14/10/2025
💣 ข่าวร้ายเต็มฟีด…
แล้วเราควรทำยังไงกับพอร์ตดี?
*********************
ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดเรื่อง “วิกฤต”
❗️ฟองสบู่กำลังจะแตก
❗️สหรัฐจะซัตดาวน์
❗️โลกกำลังตกอยู่ในความขัดแย้ง
❗️และทุกประเทศกำลังจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
อ่านข่าวมากๆ ก็ยอมรับว่าประสาทแหลกได้เหมือนกัน
แล้วคำถามที่ครูได้ยินบ่อยมากคือ...
❓ควรขายหุ้นเลยไหม?
❓กองทุนจะร่วงไหม?
❓ควรถือเงินสดไว้ก่อนหรือเปล่า?
*********************
💬 ก่อนที่เราจะมาตอบคำถามนี้
ครูอยากบอกสิ่งที่จริงที่สุดในโลกอย่างนึงก่อนว่า
ไม่มีการตัดสินใจไหนดีที่สุดสำหรับทุกทุน
แต่มันมีการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ซึ่งถ้ามันสอดคล้องกับ
▪️เป้าหมายชีวิตคุณ
▪️เงื่อนไขทางการเงินของคุณ
▪️ระยะเวลาที่คุณยังมีรายได้
▪️ความเสี่ยงที่คุณรับได้
▪️รวมถึงความสงบในใจที่คุณต้องการ
"เพราะคุณไม่ใช่คนอื่น"
และ "วิกฤตเดียวกัน"
อาจไม่ได้ส่งผลกับทุกคนเหมือนกัน
📌โอเคถ้าคุณเข้าใจเรื่องนี้แล้ว
ครูจะมาอธิบายให้ชัดเจนมากขึ้น
ครูขอแบ่งนักลงทุนออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ
พร้อมคำแนะนำที่ใช้ได้จริงตามเงื่อนไขของชีวิตแต่ละคนค่ะ
*********************
1️⃣ คนที่มีเงินเยอะระดับนึงแล้วและ มี Passive Income ไหลเข้า
เป้าหมาย: รักษาเงินต้น, ควบคุมความเสี่ยง
แนวทาง:
▪️ตรวจสอบพอร์ต และทำ Stress Test ถ้าหุ้นตกแรง 20-30% จะกระทบแค่ไหน?
▪️พิจารณา “ขายทำกำไรบางส่วน” โดยเฉพาะหุ้น/กองทุนที่ขึ้นมามากเกินมูลค่า
▪️เน้นสินทรัพย์ที่ สร้างกระแสเงินสด หรือ ไม่ผันผวน เช่น REIT, ตราสารหนี้, กองทุนตลาดเงิน
▪️กระจายพอร์ตไปสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำ หลีกเลี่ยง หุ้นเล็ก หุ้นเทค ในช่วงนี้
✅ จุดแข็งของคุณคือ "มีมากพอแล้ว"
❗ จุดอ่อนคือ "ความโลภจะทำให้เสี่ยงโดยไม่จำเป็น"
**************************
2️⃣ คนที่ยังมี Active Income สูง ยังทำงานอยู่ และเพิ่งเริ่มลงทุน
เป้าหมายของคุณคือ: การสร้างวินัย, สะสมสินทรัพย์, ควบคุมอารมณ์
แนวทาง:
▪️อย่าตื่นตระหนกกับการตกของตลาดระยะสั้น
▪️ใช้จังหวะวิกฤตเป็นโอกาสในการ DCA หรือซื้อสะสมราคาลงมาแรงๆ
▪️ฝึกสร้างวินัยทางการเงิน เช่น แบ่งเงินลงทุนอัตโนมัติ, จดบันทึกพอร์ตทุกเดือน
▪️หาความรู้เพื่อเข้าใจสิ่งที่ตัวเองถือ ไม่ใช่ถือเพราะใครแนะนำ
✅ จุดแข็งคือ "ยังมีเวลา ยังมีรายได้"
❗ จุดอ่อนคือ "ความกลัวจะทำให้หยุดกลางทาง"
**************************
3️⃣ คนที่พอร์ตอยู่กลางทาง – ลงทุนมานาน แต่ยังไม่ถึงเป้าหมาย
เป้าหมาย: ปรับพอร์ตให้รับความเสี่ยงได้นานขึ้น, ไม่หมดแรงก่อนถึงเส้นชัย
แนวทาง:
▪️เช็กสัดส่วนพอร์ตว่าให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ตัวไหนมากไปหรือป่าว?
▪️ปรับพอร์ตเพื่อลดสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นเล็ก หุ้นเทค และเพิ่มส่วนที่มั่นคง
▪️ สำรวจ “จุดถอดใจ” ของตัวเอง → แล้วตั้งเงื่อนไขให้ขาย/ซื้อแบบมีเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์
▪️ ถ้าเริ่มเครียดมาก → อาจต้องแยกพอร์ต "ไว้เสี่ยง" กับ "ไว้พักใจ" ในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น
✅ จุดแข็งคือ "มีฐานทุนสะสมไว้บ้างแล้ว"
❗ จุดอ่อนคือ "ถ้าพลาดช่วงนี้อาจเสียหายหนัก"
**************************
4️⃣ คนที่ใกล้เกษียณ หรือไม่มีรายได้ประจำแล้ว
เป้าหมาย: รักษาสภาพคล่อง, สร้างรายได้จากพอร์ต, ป้องกันเงินหมดก่อนตาย
แนวทาง:
▪️หยุดการไล่ตามผลตอบแทน → เน้นการกระจายความเสี่ยงแทน หรือหารายได้เสริม
▪️วางแผนหาวิธีใช้เงินให้พออยู่ได้ตลอดชีวิต
▪️แยกเงิน 3 กอง: ใช้จ่าย 1–3 ปี, กึ่งกลาง, และลงทุนยาว
▪️อย่าประมาทเรื่อง ภาษี, ค่ารักษาพยาบาล, ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
✅ จุดแข็งคือ "ไม่ต้องรีบรวย"
❗ จุดอ่อนคือ "ถ้าพลาด อาจไม่มีเวลาแก้ตัว"
**************************
โอเคค่ะ และไม่ว่าคุณจะอยู่กลุ่มไหน
นี่คือสิ่งที่คุณควรทำ เพื่อให้รอดในทุกวิกฤตของระบบเศรษฐกิจ
1️⃣ เช็กสภาพคล่อง — มีเงินใช้พอ 6-12 เดือนหรือยัง?
2️⃣ วางแผนเผื่อแย่ที่สุด — อย่ารอให้วิกฤตมาก่อนถึงคิด
3️⃣ อย่าเทใจให้ข่าว — เทใจให้ข้อมูล และเงื่อนไขของชีวิตตัวเองดีกว่า
4️⃣ เตรียมใจให้พร้อมก่อนเตรียมเงิน ใจคุณสำคัญมากไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน
เพราะในภาวะวิกฤต สิ่งที่โค่นพอร์ตไม่ใช่ตัวเลข...
แต่คือ “อารมณ์ของเราเอง”
💬 ครูอยากบอกคุณว่า...
การลงทุนในช่วงตลาดดี อาจทำให้คุณ “รวยเร็ว”
แต่การลงทุนในช่วงวิกฤตจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้
คุณกลายเป็นนักลงทุนตัวจริง
อย่าหยุดเรียนรู้
อย่าปล่อยให้อารมณ์นำหลักการ
และอย่าลืมว่า... ไม่มีพอร์ตไหนที่รอดทุกครั้ง
แต่มีนักลงทุนบางคนที่ “วางแผนทุกครั้ง” แล้วรอด
**************************
There’s no one right way.
There’s just what works for you.
ไม่มีวิธีไหนที่ถูกต้องที่สุด...
มีแค่วิธีที่เหมาะกับคุณที่สุด❤
- Ramit Sethi