23/03/2026
" ตื่นเต้น " แต่ไม่ตื่นตระหนก ตกใจ
" ขนลุก " แต่ไม่ได้กลัวจนสยอง กลบความกล้า
นี่คือ 2 คำ ที่ผมตกผลึกได้จากการทำงานกับ AI และทำงานกับทีมมนุษย์ที่คลุกคลีกับ AI ในบริษัทที่ จบ ดร. สาขาคณิตศาสตร์ เกือบ 20 ชีวิต (ได้ไงวะ 555)
" ตื่นเต้น และ ขนลุกแล้ว " คือคำที่ผมจะมอบให้ AI นับจากนี้
--------------------------------------
ไม่ใช่คำว่า " กลัว อวสาน ตกงาน แทนที่ "
--------------------------------------
ปีที่ 1 (2022-2023) นับตั้งแต่ Chat GPT เปิดตัวในปี 2022 และผมเริ่มใช้ต้นปี 2023 ผมใช้ในฐานะที่ น้องเข้ามาช่วยงานบางอย่างได้ ถึงแม้ผลลัพธ์จะแบบ อิหยังวะมากในบางที แล้วภาษาไทยก็ไม่เก่ง แต่ก็มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นก้าวแรก เหมือนตอนเราเริ่มเข้า server ผ่าน 192.168..... หรือเราใช้บัตรขูดอินเตอร์เน็ต (รู้อายุเลย)
ปีที่ 2 (2023-2024) ยุคตื่น AI ที่แทร่ เกิด Model Provider ต่างๆมามากมาย (ปลาวาฬสีน้ำเงินที่ไม่เก่งเรื่องชาติ, Claude ที่เก่งเรื่อง code แต่อ่อนเรื่องอื่นๆหมด, Gemini ที่ออกมาขายขำ, Grok,Meta ออกมาทำไม ) ในปีนี้ผมใช้น้องมากขึ้น ในการช่วย สรุปเนื้อหาง่ายๆ (Chat GPT) Generate รูปขาย Stock (Midjourney, Flux) Upscale ต่างๆ (Topaz) ใช้ Research จาก (Perplexity) ถ้าจำ Timeline ไม่ผิดตอนนั้น Perplexity เด่นมากเรื่อง Search web จนการมาของ (Gemini) ที่ Google ออกมาทำเอง แล้วเริ่มลบภาพของ (Perplexity) หายไปจากตัวผม ตอนนั้นปลายปีผมเริ่มมาทำงานกับบริษัทแปลกๆที่นึง ที่ผมได้พบเจอโดยการแนะนำจากอาจารย์มหาลัย โดยในบริษัทมี ดร.เอกคณิตศาสตร์ เอกสถิติ อะไรไม่รู้เต็มไปหมด ซึ่งเป็นสาขาที่ ตรงข้ามกับสุดขั้ว สายผมที่เน้นทาง Art Design Creative และตัวเองก็ไม่ชอบคณิตศาสตร์มากๆตอนเด็กๆ ทำให้มีโอกาสได้เข้าไปศึกษา โครงสร้าง และการประยุกต์ใช้ หลักการของการทำงาน ตั้งแต่ พื้นฐานแนวคิดของ กว่าจะเป็น AI ที่มีแต่ละ layers ซึ่งตอนนั้น ผมว่าผมเป็นเหมือนใครหลายๆคนที่กำลังเห่อ AI มากๆ แล้วก็มีความกังวลว่า AI เนี่ยจะเข้ามาแทนที่งานเราหลายๆอย่างได้แน่ๆ อย่างสายงาน Design, Cretive เนี่ย รู้สึกหวั่นไหวตั้งแต่ AI Generate รูปสวยๆที่บางที ศิลปินเองต้องใช้เวลา ตกผลึกมากกว่าจะออกมาได้ แต่ AI กลับทำได้ค่ตัวหนังสือไม่กี่ตัว แต่ผมก็คิดนะว่าตอนนั้นเราจะทำยังไงให้เหนือกว่า AI งั้นเราก็ออกแบบ หน้าตา Interface ของ AI สิ เราจะได้หนีพ้น
ปีที่ 3 (2024-2025 ครึ่งปีแรก) ผมเริ่มใช้น้อง AI ในการ สร้างรูปแบบเป็น Series เขียนนิยายประกอบภาพ เจนรูปไม่ถูกใจจนติด limit ทุกวัน แล้วก็ เริ่มใช้แต่งเพลง (Suno) บ้าง เริ่มมีวิดีโอ เบาๆ จาก (Kling) แล้วสิ่งที่ผมหวาดหวั่น หวั่นไหวก็มาถึงคือการมา ของ Vibe Coding ที่มาแรงมากๆๆๆ ตั้งแต่ (Loveable, V0, Bolt new) เราสามารถ เสกสรรค์ Interactive UI ได้แบบปลายนิ้ว แต่ก็มี Barrier ที่ยังก้าวไม่ได้คือ การ Prompt ที่ไม่มีประสิทธิภาพในมุมมองของ AI ทำให้ Burn Token ไปโดยกับการแก้ Front end จุกจิกๆ เงา state ปุ่ม spacing ที่ผมก็คิดว่า เห้ย Skill Front End Dev, Front end Designer มันสำคัญมากจริงๆนะ จนกระทั่งพวก AI Model Provider ทั้งหลายแข่งกันทำของใหม่ของฉลาดกัน โดยเฉพาะ (Open AI, Google) ที่เรียกว่าออกของมาต่อยกันแบบฮือฮาๆๆ ทั้งปี
ปีที่ 4 (2025 ปลายปี-ตอนนี้) มีน้องเจ้านึงที่ ตอนนั้นนับว่าฉลาดตีคู่มากับ Chat GPT แล้วก็โดนจมหาย ไปใช้งานเฉพาะกลุ่มอย่าง Nerd Dev. แทน นั่นคือน้อง เอเลี่ยนส้ม ที่เก่งงาน Coding ที่สุด ณ ตอนนี้มาแรงที่สุด ตนผมได้ใช้งานน้องเต็มๆที่ (สมัคร Pro และ Max) ยังไม่ถึงเดือน
และนี่คือสิ่งที่ผมตกผลึกล้วนๆ จากประสบชการณ์ที่ผมพบเองกับตัวเอง หากไปขัดคอ ขัดใจใครในการอ่านก็ ไม่ขอโทษเพราะว่านี่คือประสบการณ์ผม มา เริ่ม แซ่บๆ
ผมเจอความว้าว Factor ทุกวันที่ทำงานร่วมกับ Claude นะ เหมือนที่คนว้าวว่า โหฉลาดมาก ทำแอปทำเว็บ ทำกันเกลื่อนเป็นซูชิ แองกรี้เบิร์ดตลาดนัด ตั้งแต่ผมได้พบและใช้งาน้อง Claude code, Cowork, Agents เนี่ย ผมกล้าพูดได้เลยว่า "ผมไม่กลัว" ที่ AI จะมาแย่งงานมากกว่า คนที่ใช้ AI อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพ นี่คือคู่หูที่เหมือนถุงมือ ธานอส ถุงมือมันดีดตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่มีคนมีพลังมากพอจะมาดีดมัน และส่งผลกระทบต่อจักรวาลเป็นวงกล้าง ซึ่ง ผม Assume จากการสำรวจทั่วโลก การเข้าถึง AI ของประชากรทั้งโลกยังไม่ถึง 10% เลยมั้งที่จะรู้ว่า AI มีข้อเด่น ดี ข้อจำกัดอะไร พูดกันเกลื่อน ว่า AI AI AI องกร AI Driven นู่น AI นั่น AI ทอดไก่ยังสูตร AI ถ้าคุณรู้จักและศึกษา AI มากพอคุณจะรู้สึกเลยว่า เป็นอะไรอ่ะ และออกอาการ เบื่อ AI ที่ใครๆก็เอามาใช้อย่างเป็นเทรนด์ติดปาก ซึ่งผมคิดว่า ไม่ใช่ผมคนเดียวแน่นอนที่รู้สึกว่า AI มันเริ่มเอียน Products บริการ สินค้าอะไรที่ใช้ AI 100% แทบไม่ต่างอะไรกับการกินอาหาร Chain Ultra process food ที่รสชาติอร่อย แต่ไม่มีอรรถรส ไม่มีอารยธรรมในการกิน ไม่มีสุนทรียภาพ เท่าไหร่ แค่ก้อปๆ วางๆตามสูตร ไม่ผ่านการตกผลึก หรือ การออกแบบประสบการณ์ที่น่าจดจำ ซึ่ง Products Service. เหล่านั้นแหละมันคือสิ่งที่ผมไม่นับว่าเป็น "คุณค่า" เท่าไหร่
ตัวอย่าง Content ที่บอกว่า AI จะมายังงู้นยังงี้นะ
1. การเขียนบทความที่ ผลิตจาก AI.99.99% อ่านแล้วมันโป๊ะ ถึงแม๊พยายามจะแอ๊บให้เหมือนมนุษย์ แต่มันขาดอรรถรสในความไม่สมบูรณ์อยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมก็เคยพยายามวาง Workflow การเขียนบทความลงเว็บลงเพจ จาก AI นี่แหละ ใส่ Instruction แนวทางเพจ แบรนด์ไว้หมด แต่สุดท้ายผลก็ตัดสินใจว่า พื้นที่นี้ ผมจะให้เกียรติ คนอ่านที่มาติดตาม ผมมากกว่า มาติดตามเนื้อหา AI ที่ผมสร้างขึ้น
2. การ Generate ภาพ AI ที่ไม่ผ่านการแก้ไข Gen มาแบบไหนใช้แบบนั้น
เนื้อหาเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นการมักง่าย ไม่ให้ค่า การทำงานอย่างละเอียด และแม่นยำ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานของมนุษย์ที่ทำงานอย่างมืออาชีพ ถึงแม้การทำงานแบบมนุษย์จะมีผิดพลาดบ้าง เช่น การพิมพ์ผิด สระลอย แต่ยังมีคุณค่ามากกว่า คนที่ Gen ภาพจาก AI มาใช้ 100% เพราะเหมือนงานขี้ก๊อป ที่ AI ก็เรียนรู้ของชาวบ้านมาอีกที เหมือนเอาอาหารที่ AI กินเข้าไปแบบอร่อยๆ แล้วเราก็เอาอ้วก AI มาเสิร์ฟผู้อ่าน เช่น Content Fake news, Infographic ที่ Gen จาก Gemini ที่มี style เหมือนกันไปหมด
---และ 2 เนื้อหาข้างต้นคือสิ่งที่ทำให้ผมถอยห่างจาก Social Media ---
จนผมค้นพบข้อนี้
3. Vibe Code and Vibe Deisgn มาถึงอันนี้แหละ Highlight สำหรับ Specialist เพื่อนร่วมอาชีพผม ที่กังวลว่า ตื่นมาแล้วจะตกงานรึยัง ผมกล้าพูดเลยว่าทักษะ Specialist ที่คุณมี คือถุงมือชั้นดี ที่จะใส่มณี (AI Agents) แล้วดีดสร้างสรรค์ อะไรที่เหนือกว่าคนทั่วไปได้ดี สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ อย่ากลัว อย่าเศร้า จาก ข่าว จาก Content 2 ขอแรกที่คนนี่แหละเอามา Physo กันเอง ให้กลัว เลิกสนใจ Content อาหารขยะ แล้วหา Content ที่ส่งเสริม empowering ให้เราไปไกลกว่าเดิม ไม่ใช่การกดความมั่นใจและแพนิก
ไม่ใช่เพียงแค่ 2 สายอาชีพนี้เท่านั้น ทุกสายอาชีพ ที่คุณกำลังคิดว่า AI จะมาแทนคุณ ให้นึกถึง Hard Barier ในตัวคุณที่สุดแล้วสร้างกำแพงนั้นให้สูงและใหญ่มากขึ้นเกินกว่า คนที่เอา AI มา Physo ใส่คุณข้ามได้ เพราะอะไรผมถึงไม่เขียนว่า ให้สร้างกำแพงกัน AI ??ก็ AI เดี่ยวๆตอนนี้ มันมีข้อจำกัดอีกหลายด่านเกินกว่าจะมาทัดเทียมแล้วก้าวข้ามหัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น Token ที่ AI ต้องใช้ในการทำ task มหาศาล พลังงาน หน่วยความจำ ชุดข้อมูลใหม่ๆ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งผมเชื่อว่า ซักวันนึง AI จะก้าวข้ามมนุษย์ ได้แหละ แต่ถึงวันนั้น มนุษย์ที่ มีถุงมืออันนี้ในตอนนี้ คงจะสร้างได้ทั้งชุดเกราะ และ Beyound มากกว่า เพราะมนุษย์เกิดมาเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆไม่รู้จบ จนกว่าเราจะตุยน่ะแหละ
สรุป Take away
1. Human pure ติดกับอะไรเดิมๆ เปิดใจปลอมๆ รู้ไม่จริง อวสานจริง
2. AI 100% ยังทำไม่ได้และไม่น่าทำได้ในอนาคต ใกล้ๆ เพราะถ้าไม่มีคนป้อนอะไรใหม่ๆ ก็เหมือน วนคอนเท้นต์ในอ่าง ไม่มีประสบการณ์จริงๆ เจ็บปวดจริงๆ
3. Human + AI นี่แหละของจริง ล้างกระดาน จริง ผู้กำหนด Trend โลกจริงๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆได้จริงๆ
เนื้อหานี้เกิดจาก Human Drive 100% และได้รับประสบการณ์จากการใช้งาน AI
ปล.สรุปสุดท้ายจริงๆ AI ไม่สามารถทำอะไรได้กับระบบประเทศที่ไม่คิดจะพัฒนา เพราะยังใช้กระดาษ รีวิวเอกสารด้วยตา อำนาจ และส่วย
ขอบคุณครับ ^^