกำลังเล่น

เราสามารถปรับ Effect ด้วย Control บนเครื่องได้ทันที

**Pitch**
เลื่อน Slider แล้วทำให้เสียงสูงหรือต่ำลง

**Reverb**
เพิ่มความรู้สึกเหมือนเสียงก้องอยู่ในพื้นที่ใหญ่ขึ้น

**Delay / Echo**
ทำให้เสียงถูกเล่นซ้ำตามหลังออกมา

ตรงนี้ทำให้ Voicebox FX ดูเหมือนของเล่นสายเสียง

แต่จริงๆ ข้างในเป็นตัวอย่าง Embedded Audio ที่น่าแกะมาก

---

🔊 **I²S อยู่ทั้งทางเข้าและทางออก**

นี่คือแกนสำคัญของโปรเจกต์เลยครับ

Microphone ส่ง Audio แบบ Digital เข้า RP2350 ผ่าน I²S

จากนั้น CircuitPython จัดการ

**Record → File → Effect → Mixer**

แล้วส่งเสียงออกผ่าน I²S อีกชุด ไปยัง Amplifier และ Speaker

พูดง่ายๆ คือ

**Mic

I²S

RP2350 + CircuitPython

Audio Effect

I²S

Amplifier

Speaker**

จากเสียงจริงเข้าสู่ MCU
ผ่าน Software
แล้วกลับออกมาเป็นเสียงใหม่

---

💡 **ทำไม Hackaday ถึงมองว่าโปรเจกต์นี้น่าสนใจ?**

เพราะ Voicebox FX ไม่ได้เป็นแค่เครื่องเปลี่ยนเสียงครับ

แต่มันเป็นเหมือน **Blueprint สำหรับคนอยากเริ่มทำ Audio Project ด้วย CircuitPython**

ได้เห็นทั้ง

• I²S Input
• I²S Output
• Audio Recording
• WAV Playback
• Mixer
• Pitch Shift
• Reverb
• Delay
• Physical Control

อยู่ในโปรเจกต์เดียว

ถ้ากำลังคิดจะทำ

Voice Recorder
Soundboard
Audio Toy
Voice Changer
Sampler
หรือ Interactive Installation

โครงสร้างหลายส่วนของงานนี้เอาไปศึกษาและต่อยอดได้เลย

---

⚠️ **แต่มีจุดที่ต้องรู้ก่อนลอง**

ตามคู่มือของ Adafruit ตอนเผยแพร่ โปรเจกต์นี้ใช้ฟีเจอร์ Audio ใหม่บางตัวของ CircuitPython

เช่น

`audioi2sin`
`audiofilewriter`
และ `GranularPitchShift`

จึงต้องใช้ **CircuitPython 10.3.0 alpha-4 หรือใหม่กว่า** จนกว่าจะมี Stable Release ที่รองรับครบ

ดังนั้นไม่ใช่หยิบ CircuitPython เวอร์ชันเก่ามาแล้ว Code จะทำงานทันที

สาย Maker ที่จะลองตาม
เช็ก Version ก่อนน่าจะประหยัดเวลา Debug ไปได้เยอะครับ

---

สิ่งที่ผมชอบของ Voicebox FX คือ

มันทำให้เรื่อง Digital Audio ที่ดูค่อนข้าง Technical

กลายเป็นของที่เรา

**กด
พูด
เลื่อน
หมุน
แล้วได้ยินผลลัพธ์ทันที**

เป็นอีกตัวอย่างว่า CircuitPython ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Sensor, LED หรือจอ

แต่เริ่มเล่นงาน **Audio Processing บน MCU** ได้สนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

👉 อยากดูรายละเอียดโปรเจกต์เต็มๆ หรือหา RP2350 / Board / อุปกรณ์ไปลองทำโปรเจกต์ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์และข้อมูล: **Ruiz Brothers, Liz Clark / Adafruit**
เครดิตข่าว: **Hackaday**

ทุกวันนี้ CPU ตัวจิ๋วหนึ่งตัวมีทรานซิสเตอร์เป็นพันล้านตัวอยู่ข้างในแต่คอมเครื่องนี้เลือกเดินกลับไปอีกทางครับ**ถ้าไม่ใช้ ...
09/09/2026

ทุกวันนี้ CPU ตัวจิ๋วหนึ่งตัว
มีทรานซิสเตอร์เป็นพันล้านตัวอยู่ข้างใน

แต่คอมเครื่องนี้เลือกเดินกลับไปอีกทางครับ

**ถ้าไม่ใช้ CPU สำเร็จรูปเลย
แล้วสร้าง Logic ของคอมขึ้นมาเองด้วยหลอดสุญญากาศล่ะ?**

นี่คือ **The Tube Computer**

คอมพิวเตอร์ 8-bit แบบ Modern Architecture ที่สร้างจากหลอด 6N3P เก่าจากยุค 1950s–60s

เปิดเครื่องขึ้นมาแล้วไม่ได้มีแค่ไฟ LED กะพริบ

แต่มีหลอดจริงๆ เรืองแสงและสร้างความร้อนเต็มห้อง

---

⚙️ **920 Triodes เอามาทำอะไร?**

ภายในระบบมี **920 thermionic triodes**

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนคือ วิธีที่เจ้าของเอามันมาใช้งาน

เขาพยายามลดความซับซ้อนของวงจรด้วยการสร้าง Logic หลักเกือบทั้งหมดจาก Gate ชนิดเดียว

นั่นคือ

**NOR Gate**

แล้วเอา NOR Gate จำนวนมากมาต่อกันจนกลายเป็น

• 8-bit ALU
• Register
• Binary Counter
• Oscillator / Clock
• Control Logic
• Vacuum Tube RAM

พูดง่ายๆ คือ

จาก Gate ง่ายๆ หนึ่งแบบ
ค่อยๆ ประกอบขึ้นมาจนกลายเป็น “คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง”

---

🧠 **ไม่มี CPU แล้วโปรแกรมรันยังไง?**

The Tube Computer มี Instruction ของตัวเองเพียง **16 คำสั่ง**

เช่น

LOAD
STORE
ADD
JUMP
INPUT
OUTPUT
NOT

การเขียนโปรแกรมจึงอยู่ใกล้ Hardware มาก

ไม่ใช่เปิด Python แล้วพิมพ์คำสั่งไม่กี่บรรทัดครับ

เครื่องต้องค่อยๆ ทำ

**Fetch → Decode → Execute**

ผ่านวงจร Clock, Counter, Register และ ALU ที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าเกือบทั้งหมด

นี่คือจุดที่เจ้าของตั้งใจเลย

เขาอยากให้คนดูสามารถ **“เห็นคอมพิวเตอร์กำลังคิด”** ได้ในระดับพื้นฐาน

---

📏 **แล้วมันใหญ่แค่ไหน?**

คำตอบคือ...

**เต็มผนังครับ **

ตัวแผงมีขนาดประมาณ

**190 × 130 ซม.**

น้ำหนักรวมราว **20 กิโลกรัม**

มี Backplane 5 ชุดสำหรับเชื่อมโมดูลต่างๆ เข้าด้วยกัน

เจ้าของถึงกับพูดเล่นว่า นี่อาจเป็นคอมไม่กี่เครื่องที่เวลาแก้ต้องใช้ทั้ง

**ไขควงเล็กๆ + บันได**

---

🔥 **เปิดแล้วใช้เลยไหม?**

ไม่ครับ

หลอดสุญญากาศต้องใช้เวลาอุ่นตัว

หลังเปิดประมาณหนึ่งนาที เราจะเริ่มเห็นหลอดค่อยๆ เรืองแดง

จากนั้นเจ้าของบอกว่าต้องรอประมาณ **10 นาที** ให้ระบบอุณหภูมิคงที่

แล้วจึงค่อยจูนบางจุดก่อนเริ่มรัน Software

นี่คือคอมที่คำว่า

**“เครื่องร้อนแล้วหรือยัง?”**

มีความหมายตรงตัวมากๆ

---

⚠️ **และยังเป็น Work in Progress**

The Tube Computer ยังไม่ได้สมบูรณ์ทุกส่วน

เจ้าของมีแผนให้มันรัน Airship Flight Simulator สำหรับหลานๆ และใช้ทดลองคำนวณอย่าง Fibonacci

บางระบบ Input / Output และ Console ยังอยู่ระหว่างปรับปรุง

แต่เป้าหมายของโปรเจกต์ไม่ได้อยู่ที่ Benchmark ว่าเร็วกว่า PC ปัจจุบันแค่ไหน

เพราะแน่นอนว่า...

**ไม่ใกล้เลยครับ **

สิ่งที่มันทำได้ดีกว่าคือ

ทำให้เราเห็นว่า

**Gate → Register → Counter → ALU → Instruction**

ค่อยๆ ประกอบกันขึ้นมาเป็น “Computer” ได้ยังไง

จากสิ่งที่วันนี้ถูกซ่อนอยู่ใน Silicon เล็กๆ

โปรเจกต์นี้เอามันทั้งหมด
**ขยายออกมาให้เต็มผนัง**

👉 อยากดูรายละเอียดของ The Tube Computer และโครงสร้างวงจรแบบเต็มๆ
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์และข้อมูล: **Mike / The Tube Computer**

ทุกวันนี้ตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือก็ง่ายอยู่แล้วครับเลือกเวลาเลือกเสียงถึงเวลาก็ดังแต่ถ้าเป็นสาย Maker คำถามมันมักไม่จบแค่น...
08/09/2026

ทุกวันนี้ตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือก็ง่ายอยู่แล้วครับ

เลือกเวลา
เลือกเสียง
ถึงเวลาก็ดัง

แต่ถ้าเป็นสาย Maker คำถามมันมักไม่จบแค่นั้น 😆

**“ในเมื่อเรามี ESP32-P4 พร้อมจอ Touch อยู่แล้ว
ทำไมไม่ลองสร้างนาฬิกาปลุกของตัวเองไปเลย?”**

โปรเจกต์นี้ของ **Bruno Keymolen** เลยเอา
**Waveshare ESP32-P4 Touch Display ขนาด 720×720**

มาทำเป็น **Video Alarm Clock**

ความต่างจากนาฬิกาปลุกทั่วไปคือ

แทนที่จะถึงเวลาแล้วมีแค่เสียงดังขึ้นมา

เครื่องนี้สามารถเปิด
**วิดีโอ + เสียงที่เราเลือกไว้เอง**

ขึ้นมาบนหน้าจอได้เลย 🎬⏰

---

⚙️ **เริ่มจาก Hardware ที่แทบจะพร้อมอยู่แล้ว**

จุดที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าสนใจคือ
เจ้าของไม่ได้เริ่มจากการต่อวงจรใหม่เต็มโต๊ะ

เพราะตัวบอร์ดมีหลายอย่างมาให้ค่อนข้างครบ

• ESP32-P4
• จอ Touch 720 × 720
• ระบบเสียงและลำโพง
• RTC สำหรับรักษาเวลา
• ช่อง microSD
• Wi-Fi
• หน่วยความจำสำหรับรัน UI และวิดีโอ

Hardware ที่ต้องสร้างเพิ่มจริงๆ จึงเหลือไม่มาก

หนึ่งในนั้นคือ **ขาตั้ง 3D Print**

เอาไว้ตั้งจอในมุมที่เหมาะกับการวางข้างเตียงหรือบนโต๊ะ

โปรเจกต์นี้เลยออกแนว

**Hardware พร้อมแล้ว
ที่เหลือคือทำ Software ให้มันกลายเป็นของที่เราอยากใช้**

---

⏰ **ตัวนาฬิกาทำอะไรได้บ้าง?**

บนหน้าจอสามารถตั้ง Alarm ได้โดยตรง

เลือกได้ทั้ง

• เวลาที่ต้องการปลุก
• วันที่ต้องการให้ Alarm ทำงาน
• วิดีโอที่จะใช้ปลุก

เช่น

จันทร์–ศุกร์ ใช้คลิปหนึ่ง
เสาร์–อาทิตย์ใช้อีกคลิป

หรือจะทำคลิปเฉพาะสำหรับ Alarm แต่ละเวลา ก็สามารถจัดไฟล์ไว้บน microSD ได้

ถึงเวลาปลุก

ESP32-P4 จะอ่านไฟล์จาก SD Card
แล้วเล่นวิดีโอพร้อมเสียงขึ้นมาบนหน้าจอ

จากนาฬิกาปลุกธรรมดา
เลยเริ่มมีความเป็น **Personal Alarm** มากขึ้นเยอะ

---

🎬 **แต่โยน MP4 ลง SD Card ตรงๆ ไม่ได้นะ**

ตรงนี้สาย Media ต้องรู้ก่อนครับ

Firmware ไม่ได้รองรับวิดีโอทุก Format

ไฟล์ต้องถูกเตรียมให้อยู่ในรูปแบบประมาณ

**AVI
MJPEG 720×720
PCM Stereo 44.1 kHz**

ก่อนนำไปใส่ใน microSD

ฟังดูเหมือนยุ่ง

แต่เจ้าของโปรเจกต์ทำ Tool สำหรับช่วย Convert และ Upload ไฟล์ไว้ให้แล้ว

เลยไม่จำเป็นต้องมานั่งจำคำสั่งแปลงวิดีโอทุกครั้ง

---

🌐 **Wi-Fi ไม่ได้มีไว้แค่ให้ดู Smart**

ตัวนาฬิกาสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา

เพราะมี RTC ช่วยรักษาเวลาอยู่แล้ว

แต่ถ้ามี Wi-Fi ก็เพิ่มความสะดวกขึ้นอีก

เช่น

• Sync เวลาด้วย NTP
• Upload Media
• ตรวจสอบ Firmware ใหม่
• Update Firmware ผ่าน Wi-Fi

และจุดที่ออกแบบมาดีคือ
**เครื่องไม่ได้ Update Firmware เองกลางดึก**

ผู้ใช้ต้องเป็นคนกด Update

เพราะคงไม่มีใครอยากให้ Alarm Clock ตัดสินใจ Restart ตัวเองตอนตีห้า 😅

---

🛡️ **Update แล้วพังก็ยังมีทางกลับ**

อีก Detail ที่ผมชอบคือระบบ Firmware

ถ้า Update เวอร์ชันใหม่แล้ว Boot ไม่สำเร็จ

ระบบสามารถย้อนกลับไป Firmware ตัวก่อนหน้าได้

เป็น Feature เล็กๆ
แต่เริ่มให้ความรู้สึกเหมือนการออกแบบ Product จริง มากกว่าโปรเจกต์ Demo ธรรมดา

---

⚠️ **แต่เจ้าของก็เตือนตรงๆ**

นี่คือ Hobby Project

ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์ Alarm ระดับ Mission Critical

ถ้าพรุ่งนี้มีสอบ
มีไฟลต์บิน
หรือมีประชุมสำคัญมาก

**อย่าเพิ่งฝากชีวิตไว้กับมันตัวเดียวครับ 😂**

ตั้ง Alarm มือถือสำรองไว้ด้วยดีกว่า

---

สิ่งที่ผมชอบในโปรเจกต์นี้จริงๆ
ไม่ใช่แค่ว่า “ESP32-P4 เล่นวิดีโอได้”

แต่เป็นวิธีคิดมากกว่า

จาก Hardware สำเร็จรูปหนึ่งบอร์ด
ที่มีทั้ง

**Display + Touch + Audio + RTC + Storage + Wi-Fi**

เจ้าของถามต่อว่า

**“ของทั้งหมดนี้ เอามารวมกันเป็น Product อะไรได้บ้าง?”**

แล้วคำตอบรอบนี้ก็คือ
**Video Alarm Clock**

เป็นตัวอย่างที่ดีมากว่า โปรเจกต์ Embedded บางครั้งไม่จำเป็นต้องเริ่มจากวงจรใหม่เสมอไป

เริ่มจาก Hardware ที่มีอยู่
แล้วใช้ Software เปลี่ยนบทบาทของมันก็ได้

👉 อยากดูรายละเอียดโปรเจกต์เต็มๆ หรือหา ESP32 / Display ไปลองสร้างโปรเจกต์ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์: **Bruno Keymolen / Video Alarm Clock**
เครดิตข้อมูล: **Hackaday**

เวลาอยู่ในเมือง มือถือคือเครื่องมือขอความช่วยเหลือที่ง่ายที่สุดแต่ถ้าเดินป่า เข้าเขา หรือไปอยู่ในจุดที่สัญญาณมือถือหายไป...
08/09/2026

เวลาอยู่ในเมือง มือถือคือเครื่องมือขอความช่วยเหลือที่ง่ายที่สุด

แต่ถ้าเดินป่า เข้าเขา หรือไปอยู่ในจุดที่สัญญาณมือถือหายไปเลยล่ะ? 🏕️

โปรเจกต์ **RescueMesh** เลยสร้างช่องทาง SOS ขึ้นมาเอง

ฝั่งที่พกติดตัวใช้ **M5Stack Cardputer บน ESP32-S3** ต่อกับ LoRa + GNSS

ส่วนที่บ้านมี **Raspberry Pi 4 + LoRa HAT** เปิดรอฟังสัญญาณอยู่ตลอด

⚙️ **ไอเทมลับฉบับทรงโปร**

เวลาเกิดเหตุ ผู้ใช้เปิดเมนู Send SOS

เลือกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แล้วกดส่ง

ตัวอุปกรณ์จะ

• อ่านตำแหน่งจาก GNSS
• นำข้อมูลไปเข้ารหัส
• ส่งออกผ่าน LoRa
• ไม่ต้องผ่านเสาสัญญาณมือถือ
• ไม่ต้องมี Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตระหว่าง Beacon กับฐาน

เมื่อ Raspberry Pi ที่ฐานรับข้อความได้

🚨 ระบบจะเปิดเสียงเตือน
📍 แสดงตำแหน่งบนแผนที่
🔐 ถอดข้อมูลที่เข้ารหัสไว้

และยังส่งข้อความตอบรับแบบเข้ารหัสกลับไปหา Beacon ด้วย

ผู้ใช้งานจึงรู้ว่า
**“ฐานได้รับ SOS ของเราแล้ว”**

🔐 **ทำไมต้องเข้ารหัส?**

เพราะสิ่งที่กำลังส่งคือ “ตำแหน่งของคน”

RescueMesh จึงใช้ **AES-128** และตั้ง Key ให้ตรงกันระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองฝั่ง

แนวคิดคือ ถึงจะเป็นวิทยุที่ส่งสัญญาณออกไปในอากาศ ข้อมูลพิกัดก็ไม่ควรถูกส่งออกไปเป็นข้อความที่อ่านกันได้ตรงๆ

⚠️ **จุดช็อตฟีลที่ทำเอาใจแป้ว**

LoRa ไม่ได้หมายความว่า ส่งจากที่ไหนบนโลกก็กลับถึงบ้านได้นะครับ 😅

ระยะจริงขึ้นอยู่กับทั้งภูมิประเทศ เสาอากาศ กำลังส่ง และสิ่งกีดขวาง

ระบบนี้จึงเหมาะกับการสร้าง **ลิงก์ SOS ส่วนตัวระหว่างพื้นที่ที่เราวางแผนไว้กับ Base Station** มากกว่าจะเอาไปแทนระบบสื่อสารฉุกเฉินทุกประเภท

อีกเรื่องที่ผู้สร้างเจอเองคือ LoRa สองฝั่งต้องตั้งค่าตรงกันละเอียดมาก

แม้แต่ค่า Sync Word ต่างกัน ก็ทำให้ Radio สองตัวเงียบใส่กันได้เลย

นี่เลยเป็นโปรเจกต์ที่ไม่ได้มีแค่ “ส่งข้อความผ่าน LoRa”

แต่รวมทั้ง

**GPS + Radio + Encryption + Raspberry Pi + Web Dashboard + Emergency Workflow**

ไว้ในระบบเดียว

👉 อยากดูรายละเอียดโปรเจกต์เต็มๆ หรือหาอุปกรณ์ไปเริ่ม LoRa Project ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์และข้อมูล: **Grant Rawlings / Hackster**

08/09/2026

จำลองการต่อ !! ESP32 And Trimmer Potentiomter ด้วย Cirkit

บ้านเดียวกัน แต่ห้องหนึ่งร้อนจนต้องเร่งแอร์อีกห้องกลับเย็นจนต้องหาผ้าห่ม 😅เจ้าของโปรเจกต์นี้เจอปัญหาแบบนั้นจริง เลยสร้าง...
08/09/2026

บ้านเดียวกัน แต่ห้องหนึ่งร้อนจนต้องเร่งแอร์
อีกห้องกลับเย็นจนต้องหาผ้าห่ม 😅

เจ้าของโปรเจกต์นี้เจอปัญหาแบบนั้นจริง เลยสร้างระบบ **HVAC 4-Zone Controller** ขึ้นมาเองโดยใช้ **Particle Photon 2** เป็นตัวควบคุมหลัก

แทนที่จะปล่อยลมไปทุกห้องเท่ากัน ระบบจะดูอุณหภูมิของแต่ละ Zone แล้วค่อยสั่ง Damper ว่าจุดไหนควรเปิดหรือปิด

⚙️ **ไอเทมลับฉบับทรงโปร**

ระบบแบ่งพื้นที่ออกเป็น

• ห้องนอน 3 ห้อง
• Basement 1 Zone
• Sensor วัดอุณหภูมิแยกแต่ละพื้นที่
• Damper ควบคุมทางลม
• Photon 2 เป็นสมองกลาง

Sensor ในแต่ละห้องเชื่อมกลับมาที่ Controller ผ่านระบบ I2C

แต่เพราะบางห้องอยู่ไกล เจ้าของจึงใช้ **Differential I2C ผ่านสาย Ethernet** เพื่อยืดระยะได้ประมาณ 50 เมตร

แล้ว Photon 2 จะนำค่าอุณหภูมิมาตัดสินใจว่า Damper ตัวไหนควรเปิดหรือปิด

📊 **ไม่ได้แค่สั่งลม แต่เก็บข้อมูลทุกวินาที**

ระบบบันทึกข้อมูลลง microSD ทุก 1 วินาที เช่น

• อุณหภูมิจริงของแต่ละห้อง
• ค่าอุณหภูมิที่ตั้งไว้
• Damper เปิดหรือปิด
• Auto / Manual Mode
• อุณหภูมิใน Plenum
• ความชื้น
• ความกดอากาศ

สร้าง Log ใหม่ทุกวัน เพื่อเอาไว้เปิดดูย้อนหลังและเทียบกับข้อมูลจาก Thermostat ได้

🚨 **Sensor มีปัญหาก็เตือนเอง**

ถ้าพบว่า Sensor อ่านค่าผิดปกติ Photon 2 จะส่งข้อความผ่าน Network ไปยัง **Raspberry Pi 5**

จากนั้น Raspberry Pi จะส่ง Email แจ้งเตือนทันที

ไม่ต้องรอจนรู้สึกว่า
“ทำไมห้องนี้วันนี้ร้อนแปลกๆ?”

⚠️ **อีกจุดที่คิดเรื่อง Safety ไว้ดี**

ระบบไม่ยอมให้ Damper ปิดพร้อมกันเกิน 3 Zone เพื่อป้องกันแรงดันในท่อลมสูงเกินไป

และถ้า Photon 2 ดับหรือไฟเลี้ยงหาย Relay ถูกออกแบบให้ Damper กลับไปอยู่สถานะ **เปิด**

เรียกว่าไม่ได้คิดแค่ว่า “ระบบทำงานตอนปกติยังไง”

แต่คิดถึงตอนที่ Controller มีปัญหาด้วย

นี่เลยเป็นโปรเจกต์ที่เห็นภาพชัดว่า MCU ตัวหนึ่งสามารถขยับจากงาน Sensor ธรรมดา ไปเป็น **ระบบควบคุมสภาพแวดล้อมทั้งบ้าน** ได้ยังไง

👉 อยากดูรายละเอียดโปรเจกต์เต็มๆ หรือหาอุปกรณ์ไปเริ่ม Automation Project ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตโปรเจกต์และข้อมูล: **Scott McNabb / Hackster**

สาย Maker ที่ชอบบอร์ดเล็กๆ น่าจะรู้จัก XIAO กันดีครับจุดขายของมันคือ**ขนาดเล็ก ใช้ง่าย และเอาไปซ่อนในโปรเจกต์ได้สะดวก**แ...
07/09/2026

สาย Maker ที่ชอบบอร์ดเล็กๆ น่าจะรู้จัก XIAO กันดีครับ

จุดขายของมันคือ
**ขนาดเล็ก ใช้ง่าย และเอาไปซ่อนในโปรเจกต์ได้สะดวก**

แต่ปัญหาก็คือ...

พอบอร์ดเล็ก
จำนวนขาก็มักจะน้อยตาม 😅

รอบนี้ Seeed Studio เลยออก **XIAO SAMD21 Plus** และ **XIAO RP2040 Plus** ที่ยังคงฟอร์มแฟกเตอร์เล็กแบบเดิม แต่เพิ่มพื้นที่ให้ใช้งานได้มากขึ้น

⚙️ **ไอเทมลับฉบับทรงโปร**

ของใหม่หลักๆ คือ

• เพิ่ม GPIO บริเวณด้านล่างของบอร์ด
• รองรับการใช้งานแบบ SMD บน Carrier Board
• เพิ่มระบบจัดการแบต Li-ion ในตัว
• รองรับการชาร์จแบตผ่าน USB-C
• ยังอยู่ใน Ecosystem ของ XIAO เหมือนเดิม

ฝั่ง **XIAO SAMD21 Plus** เพิ่ม GPIO ใหม่อีกหลายจุด

ส่วน **XIAO RP2040 Plus** ก็ขยายจำนวนขาให้มากขึ้นเช่นกัน

ทำให้โปรเจกต์ที่เมื่อก่อนขาไม่พอ ต้องใส่ I/O Expander หรือขยับไปใช้บอร์ดใหญ่กว่า

รอบนี้อาจจบได้ใน XIAO ตัวเดียว

🔋 **อีกจุดที่สาย Portable น่าจะชอบคือ Battery Management**

บอร์ดเพิ่มวงจรจัดการแบต Li-ion เข้ามา

แปลว่าเวลาทำ Sensor Node, Wearable หรืออุปกรณ์พกพา ไม่จำเป็นต้องเพิ่ม Charging Board แยกอีกชั้นเหมือนเดิม

ลดทั้งพื้นที่ ลดสาย และลดจำนวนชิ้นส่วนในโปรเจกต์ไปได้อีก

⚠️ **จุดช็อตฟีลที่ทำเอาใจแป้ว**

GPIO ที่เพิ่มมาไม่ได้อยู่ในรูป Pin Header รอบบอร์ดทั้งหมดนะครับ

หลายจุดอยู่ด้านล่างในรูปแบบ Pad สำหรับงาน SMD

ถ้าทำ Breadboard Prototype ธรรมดา อาจไม่ได้สะดวกเท่าขาที่อยู่ด้านข้าง

แต่ถ้าออกแบบ Carrier Board เอง
ตรงนี้กลับเป็นข้อดีมาก

เพราะเราสามารถวาง XIAO ลงบน PCB แล้วใช้ขาเพิ่มได้เต็มขึ้น โดยยังรักษาขนาดของงานไว้เล็กเหมือนเดิม

เรียกง่ายๆ ว่า

**ขนาดยัง XIAO
แต่พื้นที่ให้เล่นเริ่มไม่ XIAO แล้ว**

👉 อยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือหา Development Board ไปลองโปรเจกต์ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**

เครดิตข้อมูล: **Seeed Studio / CNX Software**

ที่อยู่

25/13 หมู่ 12 โครงการบิ๊กล็อทแฟคตอรี่แลนด์ ตำบล บึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดปทุมธานี
12150

เบอร์โทรศัพท์

+66632079688

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Global Byteผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Global Byte:

ทางลัด

แชร์