18/07/2026
**เล่าประสบการณ์การประเมิน HAIT จากคนไอทีโรงพยาบาลคนหนึ่ง**
สวัสดีครับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไอทีที่ทำงานในโรงพยาบาลครับ
วันนี้ผมอยากมาเล่าประสบการณ์จากการประเมิน HAIT #ผลการประเมินยังไม่ผ่าน ของโรงพยาบาลที่ผมทำงานอยู่ ไม่ได้มาในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่าวิธีของผมถูกหรือผิดกว่าของใคร แค่อยากแชร์สิ่งที่ตัวเองได้พบ ได้เรียนรู้ และเก็บบทความนี้ไว้เตือนตัวเองในวันข้างหน้าด้วย
ผมเริ่มทำงานไอทีโรงพยาบาลมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 จนถึงปี 2569 ก็ครบ 12 ปีพอดี
12 ปีที่ผ่านมา ผมเห็นงานไอทีโรงพยาบาลเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก
จากวันแรก ๆ ที่เรามี Server หลักไม่กี่เครื่อง งานส่วนใหญ่คือดูแล HIS เขียน SQL ดึงข้อมูล ทำรายงาน ซ่อมคอมพิวเตอร์ ลง Windows เปลี่ยน Power Supply ซ่อม Printer และเดินสาย LAN
มีปัญหาตรงไหน เราก็ไปแก้ตรงนั้น
แก้เสร็จ...ก็จบ
วันรุ่งขึ้นมีปัญหาใหม่ เราก็ไปแก้ใหม่
ตอนนั้นเราอาจไม่ได้คิดเรื่องการจัดเก็บข้อมูลการทำงาน ไม่ได้มีคู่มือทุกเรื่อง ไม่ได้วิเคราะห์ว่างานส่วนใหญ่ของเราหมดไปกับอะไร และหลายอย่างก็อาศัยประสบการณ์กับความจำของคนทำงานเป็นหลัก
ต่อมาเป็นช่วงที่ระบบสารสนเทศเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับแทบทุกงานในโรงพยาบาล
ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล งานประกัน กายภาพบำบัด X-Ray Lab NCD จิตเวช งานแผน และอีกหลายหน่วยงาน ไอทีกลายเป็นเหมือน "เพื่อนร่วมทาง" ที่ต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนระบบของแต่ละงาน
มี Application และระบบใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
Username กับ Password ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย 😅
จากคนซ่อมคอมพิวเตอร์ เราเริ่มกลายเป็นที่ปรึกษาด้านระบบให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น
จนมาถึงช่วงปัจจุบัน หลังสถานการณ์โควิดเป็นต้นมา ผมรู้สึกว่างานไอทีโรงพยาบาลเปลี่ยนไปอีกครั้งอย่างชัดเจน
เราเข้าสู่ยุคที่ระบบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันมากขึ้น ข้อมูลไม่ได้อยู่เฉพาะภายในโรงพยาบาลอีกต่อไป มีทั้ง Cloud, Gateway, Cybersecurity, ระบบบริการออนไลน์ และนโยบาย Digital Health ต่าง ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
บทบาทของไอทีจึงไม่ได้มีแค่การทำให้ "คอมพิวเตอร์ใช้งานได้"
แต่ต้องคิดถึงระบบทั้งหมด
ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
ความต่อเนื่องของบริการ
การสำรองและกู้คืนข้อมูล
การบริหารความเสี่ยง
การดูแลโครงสร้างพื้นฐาน
รวมถึงการสนับสนุนยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล
งานของเราจึงซับซ้อนขึ้นกว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมาก
และในช่วงที่เราวิ่งตามงาน วิ่งตามระบบ และวิ่งแก้ปัญหาต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งกลับมาคิดหลังจากได้รับการประเมิน HAIT ก็คือ...
**เราอาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลระบบให้คนอื่น จนบางครั้งลืมหันกลับมาจัดการ "บ้านของตัวเอง"**
ที่ผ่านมา ผมเองก็ทำงานเยอะครับ
แต่คำถามคือ...
สิ่งที่เราทำ มีขั้นตอนหรือยัง?
มีคู่มือหรือยัง?
มีหลักฐานว่าเราทำหรือยัง?
เรารู้ไหมว่าความเสี่ยงของระบบเราอยู่ตรงไหน?
ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ คนอื่นสามารถเปิดคู่มือแล้วทำงานต่อจากเราได้หรือเปล่า?
นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการประเมิน HAIT
ผมเริ่มเข้าใจว่า HAIT ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฝ่ายไอที และไม่ใช่ภารกิจของคนไอทีคนใดคนหนึ่ง
แต่เป็นเรื่องของทั้งโรงพยาบาล
ตั้งแต่แผนยุทธศาสตร์ขององค์กร แผนยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารความเสี่ยง BCP, DRP, Backup, Restore, Cybersecurity, SLA การดูแล Data Center การจัดทำทะเบียนอุปกรณ์และ Software ไปจนถึงการจัดเก็บหลักฐานและการทบทวนผลการทำงาน
หลายเรื่องที่เราเคย "ทำอยู่แล้ว"
HAIT ทำให้เราต้องกลับมาถามตัวเองว่า
**เราทำอย่างเป็นระบบหรือยัง?**
เช่น Backup ข้อมูล
เมื่อก่อนเราอาจบอกว่า "Backup ทุกวันครับ"
แต่วันนี้คำถามต่อมาคือ...
Backup ไปที่ไหน?
ใครเป็นคนตรวจสอบ?
เก็บย้อนหลังเท่าไร?
ถ้า Backup เสียจะรู้ได้อย่างไร?
เคยลอง Restore จริงหรือยัง?
ถ้าคนที่ดูแลประจำไม่อยู่ คนอื่น Restore แทนได้หรือไม่?
คำถามเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มเห็นว่า
**การมี Backup กับการมี "ระบบ Backup" มันไม่เหมือนกัน**
เช่นเดียวกับ Data Center
ไม่ใช่แค่ Server เปิดติดและระบบใช้งานได้ แต่เราต้องกลับมาดูตั้งแต่ความสะอาด การจัดสาย การติด Label ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกัน การควบคุมการเข้าออก ไปจนถึงการตรวจสอบอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
หรือแม้แต่งานบริการไอที
จากเดิมที่มีคนโทรมาบอกว่า "คอมเสียครับ"
เราก็เดินไปซ่อม
ซ่อมเสร็จแล้วก็กลับ
วันนี้เราอาจต้องบันทึกว่าเกิดปัญหาอะไร ใช้เวลาแก้ไขเท่าไร ปัญหาแบบไหนเกิดบ่อยที่สุด และเราจะลดปัญหานั้นได้อย่างไร
เพราะข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราเห็นว่า
**เวลาของทีมไอทีในแต่ละวันหายไปกับอะไร**
และเราควรพัฒนางานตรงไหนต่อไป
สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้อีกอย่างคือ
**HAIT ไม่ใช่งานที่ไอทีทำคนเดียวแล้วจะสำเร็จได้**
เพราะหลายเรื่องต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น
BCP ต้องเกิดจากหน้างานที่รู้กระบวนการทำงานของตัวเองดีที่สุด
แผนยุทธศาสตร์ต้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล
เวชระเบียนต้องทำงานร่วมกับทีมที่เกี่ยวข้อง
SLA ต้องเกิดจากความคาดหวังของผู้รับบริการ
และเรื่องความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศก็เป็นเรื่องที่บุคลากรทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนร่วม
ไอทีอาจเป็นคนดูแลระบบ
แต่ระบบที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มี "ทีม"
หลังจากผ่านประสบการณ์การประเมินครั้งนี้ ผมกลับมามองชีวิตการทำงานของตัวเองใหม่
เช้ามาทำงาน เราทำอะไรเป็นอันดับแรก?
ตรวจสอบ Backup หรือยัง?
Server ปกติไหม?
ระบบสำคัญทำงานครบหรือเปล่า?
วันนี้มีเหตุการณ์อะไรที่ต้องบันทึก?
เดือนนี้ตรวจห้อง Server หรือยัง?
อุปกรณ์ตัวไหนเริ่มมีความเสี่ยง?
มีอะไรที่ต้องรายงานให้หัวหน้าหรือผู้บริหารรับทราบ?
จากงานที่เคยอยู่ในหัวของเรา
ค่อย ๆ เปลี่ยนให้เป็น Checklist
จากประสบการณ์ของเรา
ค่อย ๆ เปลี่ยนให้เป็นคู่มือ
จากสิ่งที่เราทำทุกวัน
ค่อย ๆ เปลี่ยนให้เป็นข้อมูล
และจากข้อมูล
นำกลับมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้น
สุดท้ายนี้ สิ่งที่ผมอยากเตือนตัวเองมากที่สุดหลังจากผ่านการประเมิน HAIT คือ
**"ให้คิดเสมอว่า ถ้าวันหนึ่งมีคนใหม่เข้ามาทำงานแทนเรา เขาควรจะสามารถเปิดคู่มือ อ่านขั้นตอน และทำงานต่อจากเราได้"**
เพราะระบบที่ดี ไม่ควรอยู่ได้เพราะมีใครคนหนึ่งอยู่
แต่มันควรจะเดินต่อไปได้ แม้วันหนึ่งคนคนนั้นจะไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
12 ปีของการทำงานที่ผ่านมา ผมอาจไม่ได้ทำทุกอย่างถูกต้อง และยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้และปรับปรุง
แต่การประเมิน HAIT ครั้งนี้ทำให้ผมได้กลับมามองงานของตัวเองในอีกมุมหนึ่ง
จากคนที่เคยคิดว่า
"มีปัญหา เดี๋ยวเราแก้ให้"
วันนี้ผมเริ่มคิดว่า
**"ทำอย่างไรให้ปัญหานั้นไม่เกิดซ้ำ และถ้ามันเกิดขึ้นอีก ทุกคนรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร"**
สำหรับผม นี่อาจเป็นหนึ่งในการพัฒนาตัวเองที่สำคัญที่สุดของการทำงานสายไอที
จากการทำงานตามปัญหา
ไปสู่การทำงานอย่างเป็นระบบ
จากความรู้ที่อยู่ในตัวคน
ไปสู่ความรู้ที่ส่งต่อได้
จากการทำงานคนเดียว
ไปสู่การทำงานเป็นทีม
และจากการทำงานให้ "เสร็จ"
ไปสู่การทำงานให้ **"มีมาตรฐานและยั่งยืน"**
ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ไอทีโรงพยาบาลทุกคนครับ
งานของเราอาจเป็นงานเบื้องหลังที่หลายคนไม่ค่อยเห็น แต่ทุกระบบที่ยังทำงาน ทุกข้อมูลที่ยังปลอดภัย และทุกบริการที่ยังเดินต่อได้ ล้วนมีคนอยู่เบื้องหลังคอยดูแลเสมอ
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ค่อย ๆ พัฒนาตัวเอง
ค่อย ๆ พัฒนาระบบ
และค่อย ๆ ทำบ้านของเราให้ดีขึ้นในทุกวัน
วันหนึ่งเมื่อเราหันกลับมามอง อย่างน้อยเราก็จะภูมิใจได้ว่า
**ครั้งหนึ่ง เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว**
ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ 🙏
#โรงพยาบาล #พัฒนางาน #พัฒนาตนเอง