29/05/2026
💳 TECHกรอบ ๆ by IMPACT EP.2 RFID มีกี่แบบกันนะ
จริง ๆ แล้ว RFID สามารถแบ่งได้หลายประเภท แต่ที่นิยมแบ่งกันมากที่สุดคือการแบ่งตามแหล่งพลังงาน และวันนี้เราจะพามารู้จัก RFID ทั้ง 3 แบบแบบเข้าใจง่าย
1. Passive RFID เป็น RFID ที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว โดยตัวแท็กจะรับพลังงานจากคลื่นวิทยุที่ส่งมาจาก Reader ซึ่ง RFID ที่เราใช้งานกันในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนี้
✨จุดเด่น คือ ราคาประหยัด ขนาดเล็ก อายุการใช้งานยาวนาน ดูแลรักษาง่าย
📌เหมาะกับ คีย์การ์ด บัตรพนักงาน ระบบเข้า-ออกอาคาร ระบบบันทึกเวลา
2. Active RFID เป็น RFID ที่มีแบตเตอรี่ในตัวเอง สามารถส่งสัญญาณได้เอง ทำให้อ่านข้อมูลได้ไกลกว่าแบบ Passive มาก แต่จะมีราคาสูงกว่า และต้องดูแลเรื่องแบตเตอรี่เพิ่มเติม
✨จุดเด่น อ่านได้ในระยะไกล เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ รองรับระบบติดตามแบบ Real-time
📌เหมาะกับ ระบบติดตามรถ ระบบติดตามทรัพย์สิน งานโลจิสติกส์
3. Semi-passive RFID เป็นแบบกึ่งกลางระหว่าง Passive และ Active
มีแบตเตอรี่ช่วยจ่ายพลังงานให้วงจรภายใน แต่ยังต้องใช้ Reader ในการกระตุ้นการสื่อสารอยู่ เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ช่วยบาลานซ์ทั้งเรื่องระยะการอ่านและการใช้พลังงาน
✨จุดเด่น ระยะการอ่านได้ไกลและแม่นยำกว่าแบบ Passive ประหยัดพลังงานมาก เซ็นเซอร์ในตัวสามารถเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องได้
💡 แล้วเราจะเลือกใช้ RFID แบบไหนดี?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานเลยค่ะ ถ้าเป็นระบบคีย์การ์ดหรือ Access Control ทั่วไป ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ Passive RFID เพราะคุ้มค่าและใช้งานง่ายที่สุด
และใครกำลังมองหาบัตร RFID คุณภาพดี ทางเรามีจำหน่ายนะคะ
🛒ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
🧡Shopee : https://th.shp.ee/UfkHC5om
💙Lazada : https://s.lazada.co.th/s.Z6uipo?c=a
#ระบบคีย์การ์ด #บัตรRFID