AON InterTech Part.,Ltd.

AON InterTech Part.,Ltd. เราคือผู้ออกแบบ และวางระบบ IT Network Integration ทั้ง Hardware และ Software พร้อมโซลูชั่น CCTV . Network . Fire Alarm . Access Control . Digtal Solution

ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ้น อินเตอร์เทค เราเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากเจ้าของแบรนด์ไอทีชั้นนำทั่วโลก อาทิ Acer, ASUS, Dell, Lenovo, HP, Canon, Brother, FujiXerox, OKI, Kyocera, Hikvision, Dahua, UNV และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นที่ไว้วางใจด้วยการบริการที่มุ่งเน้นความพึงพอใจของลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพในการบริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกในการบริการที่ดีจากเรา

🔥 Addressable กับ Conventional ต่างกันอย่างไร?ระบบ Fire Alarm ทั้ง 2 ประเภทมีหน้าที่ตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้เหมื...
31/08/2026

🔥 Addressable กับ Conventional ต่างกันอย่างไร?
ระบบ Fire Alarm ทั้ง 2 ประเภทมีหน้าที่ตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ วิธีระบุตำแหน่งอุปกรณ์และการบริหารจัดการระบบ

🚨 Conventional
แจ้งเตือนเป็น “โซน” เหมาะกับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารขนาดเล็ก
✅ ติดตั้งง่าย
✅ ราคาประหยัด
✅ ระบบไม่ซับซ้อน

🚨 Addressable
แจ้งเตือนเป็น “รายอุปกรณ์” สามารถระบุได้ว่าอุปกรณ์ตัวไหนตรวจพบเหตุ เหมาะกับโรงงาน โรงพยาบาล โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และอาคารขนาดใหญ่
✅ ค้นหาจุดเกิดเหตุได้รวดเร็ว
✅ ตรวจสอบสถานะอุปกรณ์ได้
✅ รองรับระบบขนาดใหญ่และซับซ้อน

📌 จำง่าย ๆ
Conventional = รู้ว่าไฟไหม้ “โซนไหน”
Addressable = รู้ว่าไฟไหม้ “อุปกรณ์ตัวไหน”

👉 การเลือกระบบ Fire Alarm ที่เหมาะสม ควรพิจารณาจาก ขนาดอาคาร จำนวนอุปกรณ์ ความซับซ้อนของระบบ และงบประมาณ

-------------------------------------------------------
📞 084-9155295
💬 Line @ : https://lin.ee/YXgBHAe

#ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ #ระบบความปลอดภัย #ระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ #งานระบบอาคาร #ความปลอดภัยในอาคาร

29/08/2026
ในการวางสถาปัตยกรรม Data Center ยุคใหม่เพื่อรองรับการส่งข้อมูลความเร็วสูงระดับ 40G, 100G ไปจนถึง 400G และ 800G หนึ่งในปั...
26/08/2026

ในการวางสถาปัตยกรรม Data Center ยุคใหม่เพื่อรองรับการส่งข้อมูลความเร็วสูงระดับ 40G, 100G ไปจนถึง 400G และ 800G หนึ่งในปัญหาที่สร้างความสูญเสียทางงบประมาณมากที่สุดโดยไม่รู้ตัว คือ "การทิ้งคอร์ไฟเบอร์ไว้โดยไม่ได้ใช้งาน (Dark Fiber Waste)"

เพราะโมดูลรับส่งข้อมูลยุคใหม่ (Transceiver แบบ SR4 หรือ DR4) ถูกออกแบบมาให้ใช้งานสายไฟเบอร์จริงๆ เพียง 8 คอร์ (ส่ง 4 คอร์ / รับ 4 คอร์) หากองค์กรยังคงใช้โครงสร้างสายแบบ Base-12 เดิม นั่นหมายความว่าจะมีสายไฟเบอร์ถูกทิ้งไว้ฟรีๆ ถึง 4 คอร์ต่อเส้น หรือคิดเป็นความสูญเปล่าสูงถึง 33%!

เพื่ออุดรอยรั่วทางงบประมาณและทำให้ทุกการลงทุนคุ้มค่าที่สุด **Panduit** จึงเปิดตัว **‘Base-8 Fiber Cabling Solution’** สถาปัตยกรรมสายไฟเบอร์ออฟติกที่ออกแบบมาตามจำนวนคอร์การใช้งานจริง 100%!

ทำไมโซลูชัน Base-8 จาก Panduit ถึงเป็นคำตอบที่คุ้มค่าที่สุดของ Data Center?

✅ **1. คุ้มค่า 100% ไร้สายทิ้งฟรี (100% Fiber Utilization):**
ด้วยการจับคู่สายแบบ 8-Fiber Connectivity ทุกคอร์ไฟเบอร์ในสายเคเบิลจะถูกนำมาใช้งานจริงทั้งหมด ไม่มีสายเหลือทิ้ง ช่วยให้องค์กรใช้ประโยชน์จากงบประมาณฮาร์ดแวร์ได้อย่างคุ้มค่าเต็มพิกัด

✅ **2. ขยายสเกลระบบสู่ 400G/800G ได้ทันที (Seamless Migration):**
รองรับพอร์ตและอุปกรณ์เน็ตเวิร์กรุ่นใหม่ๆ ในอนาคตได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านตัวแปลงสาย (Conversion Cassettes) ให้ยุ่งยาก ลดความซับซ้อนของระบบ ลดค่า Loss และประหยัดค่าอุปกรณ์ต่อพ่วง

✅ **3. ลดความแออัด เพิ่ม Airflow ในตู้ Rack:**
การใช้สาย Base-8 ช่วยลดจำนวนเส้นสายเคเบิลที่ไม่จำเป็นหน้าตู้ ทำให้การจัดสาย (Cable Management) ทำได้เนี๊ยบขึ้น เพิ่มช่องทางระบายความร้อน (Airflow) และช่วยลด TCO (Total Cost of Ownership) ของห้อง Data Center ในระยะยาว

"วางระบบเน็ตเวิร์กอย่างชาญฉลาด ต้องคุ้มค่าทุกคอร์ไฟเบอร์และพร้อมเติบโตไปกับธุรกิจ"

หากองค์กรของคุณกำลังวางแผนอัปเกรด Data Center สู่ความเร็วสูง หรือกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ System Integrator (SI) ที่ช่วยวางสถาปัตยกรรมเครือข่ายให้คุ้มค่าการลงทุนสูงสุด...

👉 **ทัก Inbox เข้ามาพูดคุย ปรึกษาทีมวิศวกรของ AON IT ได้เลยครับ! เราพร้อมออกแบบระบบ IT Infrastructure ที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความเสถียร และความคุ้มค่าเพื่อธุรกิจคุณ**

เดินสายไฟเบอร์ออปติกลิงก์ 10G/40G เชื่อมระหว่างตู้ Rack แต่เจอปัญหาระบบหลุดๆ ติดๆ (Link Flapping) แบบสุ่มเวลา ไม่แน่ใจว่...
24/08/2026

เดินสายไฟเบอร์ออปติกลิงก์ 10G/40G เชื่อมระหว่างตู้ Rack แต่เจอปัญหาระบบหลุดๆ ติดๆ (Link Flapping) แบบสุ่มเวลา ไม่แน่ใจว่าเป็นที่โมดูล SFP+ เสีย หน้าสัมผัสสกปรก หรือสายไฟเบอร์ถูกดัดโค้งจนแสงดร็อป?

ไม่ต้องสุ่มถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เสียเวลาครับ! Switch เกรดอุตสาหกรรมและ Enterprise แทบทุกแบรนด์มีฟีเจอร์ DDOM (Digital Diagnostics Optical Monitoring) หรือ DOM ที่ช่วยวัดค่าแรงส่งและแรงรับของแสงได้แบบ Real-time

วิธีแยกปัญหาด้วยค่า Tx Power และ Rx Power (หน่วย dBm)

1. เช็กค่า Tx Power (กำลังไฟแสงฝั่งส่ง):
Tx ต่ำผิดปกติ (เช่น -30 ถึง -40 dBm หรือ N/A): แสดงว่าไดโอดเลเซอร์ภายในโมดูล SFP+ เสื่อมสภาพหรือเสียแล้ว ต้องเปลี่ยนโมดูลฝั่งส่งใหม่
Tx อยู่ในเกณฑ์ปกติ: แสดงว่าโมดูลฝั่งส่งทำงานสมบูรณ์ ให้ไปเช็กค่า Rx ฝั่งรับต่อ

2. เช็กค่า Rx Power (กำลังไฟแสงฝั่งรับ):
Tx ต้นทางปกติ แต่ Rx ปลายทางดร็อปต่ำมาก (เช่น ต่ำกว่า -15 ถึง -20 dBm): แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ "เส้นทางสายไฟเบอร์" เช่น สายพับงอในตู้ Rack, หน้าแก้ว SFP/Patch Cord มีคราบน้ำมันหรือฝุ่นเกาะ, หรือจุด Splice สัญญาณดร็อป
Tx และ Rx อยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งคู่ แต่ลิงก์ยังตัด: ปัญหาอาจเกิดจากการตั้งค่า Auto-Negotiation, Firmware ของ Switch หรือพอร์ตบน Switch เสียหาย

เกณฑ์มาตรฐาน (10G SFP+)
10GBASE-LR (Single-mode 1310nm):
Tx Power ปกติ: -8.2 ถึง +0.5 dBm
Rx Power ปกติ: -14.4 ถึง +0.5 dBm (หากต่ำกว่า -14.4 dBm ลิงก์เริ่มไม่เสถียร)
10GBASE-SR (Multi-mode 850nm):
Tx Power ปกติ: -7.3 ถึง -1.0 dBm
Rx Power ปกติ: -9.9 ถึง +1.0 dBm

รันคำสั่ง DDOM บน Switch: เช่น คำสั่ง show interfaces transceiver detail (บน Cisco / Aruba / FS) เพื่ออ่านค่า dBm จริงเทียบกับค่า High/Low Alarm
ทำความสะอาดหน้าแก้วก่อนเสมอ: ใช้ปากกาทำความสะอาด (One-Click Cleaner) เช็ดหน้าสัมผัสของ SFP และ Patch Cord ก่อนวัดค่าใหม่ คราบน้ำมันจากมืออาจทำให้แสงดร็อปได้ถึง 3-5 dBm
สลับสายทดสอบ (Cross Test): หากทำความสะอาดแล้ว Rx ยังดร็อป ให้สลับคู่สายไฟเบอร์ (Tx/Rx) หรือใช้สาย Patch Cord เส้นใหม่เพื่อหาจุดที่แสงหาย
ใช้คำสั่ง DDOM อ่านค่าให้ขาดก่อนรื้อสาย ช่วยประหยัดเวลาแก้ไขหน้างาน และไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนโมดูลฟรี

#ช่างไฟเบอร์

งานซ่อมระบบกล้องวงจรปิดโรงงานติดต่อสอบถาม 084-9155295💚 Line OA 👉 https://lin.ee/80nUSKz
21/08/2026

งานซ่อมระบบกล้องวงจรปิดโรงงาน

ติดต่อสอบถาม 084-9155295
💚 Line OA 👉 https://lin.ee/80nUSKz

⚡ **PoE 15W / 30W / 60W / 90W ต่างกันยังไง? เลือกผิด…อุปกรณ์อาจเปิดติด แต่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ!**หลายคนเลือก PoE Swit...
20/08/2026

⚡ **PoE 15W / 30W / 60W / 90W ต่างกันยังไง? เลือกผิด…อุปกรณ์อาจเปิดติด แต่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ!**

หลายคนเลือก PoE Switch จากคำว่า **“รองรับ PoE”** แต่จริง ๆ แล้วต้องดูทั้ง **มาตรฐาน + กำลังไฟต่อพอร์ต + Power Budget รวมของ Switch** ด้วย

จำง่าย ๆ แบบนี้ 👇

🔹 **IEEE 802.3af | PoE**
จ่ายสูงสุด 15.4W / อุปกรณ์ได้รับสูงสุดประมาณ 13W
เหมาะกับ IP Phone, กล้อง CCTV ทั่วไป และอุปกรณ์ IoT กินไฟต่ำ

🔹 **IEEE 802.3at | PoE+**
จ่ายสูงสุด 30W / PD ได้ประมาณ 25.5W
เหมาะกับ Access Point, Wi-Fi 6 และกล้อง PTZ บางรุ่น

🔹 **IEEE 802.3bt Type 3 | PoE++**
จ่ายสูงสุด 60W / PD ได้ประมาณ 51W
เริ่มใช้ไฟผ่านสาย LAN ครบ **4 คู่สาย** เหมาะกับ AP ประสิทธิภาพสูง, Wi-Fi 7 บางรุ่น และกล้องที่ต้องการกำลังไฟมากขึ้น

🔹 **IEEE 802.3bt Type 4 | High-Power PoE**
จ่ายสูงสุด 90W / PD ได้ประมาณ 71.3W
เหมาะกับอุปกรณ์กินไฟสูง เช่น PTZ / Speed Dome ที่มี Motor, Heater, Wiper หรือ Access Point ประสิทธิภาพสูง

💡 **สิ่งสำคัญที่หลายคนพลาด**
อย่าดูแค่ว่า Port รองรับกี่ Watt ต้องเช็ก **Total PoE Power Budget ของ Switch** ด้วย

ตัวอย่างง่าย ๆ
ถ้าอุปกรณ์ 4 ตัว ใช้ไฟตัวละ 25W
Switch ควรมี Power Budget **อย่างน้อย 100W และควรเผื่อกำลังไฟสำหรับการใช้งานจริง**

และก่อนติดตั้ง อย่าลืมเช็กอีก 3 เรื่อง
✅ Power Requirement ของอุปกรณ์
✅ มาตรฐาน PoE ที่รองรับ
✅ คุณภาพและระยะทางของสาย LAN

📌 **สรุป:** PoE ไม่ใช่แค่ “เสียบสายแล้วมีไฟ” แต่ต้องเลือกกำลังไฟให้สัมพันธ์กันทั้งระบบ

เห็นโพสต์นี้แล้วมีประโยชน์ **กดแชร์เก็บไว้ให้ทีม IT / ช่างติดตั้ง / Network Engineer ได้เลยครับ** 🔥

👍 กด Like และ Follow ไว้
เราจะมี Content IT & Network แบบเข้าใจง่าย ใช้งานได้จริง มาแชร์กันอีกเรื่อย ๆ

🔥 ติดระบบ Fire Alarm ใหม่ ไม่ต้องรื้อฝ้า ไม่ต้องเดินสายHikvision Wireless Fire Alarm — LoRa 433MHz ระยะไกล 1 กม.✔ ระบุตำ...
20/08/2026

🔥 ติดระบบ Fire Alarm ใหม่ ไม่ต้องรื้อฝ้า ไม่ต้องเดินสาย

Hikvision Wireless Fire Alarm — LoRa 433MHz ระยะไกล 1 กม.
✔ ระบุตำแหน่งได้แม่นยำ (Addressable)
✔ 128 อุปกรณ์ / 1 Gateway
✔ แจ้งเตือนเข้ามือถือผ่าน Hik-Connect
✔ Fire Workstation ผังอาคาร 3D + ภาพกล้อง Real-time ไม่มีค่า License รายปี
✔ ติดตั้งเสร็จ พร้อมใช้ในวันเดียว

เหมาะกับอาคารเก่า โรงแรม คอนโด โกดัง และอาคารที่ปรับปรุงระบบเดิม

💬 Inbox เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมวิศวกรฟรี
👉 https://lin.ee/xDLDvlAb
☎️ 084-9155295

#ไร้สาย
#ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจาก AP เสีย แต่เกิดจาก "PoE Voltage Drop (แรงดันไฟฟ้าดรอปปลายสาย)" เพราะยิ่งระยะทางไกล ความต้านทานในสา...
19/08/2026

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจาก AP เสีย แต่เกิดจาก "PoE Voltage Drop (แรงดันไฟฟ้าดรอปปลายสาย)" เพราะยิ่งระยะทางไกล ความต้านทานในสาย LAN ยิ่งสูง พอ AP ต้องการ ดึงกระแสไฟเพิ่มขึ้นตอนโหลดหนัก แรงดันไฟ (Voltage) ปลายสายจะร่วงทันทีจนต่ำกว่าเกณฑ์การทำงานของอุปกรณ์ครับ

เมื่อแรงดันไฟปลายสายร่วงลงเหลือ 41.45V ซึ่งต่ำกว่าจุดทำงานขั้นต่ำของ AP ส่วนใหญ่ วงจรชิปเซ็ตจะตัดการทำงานทันทีเพื่อเซฟตัวเอง ผลคือ AP ดับและรีสตาร์ตใหม่วนไปเรื่อย

4 วิธีแก้ปัญหา PoE แรงดันตกปลายสายหน้างาน:
ห้ามใช้สาย CCA เด็ดขาด: สาย CCA มีความต้านทานสูงกว่าทองแดงแท้เกือบเท่าตัว ($25\text{-}30\ \Omega / 100\text{m}$) ถ้าลาก 90 เมตร แรงดันจะตกกระจุยกระจาย ต้องใช้ Bare Copper 23AWG (Cat6 / Cat6A) เท่านั้น
ขยับไปใช้ PoE Switch แรงดันสูง (54V - 57V): สวิตช์เกรดอุตสาหกรรมหรือ PoE Injector เกรดดีจะจ่ายไฟเริ่มต้นที่ $54\text{V} - 57\text{V}$ เมื่อหัก $V_{\text{drop}}$ ออก $6.5\text{V}$ ปลายสายจะยังเหลือ $47.5\text{V} - 50.5\text{V}$ ซึ่งรอดสบายๆ
ลดความต้านทานด้วยการขนานคู่สาย: สเปก PoE++ (802.3bt) จะใช้คู่สายทองแดงจ่ายไฟพร้อมกันทั้ง 4 คู่ (8 วง) ช่วยลดค่าความต้านทาน $R$ ลงได้ครึ่งหนึ่งทันที
ใส่ PoE Extender / Midspan Injector: หากระยะเฉียด 100 เมตรจริงๆ ให้ตั้ง PoE Extender กลางทาง หรือขยับตำแหน่ง PoE Injector ไปไว้ใกล้ AP มากขึ้น
ก่อนส่งงานระยะไกล คำนวณแรงดันตกเผื่อโหลดสูงสุดไว้เสมอ จบงานเนี๊ยบ ไม่ต้องวิ่งแก้หน้างานให้เสียเวลา

#ช่างLAN

เริ่มงานติดตั้ง  #กล้องวงจรปิดโรงงาน #งานระบบไว้ใจเรา #มีครบทุกSolution
17/08/2026

เริ่มงานติดตั้ง #กล้องวงจรปิดโรงงาน
#งานระบบไว้ใจเรา
#มีครบทุกSolution

รู้หรือไม่? Smoke Detector มีวันหมดอายุตามมาตรฐาน NFPA 72 และคำแนะนำผู้ผลิตทั่วโลก ตัวตรวจจับควันมีอายุการใช้งานที่เชื่อ...
15/08/2026

รู้หรือไม่? Smoke Detector มีวันหมดอายุ

ตามมาตรฐาน NFPA 72 และคำแนะนำผู้ผลิตทั่วโลก ตัวตรวจจับควันมีอายุการใช้งานที่เชื่อถือได้เพียง 10 ปีนับจากวันผลิต (พื้นที่ฝุ่นมาก/ชื้น เหลือ 7–8 ปี) เพราะห้องตรวจจับภายในเสื่อมจากฝุ่นสะสม ผลคือฟ้องหลอกบ่อยขึ้น หรือร้ายกว่านั้นคือ “เงียบ” ในวันที่เกิดไฟไหม้จริง

กฎหมายไทยกำหนดชัด: เจ้าของอาคารต้องตรวจสอบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุกปี (กฎกระทรวงตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548) และนายจ้างต้องดูแลระบบให้พร้อมใช้ตลอดเวลา (กฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555) ฝ่าฝืนมีความรับผิดตามกฎหมาย

ลองพลิกดูหลังตัว Detector ในอาคารคุณวันนี้ — ถ้าวันผลิตเกิน 10 ปี ถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว

คำถามที่มักเจอบ่อยๆ

ถาม : Smoke Detector ต้องเปลี่ยนทุก 10 ปีจริงไหม?

ตอบ : สำหรับ Smoke Alarm ตามบ้าน NFPA 72 บังคับเปลี่ยนที่ 10 ปีนับจากวันผลิต ส่วน Smoke Detector ระบบอาคาร มาตรฐานไม่ได้บังคับตายตัว แต่ผู้ผลิตแนะนำ ~10 ปี และต้องเปลี่ยนทันทีเมื่อผลทดสอบค่าความไว (Sensitivity Test) หลุดเกณฑ์

ถาม : ระบบ Fire Alarm ต้องตรวจสอบบ่อยแค่ไหน?

ตอบ : ตาม NFPA 72 และมาตรฐาน วสท. — ตรวจสายตาทุก 6 เดือน, ทดสอบการทำงาน (Functional Test) ทุกปี, ทดสอบค่าความไวตามรอบที่กำหนด และตามกฎหมายไทย เจ้าของอาคารที่เข้าข่ายต้องให้ผู้ตรวจสอบอาคารตรวจประจำปีทุกปี

ถาม : ไม่ตรวจสอบระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ผิดกฎหมายไหม?

ตอบ : ผิดครับ อาคารที่เข้าข่ายตามกฎกระทรวงตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 และสถานประกอบกิจการตามกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องตรวจสอบและบำรุงรักษา หากเกิดเหตุแล้วพบว่าละเลย เจ้าของอาคาร/นายจ้างมีความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

#ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ #ตรวจสอบอาคาร #ความปลอดภัย

ที่อยู่

Nakhon Nayok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00
เสาร์ 08:30 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AON InterTech Part.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์