10/09/2026
ทุกคนรู้ว่าเล่นมือถือเยอะควรวางบ้าง
แต่ปัญหาคือ...
**รู้ครับ แต่ยังไถต่อ**
โปรเจกต์ **PolyMO** เลยไม่ใช้วิธีขึ้นข้อความว่า
“วันนี้คุณใช้มือถือเกินเวลาที่กำหนดแล้ว”
แต่ใช้วิธีที่น่าจะสะเทือนใจกว่า
**ถ้าเรา Doomscroll นานเกินไป
สัตว์เลี้ยงดิจิทัลของเราจะเริ่มป่วย**
แล้วมันจะไม่ดีขึ้น
จนกว่าเราจะยอมวางมือถือ
---
🐣 **นี่ไม่ใช่แค่ App แต่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะจริงๆ**
ตัว PolyMO ใช้
**Waveshare ESP32-S3 Touch AMOLED 1.8 นิ้ว**
มีทั้ง
• จอ AMOLED 368 × 448
• Touchscreen
• Microphone
• Speaker
• ESP32-S3
• BLE สำหรับเชื่อม Android
แล้วใส่ทั้งหมดลงในเคส 3D Print
จึงกลายเป็น Gadget ขนาดเล็กที่ตั้งมองหน้าเราอยู่บนโต๊ะได้จริง
และที่สำคัญ
**ชีวิตของมันไม่ได้รันอยู่บนมือถือ**
เรื่องอย่าง
ความหิว
ความสุข
อายุ
สถานะป่วย
และการตาย
ถูกจำลองและบันทึกอยู่บน ESP32-S3 เอง
---
📱 **แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าเราไถมือถืออยู่?**
ตรงนี้ Android Phone จะเข้ามาช่วยครับ
App สามารถดู Screen Time และพฤติกรรมการใช้งานแอปที่กำหนดไว้
ถ้าเราใช้แอปนั้นต่อเนื่องเกิน Allowance
ข้อมูลจะถูกส่งไปหา PolyMO
จากสัตว์ที่ยังปกติดี
ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสถานะป่วย
และถ้ายังปล่อยให้ค่าพลังชีวิตลดลงเรื่อยๆ
สุดท้ายมันสามารถ **ตายจริงในระบบได้**
นี่คือการเอา Screen Time ที่ปกติเป็นแค่ตัวเลข
มาเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่เรารู้สึกผูกพันด้วย
---
🧠 **แต่มันไม่ได้ทำได้แค่ป่วย**
PolyMO ยังสามารถ **คุยกับเราได้**
เวลาพูดกับตัวมัน
เสียงจะถูกส่งผ่าน BLE ไปยังมือถือ
จากนั้นระบบบน Android ทำงานประมาณนี้
**Whisper
↓
ฟังว่าเราพูดอะไร**
**Local LLM ผ่าน llama.cpp
↓
คิดว่าจะตอบอะไร**
**Piper
↓
สร้างเสียงตอบกลับ**
แล้วส่งเสียงนั้นกลับมาให้ Speaker ในตัว PolyMO พูดกับเรา
พูดง่ายๆ คือ
**ESP32-S3 เป็นร่างกาย
มือถือเป็นสมอง AI ที่ให้ยืมแรงประมวลผล**
---
🔔 **Notification ก็อ่านให้ได้**
Local Agent บนมือถือยังเข้าถึง Notification ที่ผู้ใช้อนุญาตได้
เราจึงสามารถถามสัตว์เลี้ยงว่า
มีอะไรเข้ามาบ้าง?
แล้วให้มัน
**สรุป Notification
หรืออ่านข้อความที่จำเป็น**
ให้ฟัง
โดยเราไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเอง
ซึ่งเข้ากับเป้าหมายของโปรเจกต์มาก
เพราะถ้าอยากลด Doomscroll
วิธีหนึ่งก็คือ...
**อย่าหยิบมือถือขึ้นมาตั้งแต่แรก**
---
🔐 **แล้วข้อมูลเสียงกับ AI ถูกส่งไปไหน?**
ตรงนี้เป็น Detail ที่ผมชอบมากครับ
ผู้สร้างออกแบบระบบให้ AI ทำงาน **On-device บน Android**
ไม่มี Account
ไม่มี AI Server ของโปรเจกต์
และ App ไม่ได้ขอ `INTERNET` Permission ด้วย
ตัว Repo ยังมี Test เช็ก Android Manifest
ถ้าวันหนึ่งมีคนเพิ่ม Internet Permission เข้าไป
Build สามารถถูกตั้งให้ Fail ได้
เพราะอุปกรณ์นี้
**ฟังเสียงเรา
อ่าน Notification
และเห็น Screen Time**
ผู้สร้างเลยตั้งใจให้ Privacy เป็นส่วนหนึ่งของ Architecture ตั้งแต่แรก
---
⚠️ **แต่ไม่ได้แปลว่า ESP32-S3 รัน LLM เองทั้งหมดนะ**
อันนี้ต้องแยกให้ชัดครับ
ตัว ESP32-S3 ดูแล
• หน้าจอ
• Touch
• Microphone / Speaker
• Simulation ของสัตว์
• สถานะชีวิต
• การเชื่อมต่อ BLE
ส่วน
**Whisper + LLM + Piper**
อยู่บน Android Phone
ดังนั้นถ้ามือถือไม่ได้เชื่อม
สัตว์ยังใช้ชีวิตของมันต่อได้
ยังหิว โต และเปลี่ยนสถานะได้ตามระบบ
แต่ความสามารถในการสนทนาจะหายไปชั่วคราว
---
💡 **สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ AI**
แต่เป็นวิธีที่โปรเจกต์นี้เปลี่ยน
**Digital Wellbeing จาก “ตัวเลข”
ให้กลายเป็น “ความรู้สึก”**
Screen Time ขึ้นว่า 4 ชั่วโมง
เราอาจกดปิดแล้วไถต่อ
แต่ถ้าตรงโต๊ะมีสัตว์ตัวเล็กๆ มองหน้าเรา
แล้วเริ่มป่วยเพราะเราไม่ยอมวางมือถือ...
อันนี้อาจรู้สึกต่างกันหน่อย
เป็นตัวอย่างสนุกๆ ของการเอา
**ESP32 + Android + Local AI + Behavioral Design**
มารวมเป็น Product Concept ที่ไม่ได้พยายามทำให้เราใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
แต่พยายามให้เรา
**รู้ว่าเมื่อไหร่ควรวางมันลง**
👉 อยากดูรายละเอียดโปรเจกต์เต็มๆ หรือหา ESP32 / Board ไปลองทำโปรเจกต์ของตัวเอง
**อ่านเพิ่มเติมได้ที่ใต้คอมเมนต์**
เครดิตโปรเจกต์: **brenpoly / PolyMO**
เครดิตข้อมูล: **Hackaday**